วิธีเปิดบัญชีฟอเร็กซ์ exness 2025 ที่TradeSabai.com | เทรด forex เป็นอาชีพ | สอนเทรด Forex Onlineฟรี

พูดคุย Forex ทั่วไป => พูดคุยForexทั่วไป => ข้อความที่เริ่มโดย: rannie2020 ที่ 30/ก.ย./2025 04:48:34

หัวข้อ: 8 ข้อมูลสำคัญที่ควรติดตามประกอบกลยุทธ์การเทรด Forex
เริ่มหัวข้อโดย: rannie2020 ที่ 30/ก.ย./2025 04:48:34
สวัสดีค่ะ ในสภาวะเศรษฐกิจในตอนนี้ ทำให้หลายคนเลือกที่จะลงทุนเพื่อกระจายความเสี่ยง ยิ่งถ้าหากเพื่อนๆที่ถือเงินสดเยอะ และเงินเฟ้อขึ้นเรื่อยๆ ก็ขาดทุนได้เช่นกัน และสำหรับเพื่อนๆ สายเทรด Forex วันนี้เรามาดู 8 ข้อมูลสำคัญที่ควรติดตามประกอบกลยุทธ์การเทรด Forex การซื้อขายในตลาด Forex คือการแลกเปลี่ยนคู่สกุลเงิน ตัวอย่างเช่น หากเลือกลงทุนกับโบรกเกอร์ Forex ในอินเดียเพื่อซื้อ USD ในคู่ USD-INR นักเทรดจะคาดหวังให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งขึ้น ตรงกันข้าม หากเป็นการเปิดสถานะในคู่ INR-USD นักเทรดก็ต้องลุ้นให้ค่าเงินรูปีปรับตัวขึ้นแทน โดยคู่เงินประเภทนี้ถูกจัดว่าเป็น “คู่เงินแปลกใหม่” ในตลาดฟอเร็กซ์

ไม่ว่าคุณจะใช้บริการโบรกเกอร์ Forex ในอินเดียหรือเลือกกลยุทธ์การลงทุนที่ครอบคลุมทั้งคู่เงินหลักและคู่เงินรอง มีปัจจัย 8 ข้อที่สำคัญซึ่งจะช่วยยกระดับเทคนิคการเทรด แม้กำไรจะไม่สามารถรับประกันได้ 100% แต่ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยลดความเสี่ยงจากการขาดทุนได้มากขึ้น

1. ติดตามตัวเลข GDP
ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) คือมูลค่ารวมของสินค้าและบริการที่ประเทศหนึ่ง ๆ สร้างขึ้นภายในระยะเวลาที่กำหนด การดูอัตราการเติบโตของ GDP ช่วยให้นักเทรดเปรียบเทียบการขยายตัวของเศรษฐกิจในแต่ละช่วงเวลา ประเทศที่มีการเติบโตสูงมักดึงดูดการลงทุน ส่งผลให้ค่าเงินแข็งค่ามากขึ้น

2. ตรวจสอบรายงาน NFP
การจ้างงานนอกภาคเกษตร (NFP) เป็นตัวเลขสำคัญที่เกี่ยวข้องกับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ รายงานรายเดือนจากสำนักงานสถิติแรงงานจะสะท้อนภาพรวมตลาดแรงงาน หากตัวเลขสูง หมายถึงมีการสร้างงานมากขึ้น เศรษฐกิจเติบโตและ USD แข็งค่า ในทางกลับกัน ตัวเลขที่ต่ำบ่งชี้ถึงการชะลอตัว ค่าเงินดอลลาร์มีแนวโน้มอ่อนลง

3. พิจารณาอัตราการว่างงาน
ตัวเลขนี้สามารถใช้ได้กับทุกประเทศ ไม่ใช่เฉพาะสหรัฐฯ โดยเป็นตัวชี้วัดเปอร์เซ็นต์ของแรงงานที่ยังหางานไม่ได้ อัตราการว่างงานที่สูงบ่งบอกถึงสัญญาณลบทางเศรษฐกิจ และยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อ GDP เนื่องจากกำลังซื้อภายในประเทศลดลง

4. ติดตามการปรับอัตราดอกเบี้ย
นโยบายการเงินของธนาคารกลางมีผลโดยตรงต่อตลาด Forex เมื่อเกิดภาวะถดถอยหรือชะลอตัว ธนาคารกลางมักปรับอัตราดอกเบี้ยเพื่อรักษาเสถียรภาพ หากดอกเบี้ยสูงขึ้น อาจกดดันเศรษฐกิจและทำให้ค่าเงินของบางประเทศมีแนวโน้มลดลง

5. เฝ้าดูดัชนี CPI
ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ใช้วัดค่าครองชีพและระดับเงินเฟ้อ หากอัตราเงินเฟ้อพุ่งสูงเกินไป ค่าสกุลเงินอาจอ่อนลง แต่หากตัวเลข CPI อยู่ในเกณฑ์ดี ธนาคารกลางมีแนวโน้มปรับขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งจะช่วยหนุนให้ค่าเงินแข็งค่าขึ้น

6. วิเคราะห์ข้อมูล PMI
ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) สะท้อนถึงความเคลื่อนไหวของภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการ โดยใช้ประเมินว่าประเทศมีศักยภาพในการขยายตัวหรือไม่ ข้อมูลนี้ช่วยให้นักเทรดเข้าใจวัฏจักรเศรษฐกิจ เช่น การเติบโต การชะลอตัว หรือภาวะถดถอย

7. รายงานยอดค้าปลีกพื้นฐาน
ตัวชี้วัดนี้เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจสหรัฐและค่าเงินดอลลาร์ เน้นการวิเคราะห์ยอดขายสินค้าโดยไม่รวมรถยนต์และพลังงาน รายงานดังกล่าวช่วยให้นักเทรดเข้าใจพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภค ซึ่งมีผลโดยตรงต่อการเคลื่อนไหวของค่าเงิน

8. ผลกระทบจากการเลือกตั้ง
การเลือกตั้งในประเทศต่าง ๆ มักสร้างความไม่แน่นอนทั้งทางการเมืองและเศรษฐกิจ ความผันผวนเช่นนี้อาจทำให้นักลงทุนต่างชาติชะลอการลงทุน ส่งผลให้ค่าเงินอ่อนลง เมื่อผลเลือกตั้งสิ้นสุด ตลาดมักกลับเข้าสู่แนวโน้มที่ชัดเจนมากขึ้น


(https://img5.pic.in.th/file/secure-sv1/IMG_5276c1b76d9d84443b74.jpeg) (https://pic.in.th/image/IMG-5276.yomOBh)