สวัสดีค่ะ ในช่วงที่สถานการณ์โลกยังตึงเครียด ราคาของหลายอย่างเริ่มแพงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเป็นของกินหรือของใช้ในชีวิตประจำวัน ผู้คนจึงต้องปรับตัวและระวังการใช้จ่ายมากขึ้น ซึ่งสะท้อนแรงกดดันทางเศรษฐกิจได้ดี และสำหรับสายเทรด Forex วันนี้เรามารู้จัก ‘สงครามค่าเงิน’ ส่งผลต่อตลาด Forex ยังไง? ใครได้-ใครเสีย? สงครามค่าเงิน (Currency War) คือการแข่งขันทางเศรษฐกิจที่ประเทศต่าง ๆ พยายามลดค่าเงินของตนเอง โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อกระตุ้นการส่งออก และส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจภายในประเทศ แม้โดยทั่วไปสงครามค่าเงินมักทำให้เศรษฐกิจของประเทศคู่แข่งชะลอตัวในระยะสั้น แต่ก็มีบางประเทศที่สามารถได้เปรียบจากสถานการณ์นี้ และทำให้ประเทศอื่นเสียเปรียบแทน อย่างไรก็ตาม เรายังไม่สามารถสรุปผลลัพธ์ของสงครามค่าเงินได้อย่างชัดเจน เนื่องจากยังไม่เคยมีเหตุการณ์ที่สร้างผลกระทบรุนแรงในระดับที่แน่ชัด
ในอดีต การลดค่าเงินเพื่อแข่งขันกันนั้นเกิดขึ้นได้ค่อนข้างยาก เพราะโดยปกติประเทศต่าง ๆ มักต้องการรักษามูลค่าเงินของตนให้แข็งแกร่ง ระบบส่วนใหญ่จึงปล่อยให้กลไกตลาดเป็นตัวกำหนด หรือมีการแทรกแซงในรูปแบบอัตราแลกเปลี่ยนแบบมีการจัดการ อย่างไรก็ตาม มีข้อยกเว้นสำคัญในช่วงทศวรรษที่ 1930 เมื่อหลายประเทศละทิ้งมาตรฐานทองคำในช่วงภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ และใช้การลดค่าเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ แม้ในช่วงหลังจะไม่ค่อยเกิดสงครามค่าเงินขนาดใหญ่ แต่ก็มีเหตุการณ์บางช่วงที่สร้างความกังวลว่าอาจเป็นชนวนของสงครามค่าเงินได้
ตัวอย่างเช่น การปรับลดค่าเงินหยวนของจีนอย่างต่อเนื่องในช่วงปี 2015-2016 ซึ่งสร้างความกังวลในตลาดโลกอย่างมาก เนื่องจากการอ่อนค่าของหยวนทำให้สินค้าส่งออกของจีนมีราคาถูกลงในตลาดต่างประเทศ ในขณะที่สินค้านำเข้ามีราคาแพงขึ้น ส่งผลให้จีนมีความได้เปรียบด้านการแข่งขัน นักวิเคราะห์หลายคนมองว่าสถานการณ์เช่นนี้อาจนำไปสู่ผลกระทบในเชิงลบต่อระบบเศรษฐกิจโลกโดยรวม แล้วตลาด Forex ล่ะ?
สงครามค่าเงินกับตลาด Forex
นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่า เมื่อเกิดสงครามค่าเงิน ตลาด Forex จะมีความผันผวนเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ซึ่งในตลาดนี้ การเคลื่อนไหวของราคาคือโอกาสในการทำกำไร หากสามารถคาดการณ์ทิศทางได้ถูกต้อง ความผันผวนจึงกลายเป็นเครื่องมือสำคัญของเทรดเดอร์
เมื่อความผันผวนสูงขึ้น เรามักจะเห็นช่วงราคาที่กว้างขึ้น ปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้น และแนวโน้มของตลาดที่ชัดเจนมากขึ้น เช่น ในช่วงตลาดตั้งรับอาจมีแรงซื้อไม่มาก และเมื่อเกิดการปรับตัวแรงก็อาจมีแรงขายลดลง ในขณะเดียวกัน เทรดเดอร์จำนวนไม่น้อยอาจหลีกเลี่ยงการถือสถานะนาน เนื่องจากราคาสามารถเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากกำไรกลายเป็นขาดทุนได้
การวิเคราะห์เชิงลึกของความผันผวนยังพบว่า ตลาดมีแนวโน้มปรับตัวลงมากขึ้นในช่วงที่ความผันผวนสูง ขณะที่ช่วงความผันผวนต่ำมักเกิดในตลาดขาขึ้น
หากเกิดสงครามค่าเงินที่ทำให้ตลาดผันผวน คุณควรมองสถานการณ์นี้เป็นโอกาส แต่ต้องมีการวางแผนที่รอบคอบ ควบคุมอารมณ์ให้ดี และตั้ง Stop Loss อย่างเหมาะสม แม้โอกาสในการทำกำไรจะเพิ่มขึ้น แต่ความเสี่ยงในการขาดทุนก็สูงขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน
(https://img2.pic.in.th/businessman-background-laptop-phone_162998-180.jpg) (https://pic.in.th/image/businessman-background-laptop-phone-162998-180.D1X55E)