สวัสดีค่ะ เผลอแป๊บเดียวก็เดินทางมาถึงช่วงกลางปีอีกแล้ว หลายคนอาจกำลังทบทวนเป้าหมายที่ตั้งไว้เมื่อต้นปี ว่าทำได้มากน้อยแค่ไหน เวลาที่ผ่านไปอย่างรวดเร็วแบบนี้ ทำให้ต้องกลับมาวางแผนทั้งชีวิตและการเงินอีกครั้ง และสำหรับสายเทรด Forex วันนี้เรามาดูกันว่า เทรด Forex ด้วยข่าว กับ 5 ข่าวแรงที่เทรดเดอร์ต้องรู้
1. Unemployment Rate
2. GDP (Gross Domestic Product)
3. CPI (Consumer Price Index)
4. Interest Rate
5. NFP
เทรด Forex ด้วยข่าว กับ 5 ข่าวแรงที่เทรดเดอร์ต้องรู้ :D :D
1. Unemployment Rate: อัตราการว่างงาน
รายงานอัตราการว่างงานส่งผลกระทบต่อตลาดการเงินอย่างไร?
อัตราการว่างงานที่เพิ่มขึ้น >>> แปลว่า คนไม่มีงานทำหรือหางานไม่ได้ เพราะธุรกิจลดรายจ่ายหรือเลิกกิจการ ส่งผลให้ผู้คนจับจ่ายใช้สอยน้อยลง ระบบเศรษฐกิจตกต่ำ
(ค่าเงินมีแนวโน้มที่จะลดลง)
อัตราการว่างงานที่ลดลง >>> แปลว่า คนมีงานทำมากขึ้น ผู้คนใช้เงินมากขึ้น ส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น ระบบเศรษฐกิจแข็งแกร่งขึ้น
(ค่าเงินมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้น)
2. GDP: ดัชนีชี้วัดผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ
GDP คือ ค่าที่ใช้วัดความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ มีชื่อเต็มว่า Gross Domestic Product หมายถึงผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ ซึ่งถือว่าเป็นข้อมูลมาตรฐานของมูลค่าในตัวเงินกับขนาดโดยรวมของเศรษฐกิจของประเทศ
GDP ส่งผลกระทบต่อตลาดการเงินอย่างไร?
GDP เพิ่มขึ้น >>> หมายความว่า มีการใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้นภายในประเทศ ทำให้เศรษฐกิจภาพรวมของประเทศนั้นเติบโตขึ้น
(ค่าเงินมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้น)
GDP ลดลง >>> หมายความว่า มีการใช้เงินน้อยลง บ่งบอกถึงภาวะเศรษฐกิจของประเทศนั้นหยุดชะงักหรือชะลอตัวลง
(ค่าเงินมีแนวโน้มที่จะลดลง)
3. CPI: ดัชนีราคาผู้บริโภค
Consumer Price Index (CPI) ดัชนีราคาผู้บริโภค คือ ตัวชี้วัดการเปลี่ยนแปลงของราคาสินค้าโดยเฉลี่ยในแต่ละช่วงเวลา ซึ่งถูกใช้อย่างกว้างขวางเพื่อวัดอัตราเงินเฟ้อ โดยตัวเลข CPI ที่สูงแปลได้ว่าเงินเฟ้อสูง
CPI ส่งผลกระทบต่อตลาดการเงินอย่างไร?
CPI มีค่าบวก >>> หมายความว่า สินค้าและบริการมีราคาเพิ่มขึ้นมาก ผู้คนใช้จ่ายเงินมากขึ้น อัตราเงินเฟ้อเพิ่มมาก นั่นแสดงว่าระบบเศรษฐกิจแข็งแกร่งขึ้น
(ค่าเงินมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้น)
CPI มีค่าติดลบ >>> หมายความว่า สินค้าและบริการมีราคาเพิ่มขึ้นน้อย อัตราเงินเฟ้อเพิ่มน้อย หากเกิดขึ้นติดต่อกันยาวนานอาจทำให้เกิดภาวะเงินฝืดได้
(ค่าเงินมีแนวโน้มที่จะลดลง)
4. Interest Rate: อัตราดอกเบี้ย
เมื่อธนาคารกลางเห็นว่าประเทศกำลังตกอยู่ในสภาวะเงินเฟ้อหรือภาวะเงินฝืด ก็จะมีมาตรการปรับอัตราดอกเบี้ยให้กลับมาอยู่ในจุดสมดุล
การปรับอัตราดอกเบี้ย (Interest Rate) ส่งผลกระทบต่อตลาดการเงินอย่างไร?
การเพิ่มอัตราดอกเบี้ย >>> เมื่อดอกเบี้ยสูงขึ้น ผู้คนเริ่มระมัดระวังในการใช้จ่าย ส่งผลให้เงินเฟ้อและการเติบโตทางเศรษฐกิจชะลอตัวลง
(ค่าเงินมีแนวโน้มที่จะชะลอตัวลง ไม่พุ่งขึ้นสูง)
การลดอัตราดอกเบี้ย >>> เมื่อดอกเบี้ยต่ำลง เป็นแรงจูงใจให้ผู้คนเข้ามาทำกิจกรรมในระบบเศรษฐกิจมากขึ้น เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ซบเซาให้มีชีวิตชีวา
(ค่าเงินมีแนวโน้มที่จะเพิ่มสูงขึ้น)
5. NFP (Non-Farm Payrolls): ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตร
NFP ถือว่าเป็นดัชนีชี้นำทางเศรษฐกิจที่มีความสำคัญมากที่สุดตัวหนึ่งของสหรัฐอเมริกา ตัวเลขนี้เป็นการรวบรวมอัตราการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในแต่ละเดือน ซึ่งหมายถึงปริมาณการจ้างงานที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า ใช้สะท้อนการขยายตัวหรือหดตัวทางเศรษฐกิจผ่านการจ้างงานที่มีแนวโน้มลดลงหรือเพิ่มขึ้น
NFP ส่งผลกระทบต่อตลาดการเงินอย่างไร?
NFP เป็นบวก >>> หมายความว่า มีการจ้างงานเพิ่มขึ้น ผู้คนมีเงินมากขึ้น ใช้จ่ายมากขึ้น ส่งผลให้ภาพรวมเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาขยายตัวขึ้น
(ค่าเงินมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้น)
NFP เป็นลบ >>> หมายความว่า การจ้างงานลดลง ผู้คนใช้จ่ายอย่างระมัดระวัง ส่งผลให้ภาพรวมเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาหดตัวลง
(ค่าเงินมีแนวโน้มที่จะลดลง)
(https://img1.pic.in.th/images/5cb5c61c6965c1555416604-1.jpeg) (https://pic.in.th/image/5cb5c61c6965c1555416604-1.oXElLx)