สวัสดีค่ะ จำกันได้ไหมคะว่าตอนต้นปีเราเคยตั้งเป้าหมายอะไรให้ตัวเองไว้บ้าง บางคนอาจตั้งใจเก็บเงิน ออกกำลังกาย หรือพัฒนาทักษะใหม่ ๆ แต่พอเวลาผ่านไปก็อาจมีเรื่องอื่นเข้ามาจนลืมเป้าหมายเดิมไปบ้าง ส่วนตัวคิดว่าไม่จำเป็นต้องทำได้ครบทุกอย่าง แค่ค่อย ๆ ลงมือทำและปรับแผนให้เหมาะกับตัวเองก็ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี และสำหรับสายเทรด Forex วันนี้เรามาดูกันว่า กว่าจะก้าวมาเป็น Fulltime Trader ต้องเผชิญกับอะไรบ้าง สรุปออกมาเป็น 5 เหตุผล ดังต่อไปนี้
1. ความกดดันจากครอบครัว
คนทั่วไปยังมีมุมมองว่า การเทรดเป็นการพนันบ้าง เป็นการเก็งกำไรบ้าง หรือเป็นอาชีพที่ไม่มีความมั่นคง เมื่อเทียบกับการทำงานประจำที่ดูมั่นคงกว่า ดังนั้น เมื่อลูกหลานต้องการลาออกมาเทรดหุ้นอย่างเต็มตัว ครอบครัวจึงมักไม่ค่อยเห็นด้วย คนที่เติบโตมาก่อนยุค 2540 ยังมีภาพจำเกี่ยวกับคำว่าวิกฤตเศรษฐกิจ โดยเฉพาะช่วงวิกฤตต้มยำกุ้ง (Tom Yum Kung Crisis) ที่ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ร่วงลงจาก 1,780 จุด เหลือเพียง 217 จุด มีสถาบันการเงิน 56 แห่งถูกปิดกิจการ และมีข่าวคนใช้ปืนจ่อยิงตัวเองที่ตลาดหลักทรัพย์จนเป็นข่าวใหญ่ไปทั่วประเทศ เหตุการณ์เหล่านี้ทำให้ตลาดหุ้นยังคงเป็นสิ่งที่น่ากลัวในความรู้สึกของคนรุ่นนั้น ส่วนเด็กรุ่นใหม่ยังไม่เคยเผชิญวิกฤตในช่วงเวลาดังกล่าว อย่างมากก็ผ่านวิกฤต Hamburger Crisis มาแล้วเท่านั้น มุมมองของคนสองรุ่นจึงแตกต่างกันอย่างชัดเจน
2. ความกดดันจากตัวเอง
ลองนึกภาพว่า หากเราเลือกออกมาเทรดหุ้นเต็มเวลา ในขณะที่เพื่อนคนอื่นตัดสินใจทำงานประจำ เมื่อเวลาผ่านไป 5 ปี หรือ 10 ปี เพื่อนของเราต่างมีตำแหน่งหน้าที่การงานที่ดีขึ้น พร้อมกับเงินเดือนที่เพิ่มสูงขึ้น สิ่งเหล่านี้อาจกลายเป็นแรงกดดันโดยที่เราไม่รู้ตัว ทำให้เริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่ากำลังทำอะไรอยู่ หากยังไม่ประสบความสำเร็จจากการเป็น Fulltime Trader โดยเฉพาะเมื่อเราเลือกเส้นทางนี้มานานเกิน 3 ปี ก็อาจเข้าสู่ช่วงที่เรียกว่า The Point of No Return หรือจุดที่ยากจะหันหลังกลับ เพราะตลาดแรงงานมีนักศึกษาจบใหม่เข้ามาแข่งขันอยู่ตลอดเวลา หากเราไม่มีประสบการณ์ที่มากพอจะสร้างความได้เปรียบ ก็อาจต้องกลับไปสมัครงานในตำแหน่งเดียวกับคนที่เพิ่งเรียนจบแทน
3. ชีวิตต้องมีค่าใช้จ่ายทุกเดือน แต่หุ้นไม่ได้เทรดง่ายได้ทุกเดือน
เป็นเรื่องจริงที่ว่า ในช่วงตลาดหุ้นขาขึ้น การเทรดมักทำกำไรได้ง่ายกว่าเดิม (แต่อาจมีบางคนที่ยังขาดทุนในช่วงขาขึ้น หากเทรดสวนแนวโน้มหรือเข้าซื้อขายหุ้นผิดจังหวะ) อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นมีสภาวะหลักทั้งหมด 6 รูปแบบ ตามที่เคยกล่าวไว้ ได้แก่
- A. ตลาดขาขึ้นอย่างรุนแรง Super Bullish
- B. ตลาดขาขึ้น Uptrend
- C. ตลาด Sideway ที่มีความผันผวน Volatile
- D. ตลาด Sideway ที่แทบไม่มีความผันผวน Volatile
- E. ตลาดขาลงแบบต้มกบ Downtrend
- F. ตลาดแตกตื่นอย่างรุนแรง Super Bearish
สภาวะตลาดที่เทรดได้ยากที่สุดคือ Sideway ที่ไม่มีความผันผวน และตลาดขาลงแบบต้มกบ บางครั้งการไม่ทำอะไรเลยอาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่า ยกเว้นคนที่ถนัดการเปิดสถานะ Short การเทรด Put DW หรือสาย Scalper ที่เน้นความรวดเร็วและพยายามทำกำไรให้ผ่านไปได้ในแต่ละวัน
ดังนั้น การตั้งเป้าหมายสร้างผลตอบแทนให้ได้ 10% ต่อเดือน อาจเป็นไปได้เฉพาะในช่วงตลาด Super Bullish, Uptrend, Sideway ที่มีความผันผวนและต้องอาศัยฝีมือ หรือ Super Bearish ที่ต้องถือสถานะ Short ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ เมื่อเข้าสู่ช่วงที่ตลาดเทรดยาก หลายครั้งเลือกไปทำอย่างอื่นแทน ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางท่องเที่ยวหรือทำงานด้านอื่น พร้อมเก็บเงินสดเอาไว้ เพราะสภาพตลาดไม่เอื้ออำนวยและการฝืนเทรดอาจไม่คุ้มค่า แต่หากมีเงินทุนเริ่มต้นน้อยแล้วยังตัดสินใจเป็น Fulltime Trader คำถามสำคัญคือจะนำเงินจากที่ไหนมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ดังนั้น การประเมินรายจ่ายให้รอบคอบจึงเป็นสิ่งจำเป็น
4. เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา
ตัวอย่างเช่น อยู่ดี ๆ Donald Trump ออกมาทวีตว่าจะปรับขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากจีน จาก 10% เป็น 25% ส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวลงอย่างหนักในวันถัดมา นี่เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งของเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัว บางครั้งสถานการณ์ที่คาดไม่ถึงสามารถเปลี่ยนกำไรที่มีอยู่ให้กลายเป็นขาดทุนได้ในเวลาไม่นาน และเหตุการณ์ลักษณะนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวต่อปี แต่สามารถเกิดซ้ำได้หลายครั้ง Fulltime Trader จึงต้องเผชิญกับสถานการณ์เช่นนี้อยู่เสมอ บางครั้งเราอาจมั่นใจในตัวเองมากเกินไปจนเกิดการ Overtrade และลงเงินเต็มกำลัง แต่เมื่อ Trump ประกาศมาตรการบางอย่างออกมา ก็อาจต้องรีบปรับตัวหรือปิดสถานะจนแทบไม่ทัน
5. สังคมมองว่า Trader ไม่ได้สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศรษฐกิจ
เนื่องจากอาชีพนี้ไม่ได้สร้าง Product หรือสินค้าที่จับต้องได้ขึ้นมาโดยตรง เทรดเดอร์จึงมักถูกมองในแง่ลบจากคนในภาคการผลิต แม้เราจะเป็นส่วนหนึ่งของระบบซื้อขายแลกเปลี่ยนและช่วยเพิ่มปริมาณการซื้อขาย (Volume) แต่ก็ไม่ได้ผลิตสินค้าขึ้นมาเอง หลายคนอาจคิดว่าประเด็นนี้ไม่เกี่ยวข้องกับตัวเองมากนัก เพราะเป็นเพียงมุมมองของสังคม แต่ในความเป็นจริง เรื่องนี้มีผลมากกว่าที่คิด ในวันที่เราประสบความสำเร็จ แทบไม่มีใครหยิบประเด็นดังกล่าวมาพูดถึง แต่เมื่อใดที่เราเผชิญปัญหา แรงกดดันจากคนรอบข้างที่มีความคิดเห็นแตกต่างก็อาจเกิดขึ้นได้ทันที
สำหรับวิธีที่ใช้รับมือกับเรื่องนี้คือการตอบโต้ด้วยเหตุผล โดยนำกำไรจากการเทรดไปลงทุนต่อยอดธุรกิจ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศรษฐกิจ หรือแบ่งเงินไปทำบุญและช่วยเหลือผู้อื่น จากนั้นจึงถามกลับไปว่า แล้วคุณได้ทำอะไรบ้าง?
หากคิดว่าตัวเองสามารถผ่านความกดดันทั้ง 5 ข้อนี้ไปได้ ในตอนหน้าเราจะมาเริ่มต้นเส้นทางการเป็น Fulltime Trader อย่างจริงจังกัน
(https://s.imgz.io/2026/10/17/how-to-choose-trusted-forex-broker-th-main0a41cca2df5855a3.webp) (https://imgz.io/image/how-to-choose-trusted-forex-broker-th-main.gmUK2e)