แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - Mono47

หน้า: [1] 2 3 ... 5
1
ในการเทรด Forex แต่ละคนจะมีกลยุทธ์วิธีการเทรดที่แตกต่างตามความถนัดของบุคคล ซึ่งวันนั้เรามาดู กลยุทธ์การเทรด Forex (ฟอเร็กซ์) ว่ามีแบบไหนบ้าง ไปดูกันเลยจ้า

 ::) ::) ::) ???



การวิเคราะห์ Forex พื้นฐาน

สำหรับตรงนี้คุณจะมองหาตัวชี้วัดพื้นฐานของตลาดรวมทั้งพยายามตัดสินว่าจะไปทางแนวทางใดในเหตุการณ์หนึ่งใดโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ดึงราคาสกุลเงินนั้นๆนี่เป็นกลยุทธ์ที่ซับซ้อนที่เกี่ยวข้องกับการวิเคราะห์คู่สกุลเงินที่เข้าและก็ออกของตลาด คุณอาจจะยังคงวางใจในข้อมูลที่ปล่อยออกมาและก็ข่าวต่างๆซึ่งสามารถสัมผัสถึงแนวโน้มของคู่สกุลเงินนั้นได้



การวิเคราะห์ Forex เชิงเทคนิค

นี่เป็นกลยุทธ์ยอดฮิตอีกอันหนึ่ง ซึ่งเกี่ยวข้องกับการวิเคราะห์พฤิตกรรมของคู่สกุลเงินในอดีตและก็ที่ผ่านมาเร็วๆนี้ เพื่อจะทราบถึงแนวโน้มในอนาคต กลยุทธ์นี้ตรึงนักเทรดโดยมากสำหรับเพื่อการเลือกตำแหน่งในตลาดสืบเนื่องจากอุปสงค์แล้วก็อุปทานของคู่สกุลเงิน มันให้พื้นฐานที่มีความเป็นจริง แล้วก็เป็นวิทยาศาสตร์สำหรับเพื่อการพิจารณาว่าจะเข้าหรือออกจากตำแหน่งตอนไหน



การเทรด Forex (ฟอเร็กซ์) แบบรายวัน

คุณจะเข้าหรือออกในตำแหน่งสำหรับการเทรดโดยเฉพาะภายในระยะเวลาสั้นๆเมื่อลงสู่เงินทุนในตลาดสำหรับการเทรดแบบวันเดียว คุณจะตระหนักถึงผลประโยชน์หลากหลายประการ รวมทั้งความเสี่ยงยอดเงินทุนที่จำกัด การลดค่าใช้จ่าย และก็การสร้างเงินหมุนเวียนที่มาเป็นประจำ



การเทรด Forex (ฟอเร็กซ์) ระยะสั้น

นี่เป็นกลยุทธ์การเทรดในระหว่างวันที่ให้คุณได้เงินจำนวนเล็กน้อยแต่ว่าอย่างต่อเนื่องทุกวันซึ่งคุณสามารถได้กำไรอย่างเห็นได้ชัดๆการซื้อขายระยะสั้นๆนี้ขึ้นกับความมีวินัย การลงค่าใช้จ่ายต่ำ การออกอย่างแม่นยำถูกต้องรวมทั้งทำไปอย่างมั่นคง คุณจะต้องมองหาคู่สกุลเงินที่มีสภาพคล่องแล้วก็ผันผวนสูง ขอบคุณสำหรับเครื่องมือที่ทันสมัย คุณจะสามารถใช้กลยุทธ์ของคุณอย่างอัตโนมัติได้เต็มที่ ที่คุณทำการเทรดในระยะไกลได้



การเทรดตามเทรนด์หรือแนวโน้ม

ด้วยกลยุทธ์นี้ คุณดูแนวโน้มในอดีตรวมทั้งสร้างวิธีการขึ้นมาโดยหวังว่าแบบจะเกิดขึ้นซ้ำอีกในปัจจุบันหรืออนาคต คุณจะลองระบุถึงตัวชี้วัดแนวโน้มที่ขึ้นหรือลงเพื่อตัดสินถึงราคาของสกุลเงินจะขยับไปสักเท่าไร



การเทรดแบบ Momentum

ตรงนี้คุณได้สังเกตการเคลื่อนไหวของราคาสกุลเงินในทิศทางที่เฉพาะเจาะจงและก็วางตำแหน่งการค้าของคุณเพื่อสอดคล้องกับแนวโน้มของแต่ละบุคคล การเคลื่อนไหวของสกุลเงินที่ตกลงจะระบุถึงแนวโน้มที่จะตีกลับขึ้นมาได้ คุณจำเป็นที่จะต้องศึกษาตัวช่วยทางรูปภาพได้แก่ กราฟแท่งเทียนและก็ออสซิเลเตอร์ สำหรับในการตรวจสอบดูทั้งยังการเคลื่อนไหวแล้วก็ปริมาณของราคาสกุลเงินทั้งสองอย่าง



กลยุทธ์การฝ่าวงล้อม

คุณจะสังเกตุการเคลื่อนไหวของราคาเพื่อระบุถึงจุดที่ฝ่าออกไปภายในย่านใดย่านหนึ่งโดยเฉพาะรวมทั้งหาจุดเข้าที่สมควร หากราคาสกุลเงินขึ้นไปสูงจากแนวต้านก่อนหน้า คุณจะวางตำแหน่งการเทรดโดยคาดหวังให้ราคายังคงอยู่ในจังหวะโมเมนตั้มที่ขึ้นไปรวมทั้งอาจจะในทางที่ตรงข้ามกัน



ย่านการเทรด

ด้วยกลยุทธ์นี้ คุณจะเข้าแล้วก็ออกในตำแหน่งตามแนวต้านและก็และแนวรับที่คาดการณ์ได้แล้วก็หวังว่าราคาจะยังคงที่ภายในย่านที่ทำนายไว้



การเทรดที่แกว่งหรือสวิง

นี่เป็นกลยุทธ์การเทรดฟอเร็กซ์ในแบบกลาง คุณยึดตำแหน่งในระยะสั้นปานกลาง เช่นหนึ่งวัน หรือหนึ่งสัปดาห์ นี่เป็นกลยุทธ์สุดวิเศษที่คุณมองหาฟูกรองรับการเทรดของคุณจากการเคลื่อนไหวของราคาที่ผิดพลาดไป คุณยังจะสามารถตั้งระดับสต๊อบลอสต์ได้มากกว่า



กลยุทธ์ย้อนกลับ

คุณจะเข้าในตำแหน่งการเทรดในช่วงเวลาที่คาดการณ์การเคลื่อนไหวของราคาในแบบที่กลับกัน เป็นกลยุทธ์ที่มีความเสี่ยงรวมทั้งซับซ้อนและต้องการการสังเกตอย่างละเอียดถึงตัวบ่งชี้โมเมนตั้มแล้วก็ปริมาณของตลาด คุณยังจะต้องใช้สัญญาณที่มองเห็นและเครื่องมือเทรนด์การตลาดที่หลากหลายเพื่อคาดการณ์การย้อนกลับ สัญญาณดังกล่าวเป็น หัวรวมทั้งไหล่ และ ดับเบิ้ลท๊อปและดับเบิ้ลบอตท่อม จะช่วยทำให้คุณคาดการณ์ถึงเทรนด์ที่ย้อนกลับได้



จุดไพว๊อท

คุณจะต้องระบุถึงแนวต้านและก็แนวรับโดยการดูค่าเฉลี่ยของระยะการเทรดก่อนหน้านี้ สิ่งนี้จะช่วยคุณให้คาดการณ์ถึงความสูงแล้วก็ต่ำของช่วงระยะการเทรดในปัจจุบันโดยการวัดว่าการเทรดนั้นจะดำเนินไปอีกนานแค่ไหน คุณยังควรที่จะสามารถตัดสินใจว่าการเบรคเอาท์จะเกิดขึ้นหรือระยะค่าราคาได้โพ้นเลยไปแล้วก็คาดการณ์ว่าตลาดสกุลเงินจะเคลื่อนไปอย่างไร



2
หลายๆ คนขาดทุนกับการลงทุน แน่นอนว่าเราควรใช้เงินเย็น เพื่อไม่ให้เดือดร้อน เพราะทุกการลงทุนมีความเสี่ยง และวันนี้เรามาดู เทคนิคเทรด Forex ไม่ให้ขาดทุน  อัพเดต 2021 จะเป็นยังไงไปดูพร้อมกันเลยจ้า

 :-* :-* ;) ;)


คุณคงกำลังกังวลว่า เมื่อมาลงทุนในตลาด Forex แล้วจะขาดทุน ซึ่งต้องบอกและขอเตือนไว้ก่อนเลยว่า คุณไม่มีมีทางหลีกหนีการขาดทุนจากการเทรด Forex ได้อย่างแน่นอน เพราะว่าที่คุณเห็นว่ามีหลายๆคนที่ เทรด Forex แล้วประสบความสำเร็จจากการ ลงทุนในตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศอย่างมากมาย พวกเขาล้วนเคยขาดทุน รวมทั้งยังคงขาดทุนอยู่ เพียงแต่พวกเขาต้องหาวิธีการเทรดให้ขาดทุนน้อยลง รวมทั้งเทรดให้กำไรมากพอทีจะหักลบกลบหนี้ ซึ่งการเทรด Forex ไม่ให้ขาดทุนนั้น มีวิธีการรวมทั้งแนวทางที่หลากหลาย โดยจะเป็นอย่างไรบ้างนั้นเราไปดูพร้อมๆกันเลย


1. ศึกษาหาความรู้เรื่อง Forex ให้มากขึ้น

โดยจะต้องไม่ทำแบบงูๆปลาๆคุณจำเป็นที่จะต้องรู้ทุกอย่างที่เกี่ยวกับ Forex ถึงแม้ว่าจะต้องใช้เวลาสำหรับในการทำความเข้าใจนาน แต่ว่าก็แนะนำว่าให้ค่อยๆเป็นค่อยๆไป ลองเรียนรู้แล้วก็ควบคู่กับการเทรด Demo ไปก่อนก็ได้



2. สร้างแผนการเทรดและ Money Management สำหรับตัวของเราเอง

คุณต้องค้นหาสไตล์การเทรดของคุณก่อน หลังจากนั้นค่อยมาวางแผนและระบบการเทรด และก็ MM ที่เข้ากับสไตล์การเทรด Forex ของคุณ การสร้างแผนการเทรดที่ดีจะต้องมาจากการทดลองเทรดรวมทั้งบันทึกถูกผิดเอาไว้ เพื่อเก็บรวบรวมเป็นสถิติที่มีความเชื่อถือได้



3. เทรด Forex ในจำนวนที่น้อยลง

หากเมื่อก่อนคุณอาจจะเทรดอย่างบ้าคลั่งวันละ 10 กว่ารอบ แม้คุณพบว่าการเทรดแบบนี้ไม่ได้ช่วยทำให้ได้กำไรมากมาย หรือมันทำให้คุณเครียดเกินไป ลองลดจำนวนการเทรดอาจจะวันละ 1 ครั้ง หรือสัปดาห์ละครั้งก็ได้ ซึ่งคุณสามารถทำกำไรได้มากโดยการไปเพิ่ม Lot size ก็ได้



4. มีสติสำหรับการเทรดให้มากขึ้น

หากคุณมีสติ จะสามารถนำมาใช้ในการควบคุมอารมณ์ของตัวเอง และไม่ปล่อยให้อารมณ์มาอยู่เหนือการเทรด Forex คุณต้องใช้สติควบคุมการเทรดให้เป็นไปตามแผนที่คุณวางไว้




3
สำหรับนักลงทุนท่านไหนที่กำลังสนใจเทรด Forex วันนี้ต้องห้ามพลาดเลยเด็ดขาดค่ะ เพราะวันนี้เรามาดกันว่า ตลาดเทรด Forex มีข้อดี ข้อเสีย อย่างไร  อัพเดต 2021 จะเป็นยังไงไปดูกันเลยจ้า



ถ้าหากพูดถึงการลงทุน ทุกๆการลงทุนย่อมอยู่คู่กับความเสี่ยง รวมทั้งในทุกๆความเสี่ยงมักจะมาคู่กับผลตอบแทนที่คุ้มค่า การเก็งกำไรในค่าเงินหรือที่เรียกว่า “เทรด Forex” ก็เช่นกัน ค่าของคู่สกุลเงินที่กำลัง Match ต่อสู้แข่งขันกันอยู่ หากมีนักลงทุนท่านใด มีความรู้ความเข้าใจในตลาด และก็พร้อมรับกับความเสี่ยงที่มันสูงๆได้ โอกาสและผลตอบแทนอันมหาศาลก็จะอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมนั่นเอง


ข้อดีของตลาดฟอเร็กซ์


1. เป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดในโลก เปิดตลอด 24 ช.ม. สามารถเทรดได้ทั้งวันทั้งคืน จันทร์ – ศุกร์ ปิดเฉพาะวันหยุดเสาร์-อาทิตย์

2. ตลาดมีความเป็นอิสระ ไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุมของใคร ค่าสกุลเป็นไปตามภาวะเศรษฐกิจที่เติบโตของแต่ละภูมิภาค ซึ่งเป็นไปตามสภาวะเศรษฐกิจโลก

3. เข้าถึงตลาดง่าย สามารถเทรดออนไลน์ ได้ทุกที่ทุกเวลา ผ่านแพลตฟอร์ม MT4-5 ใช้ได้ทั้งใน คอมพิวเตอร์ หรือ มือถือสมาร์ทโฟน ยุบเล็ต แท็บเล็ต ไอแพด ไอโฟน เป็นต้น

4. โบรกเกอร์ฟอเร็กซ์โดยส่วนใหญ่ จะฟรีค่าธรรมเนียมสำหรับในการเทรด

5. เทรดแบบ Short-Selling ได้

6. ฝาก-ถอนเงิน สะดวกสบาย ได้หลายช่องทาง รับทั้งบัตรเครดิต, E-currency และอื่นๆอีกมากมาย

7. มีระบบ Leverage ช่วยสร้างกำไร

8. เปิดโอกาสให้กับนักลงทุนที่มีงบลงทุนน้อย บางโบรกเกอร์ ฝากเงินเริ่มต้นที่ 1 $



ข้อเสียของตลาดฟอเร็กซ์ Forex


การลงทุนมีความเสี่ยงสูง

ยังไม่มีกฎหมายรองรับในประเทศไทย (ปัจจุบัน 2564)



4
ในช่วงนี้ โควิดระบาดมากขึ้น เพื่อนๆ ควรอยู่บ้านและดูแลสุขภาพด้วยนะคะ และวันนี้เรามาดูประโยชน์ของการดูกราฟราคาออก สำหรับการเทรด Forex สำหรับคนที่อยากทำกำไร การอ่านกราฟเป็นถือว่าจะเป็นประโยชน์อย่างมากค่ะ

 ::) ::)






จะทำให้คุณสามารถรู้จุดเข้าออกที่แม่นยำเพิ่มมากขึ้น :

เนื่องจากกราฟราคานั้น เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในรูปแบบซ้ำๆเป็นประจำนะคะ ทีนี้ก็จะมีการจดสถิติเอาไว้ แล้วมานำเสนอกันว่า ถ้ากราฟออกมาเป็นลักษณะนั้น ลักษณะนี้ มีความหมายว่าอย่างไร ทีนี้ถ้าหากคุณดูรูปแบบกราฟราคาออก ย่อมทำให้รู้หรือคาดเดาได้ง่ายว่าทิศทางของกราฟจะเป็นไปในทางไหน หรือมีจุดเข้าออกที่น่าสนใจ น่าเข้าเปิดหรือไม่เป็นต้น



สามารถทำให้คุณรู้จุด Stop Loss ที่แม่นยำเพิ่มมากขึ้น :

สำหรับจุด Stop Loss นั้นเป็นจุดที่มักจะมีการวางไว้ ในกรณีที่กราฟไม่เป็นใจ ราคาหุ้น / หรือคู่เงินต่างไปจากที่คาดการณ์ ก็สามารถใช้เพื่อสำหรับในการหยุดความเสียหายร้ายแรง ที่จะส่งผลกระทบต่อเงินทุนทั้งหมดของคุณได้ การมองกราฟราคาให้ออก ว่าเป็นกราฟลักษณะไหน รูปแบบอะไร นอกจากจะทราบจุดเข้าออกที่แม่นยำแล้ว จังหวะไหนควรจะ Stop Loss คุรก็จะดูออกเช่นกัน



สามารถนำเอาไปใช้ได้กับทั้งหุ้น Forex และไบนารี่ ออฟชั่น :

เนื่องจากว่าแม้การลงทุนทั้งหมดที่กล่าวมานั้น จะมีความแตกต่างกันพอสมควรก็ตามแต่ยังไงก็หนีรูปแบบกราฟไม่พ้นนะคะ เพราะฉะนั้นการอ่านรูปแบบกราฟให้ออก นอกจากจะเป็นการทำให้คุณลดความเสี่ยง สำหรับเพื่อการลงทุนแล้ว คุณก็ยังสามารถใช้กับการลงทุนที่หลากหลายได้อีกด้วย



สามารถช่วยสำหรับในการเลือกแผนการลงทุนที่เหมาะสม :

กราฟแบบไหน เป็นจังหวะอะไร ควรที่จะใช้แผนเทรดอย่างไร คุณจะสามารถเดาได้ง่ายกว่า ด้วยเหตุดังกล่าวนี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมคุณควรหาเวลาว่างไปศึกษา หัดวิเคราะห์ หัดอ่านรูปแบบกราฟให้ออกเป็นอันดับแรกค่ะ



5
หลายๆ คงจะอยากรู้ว่าทำไมตลาดผันผวน ซึ่งวันนี้เรามาดูว่าสาเหตุอะไรบ้างที่ส่งผล หรือมีอิทธิพลต่อตลาด Forex หรือตลาดอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศบ้าง ?


 ??? ??? ??? ???

ปัจจัยที่มีผลต่อตลาดค่าเงินหรือฟอเรกซ์ ก็ไม่ต่างกับตลาดทางการเงินอื่นๆหรือสินค้าอื่นๆในระบบเศรษฐกิจ เพราะเมื่อสินค้าใดที่ความต้องการซื้อหรือมี Demand มากกว่าปริมาณสินค้าหรือฝั่ง Supply สินค้านั้นๆก็จะมีราคาแพงขึ้น ดังนั้น ทุกๆธุรกรรมการซื้อขายแลกเปลี่ยนในตลาด Forex จะมีมีผลต่อราคา จะมากหรือน้อยก็ตามแต่ปริมาณการซื้อขายนั้นๆแต่การที่สกุลเงินหนึ่งๆจะเป็นที่ต้องการหรือไร้ค่าได้นั้น ก็ขึ้นอยู่กับสิ่งที่ตลาดรับรู้ข่าวรวมทั้งเหตุการณ์ทางเศรษฐกิจส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นทั่วโลกมักมีผลกระทบต่อตลาดปัจจัยภายนอกต่างๆสามารถส่งผลต่อระดับ Demand หรือ Supply ของตลาดได้ ซึ่งแน่นอนว่าทั้งหมดจะเกี่ยวข้องกับเรื่องการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน โดยปัจจัยที่ส่งผลต่อ Forex อาจพิจารณาได้ดังต่อไปนี้


· อัตราค่าดอกเบี้ย


· อัตราเงินเฟ้อ


· การเมืองรวมทั้งความมั่นคงของรัฐบาล


· ภัยพิบัติทางธรรมชาติ


· นโยบายพิเศษต่างๆเช่น มาตรการ QE


· ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP)


ถ้าเกิดจะพูดแบบชาวบ้านให้เข้าใจง่ายๆก็คือ ความต้องการซื้อแล้วก็ความต้องการขาย บวกปริมาณ เหมือนหลักเศรษฐศาสตร์ของการตลาดทั่วๆไป ที่ถูกขับเคลื่อนด้วยอุปสงค์และอุปทาน ซึ่งก็คือ


เมื่อมีผู้ซื้อ มากกว่าผู้ขาย = ราคาขึ้น (ราคาขึ้นเมื่อ Order sell น้อยกว่า Order buy)

แต่ว่าถ้าหากมีผู้ขาย มากกว่าผู้ซื้อ = ราคาลง (ราคาลงเมื่อ Order sell มากกว่า Order buy)


นอกจากนี้ยังมีสาเหตุอื่นๆที่มีความเกี่ยวข้องทั้งทางตรงและทางอ้อม สถานะภาพทางเศรษฐกิจของชาติ

– นโยบายของธนาคารกลางสกุลเงิน
– อัตราดอกเบี้ย งบการค้าระหว่างประเทศ
– การนำเข้า การส่งออก ความมั่นคงของชาติ, การเมือง
– การเลือกตั้ง นโยบายทางด้านเศรษฐกิจของพรรคการเมือง ความมั่นใจและความเชื่อมั่นทางตลาดของนักลงทุน
– ความคาดหวังและก็ข่าวลือต่างๆปัจจัยอื่นๆที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้
– ภัยพิบัติทางธรรมชาติ, เหตุก่อวินาศกรรม, จราจล ฯลฯ เจ้ามือ หรือขาใหญ่
– เจ้าของพอร์ตใหญ่ๆที่มีทุนมหาศาล แล้วก็รู้กลไกของตลาด Forex เป็นอย่างดี



6
พูดคุยForexทั่วไป / CFD Forex คืออะไร
« เมื่อ: 21/มิ.ย./2021 10:29:54 »
 :) :) :)

การลงทุนที่มีความเสี่ยงสูงมาก ก็ยิ่งมีค่าตอบแทนมาก แต่กลับกัน ยิ่งเสี่ยงสูงยิ่งมีโอกาสขาดทุนได้มากเช่นกัน และวันนี้มาดูกันว่าCFD Forex คืออะไรกันจ้า ไปดูกันเลยค่ะ


การเทรด CFD มีความเสี่ยงสูง  ซึ่ง  CFD ย่อมาจาก 'Contract for Difference' (สัญญาซื้อขายส่วนต่าง) ซึ่งเป็นสัญญาที่ระบุว่าจะทำการซื้อขายส่วนต่างในราคาของสินทรัพย์ในจุดในตอนที่ทำการเปิดสัญญากับจุดในช่วงเวลาที่ทำการปิดสัญญา


การจะเข้าใจ CFD นั้น จะต้องนึกถึงการลงทุนแบบดั้งเดิม ที่ถ้าหากคุณต้องการลงทุนในบริษัทใดบริษัทหนึ่ง คุณก็ต้องซื้อหุ้นของบริษัทนั้นที่ราคาหุ้นปัจจุบัน จากนั้นก็รอขายหุ้นนั้นๆในราคาที่สูงขึ้นเพื่อทำกำไรจากส่วนต่างของราคาซื้อและก็ราคาขาย


การเทรด CFD ก็ทำได้ด้วยหลักการเดียวกัน ซึ่งก็คือคุณเข้าไปเปิดออเดอร์เทรดสินทรัพย์ที่ราคาหนึ่งๆหลังจากนั้นก็รอให้ราคาปรับเพิ่มขึ้นหรือลดลง แต่ข้อแตกต่าง คือ การเทรด CFD คุณไม่ได้เป็นผู้ถือครองสินทรัพย์นั้นจริงๆแต่ CFD จะเป็นเพียงเครื่องมือ (ตราสารอนุพันธ์) สะท้อนราคาของสินทรัพย์อ้างอิง ทำให้คุณสามารถ "เก็งกำไรได้ทั้งขาขึ้นแล้วก็ขาลง" โดยไม่จำเป็นต้องซื้อสินทรัพย์นั้นจริงๆ



CFD Forex นั้นให้คุณสามารถเทรดคู่สกุลเงินได้หลากหลายคู่ ทั้งคู่สกุลเงินหลัก เช่น EUR/USD, GBP/USD, USD/JPY แล้วก็ AUD/USD คู่สกุลเงินรอง ตัวอย่างเช่น EUR/GBP และ AUD/NZD รวมถึงคู่สกุลเงินแปลกใหม่ ตัวอย่างเช่น USD/CZK ด้วย

ตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศนั้นมีการเก็งกำไรและมีความผันผวนสูง ซึ่งเปิดโอกาสทำกำไรให้กับเทรดเดอร์ที่เชี่ยวชาญได้ไม่น้อย โดยตลาด Forex ยังเปิดกระทำการตลอด 24 ชั่วโมง 5 วันต่อสัปดาห์อีกด้วย มีความหมายว่าคุณสามารถกำหนดเวลาเทรดให้สัมพันธ์กับกิจกรรมอื่นๆของคุณได้

CFD Forex ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ยกตัวอย่างเช่น

EUR/USD
GBP/USD
USD/JPY
EUR/GBP



7
มือใหม่ที่กำลังสนใจเทรด Forex แนะนำว่าต้องเข้าใจและควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อน เพราะการเทรดเป็นการลงทุนที่ใช้เงิน ถ้าหากยังไม่มั่นใจเราควรฝึกกับบัญชีทดลอง และวันนี้มาดูประโยชน์ของ forex demo สำหรับมือใหม่ อัพเดต 2021 กันค่ะ



 ::) ::) ::) ::) ???


1. ทำให้ปลอดภัยต่อเงินจริงของคุณ

ถ้าเกิดคุณเปิดออเดอร์ คู่เงิน EUR/JPY จำนวน 1 Lot ด้วยเงินที่คุณมีใน Balance จำนวน 20,000 บาท จะเกิดอะไรขึ้นนั้น หากการเปิดครั้งนี้ของคุณ คุณทำนายราคาผิดทางตลาด แน่นอนว่าสิ่งนี้อาจจะทำให้คุณจะต้องสูญเสียเงินทั้งหมดในพอร์ตไป แต่ว่าสิ่งนี้จะไม่เกิดขึ้นกับการเทรดด้วยบัญชี forex demo นะคะ เนื่องจากเงินลงทุนของคุณนั้นยังไม่ได้ฝากเข้าไป เงินทั้งหมดที่อยู่ในนั้นคือเงินปลอมทั้งสิ้น ทำให้คุณปลอดภัยจากการเสียเงินจริง



2. ช่วยทดสอบอินดี้ใหม่ๆ

ประโยชน์ของ forex demo ประการอันดับสองเป็น ความสามารถในการทดสอบอินดี้ใหม่ๆเพื่อนำมาใช้เทรดจริงนะคะ โดยปกติแล้วเมื่อพวกเราซื้ออินดี้มา พวกเราก็ต้องติดตั้งลงไปบน mt4 ของพวกเราเพื่อทำการทดสอบ แต่ประเด็นเป็น มันมีเงินจริงๆของพวกเราเข้าไปเกี่ยวข้องซึ่งอาจทำให้ผลของการทดสอบของเรานั้นมีปัญหา กล่าวคือ หากผิดทางเราก็จะเสียเงินนั่นเอง ดังนั้นบัญชี forex demo จะเข้ามาแก้ปัญหาในส่วนนี้ค่ะ คุณสามารถทดสอบอินดี้ไปตามใจต้องการจนกว่าจะพอใจในบัญชี forex demo แล้วค่อยนำไปใช้กับบัญชี real อีกครั้ง



3. เป็นการฝึกฝนทักษะและความชำนาญให้เพิ่มขึ้น

การเปิดออเดอร์ในบัญชี forex demo จะสามารถช่วยฝึกคุณให้มีความชำนาญสำหรับการเทรด forex ที่เพิ่มมากขึ้น ทุกจำนวนตาที่เปิด มีผลต่อความเก่งในตัวของเทรดเดอร์เองเสมอๆดังนั้นจงเทรด และจงเรียนรู้การเทรดที่ถูกต้อง แล้วฝึกฝนกับ forex demo โดยปกติแล้ว ทักษะด้านการเทรดของเราจะพัฒฬนาขึ้นทุกๆ21 ดังนั้นถ้าคุณเป็นมือใหม่ ก็ฝึกสักอย่างน้อย 30 วัน เพื่อให้คุณพร้อมต่อการเทรดในบัญชีจริงๆ นั่นเอง




8
สำหรับนักลงทุน และเทรดเดอร์ Forex เชื่อว่ามีบางคนไม่รู้ว่า Forex เกิดขึ้นเมื่อไหร่ วันนี้เรามาทำความรู้จักตลาด Forex ให้มากขึ้นไปด้วยกันเลยจ้า

 :D :D :D



ตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ เริ่มจัดตั้งขึ้นในช่วงปี 1970 ของรัฐบาลสำหรับการทำธุรกรรม แลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ การจัดการด้านการเงิน ซึ่งกำหนดออกกฎสำหรับความสัมพันธ์ทางการค้ารวมทั้ง การเงินระหว่างประเทศอุตสาหกรรมหลัก ที่สำคัญของโลกหลังสงครามโลกครั้งที่สอง จากข้อมูลของธนาคาร เพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศผลการสำรวจทั่วโลกเบื้องต้นจากการสำรวจธนาคารต่างประเทศในปี 2019 ของตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศและตลาดอนุพันธ์ OTC แสดงให้เห็นว่าการซื้อขายในตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศมีมูลค่าเฉลี่ย 6.6 ล้านล้านดอลลาร์ต่อวัน ในเดือนเมษายน 2019 เมษายน 2559 วัดจากมูลค่าการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศมีการซื้อขายมากกว่าตราสารอื่นๆในเดือนเมษายน 2019 ที่ $ 3.2 ล้านล้านต่อวัน


สภาพคล่องของตลาด forex

ตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ เป็นตลาดการเงินที่มีสภาพคล่องมากที่สุดในโลก รวมทั้งรัฐบาลและธนาคารกลางธนาคาร การค้าอื่นๆและก็บุคคลทั่วไป จากการสำรวจธนาคารกลางสามปี 2019 ซึ่งประสานงานโดยธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 6.6 ล้านล้านดอลลาร์ในเดือนเมษายน 2562 (เทียบกับ 1.9 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2547)



ตลาด forex เป็นตลาดที่เปิดทำการตลอด 24 ชั่วโมงติดต่อกัน ตั้งแต่วันจันทร์-วันศุกร์ จึงทำให้นักลงทุนสามารถวางแผนสำหรับในการซื้อขาย รวมทั้งการติดตามการเคลื่อนไหวของราคาที่เกิดขึ้นได้ตลอดระยะเวลา ตามที่ต้องการ และก็ด้วยเทคโนโลยี 4G ที่ทันสมัยที่ทันสมัยมากขึ้น ก็เลยทำให้เชื่อมต่อกับตลาดได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่ว่านักเทรดมือใหม่ ที่ไม่ได้อยู่ที่บ้าน อาจจะอยู่นอกสถาานที่ เช่น ร้านกาาแฟ หรือไปต่างจังหวัด ก็สามารถเทรดได้ บนมือถือ หรือแท็บเล็ต แค่คุณมีอินเทอร์เน็ต ก็สามารถทำการ ซื้อ-ขายได้ทันที



9
แน่นอนว่าในการลงทุนทุกคนอยากได้กำไรที่มากที่สุด แต่การที่จะคืนทุนไว สิ่งที่เราจะต้องคำนึงก็คือ การลดต้นทุน เพื่อให้ได้กำไรมากที่สุดนั่นเอง และวันนี้มาดูวิธีเลือกโบรกเกอร์ และมาดูว่าโบรกเกอร์ Spread ต่ำ ดีอย่างไรกันนะ...

 ;D ;D ;D


1. ทำให้ลดต้นทุน

ค่า Spread ยิ่งต่ำยิ่งดี ยิ่งทำให้มีโอกาสได้กำไรเยอะขึ้น การเลือกโบรกเกอร์ (Broker) Spread ต่ำ ก็เลยเป็นการช่วยลดต้นทุน เมื่อต้นทุนน้อยลง ก็จะทำให้สามารถทำเงินได้มากขึ้น ทำให้นักเทรดสามารถมุ่งเน้นไปที่การทำกำไรได้ โดยไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับต้นทุนที่อาจสูงขึ้นอีก


2. สามารถเปิดหลายตำแหน่งพร้อมกันได้

การเลือกโบรกเกอร์ที่มี Spread ต่ำ ทำให้นักเทรดสามารถทดลองใช้กลยุทธ์ที่ไม่เหมือนกันได้ในเวลาเดียวกัน เพื่อค้นหากลยุทธ์ที่เหมาะสมกับตัวเอง และก็เหมาะสมกับลักษณะการเทรดในแต่ละวันมากที่สุด โดยนักเทรดสามารถเปิดตำแหน่งเทรดได้หลายตำแหน่งพร้อมกัน ซึ่งนักเทรดจะไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับต้นทุนของธุรกรรมที่สูงในแต่ละตำแหน่ง


3. สามารถใช้กับเทคนิค Scalping ได้

สำหรับเทคนิค Scalping เป็นเคล็ดลับที่มีนักเทรดให้ความนิยมใช้กันอย่างมาก เป็นการซื้อ – ขายแบบบ่อยครั้ง ตามแนวรับและแนวต้าน จึงควรที่จะเลือกโบรกเกอร์ (Broker) Spread ต่ำ เนื่องจากทำให้ได้กำไรมากขึ้น ช่วยสร้างช่องว่างให้กำไรสำหรับในการซื้อ – ขาย หรือเทรด Forex

โดยใช้เทคนิค Scalping นักเทรดจะเน้นกำไรจำนวนน้อยที่ได้รับ จากตำแหน่งการเทรดเป็นจำนวนมาก ซึ่งนักเทรดที่เลือกเทรดด้วยเทคนิค Scalping จะซื้อขายหลายตำแหน่ง ในแต่ละวัน และไม่สามารถจ่ายต้นทุนการดำเนินการที่สูงเกินไป ด้วยกำไรเพียงเล็กน้อย




10
พูดคุยForexทั่วไป / Indicator คืออะไร
« เมื่อ: 15/มิ.ย./2021 12:37:14 »
การลงทุนเป็นสิ่งที่สามารถเพิ่มมูลค่าของเงินของคุณให้งอกเงยได้อย่างรวดเร็ว โดยยิ่งได้กำไรมากก็ยิ่งเสี่ยงมาก และวันนี้ถ้าหากคุณอยากเทรด Forex ละก็ต้องห้ามพลาด เพาะเรามาดูกันว่า Indicator คืออะไร


คุณเคยได้ยินใครพูดถึงคำว่า “อินดี้” ไหมคะ เราว่าอย่างน้อยก็ในบทความของผมล่ะ คำว่า “อินดี้”นี้ ไม่ได้ซึ่งก็คือนักร้อง หรือการแต่งกายแบบนอกกระแสค่ะ แม้กระนั้นหมายถึงเครื่องมืออันทรงพลังมากๆสำหรับการเทรด Forex อันที่จริงแล้วมันเป็นเรื่องมือเดียวเสียด้วยซ้ำที่ผมแนะนำให้กับคุณ มันคือ ตัว Indicator นั่นเอง ดังนั้นมาทำความรู้จักกับเจ้า Indicator ให้มากขึ้นไปพร้อมๆกันค่ะ


Indicator คือตัวชี้วัดสำหรับเพื่อการเทรด Forex เป็นตัวที่สามารถบอกข้อมูลสำหรับการเทรดของคุณ ได้แก่การบอกแนวโน้มของกราฟแท่งเทียนว่าจะไปในทิศทางใด รวมทั้งตัว Indicator บางตัวนั้นสามารถบอกจุดที่คุณจะเปิดคำสั่งซื้อ หรือคำสั่งขายได้ด้วยนะคะ

โดยเจ้า Indicator มักมีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “อินดี้”



ประโยชน์ของ Indicator

1.ช่วยบอกเทรน (trend) ว่าเป็นไปในทิศทางใด หรือว่าคุณนั้นสามารถเทรดไปในทิศทางใดก็เลยจะปลอดภัยที่สุด
2.สามารถบอกจุดทำสัญญาณซื้อ หรือขายได้อย่างชัดเจน พร้อมทั้งบอกจุดที่พวกเราจะทำการปิดคำสั่งซื้อ
3.ช่วยลดความเสี่ยงสำหรับในการเทรด forex ให้เป็นมากกว่าการพนัน แม้กระนั้นคุณสามารถคาดเดาสิ่งต่างๆได้จากกราฟนั่นเอง
4.บอกจุด stop loss ของคุณได้อย่างชัดเจน ทำให้คุณมีข้อมูลตัดสินใจก่อนทำการเทรดต่อ
5.บอกจุดที่คุณนั้นควรที่จะ let Profit Run อย่างชัดเจนว่าจะต้องทำอย่างไร


แนวทางการเลือกใช้ Indicator

1.กำหนดเทรนของกราฟให้ได้เสียก่อน (สำคัญมากเพราะเหตุว่าถ้าหากกำหนดที่ตรงนี้ผิดก็คือจบเลย)
2.เลือกอินดี้ที่เหมาะสมสำหรับในการเทรดของคุณไม่เกิน 2-3 ตัว อย่าใส่อินดี้มากเกินไป จะมีผลให้รูปแบบการเทรดของคุณมีปัญหา
3.อย่าใช้อารมณ์จงเชื่อในอินดี้ของคุณ โดยปกติแล้วอินดี้มักจะทำจำนวนตาที่ถูกต้องประมาณ 6-10 ครั้งต่อการเทรด 10 ครั้ง
4.อย่าทำตัวเป็นคนเกือบรวย อย่าโยน Lot ใหญ่ๆจำไว้ไม่ใช่การพนัน แต่นี่เป็นการเทรดของจริง




11
สำหรับเทรดเดอร์มือใหม่หรือผู้ที่เชี่ยวชาญแล้ว  ถ้าหากคุณขาดทุนหรือได้กำไรที่น้อยลง คุณจำเป็นต้องศึกษาและต้องทำความเข้าใจ เพื่อหาปัจจัยทำให้เกิดการเทรดผิดพลาด ดังนี้

 :-* :-* :-*


ปัจจัยที่ทำให้เกิดการเทรดที่ผิดพลาดที่ต้องรู้

1.การมองอินดิเคเตอร์ผิด
2.MM (Money Management) ผิด
3. ตรรกะสำหรับการเทรดผิดพลาด ให้ท่านลองเทรดบัญชีเดโมก่อนอย่างที่กล่าวไว้ถ้าหากเกิดข้อผิดพลาดท่านจะได้แก้ไขจุดนั้นได้ทันที


การที่จะเป็นนักเทรด forex ที่ดีได้ ท่านควรจะมีความรู้หรือว่าศึกษากลไกของเส้นกราฟอย่างถ่องแท้ และไม่ได้อาศัยโชคแต่อย่างใด ควรจะมีการเก็บสถิติย้อนหลัง 1-4 ปี เพื่อมองว่าเมื่อถึงช่วงเวลานี้ของปีที่แล้ว เส้นกราฟมันพุ่งขึ้นหรือลงกันแน่ การจะได้กำไรจาก forex เป็นเรื่องไม่ง่าย แต่ถ้าหากว่าทำได้ ท่านจะสามารถหาเงินหลักแสนได้ภายในเวลาไม่ถึงชั่วโมง


1. การจะเล่น forex ท่านต้องเอาเงินเย็นมาเล่น

แน่นอนว่าการกู้เงินมาเล่น forex ไม่ใช่เป็นเรื่องที่ดีหากว่าใจร้อนก็จะเสียเงินเดิมพันอีก กาเล่นแบบ martingale เป็นเทคนิคการเล่นที่น่าสนใจแต่ว่าไม่ควรใช้บ่อย การกู้เงินมาเล่นเป็นเรื่องที่ไม่ดี เพราะว่า forex มันให้ผลตอบแทนที่ไม่แน่ไม่นอนคาดเดายาก หากว่ากู้เงินมาเล่นแล้วเงินทุนหมดไป ท่านจะต้องเสียเงินให้ตลาด forex รวมทั้งเสียดอกเบี้ยจากการกู้ยืมเงินอีก


2. ควรเลือกโบรกเกอร์ที่ดี เชื่อถือได้

การเลือกโบรกเกอร์ที่มีความน่าเชื่อถือจำเป็นอย่างยิ่งยวด ต่อการเล่น โบรกเกอร์ที่มีชื่อเสียงเช่น xm.com โบรกเกอร์ xm.com มีความน่าเชื่อถือรวมทั้งได้รับการยอมรับจากเทรดเดอร์แล้วว่าโอเคไม่มีการโกง ฝาก-ถอนแล้วได้เงินแน่นอนและใช้เวลาไม่นานเท่าไหร่ หรือเทรดเดอร์บางรายอาจใช้เทคนิคเทรดทั้ง 4 โบรกเกอร์ (เจ้ามือ) เลยก็มีเหมือนกัน เป็นการกระจายความเสี่ยงเวลาเทรด



12
ในช่วงนี้ถ้าหากคุณอยากเริ่มลงทุน แนะนำว่าควรลงทุนด้วยเงินเย็น เพราะจะได้ไม่ต้องเครียดและกังวลว่าจะขาดทุน เพราะการลงทุนมีทั้งขาดทุน ไม่ได้กำไรเพียงอย่างเดียว เราจะต้องยอมรับความเสี่ยงได้เท่าที่ไหว และวันนี้มาดูรูปแบบกราฟ Bullish Engulfing และ Bearish Engulfing กันจ้า

 :-* :-*





กราฟ Bullish Engulfing :

สำหรับกราฟรูปแบบ Engulfing นั้นเป็นกราฟที่เป็นด้านตรงกันข้ามของ Harami นะคะ นั่นคือคุณสังเกตได้ง่ายมากๆเมื่อมันเกิดขึ้น โดยกราฟ Bullish Engulfing นั้นจะเป็นกราฟที่เกิดขึ้นในเทรนด์ขาลง มีกราฟสองแท่ง แท่งแรกเป็นกราฟสีแดง กราฟแท่งที่สองเป็นกราฟสีเขียว ที่จะยาวกว่ากราฟแท่งแรกเสมอ (กราฟแท่งแรกจะอยู่ในตำแหน่งกึ่งกลางของกราฟแท่งที่สอง)

รูปแบบกราฟ Engulfing นั้นไม่มีการพิจารณาเรื่องของไส้เทียน เพราะจะดูที่ภาพรวมของแท่งเทียนมากกว่า ความหมายของกราฟรูปแบบนี้ คือ แรงซื้อมีเหนือกว่าแรงขาย รวมทั้งอาจทำให้กราฟเปลี่ยนแปลงจากเทรนด์ขาลงเป็นขาขึ้น แต่ก็ควรที่จะรอการยืนยันจากกราฟแท่งต่อไปที่จะต้องเป็นสีเขียวที่ยาวขึ้น ราคาเปิดมีการกระโดดจากกราฟแท่งที่สองจนเกิด Gap อย่างชัดเจน




กราฟ Bearish Engulfing :

สำหรับกราฟรูปแบบ Engulfing นั้นเป็นกราฟที่เป็นด้านตรงกันข้ามของ Harami นะคะ นั่นคือคุณสังเกตได้ง่ายมากๆเมื่อมันเกิดขึ้น โดยกราฟ Bullish Engulfing นั้นจะเป็นกราฟที่เกิดขึ้นในเทรนด์ขาขึ้น มีกราฟสองแท่ง แท่งแรกเป็นกราฟสีเขียว กราฟแท่งที่สองเป็นกราฟสีแดง ที่จะยาวกว่ากราฟแท่งแรกเสมอ (กราฟแท่งแรกจะอยู่ในตำแหน่งกลางของกราฟแท่งที่สอง)

รูปแบบกราฟ Engulfing นั้นไม่มีการพิจารณาเรื่องของไส้เทียน เพราะว่าจะดูที่ภาพรวมของแท่งเทียนมากกว่า ความหมายของกราฟรูปแบบนี้ คือ แรงขายมีเหนือกว่าแรงซื้อ และอาจจะทำให้กราฟเปลี่ยนจากเทรนด์ขาขึ้นเป็นขาลง แต่ว่าก็ควรที่จะรอการยืนยันจากกราฟแท่งต่อไปที่จะต้องเป็นสีแดงที่ยาวขึ้น ราคาปิดมีการต่ำจากกราฟแท่งที่สองจนถึงเกิด Gap อย่างชัดเจน



13
พูดคุยForexทั่วไป / Forex เทรดอย่างไร??
« เมื่อ: 07/มิ.ย./2021 09:41:58 »
ในการเทรด Forex  ไม่ว่าคุณจะเซียนขนาดไหนก็สามารถขาดทุนได้ถ้าหากไม่รอบคอบ ซึ่งมีคนจำนวนมากสนใจเทรดแต่ยังไม่รู้ว่าForex เทรดอย่างไร งั้นเราไปดูกันเลยค่ะ

 ::) ???


Forex นั้นทำกำไรทั้งขาขึ้นขาลง หมายความว่าทำกำไรได้ทั้งตอนที่ค่าเงินที่เราถืออยู่สูงขึ้น และค่าเงินที่พวกเราถืออยู่ต่ำลง โดยตลาดขาขึ้นรวมทั้งตลาดขาลงมีกลไกการทำกำไรที่ต่างกัน การซื้อขายหรือเทรด Forex ต้องทำผ่านตลาดต่างประเทศ ขั้นตอนราวกับการเปิดพอร์ตลงทุนประเภทอื่นๆคือจะมีมาร์เก็ตติ้งหรือโบรกเกอร์ที่คอยดูแลการซื้อขายให้ตามคำสั่งของนักลงทุน โดยนักลงทุนจะมี 2 สถานะ คือ

Long/Buy
ตลาดขาขึ้น หมายความว่าผู้ซื้อ ที่ซื้อสกุลเงินนั้นเก็บไว้เพราะดูทิศทางราคาแล้วมีโอกาสที่จะทำกำไร

Short/Sell
ตลาดขาลง ซึ่งก็คือผู้ขาย ที่ดูทิศทางตลาดแล้วอยากขายออกไปก่อน เพื่อคอยซื้อกลับมาเมื่อราคาต่ำลง



การซื้อขาย Forex

การซื้อขาย Forex เป็นการซื้อขายนอกตลาด (Over The Counter) โบรกเกอร์จะเสนอราคาซื้อขายให้กับนักลงทุน โดยเรียกระหว่าง 2 อัตรานี้ว่า Bid : ราคาซื้อ กับ Ask : ราคาขาย โดยส่วนต่างระหว่างราคาซื้อขายเรียกว่า Spread แต่ละโบรกเกอร์จะมีค่า Spread ที่ต่างกัน นักลงทุนควรเลือกค่า Spread ที่แคบ เพราะหมายถึงความผันผวนน้อยกว่า มีโอกาสทำกำไรได้มากกว่า โดยจะมีสิ่งที่เรียกว่า Leverage คือเงินที่ยืมจากโบรกเกอร์ ที่อาจสูงได้ถึง 99% สำหรับการเทรดแต่ละครั้ง แสดงว่าในการซื้อขาย Forex ครั้งหนึ่ง ถ้าหากเต็มคือ 100 หน่วย นักลงทุนอาจลงทุนแค่ 1 หน่วยเท่านั้น นอกจากนั้นคือค่า Leverage ที่ยืมมาจากโบรกเกอร์ แต่ค่า Leverage เป็นแบบยืดหยุ่น คือจะเปลี่ยนไปเมื่อไหร่ก็ได้ โดยที่โบรกเกอร์ไม่จำเป็นต้องแจ้งลูกค้า ซึ่งบางทีเมื่อเกิดการปรับค่าดังกล่าวจะส่งผลให้นักลงทุนที่ไม่มีเงินในบัญชีต้องปิดสถานะไป

Forex เทรดได้ตอนไหน

ตลาด Forex เป็นการเทรดผ่านระบบอินเทอร์เน็ตโดยอ้างอิงเวลาเปิดปิดของตลาดเงินทั่วโลก ซึ่งมีเวลาเปิดปิดไม่เท่ากัน ทำให้ Forex มีความยืดหยุ่นในด้านเวลามาก ส่วนใหญ่จะเป็นเปิดเช้าวันจันทร์ ปิดเย็นวันศุกร์เหมือนกันทั่วโลก



14
ในช่วงสถานกาาณ์เศรษฐกิจแบบนี้ การลงทุนควรเลือกใช้เงินเย็น เพราะถ้าหากขาดทุน จะทำให้ไม่เดือดร้อนและไม่ทำให้เกิดความเครียดค่ะ และวันนี้มาดูประเภทของล็อต Forex  ที่เทรดเดอร์ควรรู้ จะเป็นยังไงไปดูกันเลยจ้า

 ;D ;D ;D ;D


1. Lot มาตรฐาน (Standard Lot)

ล็อตมาตรฐานประกอบด้วย 100,000 หน่วยของสกุลเงิน แม้คุณเทรดด้วย USD ในกรณีนี้ล็อตมาตรฐานจะเท่ากับ $100,000 นอกจากนั้น ขนาดเฉลี่ยของ 1 pip ในล็อตมาตรฐานคือ $10 หากคุณสูญเสีย 10 pip หมายความว่าคุณสูญเสีย $100

ล็อตประเภทนี้มักใช้ในบัญชีที่มีเงินในกระเป๋าอย่างน้อย $25,000 เพื่อเริ่มการเทรด



2. Lot มินิ (Mini lot)

ล็อตมินิประกอบด้วย 10,000 หน่วยของสกุลเงิน ในบัญชี USD ที่เทรดบนสกุลเงิน USD ค่า 1 pip ในการเทรดจะเท่ากับประมาณ $1

ขนาดล็อตนี้มักใช้โดยมือใหม่สำหรับตลาด Forex และก็ผู้ที่กำลังเรียนรู้วิธีการเทรด นักเทรดไม่จำเป็นต้องมีเงินทุนมากนักในบัญชี ซึ่งจะพบกับความผันผวนที่น้อยกว่าในตำแหน่งที่เปิด

ล็อตมินิจะใช้ในบัญชีมินิ Forex นักเทรดสามารถเริ่มต้นการเทรดได้ด้วยเงินทุนเพียง $100

ล็อตมินิ 10 ล็อต เท่ากับล็อตมาตรฐาน 1 ล็อต



3. Lot ไมโคร (Micro lot)

ล็อตไมโครคือล็อตการเทรดที่น้อยที่สุดที่นำเสนอโดยโบรกเกอร์ Forex ส่วนมาก ล็อตไมโครประกอบด้วย 1,000 หน่วยของสกุลเงิน หมายความว่า $1,000 ในบัญชี USD รวมทั้ง 10 เซนต์ ของ 1 pip ขนาดล็อตนี้เหมาะมากสำหรับมือใหม่ที่ต้องการเทรดเป็นครั้งแรกโดยลดข้อเสียที่อาจเกิดขึ้น ฉะนั้นนักเทรดจะรู้สึกสบายใจเมื่อทำการเทรด

โบรกเกอร์รายย่อยส่วนมากนำเสนอบัญชี Micro ให้กับนักเทรด โดยเหตุนี้นักเทรดสามารถใช้ล็อตไมโครด้วยเงินฝากเริ่มต้นที่ต่ำ

ในการวัด 100 ล็อตไมโคร จะเท่ากับ 1 ล็อตมาตรฐาน



4. Lot นาโน (Nano lot)

ตรงตามชื่อ ล็อตนาโนมีขนาดเล็กกว่าล็อตไมโคร 1 ล็อตนาโน ประกอบด้วย 100 หน่วยของสกุลเงิน แปลว่า $100 ในบัญชี USD รวมทั้งค่า 1 เซนต์ ของแต่ละ pip ล็อตประเภทนี้ไม่ค่อยใช้ในกิจกรรมการเทรด Forex แต่ว่าโบรกเกอร์ Forex บางรายนำเสนอบัญชี Forex เซนต์ (cent) ที่ออกแบบมาสำหรับมือใหม่




15
ในปัจจุบัน ถ้าหากคุณเป็นนักลงทุนเป็นเทรดเดอร์ แน่นอนว่าคุณต้องรู้จักตลาดหมี ตลาดกระทิงแน่นอน และวันนี้มาดูกันว่าตลาดหมีกับกระทิง สำคัญกับ Forex ยังไงกันนะ อัพเดต 2021 ไปดูกันเลยจ้า

 ::) ::) ::)



  ตลาดหมี เป็นยังไง

ตลาดหมี (Bear Market) จะเป็นตัวแทนของสถานการณ์ตลาดที่มีแนวโน้มขาลง ที่ตั้งชื่อว่าตลาดหมีก็เพราะว่า ลักษณะกราฟราคาที่มีการปรับตัวลง คล้ายกับโดนอุ้งมือหมีตะครุบลงนั่นเอง



  ตลาดกระทิง เป็นยังไง

ตลาดกระทิง (Bull Market) จะตรงข้ามกับตลาดหมีเลยนั่นเอง โดยที่ตลาดกระทิงจะเป็นตัวแทนของสถานการณ์ตลาดที่มีแนวโน้มขาขึ้น โดยพวกเราจะรู้ว่าเป็นตลาดกระทิงได้อย่างไร ก็สังเกตได้จากกราฟที่จะพุ่งขึ้นคล้ายกับการขวิดของกระทิงนั่นเอง



  การเทรด Forex เป็นการเทรดทำกำไร ไม่ว่าตอนนั้นตลาดจะเป็นตลาดหมีหรือกระทิงก็ตาม เทรดเดอร์สามารถใช้กลยุทธ์สำหรับการเทรดตามเทรนด์หรือเทรดแบบสวนเทรนด์ก็ได้

  สิ่งที่เทรดเดอร์ต้องให้ความสำคัญเกี่ยวกับตลาด 2 รูปแบบนี้คือ จังหวะและสัญญาณการเทรด ซึ่งไม่ใช่รอให้กราฟราคาดันตัวขึ้นกลายเป็นกระทิงแล้วค่อยทำการซื้อ โดยไม่แน่ว่ากราฟอาจจะมีแนวโน้มกลายเป็นตลาดหมีก็เป็นไปได้ เทรดเดอร์ควรมองหาสัญญาณก่อนแนวโน้มตลาดจะเกิดขึ้น และใช้จังหวะนั้นทำการซื้อขายอย่างแม่นยำ

  ระหว่างตลาดหมีแลละตลาดกระทิงนั้นสามารถจำได้ง่ายๆเลย ถ้ากราฟพุ่งขึ้น แนวโน้มตลาดจะเป็นขาขึ้น นั่นเป็น ตลาดกระทิง แต่ว่าหากว่ากราฟพุ่งลงเหมือนโดนอุ้งเท้าหมีตะปบ นั่นจะเป็นตลาดหมี ซึ่งแนวโน้มตลาดจะเป็นขาลงนั่นเอง ซึ่งตลาดอีกทั้ง 2 แบบเทรดเดอร์สามารถนำกลยุทธ์การเทรด Forex มาช่วยให้เทรดง่ายขึ้นได้ แต่เทรดเดอร์จะต้องจับสัญญาณก่อนการเกิดตลาดนั้นๆให้ได้



หน้า: [1] 2 3 ... 5
SMF 2.0.15 | SMF © 2011, Simple Machines