แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - ladyMP

หน้า: 1 ... 3 4 [5] 6
61
ก่อนที่จะเราจะเริ่มเทรดทำกำไร สิ่งแรกที่เราจำเป็นต้องทำและต้องมีคือ การเปิดบัญชีเทรด โดยการเทรดผ่านโบรกเกอร์ และวันนี้มาแนะนำขั้นตอนการลงทะเบียนเทรด Forex กับโบรกเกอร์ exness อัพเดต 2021 จะเป็นยังไงไปดูกันเลยค่ะ

 ;) ;) ;) ;) ;)



การที่พวกเราจะเข้าไปเทรดในตลาด Forex ได้นั้น พวกเราจำเป็นที่จะต้องมีบัญชีเทรดซะก่อน การเปิดบัญชีเทรด Forex สำหรับคนไทยจำเป็นต้องเปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ต่างประเทศ เพราะเมืองไทย ยังไม่มีกฎหมายรองรับเกี่ยวกับ Forex ทำให้ยังไม่มีบริษัทโบรกเกอร์ Forex ในประเทศไทย เพราะฉะนั้นการเลือกโบรกเกอร์ Forex ก็เลยเป็นเรื่องจำเป็นอย่างมากสำหรับคนไทย เนื่องจากว่าโบรกเกอร์ จะทำหน้าที่ จัดการซื้อขาย ฝากถอนเงิน แล้วก็ดูแลการใช้งานบัญชีเทรดของพวกเราทั้งหมด

สิ่งจำเป็นต้องใช้ใน การเปิดบัญชีเทรด Forex มีอะไรบ้าง
อีเมล สำหรับลงทะเบียน แนะนำให้ใช้อีเมลส่วนตัวเช่น Gmail,Outlook ไม่แนะนำให้ใช้อีเมลบริษัทที่ทำงาน
บัตรประชาชน ใช้ยืนยันตัวตน
หลังฐาน ยืนยันที่อยู่ เช่น บิล ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าบัตรเครดิต ที่มีชื่อ รวมทั้ง ที่อยู่ชัดเจน
โทรศัพท์มือถือ
คอมพิวเตอร์ , โน๊ตบุ๊ค , Macbook, แทปเล็ต,สมาร์ทโฟน ที่ใช้อินเตอร์เน็ตได้ ความเร็วเน็ต เร็วตั้งแต่ 4 Mbs ขึ้นไป


ขั้นตอนการลงทะเบียน กับโบรกเกอร์ exness
exness เป็นโบรกเกอร์ Forex ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในประเทศไทย จุดเด่น สำคัญของ exness คือ มีขั้นตอนเปิดบัญชีง่ายเหมาะสำหรับมือใหม่ ฝากถอนเร็วที่สุด และก็ยังเป็นโบรกที่มีน่าเชื่อถือสูงสุด มีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมายสากล

หลังจากที่รู้จักโบรกเกอร์กันแล้ว มาเข้าสู่การลงทะเบียนกันเลย.

คลิกที่ปุ่ม "ลงทะเบียน" เพื่อเข้าไปยังหน้าลงทะเบียน exness หลังจากนั้น ทำการกรอกข้อมูลตามคำอธิบายด้านล่างเลยค่ะ








หลังจากกดปุ่ม “ดำเนินการต่อ” exness จะทำการเปิดบัญชีเทรดให้ชั่วคราว ซึ่งจะมีข้อจำกัดเรื่องการฝากถอน แนะนำให้ ยืนยันตัวตน และยืนยันที่อยู่ ให้เรียบร้อยก่อนเทรดจริงจะดีกว่าค่ะ โดยคลิกที่ปุ่ม “มาร่วมเป็นเทรดเดอร์เต็มตัว” ตามรูปด้านล่าง






62
การเทรด โนพำป หรือการลงทุนในตลาดในปัจจุบัน ถ้าหากเข้าใจกราฟ ก็จะยิ่งทำให้สามารถทำกำไร และมีความเข้าใจในการเทรดได้ดี และยังสามารถทำกำไรได้เยอะอีกด้วย และวันนี้มาดูรูปแบบกราฟ Morning Doji Star และ Bearish Doji Star จะเป็นยังไงไปดูกันเลย





กราฟ Morning Doji Star :  ::) ::)


เป็นกราฟรูปแบบ Doji หรือกราฟดาวอีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งสามารถพบเจอได้บ่อยเช่นกันสำหรับในการเทรดหุ้น หรือ Forex โดยกราฟลักษณะนี้ มักจะเกิดขึ้นในเทรนด์ขาลง ซึ่งกราฟจะส่งสัญญาณบอกว่า ราคาจะเปลี่ยนจากเทรนด์ขาลงเป็นขาขึ้น กราฟ Morning Doji Star นั้นจะประกอบไปด้วยกราฟ สามแท่ง คือ แท่งแรกสีแดง แท่งที่สองเป็นรูป Doji ซึ่งมีตำแหน่งอยู่ด้านล่างกราฟแท่งแรกมากจนเกิด Gap ส่วนกราฟแท่งที่สามเป็นสีเขียว อยู่เหนือกราฟ Doji มากจนเกิดเป็น Gap ที่สังเกตได้ชัดเจน กราฟรูปแบบนี้ นั้นเป็นแผนภูมิซึ่งสามารถแสดงได้ถึงสัญญาณกลับตัวของกราฟราคา ที่จะเปลี่ยนจากขาลงเป็นขาขึ้น อย่างไรก็ตาม ให้ดูด้วยว่ากราฟแท่งถัดไปที่จะเกิดขึ้นเป็นสีเขียวหรือไม่ เพื่อยืนยันความแน่นอนของสัญญาณกลับตัว




กราฟ Bearish Doji Star :   ::) ::)


เป็นกราฟรูปแบบ Doji หรือกราฟดาวอีกรูปแบบหนึ่ง ที่สามารถพบเจอได้หลายครั้งเหมือนกันสำหรับการเทรดหุ้น หรือ Forex โดยกราฟรูปแบบนี้ มักจะเกิดขึ้นในเทรนด์ขาขึ้น ซึ่งกราฟจะส่งสัญญาณบอกว่า ราคาจะเปลี่ยนจากเทรนด์ขาขึ้นเป็นขาลง กราฟ Morning Doji Star นั้นจะประกอบไปด้วยกราฟ สามแท่ง คือ แท่งแรกสีเขียว แท่งที่สองเป็นรูป Doji ซึ่งมีตำแหน่งอยู่ด้านเหนือของกราฟแท่งแรกมากจนเกิด Gap ส่วนกราฟแท่งที่สามเป็นสีแดง อยู่ต่ำกว่ากราฟ Doji มากจนถึงเกิดเป็น Gap ที่สังเกตได้ชัดเจน กราฟรูปแบบนี้ นั้นเป็นกราฟที่สามารถบ่งบอกได้ถึงสัญญาณกลับตัวของกราฟราคา ที่จะเปลี่ยนจากขาขึ้นเป็นขาลง แต่ ให้ดูด้วยว่ากราฟแท่งต่อไปที่จะเกิดขึ้นเป็นสีแดงหรือไม่ เพื่อยืนยันความแน่นอนของสัญญาณกลับตัว



63
ในการเทรด  Forex นั้น มีเทคนิคการเทรดหลายแบบ แล้วแต่ความถนัดของแต่ละคน และวันนี้มาดู การเทรดระยะยาว Long Term Trader  คืออะไร  และจะเหมาะกับใครบ้างไปดูกันเลยค่ะ

 :-* :-* :-* :-\


การเทรดของ Long Term Trader หมายความว่า เทรดระยะยาว Time Frame ต่ำสุดสำหรับ Long Term Trader คือ รายวัน ซึ่งพูดได้ว่า การที่เทรนด์จะขึ้นรวมทั้งลงจนถึงครอบลูปนั้น บางทีอาจจะจำเป็นต้องใช้เวลาเป็นเดือน บางที 1 เดือนมีสัญญาณเทรดเพียงแค่ 1 ครั้ง แต่เวลาผลกำไรก็จะมีการเคลื่อนไหวที่ระยะทางไกลกว่าเดิม



สำหรับระยะทางไกลนี้นั้น เมื่อเทรด 1 ครั้งจะต้องมีความมั่นใจมากว่าจะไม่ผิดพลาด สภาพจิตใจที่ดีของเทรดเดอร์จะทำให้ความน่าจะเป็นของกำไรนี้มีโอกาสสูงมากขึ้น แม้กระนั้นก็ต้องตามด้วยต้นทุนที่สูงกว่าเดิม พวกเราลองจินตนาการที่พวกเราเทรดได้แค่เดือนละ 1 ครั้ง ครั้งละ 2 – 5 % ถ้าหากพวกเราเทรดกำไรครั้งละ 3 % ปีนั้นเราจะกำไรประมาณ 36 % ซึ่งสูงกว่าผลตอบแทนของกองทุนขนาดใหญ่เสียอีก พวกเราลองดูว่า 36 % คิดเป็นเงินกี่บาทเมื่อ มีเงินต้นอยู่ 1 ล้านบาท มันคือกำไร 360,000 บาทต่อปี หรือก็คือ เดือนละ 30,000 บาทนั่นเอง



ซึ่งถ้ามีคำถามอย่างนี้ว่า 30,000 บาท เพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันหรือไม่ ก็ต้องแตกต่างกันไป พวกเราลองลดผลตอบแทนลงมาเพราะพวกเราคงไม่ได้เก่งขนาดกองทุนขนาดใหญ่แน่นอน ตัวอย่างเช่นประมา 150,000 บาทต่อปี โดยเฉลี่ยแล้ว คิดเป็นผลตอบแทนเดือนละ 14,000 บาทต่อเดือน ซึ่งเท่ากับ 15 % ต่อปี เงินจำนวนนี้หลาย คนอาจจะไม่มีเงินพอที่จะเลี้ยงชีพ แต่ว่าอย่าลืมนะนี่พวกเราใช้เงินในพอร์ท 1 ล้านบาทเลยจ๊า ดังนั้นมีคำถามว่า แล้วมีกี่คนบ้างที่จะมีเงินพอสมควรขนาดนี้ นั่นจึงทำให้มันยากที่จะเข้าถึงไปด้วย



ยิ่ง Time Frame ใหญ่ ยิ่งต้องใช้เงินในการเทรดเยอะขณะที่ความยากง่ายของมันยิ่งเงินเยอะยิ่งทำให้เราเทรดได้ง่าย ไม่ต้องเจอสภาวะกดดันของความคิด และอารมณ์ทำให้เราพลาดได้ง่าย แต่อย่างไรก็ตามก็ต้องแลกมาด้วย ทุนที่แพงมากเช่นกัน ทำให้รายย่อยไม่สามารถเข้าถึงวิธีการเทรดแบบ Long Term ได้นั่นเอง นี่เป็นเหตุผลว่า จึงเลือกเทรด Swing เพราะยังสามารถจับต้องได้และไม่สูญเสียคุณภาพชีวิตในการเทรดนั่นเอง




64
พูดคุยForexทั่วไป / Forex Copy Trade คืออะไร
« เมื่อ: 25/พ.ค./2021 09:21:59 »
ในปัจจุบันจากสถานการณ์โควิด ทำให้หลายๆ คนกังวลเรื่องเงิน แต่การลงทุนจะช่วยทำให้เราทำเงินและได้กำไร นอกจากนี้ก็ยังทำให้ขาดทุนได้อีกด้วย ดังนั้นเราจำเป็นที่จะต้องทำความเข้าใจและหาความรู้ เพื่อทำให้การเทรดได้กำไรมากที่สุด และวันนี้มาดูForex Copy Trade คืออะไร  ไปดูกันเลยค่ะ

 ::) ::) ::) ??? ???


ถ้าคุณเป็นผู้ที่สนใจหาความรู้รวมทั้งแนวทางใหม่ๆสำหรับในการเทรด Forex ย่อมแน่นอนว่าต้องเคยเห็นหรือรู้จักกับแพลตฟอร์มสำหรับในการเทรดหลากหลายชนิดรวมทั้งรวมถึงแพลตฟอร์มของ Copy Trade ซึ่ง Copy Trading จะทำการซื้อขายโดยคัดลอกคำสั่งเทรดของคนที่คุณได้กดติดตาม ว่าจะทำการคัดลอกเขา เมื่อเขาได้ทำการซื้อขาย บัญชีของคุณก็จะมีการซื้อขายตามไปด้วยแบบอัตโนมัติ


วิธีการเทรดแบบ Copy Trade ช่วยทำให้คุณสามารถติดตามกิจกรรมการซื้อขายของเทรดเดอร์รายอื่นๆรวมทั้งมีการดำเนินการซื้อขายแบบเดียวกันกับเทรดเดอร์เหล่านั้น ซึ่งแน่นอนว่าระบบคุณจะต้องเลือกเทรดเดอร์ที่มีประสบการณ์สูงและมีประวัติสำหรับในการเทรดที่มีกำไรอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลานาน ขั้นต่ำต้องไม่ต่ำกว่า 6 เดือน เพื่อเป็นสิ่งการันตีว่าคุณจะสามารถทำกำไรไปกับเขาได้


ตัวอย่างการ Copy Trade

เมื่อคุณต้องการ Copy Trade ใครสักคนคุณจะต้องไปเข้าไปที่เว็บไซต์หรือโบรกเกอร์ที่มีบริการ Copy Trade เมื่อคุณตกลงแล้วว่าจะ Copy Trade นาย A คุณก็เลยทำกดปุ่มติดตามการซื้อขายแบบ Copy Trade ทำให้เมื่อนาย A มีการซื้อขาย บัญชีของคุณจะทำการซื้อขายตามไปด้วย โดยคุณจะเสียค่าคอมมิชชั่นให้นาย A หากคุณได้กำไรจากการ Copy Trade ตามเขา ซึ่ง % ค่าคอมมิชชั่นจากกำไรนี้ แต่ละโบรกเกอร์จะหักจำนวนที่แตกต่างกัน หรือบางโบรกเกอร์ให้ผู้ที่ให้ Copy Trade ตั้งเองเลยว่าจะเอาค่าคอมมิชชั่นจากกำไรกี่ % จากผู้ติดตาม


ประโยชน์ของการเทรดแบบ Forex Copy Trade

การเทรด Forex ด้วยตัวเองทำให้เทรดเดอร์นั้นจำเป็นต้องทำการตัดสินใจสำหรับเพื่อการดำเนินการซื้อขายทุกอย่างด้วยตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการจัดการกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดในแต่ละวัน และก็ความเสี่ยงและความผันผวนของตลาดและปัจจัยต่างๆซึ่งทำให้เกิดความเครียดสูงและความกังวลได้ง่าย อีกทั้งถ้าคุณเป็นเทรดเดอร์มือใหม่ที่เพิ่งเข้าสู่ตลาดอาจมีความเสี่ยงที่จะขาดทุนได้ง่ายเนื่องจากมีหลายอย่างที่ต้องตัดสินใจในขณะที่ความรู้และประสบการณ์เทรดที่ยังไม่มาก ดังนั้นการใช้กลยุทธ์ Copy Trade จึงเป็นประโยชน์อย่างมากต่อนักเทรดมือใหม่เหล่านี้



65
สำหรับนักลงทุน เชื่อว่าทุกคนมีทั้งกำไรและขาดทุน ซึ่งถ้าหากขาดทุน คุณจะมีวิธีแก้เกมยังไงกัน และวันนี้มาดูวิธีแก้เกมเมื่อเทรด Forex ผิดทาง จัดการด้วยการ Hedging  จะเป็นยังไงไปดูกันเลย


 :D :D :D


ในบางครั้งสำหรับการเทรด เมื่อพวกเราเห็นทิศทางของตลาดอย่างชัดเจน เเต่เมื่อเข้าออเดอร์ไปแล้วราคากลับสวนทางเฉยเลย ตัวอย่างเช่น พวกเรามีความเห็นว่าราคามันกำลังเริ่มกลับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง ภายหลังที่มันชนแนวรับแล้ว แต่พอพวกเรา Buy แล้ว ราคากับค่อยๆดีดตัวลดลงซะงั้น สำหรับในวันนี้พวกเราจะมาพูดถึง การทำ Hedging ซึ่งเป็นกลยุทธ์ป้องกันความเสี่ยงอย่างหนึ่ง ที่พวกเราสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ราคาไม่เป็นไปอย่างที่คิด หรือการแก้ไขปัญหาเมื่อพวกเราเข้าออเดอร์ผิดทางหรือผิดจังหวะ ราคาไม่ไปตามเป้า







จากภาพตัวอย่างด้านบนคือ ได้เปิดออเดอร์ buy คู่เงิน aud/jpy ที่ lot 1.0 ราคา 83.174 เนื่องจากว่าเชื่อว่าราคาจะขึ้นต่อไป หลังจากที่มาชนเเนวรับ แล้ว พอเปิดออเดอร์แล้ว ราคากลับลดลงๆเรื่อยๆยังไม่มีท่าทีที่จะขึ้นเลย จึงตัดสินใจทำ Hedging คู่เงินดังที่ได้กล่าวมาแล้วโดยเปิดออเดอร์ sell ที่ lot ใหญ่ขึ้นเป็น 2.0 lot หลังจากนั้น เวลาผ่านไป 1 นาทีกว่า ออเดอร์ sell ที่เปิด ได้กำไรถึง $60.28 ส่วนออเดอร์ buy ก่อนหน้านี้ เป็นขาดทุน $56.74 เมื่อหักลบกันแล้ว ($60.28 – $56.74 = $3.54) ยังเป็นกำไร $3.54 นี่เป็นผลจากการใช้กลยุทธ์ Hedging ทำให้พวกเรารักษาต้นทุนในพอร์ตไว้ได้ ซึ้งถ้าหากพวกเราไม่ทำ Hedging พวกเราจะต้องขาดทุนไปถึง 56.74 ดอลล่าร์ ทีเดียว หลังจากนี้ก็ขึ้นกับการตัดสินใจของพวกเราว่าจะเอายังไงต่อ บางครั้งก็อาจจะปิดออเดอร์ทั้งหมดเพื่อรอจังหวะเข้าใหม่ หรือปิดเฉพาะออเดอร์ buy ก่อนหน้านี้เพื่อลุ้นว่าราคามันจะลงต่ออีกหรือเปล่า การทำ Hedging พวกเราอาจเปิดในหลายๆออเดอร์ เเละเพิ่มขนาด lot แต่ว่าก็ต้องระวังอย่าให้การเทรดอยู่ในภาวะ Overtrade ต้องนึกถึงผลเสียที่ตามมา กรณีที่ราคามันไม่ไปตามที่ Hedging เพราะอาจทำให้เราเจ็บหนักกว่าเดิม หรืออาจโดนล้างพอร์ต ถ้าหากไม่ได้ตั้ง Stop loss ไว้ค่ะ

 ::) ::) ::)

66
สำหรับนักลงทุนมือใหม่ในตลาด Forex แน่นอนว่าทุกคนเข้ามาเพื่อต้องการทำกำไรชนะตลาด แต่ก็มีคนจำนวนไม่น้อยที่ต้องเสียเงินและขาดทุน ซึ่งการจะทำให้ชนะตลาดนั้นเราจะต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับตลาด Forex ให้มากที่สุด และวันนี้มาดูความสำคัญของล็อต (lot) ในการเทรด Forex กัน จะเป็นยังไงไปดูกันเลยค่ะ

 :-* :-* :-*


ล็อต (lot) คือขนาดที่เล็กที่สุดหรือปริมาณของหน่วยสกุลเงินที่คุณสามารถวางเมื่อทำการเทรดในตลาด Forex

ความสำคัญของล็อต (lot) Forex

สิ่งจำเป็นที่สุดคือการเทรดด้วยขนาดล็อตที่เหมาะสม เนื่องจากว่าขนาดล็อตของคุณจะกำหนดระดับการเปลี่ยนแปลงและก็ความผันผวนของตลาด Forex ที่จะส่งผลกับเทรดของคุณ

ยกตัวอย่าง:

EUR/USD 1.3500

ค่า 1 pip = 0.0001 / 1.3500 = 0.00007407407 ยูโร

นี่คือค่าของ 1 pip สำหรับทุกล็อต:

- ขนาดล็อตมาตรฐาน = 0.00007407407 x 100,000 = 7.407407 ≈ 7.407 ยูโร

- ขนาดล็อตมินิ = 0.00007407407 x 10,000 = 0.7407407 ≈ 0.740 ยูโร

- ขนาดล็อตไมโคร = 0.00007407407 x 1,000 = 0.07407407 ≈ 0.074 ยูโร

และนี่คือค่าของ 1 pip ใน USD:

- ล็อตมาตรฐาน (USD) = 7.407 EUR x 1.3500 = $9.99945

- ล็อตมินิ (USD) = 0.740 EUR x 1.3500 = $0.999

- ล็อตไมโคร (USD) = 0.074 EUR x 1.3500 = $0.0999

เพราะฉะนั้น ล็อตของคุณยิ่งมาก ค่า pip ของคุณก็จะยิ่งมากตาม เมื่อการเทรดของคุณประสบความสำเร็จ คุณจะได้รับกำไรเพิ่มขึ้นด้วยขนาดล็อตที่ใหญ่กว่า แต่กรณีที่สูญเสียคุณจะสูญเสียเงินเพิ่มขึ้นเช่นกัน

ผู้เทรดฟอเร็กซ์รายย่อยส่วนมากเลือกเทรดเป็นล็อตมินิหรือล็อตไมโคร ซึ่งอาจดูน่าสนใจน้อยกว่าล็อตมาตรฐาน แต่การเทรดขนาดที่เล็กกว่าจะช่วยให้คุณไม่ต้องเสี่ยงมากเกินไป ล็อตมินิและล็อตไมโครมีสมดุลที่ยอดเยี่ยมในทางความต้องการของเงินทุนและความเสี่ยงที่ได้รับ ด้วยเหตุนี้ ขนาดล็อตทั้ง 2 นี้คือตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับคุณที่จะเริ่มต้นเทรดในตลาด Forex



67
บางคนอยากเป็นนักลงทุนมืออาชีพ เพื่อได้ใช้เวลากับครอบครัวและให้เวลากับตัวเอง ซึ่งการจะเป็นนักลงทุนแบบมืออาชีพนั้นเราจะต้องทำความเข้าใจให้ดีเสียก่อน มิฉะนั้นอาจจะทำให้หมดตัวกันเลยก็ว่าได้ และวันนี้มาเอาใจชาว Forex ด้วยการบอกเคล็ดลับการซื้อขาย Forex สำหรับนักเทรดมืออาชีพ จะเป็นยังไงไปดูกันเลยค่ะ

 :-[ :-[ :-[



1. พัฒนากลยุทธ์การซื้อขายของคุณ

ขั้นตอนที่สำคัญที่สุดสำหรับในการเตรียมการและปกป้องการมีส่วนร่วมในระยะยาวในตลาดคือการสร้าง กลยุทธ์การซื้อขายส่วนตัวของคุณ แล้วก็เพื่อให้เป็นไปตามนั้น เมื่อคุณรู้สึกแน่ใจว่าคุณได้ทำการวิจัยเกี่ยวกับเครื่องมือและด้านเทคนิคอย่างเพียงพอแล้วคุณจะได้รับความรู้สึกกับตลาดด้วยบัญชีทดลองแล้วก็กำหนดโปรไฟล์ความเสี่ยงที่เป็นจริงได้เวลาในการพัฒนากลยุทธ์ของคุณ

ไม่ว่าคุณจะเลือกเป็น นักลงทุน forex หรือนักลงทุนระยะยาวจุดกลยุทธ์ของคุณคือการพัฒนาความมั่นคงแล้วก็กิจวัตรประจำวัน เช่นเดียวกับการค้าอื่นๆการฝึกฝนทำให้สมบูรณ์แบบ ยิ่งคุณมีความรู้และก็ประสบการณ์มากขึ้นด้วยเครื่องมือหรือเทคนิคมากเท่าไหร่คุณก็ยิ่งสามารถตัดสินใจได้อย่างประสบความสำเร็จแล้วก็รอบคอบมากขึ้นเท่านั้น เมื่อคุณเติบโตในฐานะผู้ค้ากลยุทธ์ของคุณก็จะเติบโตไปพร้อมกับคุณ



2. อย่าทำการซื้อขายมากเกินไปในบัญชีทดลอง
มีหลายคนที่ต้องการเป็นเทรดเดอร์ฟอเร็กซ์ แต่ส่วนใหญ่ไม่เคยไปไกลเกินกว่าการซื้อขายในบัญชีทดลอง ความจริงก็คือสำหรับเพื่อการที่จะกลายเป็นเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จการเทรดของคุณควรทำเงินให้คุณอย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งวิธีเดียวที่พวกเขาจะทำเงินคือถ้าคุณซื้อขายด้วยเงินจริงใน บัญชีจริง.

ด้วยเหตุนี้คุณจำเป็นจะต้องเปลี่ยนไปใช้บัญชีซื้อขายเมื่อคุณพร้อม ถ้าหากคุณกำลังจะใช้บัญชีทดลองใช้เป้าหมายของคุณเป็นการใช้บัญชีทดลองเพื่อทำความเข้าใจเชือกด้วยความมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนเป็นบัญชีจริงเมื่อคุณเข้าใจวิธีการซื้อขาย

สำหรับผู้ค้ารายใหม่ที่ซื้อขายอย่างต่อเนื่องโดยใช้บัญชีตัวอย่างมักจะมีเวลาหนึ่งเดือนพอที่จะเข้าใจกลไกของแพลตฟอร์มการซื้อขายและก็เริ่มเป็นผู้ประกอบอาชีพ

ขอแนะนำว่าผู้ค้าไม่ควรเลื่อนการซื้อขายสดเป็นเวลานานกว่าสามเดือนหลังจากที่พวกเขาเริ่มทำการซื้อขายในบัญชีทดสอบ


3. วิธีการเป็นนักเทรดที่ประสบความสำเร็จใน Forex
ในที่สุดเมื่อคุณได้กำหนดกลยุทธ์การซื้อขายของคุณและเปลี่ยนไปใช้บัญชีซื้อขายจริงคุณควรจะไปยังขั้นตอนต่อไปหรือขั้นตอนต่อไปแทน:


* พัฒนา แผนการซื้อขายและปฎิบัติตามอยู่เสมอ
* ตั้ง stop-losses สำหรับการซื้อขายทุกครั้ง มิฉะนั้นความล้มเหลวเกือบจะแน่นอน
* อย่าเสี่ยงเกิน 2%ของ margin ต่อการซื้อขายหนึ่งครั้ง
* แยกอารมณ์ของคุณออกจากการซื้อขาย
* อย่า่เทรดเพื่อชดเชยการสูญเสีย
* เทรดเฉพาะช่วงที่คุณคิดว่างเหมาะสม
* อย่ากลัวการสูญเสีย นักเทรดทุกคนมีสิ่งนี้
* พยายามบรรลุผลกำไรที่มากขึ้นและมีการซื้อขายที่ไม่ประสบความสำเร็จน้อยลง



68
การลงทุนมีความเสี่ยง แต่เชื่อว่าหลายคนเริ่มหันมาสนใจในเรื่องการลงทุนมากขึ้น เพราะด้วยกระเเสเงินเฟ้อขึ้นทุกปี ซึ่งการลงทุนที่ยอดนิยมอีกอย่างนั้นก็คือ Forex  และวันนี้มาดูมาร์จิ้นคอล (Margin Call) คืออะไร ??? ไปดูกันเลยค่ะ

 ::) ::) ::)


สำหรับในการเทรดฟอเร็กซ์เกี่ยวข้องกับมาร์จิ้น จะทำให้โบรกเกอร์มอบโอกาสสำหรับในการเทรดให้คุณด้วยเงินที่คุณไม่มีอยู่จริง เลเวอเรจเฉลี่ยในการเทรดฟอเร็กซ์นั้นสูงมาก ซึ่งจะอยู่ระหว่าง 50:1 และ 200:1 บัญชีที่มีอัตราเลเวอเรจสูงสุด 200:1
หมายความว่า แม้แต่การเปลี่ยนแปลงค่าที่น้อยที่สุดของการเทรดที่คุณมีอยู่ก็สามารถทำให้คุณหมดตัวได้ เมื่อคุณได้รับมาร์จิ้นคอล (Margin Call) จากโบรกเกอร์

ถ้าหากคุณต้องการเทรดต่อ คุณจำเป็นต้องเพิ่มเงินในบัญชีฟอเร็กซ์ โดยเหตุนั้นคำตอบที่ง่ายที่สุดสำหรับคำถามที่ว่า “มาร์จิ้นคอล (Margin Call) คืออะไร?” คือการที่โบรกเกอร์อยากให้คุณเพิ่มเงินในบัญชีถ้าหากคุณต้องการจะเทรดต่อ คำถามที่ซับซ้อนกว่านั้นคือมาร์จิ้นคอลเกิดขึ้นได้อย่างไรและทำไม?

สาเหตุของมาร์จิ้นคอล (Margin Call)

การทำความเข้าใจสาเหตุของมาร์จิ้นคอล (Margin Call) คือขั้นตอนแรก ขั้นตอนที่ 2 และขั้นตอนต่อไปคือการเรียนรู้วิธีอยู่ให้ห่างจากมาร์จิ้นคอล (Margin Call) ที่อาจเป็นไปได้ สรุปว่าสิ่งที่ทำให้เกิดมาร์จิ้นคอล (Margin Call) เพราะคุณไม่เหลือมาร์จิ้นให้ใช้แล้ว

ขั้นที่ 2 เป็นขั้นตอนที่มีประโยชน์ ซึ่งต้องเข้าใจว่าอะไรทำให้มาร์จิ้นของคุณหมดไป และคุณต้องอยู่ให้ห่างจากกิจกรรมเหล่านั้น เพื่อป้องกันความเสี่ยง นี่คือสาเหตุหลักสำหรับมาร์จิ้นคอล (Margin Call) ที่คุณควรหลีกเลี่ยง (พรีเซนเทชั่นโดยไม่เรียงลำดับ):

• ถือตำแน่งที่ขาดทุนนานเกินจนทำให้มาร์จิ้นหมดไป

• เลเวอเรจในบัญชีคุณมากเกินไป และถือตำแน่งที่ขาดทุนนาน

• บัญชีมีเงินน้อยเกินไป ทำให้คุณต้องเทรดด้วยมาร์จิ้นที่เหลือไม่มาก

เมื่อรวมเข้าด้วยกัน สาเหตุหลักของมาร์จิ้นคอล (Margin Call) คือการใช้เลเวอเรจที่มากเกินไปด้วยเงินทุนที่มีอยู่น้อยเกินไปในขณะที่ถือครองเทรดที่ขาดทุนเป็นเวลานานทั้งๆที่ควรตัดออกไป

เกิดอะไรขึ้นเมื่อมาร์จิ้นคอล (Margin Call) เข้ามามีผล?

เมื่อมาร์จิ้นคอล (Margin Call) มีผล การเทรดของคุณจะถูกลบหรือปิด เพื่อจุดประสงค์ 2 อย่าง นั่นคือคุณไม่มีเงินในบัญชีเพื่อครองตำแหน่งที่กำลังขาดทุนอีกต่อไป และก็โบรกเกอร์กำลังอยู่ในสถานะอันตรายกับการสูญเสียของคุณ ซึ่งไม่ส่งผลดีต่อโบรกเกอร์

หลีกเลี่ยงมาร์จิ้นคอล (Margin Call) อย่างไร

มักกล่าวกันว่าเลเวอเรจเป็นดาบสองคม เพราะเลเวอเรจจำนวนมากที่คุณใช้ถือตำแหน่งในหลายบัญชี มาร์จิ้นที่สามารถใช้ได้ของคุณก็จะดูดซับความสูญเสีย ยิ่งการเทรดด้วยเลเวอเรจที่สูงไม่เป็นไปตามความต้องการ เงินในบัญชีของคุณก็จะหมดอย่างเร็ว รวมทั้งเมื่อ % มาร์จิ้นซึ่งสามารถใช้ได้ถึง 0 คุณจะได้รับมาร์จิ้นคอล (Margin Call) นี่เป็นเพียงแค่เหตุผลของการใช้เพื่อปกป้องความสูญเสีย ซึ่งคุณต้องตัดการขาดทุนให้เร็วที่สุด


69
ในการเทรด Forex เราจะต้องทำความเข้าใจเบื้องต้น และรู้ข้อดีและข้อเสียของการเทรด Forex เสียก่อน ไม่เช่นนั้นอาจจะทำให้เกิดการขาดทุนได้ง่าย  ซึ่งวันนี้เราก็ไม่พลาดที่จะเอาใจมือใหม่ด้วยการบอกข้อดีและข้อเสียของการเทรด Forex ที่เราต้องรู้ !!! จะเป็นยังไงไปดูกันเลยค่ะ




ข้อดีการเทรด forex

1. สภาพคล่องสูง ซื้อง่ายขายคล่อง : เนื่องมาจากเงินเป็นสิ่งที่คนทั่วไปต้องการ ทำให้สภาพคล่องสำหรับการซื้อขายสูง มาลองเปรียบเทียบ กับ สินค้าอื่นดังเช่น โทรศัพท์มือถือ ถ้าหากวันนี้พวกเราจะขายโทรศัพท์มือถือสักเครื่องโดยตั้งราคาถูกกว่าท้องตลาด พวกเราก็ต้องรอ หรือหาคนที่อยากได้มาซื้อ ถ้าหากวันนี้ขายไม่ออก ก็ต้องรอวันอื่น หากเป็นแบบนี้ เรียกว่า สภาพคล่องต่ำ แต่ว่าถ้าหากสินค้าเราเป็น แบงค์พัน ถ้าวันนี้เราอยากขาย แบงค์พันในราคา 900 บาท มีคนต้องการซื้อแน่นอน เพราะเงินเป็นสิ่งที่คนทั่วไปต้องการ

2. เก็งกำไรได้ทั้งสองทาง : หลักการซื้อถูกขายแพง , ขายแพงซื้อถูก คิดว่าราคาทองขึ้น ก็ไปซื้อทองเก็บไว้ ถ้าคิดว่าทองจะลง ก็รีบขายทองเก็บเงินไว้ ถ้าคลาดการได้ถูก ก็ทำกำไรได้ ทั้งสองทาง

3. ถอนเงินใช้ได้ทันที : ถือเป็นข้อดีอีกอย่างหนึ่ง เทรดได้กำไร สามารถถอนเงินจากบัญชีเทรด เอาเงินมาใช้ได้เลย ไม่เหมือนเก็งกำไรทองคำแบบทั่วไป ถ้าอยากใช้เงินก็ต้องไปร้านทอง ต่อคิวเสียเวลาไปอีก

4. ใช้เงินลงทุนต่ำ : การเทรด forex สามารถใช้เงินลงทุนได้ที่หลักพันบาท



ข้อเสียการเทรด forex

1. forex ไม่มีกฎหมายรองรับในประเทศไทย : ไม่ผิดกฎหมาย แต่ ไม่มีกฎหมายรองรับ นั้นก็คือ เราไม่สามารถเอาผิดกับโบรกเกอร์ด้วยกฎหมายไทยได้ หากเกิดเรื่องขึ้นมา นักลงทุนต้องไปฟ้องร้องที่ต่างประเทศกันเอาเอง ดังนั้นการเลือกโบรกเกอร์จึงเป็นสิ่งสำคัญมากมาย

2. forex มีความเสี่ยงสูง : ราคาของสกุลเงินต่างๆมีความผันผวนสูง ทำให้ช่องทางทำกำไร หรือขาดทุน สูงไปด้วย นักลงทุนที่ไม่มีประสบการณ์ บางทีอาจขาดทุนได้ง่าย

70
ในการเทรด Forex ในบางคนอาจจะมีอาการเสพติด ซึ่งอาการนี้สามารถแก้ไขได้ ถ้าหาผู้ที่เทรดดรู้ตัว และจะมีเทคนิคการแก้ไขอย่างไรไปดูกันเลยค่ะ

 :-* :-*


สำหรับในการแก้ไขการเสพติดการเทรด นั้นสามารถแก้ไขได้ เพราะว่าที่จริงแล้วการเทรด Forex ไม่สามารถเสพติดได้ แต่พวกเราต่างหากที่พวกเราเสพติดอารมณ์ตัวเอง ความสุขที่หลั่งมาจากความฝัน จินตนาการ นั้นเหมือนกับช่วงที่มีความรักใหม่ๆเหมือนกับช่วงที่อะไรก็ดีไปเสียหมด

การจินตนาการกับตัวเองทำให้พวกเราสร้างมายาคติเชิงบวกให้กับพวกเรา มันก็ดีค่ะ มันทำให้พวกเรามีความสุข แต่แน่นอนว่า มันไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง อาการมโน พวกนี้ก็สามารถแก้ไขได้นะคะ แต่ว่าจะแก้ไขได้ก็เมื่อเทรดเดอร์รู้ตัวว่าตัวเองกำลังเสพติดการเทรด หรือว่าคนด้านข้างเริ่มมีอาการที่ว่านี้ก่อนค่ะ แล้วจะแก้มันยังไง นั้นไม่ยากค่ะ เมื่อคุณมีใจปรารถนาจะแก้แล้ว ผมจะเล่าให้ฟัง

แนวความคิดสำหรับการแก้ไขการเสพติดการเทรด Forex
สิ่งที่คุณต้องแก้คือ การเทรด Forex ไม่ได้ดีขนาดนั้น ไม่ได้ทำกำไรได้มหาศาลในระยะเวลาอันสั้น การเทรดนั้นสร้างผลตอบแทนได้สม่ำเสมอได้แต่ไม่ได้มาก บรรดาเทพทั้งหลายที่โชว์พอร์ตสวยๆในเฟส ในอินเตอร์เน็ตเป็นเรื่องตบตา หรือเป็นเรื่องฟลุ๊คๆไม่ได้ยั่งยืนค่ะ…

และการวิเคราะห์กราฟบวกกับการส่งคำสั่ง ใช้เวลาแค่เพียงไม่กี่นาที ไม่เกิน 2 นาทีด้วยซ้ำไป การเฝ้าหน้าจอของคุณจะไม่ช่วยอะไรเลย เมื่อเป็นเช่นนี้การแก้ไขการเสพติดการเทรด คือ การป้องกันตัวเองในการคิดซ้ำซากค่ะ คือการหากิจกรรมอันอื่นทำ รวมทั้งอย่าให้ว่าง ตัวอย่างเช่น คุยกับเพื่อน การไปดูหนัง และก็ตั้งเวลาให้ตนเองสำหรับการเทรดไว้ เหมือนกับการแก้เด็กติดเกมส์ ราวกับการแก้อาการอกหักเลยค่ะ ต้องอย่าไปจมกับมัน เมื่อนานวันเข้า คุณก็จะสามารถเข้าใจได้ และไม่มีอาการที่ว่านี้

ทริคแนวปฏิบัติอีกอย่างหนึ่งคือ การอย่าไปคิดว่าจะเป็นเทรดเดอร์อาชีพ ที่มีรายได้จากการเทรดอย่างเดียว คุณควรจับงานอื่นๆด้วย เพราะการเทรดจริงๆหากวางแผนดีๆใช้เวลาดูกราฟออกไม้ในแต่ละวันใช้เวลาไม่มากนะคะ สำหรับคนที่ต้องการเป็นเทรดเดอร์อาชีพที่มีรายได้อย่างยั่งยืน จากประสบการณ์และก็ภาพที่มองเห็นมานาน อยู่ที่ทุนราว 1 ล้านบาท โดยเป็นทุนที่พร้อมเสียหรือพร้อมค้างได้ ทั้งความหวังกำไรควรอยู่ที่ 15-20% ต่อปีนะคะ




71
ในการเทรด Forex แน่นอนว่ามีความผันผวนที่สูง เนื่องจากเป็นการเทรดสกุลเงินทั่วโลก ซึ่งสำหรับคนที่อยากทำกำไรต้องไม่พลาดกับเทคนิคการเทรด Forex ทำลายช่องผันผวน จะเป็นยังไงไปดูกันเลยจ้า

 ::) ::) ::)

ความผันผวน หรือ Volatility คือ การวัดค่าการแกว่งตัวของผลตอบแทนของการลงทุนในหลักทรัพย์หรือว่า ราคาประเภทใดประเภทหนึ่ง ซึ่งยิ่งความผันผวนมาก ก็ยิ่งทำให้สินทรัพย์มีความเสี่ยงสูงมาก

คู่ระยะเวลาที่แนะนำ M15  ตราสาร: กลยุทธ์เหมาะสมกับตราสารทั้งหมด กรอบเวลา: M15 และเหนือกว่า

ตัวชี้วัดหรืออินดิเคเตอร์ที่ต้องใช้
RSI (11) ระดับ (35, 65)
20 SMA High
20 SMA Low
5 SMA High
5 SMA Low

จังหวะเปิดตำแหน่ง Long (ฺซื้อ)
เมื่อเส้น 5 SMA High อยู่เหนือเส้น 20 SMA High และ RSI (11) อยู่เหนือ 65 เราก็สามารถลงไม้ซื้อได้จ้า

จังหวะเปิดตำแหน่ง Short (ขาย)
เมื่อเส้น 5 SMA High อยู่ต่ำกว่าเส้น 20 SMA Low และ RSI (11) อยู่ต่ำกว่า 35 เราก็สามารถลงไม้ขายได้จ้า

Stop Loss เมื่อเปิดตำแหน่ง Long (ซื้อ) 
Stop Loss จะวางไว้ที่ระดับ 5 SMA Low
เมื่อเปิดตำแหน่ง Short (ขาย) Stop Loss จะวางไว้ที่ระดับ 5 SMA High

Take Profit สำหรับออเดอร์ Long (ซื้อ) Take Profit เมื่อ RSI (11) อยู่ต่ำกว่า 65
สำหรับออเดอร์ Short (ขาย) Take Profit เมื่อ RSI (11) ขึ้นไปเหนือ 35





72
ในการลงทุนมีความเสี่ยง แต่การไม่ลงทุนมีความเสี่ยงกว่า สำหรับมือใหม่ที่สนใจจะเทรด Forex แนะนำว่าเราจะต้องรู้และควบคุมความเสี่ยง เพื่อป้องกันไม่ให้เงินหาย และวันนี้มาดูหลักการความเสี่ยงของการเทรด Forex  กันค่ะ



นักลงทุนทุกคนที่เข้ามาใน Forex ล้วนแต่พยายามค้นหาผลลัพธ์ที่ดีที่สุด แม้กระนั้นเพื่อให้ได้กำไรจากการซื้อขายนั้นนักลงทุนจำเป็นจะต้องรู้ รวมทั้งปฏิบัติตามหลักเกณฑ์บางอย่างของ Forex

1. เราจะต้องมีกลยุทธ์การซื้อขาย เป็นของคุณเอง พัฒนาระบบของคุณซึ่งขึ้นอยู่ กับปัจจัยบางประการที่เห็นได้ชัดเจนสำหรับการซื้อขายในตลาด Forex


2. การควบคุมอารมณ์ สภาวะอารมณ์ที่ไม่คงที่อาจรบกวนกระบวนการตัดสินใจ เรียนรู้แนวทางที่จะควบคุมอารมณ์ รวมทั้งความต้องการของคุณ


3. ควรมีประวัติของข้อมูล เป็นของคุณเอง เขียนบันทึกสถานการณ์ แล้วก็ปัจจัยที่คุณใช้เพื่อการตัดสินใจ เปิด/ปิด คำสั่งซื้อขาย รวมถึง ความคิดเห็นของคุณในทุกๆสถานการณ์ ทบทวนผลลัพธ์การซื้อขาย ของคุณอย่างสม่ำเสมอ


4. ควรเรียนรู้จากความผิดพลาด การวิเคราะห์ แล้วก็การแก้ไขความผิดพลาด เป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดของการซื้อขายที่ประสบความสำเร็จ การกล้าวิจารณ์ตัวเองเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเพื่อการวิเคราะห์ตำแหน่งของการสูญเสีย การจัดการตำแหน่งที่สูญเสียนั้นคุณสามารถหลีกเลี่ยงการเกิดความผิดพลาดซ้ำอีกได้


5. ไม่ควรทำการซื้อขายโดยไม่มีเหตุผล อย่าเปิดแพลตฟอร์ม การค้าขายเพียงแค่เนื่องจากคุณไม่มีอะไรทำ หรือคุณนอนไม่หลับ ควรจะค้าขาย เมื่อมีสาเหตุที่กำหนดให้ทำค้าขายแค่นั้น


6. พยายามทำ แล้วก็คิดด้วยตัวคุณเอง ความช่วยเหลือ แล้วก็การแสดงนัย จากผู้อื่นอาจจะมีประโยชน์ แต่ไม่ใช่ขณะที่กำลังทำการซื้อขายใน Forex คุณสามารถพิจารณาคำแนะนำจากนักลงทุนรายอื่นที่มีประสบการณ์ได้แต่ไม่ใช่ทำตามโดยไม่คิด ความก้าวหน้าจะปรากฎให้เห็นก็ต่อเมื่อคุณทำการ วิเคราะห์ด้วยตัวคุณเอง และพัฒนากลยุทธ์ของคุณเอง รวมทั้งเชื่อสำหรับเพื่อการ ตัดสินใจของคุณเท่าน้้น


7. ควรทำการซื้อขายต่อเมื่อคุณมั่นใจ การรอไปสู่ตลาดเมื่อถึงเวลาที่ เหมาะสมนั้นจะดีกว่าที่จะเปิดคำสั่งซื้อขายเมื่อคุณไม่เข้าใจสถานการณ์ มันเป็นสิ่งสำคัญที่จะเข้า แล้วก็ออกมาจากตลาดในเวลาที่เหมาะสม ถ้าคุณรู้สึก ไม่มั่นใจ คุณไม่ควรที่จะเสี่ยง การสูญเสียแค่ 2-3 pip นั้นไม่สามารถเทียบ ได้กับการสูญเสียจำนวนมากซึ่งอาจเกิดจากการกระทำที่ไม่รอบคอบ เปิดคำสั่งซื้อขายในภายหลังเท่านั้น: ตลาดไม่ได้หายไปไหน


8. จำกัดความเสี่ยงของคุณ กำหนดเงินยอดรวมทั้งหมดสำหรับเพื่อการซื้อ ขาย แล้วความสูญเสียจะไม่ก่อให้เกิดสภาพการณ์การขาดแคลนงบประมาณ ภายในครอบครัว


9. รู้ขีดจำกัดของคุณ สามารถหยุดได้


10. ระมัดระวังกับความสำเร็จในช่วงเริ่มต้น อย่าหลงระเริงกับความสุข ไปกับกำไรเพียงแค่ไม่กี่ร้อยดอลลาร์ (กลับไปที่ข้อ 2)


11. อย่าซื้อขายตรงข้ามกับตลาด ไม่ควรเสี่ยงหากขาดประสบการณ์ กระบวนการของราคามีความเคลื่อนไหวไปในทิศทางที่เฉพาะเจาะจง ตลาดจะเริ่มกระโดด ขึ้น/ลง เรียนรู้วิธีการใช้ความผันผวนของราคาใน ระยะสั้น คุณจะต้องพอกพูนประสบการณ์จึงจะสามารถลดความเสี่ยงลงได้



73
การที่เราจะเทรด Forex นั้น อันดับแรก เราจะต้องทำการเปิดบัญชีกับโบรกเกอร์เสียก่อน สำหรับมือใหม่ ถ้าหากศึกษาให้ครบถ้วนรับรองว่าไม่ยากและสามารถเทรดได้กำไรงามอย่างแน่นอนค่ะ

 สำหรับมือใหม่ที่ยังไม่รู้ว่า โบรกเกอร์ forex คืออะไร ทำหน้าที่อะไรบ้าง ทำไม การเลือกโบรกเกอร์จึงเป็นสิ่งสำคัญ ในบทความนี้จะคลายข้อสงสัยให้คุณได้ครับ โบรกเกอร์ forex  คือ บริษัทที่ทำหน้าที่เป็นตัวแทนในการส่งคำสั่งซื้อขายไปยังตลาด Forex หรือจะเรียกกันภาษาชาวบ้านก็คือ นายหน้าซื้อขาย Forex นั้นเอง การจะเข้าไปเก็งกำไรในตลาด Forex ได้นั้น เราจะต้องทำการเปิดบัญชีเทรดกับโบรกเกอร์ก่อน ดังนั้น โบรกเกอร์ Forex จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องเลือกดีๆ เพราะเทรดเดอร์จะต้องติดต่อกับโบรกเกอร์อยู่เสมอ




โบรกเกอร์มีหน้าที่หลักอะไรบ้าง

1. เปิดบัญชีเทรด ตรวจสอบเอกสารยืนยันตัวตนของผู้เปิดบัญชีให้
2. บริการ ฝาก ถอน เงินเข้าบัญชีเทรด
3. ให้บริการแพลตฟอร์มสำหรับการเทรด เช่น MT4, MT5 Support
4. แก้ไขปัญหาการใช้งาน หรือให้ข้อมูลกับเทรดเดอร์


การเลือกโบรกเกอร์ forex ที่ดี

1. มีความน่าเชื่อถือ เปิดให้บริการมากกว่า 5 ปีขึ้นไป
2. การจดทะเบียนถูกต้อง มีใบอนุญาต มีหน่วยงานควบคุม ที่น่าเชื่อถือเช่น FCA (financial conduct authority fca) ,ASIC,CYSEC
3. มีการป้องกันความเสี่ยงเงินในบัญชีเทรดของลูกค้า
4. มีการแยกบัญชีลูกค้ากับบัญบริษัท
5. ความเร็วในการ ฝาก ถอน ช่องทางการฝากถอนที่เหมาะสำหรับคนไทย มีความปลอดภัย
6. ค่าสเปรดต่ำ
7. ฝ่าย Support มีช่องทางติดต่อที่สะดวกเช่น chat online 24 ชั่วโมง

74
ในการเทรดหรือการลงทุน เชื่อว่าทุกคนก็อยากทำกำไรให้ได้เยอะที่สุด และวันนี้เราก็ไม่พลาดที่จะมาเอาวิธีเอาชนะ ทำกำไรในตลาด Forex ที่สามารถช่วยเพื่อนๆ ทำกำไรให้ได้เยอะมากที่สุด จะเป็นยังไงไปดูกันเลย


เลือกสูตรการเทรดเฉพาะของคุณ อย่าจับฉ่าย

แน่นอนค่ะ ว่าสูตรการเทรด Forex นั้นมีอยู่มากหลายสูตรเลยทีเดียว แต่หากคุณต้องการเอาชนะตนเอง เอาชนะตลาด ควรจะหาสูตรเทรดที่เหมาะสมกับตัวคุณเองมาสัก 1-2 สูตร แล้วฝึกฝนให้ชำนาญไปเลยดีกว่า แทนที่จะมีหลายสูตรจนเลือกใช้ไม่ถูก ก็ศึกษาเจาะลึกไปเลย ถึงที่มา วิธีการใช้ และจังหวะการใช้งานสูตรนั้นๆสาเหตุที่แนะนำให้เลือกสูตรที่คุณถูกใจมาสัก 1-2 สูตรก็เพราะว่า สิ่งที่คุณชอบก็จะเกิดความชำนาญได้ง่าย และก็เมื่อเชี่ยวชาญ ก็จะเทรดได้ประสบความสำเร็จโดยง่ายนั่นเอง


อย่าคิดว่าการเทรด Forex เป็นการเสี่ยงโชค แต่ให้มองว่ามันเป็นการลงทุน

เนื่องจากว่าการเสี่ยงโชคนั้นจะใช้โชคเพียงอย่างเดียว แต่ว่าตลาด Forex มันไม่ใช่ เพราะนอกจากโชคที่จะต้องมีแล้ว ความรู้และประสบการณ์เองก็ขาดไม่ได้เช่นกัน ที่จะต้องมีเพื่อเอาตัวรอดในตลาด Forex นอกจากนั้นการเทรดอย่ามองเพียงแค่ “เงิน”เท่านั้น แต่ให้มองว่ามันคือการลงทุนอย่างหนึ่ง มันจะทำให้คุณมองเห็นตลาดได้กว้างขึ้น และไม่ถูกอารมณ์ ความรู้สึก ความโลภ ครอบงำจนทำให้เทรดผิดพลาด


อย่าลืมเรื่องการบริหารจัดการความเสี่ยง

อย่างแรกที่คุณจะต้องนึกถึงคือเรื่องการจัดการเงินทุน หรือจัดการพอร์ตของคุณ ให้นึกถึงความเสี่ยงของเงินก้อนนี้เป็นอันดับแรก อย่าเพิ่งไปมองว่าจะได้กำไรเท่านั้นเท่านี้ เอาว่าเงินก้อนที่คุณมีอยู่ จะใช้มันลงทุนอย่างไรให้มีความเสี่ยงน้อยที่สุด แต่ว่ามีผลกำไรตอบแทนมากที่สุด ตรงนี้ไม่มีคำตอบตายตัว แต่คุณสามารถหาคำตอบได้ด้วยการนำเอาหลัก บริหารจัดการเงินทุน มาใช้ค่ะ




75
หลายๆ คนกังวลเรื่องค่าคอมมิชชั่น เพราะหลายโบรกเกอร์ที่มีการเก็บค่าคอมเยอะ และวันนี้เรามาทำความรู้จักค่าคอมมิชชั่นในการเทรด Forex คืออะไร   จะเป็นยังไงไปดูกันเลย


 ::)


Commission หมายถึง ค่าธรรมเนียมที่โบรกเกอร์เรียกเก็บจากเทรดเดอร์ในฐานะผู้ให้บริการในการเทรด ซึ่งโบรกจะได้กำไรจากค่าธรรมเนียมตรงนี้ล่ะ แม้ว่าบางโบรกเขาจะกล่าวว่าไม่คิดค่า Commission เนื่องจากว่าอันที่จริงแล้วเค้าได้บวกกับค่า Spread (ค่าส่วนต่างของราคาซื้อแล้วก็ราคาขายของตลาดเวลานี้) ไปแล้วนั่นเอง ซึ่งบางครั้งก็อาจจะคิดแค่เพียง $0.1 ต่อการเทรด 1 lot ($100,000) ก็ได้ ดังนี้ขึ้นกับสภาพคล่องทางตลาด (liquidity) หรืออื่นๆตามแต่โบรกเกอร์นั้นๆจะคิดคำนวณช่องทางรายได้ของเขาค่ะ

แต่ว่าทั้งนี้ก็มีบางโบรกที่เก็บค่า Commission เพราะว่าค่า Spread ของเค้าน้อย หรือบางโบรกหรือบางระบบบัญชีก็คิดทั้งสองอย่าง….นะคะพวกที่ทำงานระบบการเงิน การธนาคาร โบรกเกอร์ ฯลฯ พวกนี้เขาจะสร้างอะไรที่สลับซับซ้อนให้เราตามไม่ทันเสมอๆอยู่แล้วค่ะ

ในการเทรด forex นั้นพวกเราจำเป็นต้องจ่ายค่าสำหรับบริการให้โบรกเกอร์ ซึ่งเขาจะยอมเรียกว่าค่า Commissions หรือไม่ก็ตาม ซึ่งโดยรวมทั้งหมดหลายชั้นหลายซ้อนถือว่าสูงมาก เมื่อเทียบกับการซื้อขายหุ้น หรือกองทุนในบ้านพวกเรา ซึ่งมีค่าคอมมิสชันจะอยู่ที่โดยประมาณ 0.2% ของมูลค่าที่ทำการเทรด

ดังนั้นการที่โบรคเกอร์ forex ส่วนใหญ่ ทำการตลาดโดยอ้างว่า ฟรีค่าคอมมิสชัน (Free Commissions) ที่จริงแล้วมันไม่จริงเสียทั้งหมดนะคะ ซึ่งมันอาจส่งผลให้พวกเราเข้าใจผิดได้

ในตลาด forex นั้น จะคล้ายๆกับตลาดอื่นๆนั่นคือมีการตั้งซื้อ(Bid) และก็ตั้งขาย (Ask) ราคาตั้งซื้อเป็นราคาที่พวกเราสามารถขายได้ในตอนนั้น ส่วนราคาตั้งขายก็คือราคาที่พวกเราสามารถซื้อได้ในขณะนั้น

ผลต่างระหว่างราคาตั้งซื้อและก็ตั้งขายนั้นเรียกว่า Spread ยกตัวอย่าง EUR/USD ราคา Bid ที่ 1.5157 รวมทั้ง Ask ที่ 1.5160 ด้วยเหตุผลดังกล่าวค่า Spread ของ EUR/USD จะพอๆกับ 0.0003 หรือ 3 PIPS ถ้าหากพวกเราทำการเปิด Order ทำการซื้อขณะนั้น พวกเราจะซื้อเหมาะ 1.5160 แล้วก็ Transaction ของพวกเราจะขึ้นเป็น -3 PIPS โดยทันที ถ้าพวกเราปิดออร์เดอร์ขณะนั้นโดยอัตราแลกเปลี่ยนยังไม่เปลี่ยนแปลงพวกเราจะขายได้ที่ 1.5157 แล้วก็ขาดทุนโดยทันที 0.0003 หรือ 3 PIPS




หน้า: 1 ... 3 4 [5] 6
SMF 2.0.15 | SMF © 2011, Simple Machines