แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - นักศึกษา22

หน้า: 1 [2] 3 4 ... 14
16
กระทู้นี้เราจะมากล่าวกันถึงเรื่อง สัญญาณการซื้อขาย Forex ว่าเราจะดูได้อย่างไรว่าถึงเวลาทำกำไรกันแล้ว



มีเว็บไซต์จำนวนมากในตลาด, ที่ให้สัญญาณ Forex, ซึ่งจะรับประกันปริมาณของผลกำไร. (สำหรับตัวอย่าง: หากคุณใช้สัญญาณ Forex ของเรา คุณจะสามารถได้รับผลกำไรประมาณ 1000 - 1500 pip ต่อเดือน โดย 10 สกุลเงิน, เรายังแนะนำขั้นตอนการซื้อขายโดยอัตโนมัติอย่างเต็มที่.....) อย่าได้เชื่อเลย ! เอาใจใส่และความไว้วางใจข้อเสนอจากแหล่งที่เชื่อถือได้เท่านั้น, ซึ่งมีอำนาจและมีชื่อเสียงในโลกของการซื้อขาย. คุณสามารถตรวจสอบคุณภาพของสัญญาณ Forex โดยวิธีการดังต่อไปนี้: ความคิดเห็นของคนที่คุณรู้จัก (เพื่อน, เพื่อนร่วมงาน, ญาติของผู้ที่ใช้บริการของผู้ให้บริการแลกเปลี่ยนสัญญาณ) เป็นตัวบ่งชี้ที่ดีที่สุด. อีกวิธีหนึ่งคือการทดสอบการเจริญเติบโตของธุรกรรมในตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ. สถิติดังกล่าวสามารถใช้ได้สำหรับลูกค้า, ถ้ามันไม่ได้เป็น, คุณจะต้องมองหาโบรคเกอร์อื่นทางอินเตอร์เน็ทที่ให้ข้อมูลดังกล่าว. สัญญาณซื้อขาย Forex อาจจะพิจารณาเป็นทางเลือกในการจัดการจริง. ในบางกรณี, การดำเนินธุรกรรมที่คุณต้องอาศัยประสบการณ์ของคนอื่นหรืออัลกอริทึมของโปรแกรม, แล้ววิเคราะห์ตลาดอย่างอิสระ. ในกรณีแรก, คุณจ่ายเงินรวมคงที่สำหรับสัญญาณการซื้อขายและดำเนินการทำธุรกรรมอย่างอิสระบนแพลตฟอร์มการซื้อขาย. ในกรณีที่สอง, โบรคเกอร์ดำเนินการธุรกรรมในนามของคุณ, แต่คุณมีส่วนของผลกำไรของคุณกับมัน. ในบางกรณี, หากสถานการณ์ในตลาดสกุลเงินไปกับคุณ, คุณแค่เพียงเสี่ยงต่อการสูญเสีย.

สัญญาณซื้อขาย Forex เป็นสัญญาณซื้อหรือขาย ซึ่งเป็นเครื่องมือของการซื้อขาย (สกุลเงิน, หุ้น, CFD, โลหะที่มีค่า, อื่นๆ), สัญญาณเหล่านี้เป็นสัญญาณในเวลาที่เหมาะสมสำหรับการเปิดและปิดออเดอร์. สัญญาณซื้ออขายเป็นบริการที่ได้รับความนิยมกันมากใน ตลาด Forex ณ ขณะนี้. สัญญาณซื้อขายเหล่านี้ขอแนะนำให้เทรดเดอร์นำข้อมูลไปใช้ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด - สกุลเงินอะไรและราคาที่คุ้มค่าในการดำเนินการ, ในขณะที่ปิดออเดอร์, ดีกว่าที่จะกำหนดระดับ stop loss, เพื่อหลีกเลี่ยงการสูญเสียในกรณีที่คุณคาดการณ์ไม่ถูกต้องถึงแนวโน้มการเคลื่อนไหว, หรือการได้รับผลกำไรสำหรับการได้รับผลลัพธ์ที่สูงสุด. ไม่ต้องสงสัย, สัญญาณมีบทบาทสำคัญสำหรับเทรดเดอร์ในตลาด Forex, แต่เทรดเดอร์ไม่ควรทำตามพวกเขาอย่างเต็มที่และไม่มีเงื่อนไข. พวกเขาจะช่วยเฉพาะในช่วงการซื้อขายประจำวัน, อีกครั้ง, เฉพาะผู้ช่วย. Trader ต้องทำการตัดสินใจตามปัจจัยทั้งหมด, โดยเฉพาะ, สภาพแวดล้อมภายนอก (ไมโคร- และปัจจัยของเศรษฐกิจมหภาค, เช่น การวิเคราะห์ทางพื้นฐาน ซึ่งเป็นการวิเคราะห์ของตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจ, ปัจจัยทางสังคมและนโยบายของรัฐบาลของวงจรธุรกิจ, สามารถคาดการณ์การเคลื่อนไหวของราคาและแนวโน้มของตลาดและ การวิเคราะห์ทางเทคนิค และนำเข้าไปสู่บัญชีที่ไม่มีปัจจัยตลาด (สถานการณ์ทางการเมือง, สถานการณ์ของกำลังหลักที่แตกต่างกันและอื่นๆ)

17
มือใหม่นักเทรด เข้ามาดูกันต่อเลยนะครับ เรื่องนักลงทุนสามารถทำกำไรได้เท่าไหร่ในตลาด Forex

มองหาโอกาส
นักลงทุนที่มีประสบการณ์มักจะได้รับผลกำไรที่สม่ำเสมอ อย่างไรก็ตาม ยังมีบางสถานการณ์ที่นักลงทุนส่วนใหญ่ทำกำไรได้ เมื่อคุณกำลังเริ่มก็ควรมองหาโอกาสเหล่านี้โดยการพูดคุยกับนักลงทุนคนอื่น ๆ และหาแนวโน้มตลาดที่เห็นได้ชัดเจน การได้กำไรก้อนแรกของคุณมีแนวโน้มว่าจะเกิดขึ้นโดยวิธีนี้
จัดการกับความเสี่ยงของคุณ
รายได้ที่มีศักยภาพและรายได้ที่เกิดขึ้นจริงเป็นสิ่งที่ต่างกัน ในฐานะนักลงทุน รายได้ที่มีศักยภาพของคุณจะไม่มีขีดจำกัด แต่การที่คุณสามารถสร้างกำไรได้เท่าไหร่นั้นขึ้นอยู่กับความสามารถของคุณเอง หนึ่งในทักษะที่สำคัญคือการรู้วิธีการจัดการกับความเสี่ยงของคุณ ดังนี้
กระจายการลงทุนของคุณในรูปแบบต่างๆ หลายรูปแบบ
ทำการวิเคราะห์อย่างกว้างๆ ก่อนที่จะเปิดตำแหน่งใดๆ
อย่าทำการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูงเกินไป
ตั้งค่าหยุดการขาดทุน
รับฟังจากผู้เชี่ยวชาญ แต่ตัดสินใจด้วยตัวคุณเอง
ท้ายที่สุดแล้วควรจำให้ขึ้นใจว่าผู้เชี่ยวชาญย่อมมีสติถิการลงทุนที่ได้กำไร แต่ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะถูกต้องเสมอไป หากเป็นเช่นนั้นแล้ว พวกเขาจะรวยมากเสียจนไม่จำเป็นต้องมาให้คำแนะนำอยู่ จึงควรให้ความสนใจกับคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องตรวจสอบสิ่งที่พวกเขาได้กล่าวไว้ก่อนจะเริ่มตัดสินใจทำการลงทุน
พัฒนากลยุทธ์ของคุณเอง
นักลงทุนมักจะแบ่งปันกลยุทธ์ของตนเอง คุณจึงสามารถเรียนรู้จากพวกเขาเหล่านี้ได้ถ้าเห็นว่าเขาประสบความสำเร็จ อย่างไรก็ตามกลยุทธ์ของพวกเขาอาจไม่ได้ผลสำหรับคุณ เมื่อคุณทำการลงทุนมักจะมีปัจจัยอื่นๆเข้ามาเกี่ยวข้องซึ่งสามารถส่งผลกระทบได้ คุณจึงควรพัฒนากลยุทธ์ที่คิดว่าได้ผลกับตัวคุณเอง มิฉะนั้นอาจจะเกิดความผิดพลาดในการลงทุน
ผลประโยชน์ที่ควรทราบ
เมื่อคุณเริ่มต้นลงทุน อาจจะต้องรอระยะหนึ่งในการได้กำไร อย่าล้มเลิกความตั้งใจง่ายๆ ไม่เช่นนั้นคุณจะสูญเสียผลประโยชน์และสิ่งที่คุณได้เรียนรู้ก่อนหน้านี้ จำไว้ว่าผลประโยชน์ของการเป็นนักลงทุนมีดังนี้ คือ
คุณสามารถตัดสินใจเองได้
คุณไม่ต้องทำงานในออฟฟิศ
คุณสามารถเลือกเวลาที่ต้องการทำงานได้
สามารถสร้างรายได้อย่างไม่จำกัด
ตลาด forex เป็นสิ่งที่น่าสนใจและสามารถตอบสนองคุณได้

นักลงทุนสามารถทำกำไรได้เท่าไหร่

นักลงทุน Forex มีวิธีการในการสร้างกำไร โดยมักจะถูกถามว่าได้กำไรเป็นจำนวนเงินเท่าไหร่ นี่คือคำตอบของเรา
Forex สามารถสร้างกำไรได้
นักลงทุน Forex หลายคนทำกำไรที่ดี แต่ผลที่ได้รับแตกต่างกันออกไป
บางคนบอกว่าสามารถสร้างกำไรเป็นสองเท่าของเงินในระยะเวลาอันสั้น
บางคนมีความพึงพอใจกับผลตอบแทนเพียง 5-10%
อื่นๆ ขาดทุนโดยไม่ได้รับผลกำไรเลย ซึ่งนักลงทุนเหล่านี้จะไม่ได้อยู่ในตลาดลงทุนเป็นระยะเวลานานนัก
จำนวนเงินที่คุณทำในตลาด Forex ขึ้นอยู่กับทักษะ การทุ่มเท และการเอาใส่ใจในรายละเอียด การจะเป็นนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จ มีขั้นตอนดังนี้
เรียนรู้ทุกสิ่งที่สามารถเรียนรู้ได้เกี่ยวกับกลไกของตลาด
พัฒนากลยุทธ์ที่มีผลต่อความสำเร็จ
ให้ความสนใจกับการวิเคราะห์ตลาดจากผู้เชี่ยวชาญ
ทำการวิเคราะห์รายละเอียดด้วยตนเองก่อนที่จะเริ่มลงทุน
รู้ว่าเมื่อไรควรเก็บกำไรและเมื่อไรที่จะหยุดขาดทุน
อดทนและทุ่มเท
อย่าปล่อยให้อารมณ์ของคุณอยู่เหนือเหตุผล
ตัวอย่าง เช่น
พิจารณาจากสถานการณ์ต่อไปนี้
ผู้ประกอบการเปิดบัญชี Forex และเงินฝาก 1,000 ดอลล่าร์สหรัฐ
พวกเขาได้รับผลตอบแทนรายวัน 1.5% จากการลงทุนตั้งแต่ต้น
คิดป็น 33% ต่อเดือน หรือ 333 ดอลล่าร์สหรัฐ
กำไรสุทธิประจำปีของพวกเขาจะอยู่ที่ประมาณ 4,000 ดอลล่าร์สหรัฐ ซึ่งคิดเป็นการได้เงินคืน 400%
ตัวอย่างเหล่านี้อาจจะไม่ได้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับคุณในการลงทุน คุณอาจจะได้มากกว่าหรือน้อยกว่านั้นซึ่งขึ้นกับทักษะของคุณเองและสภาวะตลาด อย่าลืมว่าการเพิ่มทุนและผลประโยชน์นั้นคุณสามารถเพิ่มผลกำไรได้ (ในขณะที่ความเสี่ยงก็เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน)

18
วันนี้ขอเริ่มจากเรื่องเบาๆ แต่คิดว่าทุกท่านน่าจะอยากรู้กันนะครับเกี่ยวกับเรื่องของ ค่าคอมมิชชั่นบน FOREX



ตามปรกติแล้ว ขนาดของค่าคอมมิชชั่นขึ้นอยู่กับปัจจัยบางอย่าง: ความคล่องตัสของคู่สกุลเงิน อย่างเช่นที่เป็นที่นิยมใน คู่สกุลเงินมีค่าคอมมิชชั่นในการเทรดน้อยกว่าคู่ใหม่ โดยส่วนมากแล้วมูลค่าของค่าคอมมิชชั่นระหว่างคู่สกุลเงินเดิมกับคู่สกุลเงินใหม่นั้นอาจจะค่อนข้างมีส่วนต่างค่อนข้างมาก ปริมาณของการดำเนินการก็เป็นไปตามแนวทาง จะทำการเทรดขนาดเล็กหรือจะขนาดใหญ่ ค่าธรรมเนียมก็จะพุ่งสูงขึ้นได้ สำหรับจุดสำคัญอย่างมากของขนาดค่าคอมมิชชั่นของทางForex ก็คือเงื่อนไขของตลาด ในช่วงการรายงานข่าวเศรษฐกิจมหภาค นั้นจะเห็นได้ว่าผู้เทรดที่มีประสบการณ์จะตอบรับกับการขยายตัวของค่าคอมมิชชั่น ความคล่องตัวที่ต่ำก็ยังเป็นส่วนหนึ่งที่เกิดจากช่วงวันหรือช่วงปี ก็อาจทำให้ค่าคอมมิชชั่นเพิ่มสูงขึ้น ระยะของค่าคอมมิชชั่นบน Forex หรือประเภทของสเปรด โดยสเปรดอาจเป็นได้ทั้งที่กำหนดหรือลอยตัว, มาตรฐาน หรือบัญชีขนาดเล็ก สำหรับสเปรดแบบถูกกำหนดมานั้นมีค่าธรรมเนียมที่ยังไม่เปลี่ยนแปลงภายใต้เงื่อนไขของตลาด ส่วนสเปรดแบบลอยตัวจะมีค่าธรรมเนียมเท่ากับ 2 จุดตามสถานการณ์ที่คงตัวของตลาด แต่ถึงอย่างไรก็ตามมันก็อาจปรับขึ้นมาถึง 40-50 จุด ถ้าหากเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดขึ้นในตลาด ผู้เทรดที่เลือกโบรกเกอร์ของทาง Forex สำหรับการเทรดในตลาดเงินตราระหว่างประเทศก็ควรทำการศึกษาขนาดของสเปรด และผู้เทรดก็ควรหลีกเลี่ยงการให้คำมั่นสัญญาจากนายหน้าว่าจะดูแลค่าใช้จ่ายให้ ในส่วนของผลกำไรของโบรกเกอร์จะมาจากสเปรดที่จ่ายโดยผู้เทรดนั้นเองเนื่องจากเป็นค่าธรรมเนียมในการดำเนินการเทรดให้ นอกจากนั้นผู้เทรดก็จะตอบแทนพวกเขาด้วยสินน้ำใจให้กับโบรกเกอร์ที่ได้เสนอโอกาสในตลาดโดยปราศจากค่าคอมมิชชั่นเพิ่มเติมโดยใช้สเปรดเป็นค่าตอบแทนสำหรับการเทรดที่ครบสมบูรณ์ ก่อน ทำการเปิดบัญชีเทรดพร้อมกับทางบริษัท Forex ให้ทำการวิเคราะห์ตัวแทนหรือโบรกเกอร์ที่เหมาะที่สุดใน Forex

ตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศ Forex เป็นพื้นที่ทำการซื้อขายโดยใช้สกุลเงินในการทำการขาย จนในตอนนี้Forexเป็นหนึ่งในตลาดขนาดใหญ่และเป็นตลาดการเงินที่ทำรายได้ได้มากมาย รวมทั้งส่วนขยายของการดำเนินการที่ได้รับการดูแลในมูลค่าเกือบถึง 4ล้านล้านดอลลาร์ต่อวัน ในส่วนของผู้เข้าร่วมในตลาดเป็นทั้งธนาคารและสถานบันทางการเงิน รวมทั้งบุคคลทั่วไป ที่เป็นผู้เทรด คุณลักษณะของตลาดแลกเปลี่ยน Forex นั้นมีความแตกต่างออกไปจากพื้นที่ทางการเงินส่วนอื่นเพราะมีการทำงานถึง 5 วันต่อสัปดาห์แล้วให้โอกาสในการทำรายได้อย่างถาวร ผู้เทรดที่ร่วมงานกับทาง Forex มีโอกาสได้รับเงินทุนจำนวนมากในการลงทุน นอกเหนือจากการทำงานบนตลาด Forex แล้ว ผู้เทรดยังอาจต้องจ่ายค่าคอมมิชชั่น โดยค่าคอมมิชชั่นในตลาด Forex นั้นเป็นค่าธรรมเนียมสำหรับการดำเนินงานการเทรดนั้นเอง ซึ่งมันอาจจะเป็นค่าคอมมิชชั่นจากการซื้อหรือขายการเทรดพร้อมกับสกุลเงิน สำหรับค่าคอมมิชชั่นโดยหลักบน Forex นั้นก็คือสเปรด สำหรับสเปรดก็คือส่วนต่างระหว่างการซื้อและการขายสกุลเงิน นอกจากนั้นยังมีค่าคอมมิชชั่นเพิ่มเติมที่เก็บรายวัน ในเวลาที่การเทรดของผู้เทรดยังเปิดอยู่ ส่วนค่าคอมมิชชั่นที่จ่ายโดยผู้เทรด มีตัวอย่างเช่นการถอนเงินทุนหรือคำสั่งการเปิด ตามกฎแล้ว ค่าคอมมิชชั่นบน Forex เป็นเงินเพียงจำนวนหนึ่ง แต่ถ้าผู้เทรดได้ทำการเทรดในระยะเวลาอันสั้นทั้งการเปิดและการปิดการเทรดหลายครั้งต่อวัน ค่าคอมมิชชั่นก็อาจจะค่อนข้างสูง

19
สวัสดีตอนเที่ยงๆ นะครับ วันนี้เราจะมาศึกษาเรื่อง วิกฤตเศรฐกิจโลก กับ โอกาสทองของ Forex



ก่อนอื่น, ไม่จำเป็นต้องตื่นตระหนกในขณะที่ตรวจสอบกระแสข่าวใหญ่ของเศรษฐกิจโลก. ในช่วงเกิดวิกฤติกระแสข่าวที่ได้รับจะแรงกว่าในช่วงที่เงียบสงบ. ทันทีที่สถานการณ์ทางการเงินสูญเสียเสถียรภาพ, อัตราแลกเปลี่ยนได้รับการเปลี่ยนแปลงที่ดี : อัตราแลกเปลี่ยนดิ่งลงกลายเป็นเรื่องที่พบได้ทั่วไปสำหรับสกุลเงินหลายชาติของแต่ละประเทศที่เข้าสู่วิกฤติ. ในขณะที่พาดหัวหนังสือพิมพ์เช่นเดียวกับสิ่งพิมพ์ที่เต็มไปด้วยข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นใหม่ของเศรษฐกิจโลก, มันจะกลายเป็นความซับซ้อนมากขึ้นสำหรับเทรดเดอร์ในการซื้อขายด้วยข้อมูลจำนวนมาก, วิเคราะห์เงื่อนไขในเวลาที่ถูกต้องเหมาะสมทำนายพฤติกรรมของอัตราสกุลเงิน. แม้กระนั้น, พร้อมด้วยวิธีการที่เหมาะสมทดแทนจากอารมณ์ตัดสินเหตุผลก็เป็นไปได้ที่จะเปลี่ยนแปลงสิ่งที่ดีกว่า. เทรดเดอร์สามารถได้รับประโยชน์จากเหตุการณ์นี้และเพิ่มจำนวนทุนเพื่อให้ยังคงทำงานได้อย่างมั่นใจ. ไม่จำเป็นต้องกลัวจากความผันผวนของตลาด - เป็นวิธีที่ดีกว่าที่จะเรียนรู้วิธีการเอาเงินออกจากมัน. การเทรด Forex เป็นพื้นฐานเริ่มต้นและที่สำคัญเมื่อดำเนินการซื้อและขาย, เทรดเดอร์มีความเสี่ยงน้อยกว่าที่จะสูญเสียงานของพวกเขาในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ. เครื่องมือและวิธีการที่มีอยู่ในตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศจะอนุญาตให้มีการรับผลกำไร. ถ้าเกิดวิกฤตการณ์ทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับบางอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราได้ลดลง, สกุลเงินอ้างอิงอื่นๆ ก็จะเพิ่มขึ้นโดยอัตโนมัติ, ซึ่งในกรณีของการวิเคราะห์ความสามารถได้ให้โอกาสเทรดเดอร์กับการทำธุรกรรมที่สมบูรณ์ด้วยผลประโยชน์. ไม่ต้องสงสัยเลยอิทธิพลของวิกฤติเศรษฐกิจโลกได้มีผลกระทบต่อ Forex อย่างแน่นอน. แต่แม้เทรดเดอร์รำคาญกับความคาดหวัง, ความวุ่นวายทางการเงินไม่สามารถทำให้ตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราเสื่อมสลายได้.

วิกฤตเศรษฐกิจโลกเป็นปัญหาลุกลามไม่เพียงแต่สำหรับผู้ที่เกี่ยวข้องกับการเงิน แต่ยังรวมถึงกลุ่มสังคมทุกคนทั้งหมด, หรืออีกวิธีหนึ่ง, ได้รับอิทธิพลจากความหายนะทางเศรษฐกิจ. บางคนกลัวอัตราเงินเฟ้อและการลดลงของค่าจ้าง, ผู้อื่นกลัวที่จะสูญเสียงานของพวกเขา. ดังนั้น เทรดเดอร์ที่นี่ไม่มีข้อยกเว้นถึงแม้ว่างานของพวกเขาจะเชื่อมต่อโดยตรงกับการเงินและทุกๆอย่างที่เกิดขึ้นในโลกสกุลเงินไม่ต้องสงสัยเลยว่าจะมีผลกระทบต่อตลาดแลกเปลี่ยนเงินตรา. ด้วยเหตุนี้, เป็นไปได้, อย่างน้อยหนึ่งครั้งเทรดเดอร์ทุกคนสงสัยในสิ่งที่เกิดขึ้นในตลาด Forex ถ้าวิกฤติการเงินอื่นจะเกิดขึ้นและวิธีการที่สมาชิกของตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราควรจะตอบสนองเช่นเหตุการณ์สำคัญ. โดยแท้จริงแล้ว, วิกฤติเศรษฐกิจโลกเป็นเครื่องหมายในการแลกเปลี่ยนกับผลกระทบทั้งบวกและลบ. ดังนั้นมันเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับทุกๆ เทรดเดอร์ตอบสนองอย่างถูกต้องต่อความหายนะทางการเงินและพยายามที่จะดึงเอาผลประโยชน์ทั้งหมดออกจากสถานการณ์ดังกล่าว, ยังคงได้รับผลกำไร.

20
พื้นฐาน Forex กับแนวทางในการวิเคราะห์

อัตราการว่างงานแสดงให้เห็นถึงอัตราส่วนระหว่างผู้ทำงานกับประชากรที่ว่างงาน ซึ่งจากความคิดจะต้องไม่เกิน 6%. การเพิ่มขึ้นของระดับการว่างงานส่งผลกระทบต่ออัตราสกุลเงิน - ค่าของสกุลเงินจะลดลง. อัตราเงินเฟ้อมีผลที่คล้ายกันกับอัตราสกุลเงินและสามารถวัดได้จากอัตราการเติบโตของราคา. พร้อมกันนี้ตัวชี้วัดอัตราเงินเฟ้อและการว่างงานเป็นสัดส่วนผกผัน. การวิเคราะห์นี้ยังรวมถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น, สิ่งสำคัญสำหรับนโยบายของประเทศที่แตกต่างกัน: การเลือกตั้ง, การปฏิรูปเศรษฐกิจ, ธุรกิจของข้อตกลงระหว่างประเทศ อื่นๆ. ปัจจัยทางการเงินหลักที่จะพิจารณาโดยนักวิเคราะห์เป็นอัตราดอกเบี้ยที่สำคัญของธนาคารกลางซึ่งเป็นตัวกำหนดในการทำกำไรโดยรวมของการลงทุนในเศรษฐกิจของประเทศ. การเจริญเติบโตของตัวบ่งชี้นี้จะสร้างเงื่อนไขที่ดีสำหรับการเจริญเติบโตสกุลเงินของประเทศ. นอกจากนี้, อัตราสกุลเงินของชาติเป็นผลมาจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ, การโจมตีของผู้ก่อการร้าย, เหตุฉุกเฉินและสถานการณ์สุดวิสัยอื่น ๆ. การวิเคราะห์ทางพื้นฐาน, พิจารณาความยากลำบากของการประเมินตัวชี้วัดจำนวนมากในประเทศที่แตกต่างกัน, จะดำเนินการโดยผู้เชี่ยวชาญมืออาชีพที่มีคุณสมบัติเหมาะสม.

ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับหลักการพื้นฐานของการวิจัยตลาด, มันสามารถเป็นได้ทั้งทางเทคนิคหรือพื้นฐาน. แนวคิดของการวิเคราะห์ทางเทคนิคจะขึ้นอยู่กับคำสั่งที่ความสัมพันธ์ระหว่างอุปสงค์และอุปทานแสดงในกราฟราคาเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของคณิตศาสตร์. การวิเคราะห์พื้นฐาน, ตลาดที่มีการเปลี่ยนแปลงภายใต้การเมือง, เศรษฐกิจและปัจจัยทางกาเงิน. การใช้บัญชี, การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานประเมินข้อมูลทางเศรษฐกิจ, การเงินและธรรมชาติทางการเมือง, ซึ่งมีอิทธิพลทางตรงหรือทางอ้อมต่อการพัฒนาราคาตลาด; โดยเฉพาะอย่างยิ่ง, เครื่องชี้ภาวะเศรษฐกิจที่สำคัญของเศรษฐกิจของประเทศชั้นนำของโลกซึ่งจะมีผลกระทบต่ออัตราของสกุลเงินหลัก. GNP, GDP,อัตราเงินเฟ้อ, อัตราการว่างงาน, ดัชนี CPI และ PPI , สินค้าโภคภัณฑ์และดัชนีราคาภาคอุตสาหกรรม, ดุลการค้าและความสมดุลของการชำระเงินเป็นตัวชี้วัดที่สำคัญที่สุด. GNP เป็นตัวบ่งชี้ที่สำคัญสำหรับภาวะเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งรวมถึงลักษณะการบริโภค, การลงทุน, ค่าใช้จ่ายของรัฐบาล, การส่งออกและนำเข้า. GNP เป็นสัดส่วนโดยตรงกับอัตราแลกเปลี่ยน: ระดับ GNP (ผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ) สูงบ่งชี้ว่าภาวะเศรษฐกิจที่ดีและการไหลเข้าของเงินลงทุนจากต่างประเทศ, ซึ่งทำให้มีความต้องการใช้เงินภายในประเทศ. การเจริญเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติเป็นเวลานานสามารถก่อให้เกิดภาวะเงินเฟ้อที่ลดลงซึ่งการเพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ยที่ถูกนำมาใช้, เนื่องจากความต้องการส่งผลให้สกุลเงินที่มีเกิดการเติบโต.

21
บทนี้มาเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่อง กลยุทธ์ การทำกำไรให้ได้ 20 PIP ต่อวัน



แนะนำให้ trader เลือกใช้กราฟ 30 นาทีโดยตั้ง standard average Momentum 5 indicator ใน trading terminal และใช้เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่เลขคณิต (SMA) 20 แท่งเทียนที่ปิดเหนือเส้น 20 SMA และ Momentum indicator ที่อยู่เหนือระดับเฉลี่ย บ่งชี้ถึงจุดที่เหมาะสำหรับการเข้าซื้อในตลาด เมื่อราคาลดลงต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่และ Momentum Indicator อยู่ต่ำกว่าระดับเฉลี่ย, แนะนำให้เปิดสถานะขาย เมื่อเปิดสถานะขายแล้วและราคากำลังจะตัดเส้น 20 SMA, แนะนำว่าควรปิดสถานะ ควรตั้ง Stop loss และ Take profit ไว้ที่ 20 pip เนื่องจากช่วงดังกล่าวค่อนข้างแคบ, อาจเลือกใช้ Trailing stop ( เริ่มตั้งแต่ 1 pip ) อีกทางเลือกคือ เลือกใช้ออปชั่นอื่น, คำสั่งซื้อสามารถวางที่ตำแหน่งศูนย์ได้เมื่อราคาเคลื่อนที่ผ่านไปแล้ว 10 pip. ผู้คิดค้นกลยุทธ์นี้เชื่อว่ากลยุทธ์ 20 pips a day สามารถทำกำไรได้เมื่อปฏิบัติตามคำแนะนำแต่ละข้อที่แสดงไว้ข้างต้น

กลยุทธ์ Forex scalping “20 pips a day” ทำให้ trader สามารถทำกำไรได้ 20 pip ต่อวัน นั่นหมายถึง อย่างน้อย 400 pip ต่อสัปดาห์ ตามกลยุทธ์นี้, คู่เงินที่เลือกเทรดต้องมีความเคลื่อนไหวอย่างแอคทีฟในระหว่างวันและยังต้องมีความผันผวนในระดับสูงด้วย คู่เงิน GBP/USD และ USD/CAD ถือว่าเป็นคู่ที่เหมาะที่สุดสำหรับกลยุทธ์นี้ ควรเริ่มการเทรดหลังจากเวลา 12.30 GMT เนื่องจากตลาดจะมีความผันผวนเกิดขึ้นจากการซื้อขายในตลาดอเมริกาหากว่าไม่มีข่าวเศรษฐกิจที่สำคัญเกิดขึ้นในวันดังกล่าว แต่ในกรณีที่มีข่าวสำคัญ เราจำเป็นต้องเข้าเทรดในตลาดหลังจากที่มีการประกาศข่าวแล้ว

22
สวัสดีครับ  ห่างหายกันไปนานวันนี้ไปเจอวิธีเทรด Forex แจ่มๆ มาฝากกันครับ สูตร Signal indicators

* คำเตือน : Signal indicators ทั้ง 3 ตัวนี้ ต้องเข้าหลักการเดียวกัน และพร้อมกันทั้งหมด ถึงจะเข้าไปตั้ง Order ได้ ถ้า Indicator ตัวใดตัวหนึ่งไม่เข้าหลักการนี้ หรือ Indicator ทั้ง 3 ตัวนี้ เข้าหลักการไม่พร้อมกัน อย่าเพิ่งเข้าไปซื้อขาย เพราะว่ามันเสี่ยงมาก และ Trend ก็ยังไม่แน่นอน)

1. วิธีวิเคราะห์ Sell Signal Indicators สำหรับเข้าไป Sell (ดูรูปภาพด้านล่างประกอบ)
   1.1  อันดับแรกให้ดูหน้าต่าง indicator (บนสุด) Color_Stochastic ถ้าเส้นทึบแตะขอบบนสุดแล้วเปลี่ยนสีเป็นสีเขียวแล้ว ให้เตรียมตัว Sell
   1.2  ให้ดูหน้าต่าง indicator อันที่สอง คือ CCI_Woodies_Lnx_v3_1.mq4 ถ้าเส้นสีเหลืองอ่อนแตะขอบบนสุดแล้วมีเส้นประสีฟ้าระบายประกอบด้วย ให้เตรียมตัว Sell
   1.3 ให้ดูหน้าต่าง indicatorล่างสุด คือ TDI-With_Alerts ให้สังเกตเส้นสีเขียวและสีแดงและสีฟ้าเป็นหลัก ถ้าเส้นทั้งสามสีนี้วิ่งอยู่บนเส้นสีเหลือง ให้เตรียมตัว Sell
(เงื่อนไข ก็คือ ถ้า Sell Signal indicators ทั้ง 3 ตัวนี้ เข้าหลักการทั้งหมดพร้อมกันตามที่กล่าวมาข้างต้นนี้ คือเข้าหลักการตามข้อ 1.1-1.3 ให้เตรียมตัว Sell ได้เลย)

2. วิธีวิเคราะห์ Buy Signal Indicators สำหรับเข้าไป Buy (ดูรูปภาพด้านล่างประกอบ)
   2.1  อันดับแรกให้ดูหน้าต่าง indicator (บนสุด) Color_Stochastic ถ้าเส้นนี้แตะขอบล่างสุดแล้วเปลี่ยนสีเป็นสีแดงแล้ว ให้เตรียมตัว Buy
   2.2  ให้ดูหน้าต่าง indicator อันที่สอง คือ CCI_Woodies_Lnx_v3_1.mq4 ถ้าเส้นสีเหลืองอ่อน แตะขอบล่างสุดแล้วมีเส้นประสีแดงระบายประกอบด้วย ให้เตรียมตัว Buy
   2.3 ให้ดูหน้าต่าง indicator ล่างสุด คือ TDI-With_Alerts ให้สังเกตเส้นสีเขียวและสีแดงและสีฟ้าเป็นหลัก ถ้าเส้นทั้งสามสีนี้วิ่งอยู่ข้างใต้เส้นสีเหลือง ให้เตรียมตัว Buy
(เงื่อนไข ก็คือ ถ้า Buy Signal indicators ทั้ง 3 ตัวนี้ เข้าหลักการพร้อมกันทั้งหมดตามที่กล่าวมาข้างต้นนี้ คือเข้าหลักการตามข้อ 2.1-2.3 ให้เตรียมตัว Buy ได้เลย)



เราได้ทดสอบดูกราฟย้อนหลังแล้ว ให้ Signal แม่นมากเลย เหมาะกับกราฟ 15 นาที อาจดูกราฟ 30 นาทีประกอบด้วยก็ได้ (ใช้ได้กับทุกคู่) แต่ที่เราทดสอบมาแล้วให้ Signals แม่นๆ ใน 4 คู่หลัก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วันที่ข่าวของ USD มาแรง หรือข่าว USD เป็นสีแดง อย่างไรก็ตามก็สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับกราฟได้ทุกคู่

หลักการมีอยู่ว่า เราต้องสังเกตดูกราฟ พร้อมกับ Signal Indicators ทั้ง 3 ตัวนี้ ประกอบด้วยเพื่อเข้าไปตั้ง order ในช่วงจังหวะที่เหมาะสมที่สุดและทำกำไรได้มากที่สุดคือ ช่วงตลาดยุโรปเปิด 6 am (GMT Time) (เวลาในประเทศไทยคือตั้งแต่บ่ายโมงเป็นต้นไป) และช่วงเวลาที่ตลาดUS เปิด คือ 11 am – 13 pm (GMT Time) (เวลาในประเทศไทยคือตั้งแต่ 6 โมงเย็นเป็นต้นไป)

23


สวัสดีครับ  ห่างหายกันไปนาน วันนี้เรามาดู วิธีเล่น forex อย่างไร ให้ได้กำไร  กันนะครับ

Bid / Ask  bid ราคาจะต่ำกว่าราคา Ask เสมอ

Bid คือ ราคาที่  Dealer   กำลังซื้อ Base Currency  ในการแลกเปลี่ยน สำหรับ  Quot Currency แบบนี้หมายความว่า Bid คือ  ราคาที่คุุณจะขาย  Sell  (  เวลาคุณ  Sell  จะซื้อที่ราคา Bid  ขายที่ราคา Ask )
Ask  คือ ราคาที่ Dealer   กำลังขาย Base Currency  ในการแลกเปลี่ยน  เพื่อให้ได้ Quot Currency  แบบนี้หมายความว่า Ask คือราคาที่คุณจะซื้อ Buy   ( เวลาคุณ buy จะซื้อที่ราคา Ask ขายที่ราคา Bid ) สำหรับการซื้อหรือขาย  Buy/Sell   ความหมายง่าย ๆ คือ

จะซื้อคู่เงินที่เชื่อว่า  Base Currency  จะมีอัตราราคาเพิ่มขึ้นกว่า  Quot Currency  (BUY)
และจะ Sell  ในคู่ที่คิดว่า  Base Currency จะมีอัตราราคาลดลงกว่า Quot Currency (Sell)

โดยปกติแล้วท่านเล่น forex ท่านเป็นสกุลเงินเป็นคู่  แต่ท่านเลือกเล่น EURUSD  ท่านทราบหรือไม่ว่าท่าน ซื้อ EUR  เพื่อต้องการให้ EUR ชนะ USD


สกุล เงินจะแสดงราคาเป็นคู่เสมอ  ทุกรายการเแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ  ต้อง ซื้อสกุลเงินหนึ่ง  และขายอีกสกุลเงินหนึ่งในเวลาเดียวกัน  สกุลเงินตัวแรก ที่อยุ่ด้านซ้ายมื่อของเครื่องหมาย ( / )  เรียกว่า Base Currency     เป็นสกุลเงินหลัก   ( GBP/USD )
อีกตัวอยุ่ด้านขวาของ  ( / ) เรียกว่า Counter  หรือ Quot Currency  (คือเงินดอนล่าร์)   

เมื่อ ทำการซื้ออัตราแลกเปลี่ยน  จะบอกว่าจะต้องจ่ายกี่หน่วยของ Quot Currency  เพื่อที่จะซื้อ  Base Currency  ต่อหนึ่งหน่วยจากตัวอย่างด้านบนต้องจ่าย 1.51258  ดอนล่าร์  เพื่อที่จะซื้อ 1 ปอนค์  เมื่อทำการขายอัตราแลกเปลี่ยน  จะบอกว่าจะจ่ายกีหน่วย   ของ Quot Currency   เพื่อทำการขาย   Base Currency   ต่อหนึ่งหน่อย
  ช่วงนี้ต้องอ่านหลาย ๆ รอบ นะครับถึงจะเข้าใจ

24
คู่มือการวิเคราะห์ Forex ทางเทคนิค โดย Jack Schwager

คู่มือศึกษาการวิเคราะห์ทางเทคนิค (Technical Analysis, Study Guide) โดย Jack Schwager

หนังสือ Technical Analysis, Study Guide โดย Jack Schwager, ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญที่มีชื่อเสียงในตลาดการเงิน, เป็นหนังสือเกี่ยวกับการวิเคราะห์กราฟในตลาดซื้อขายล่วงหน้า (futures market) เทรดเดอร์จะได้รับความเพลิดเพลินจากการอ่านหนังสือเล่มนี้เพราะมันเขียนขึ้นในรูปแบบที่ชาญฉลาดและเข้าใจง่าย, ไม่เหมือนกับสารานุกรมในเรื่องการวิเคราะห์ทางเทคนิค, เนื่องจากผู้เขียนให้ความสำคัญกับรูปแบบกราฟที่ช่วยให้เขาสร้างห่วงโซ่แห่งตรรกะ “รูปแบบ-การนำไปใช้-ผลลัพธ์ (model-application-result)” บทที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับ oscillators และ การวิเคราะห์กราฟแท่งเทียนเขียนร่วมกับนักวิเคราะห์เทคนิคท่านอื่น (Steve Nison, Thomas Borowitz) เพื่อขยายมุมมองของผู้อ่านเกี่ยวกับวิธีการวิเคราะห์ด้านการเงิน อย่างไรก็ดี, เนื้อหาที่ครอบคลุมในบทเหล่านี้ไม่ใช่วัตถุประสงค์ของหนังสือเล่มนี้


หนังสือเล่มนี้อาจยากในการทำความเข้าใจสำหรับผู้ที่ไม่มีความเชี่ยวชาญ เนื่องจากข้อมูลในหนังสือสามารถซึมซับได้ง่ายโดยนักวิเคราะห์ที่มีประสบการณ์เท่านั้น บทที่ 23 ที่มีชื่อว่า กฎแปดสิบสองข้อในการเทรด และ การสังเกตตลาด เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนสำหรับกรณีนี้ กฎดังกล่าวประกอบด้วยคำถามอันหลากหลาย ตั้งแต่เรื่องเร่งด่วนของการนำรูปแบบไปปรับใช้ไปจนถึงเรื่องการบริหารหน้าตัก ในการศึกษาเนื้อหาส่วนนี้ในเชิงลึก, คุณจำเป็นต้องทำความคุ้นเคยกับแนวทางการวิเคราะห์ทางเทคนิค โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำไปใช้ในทางปฏิบัติ

หนังสือเล่มนี้เหมาะสำหรับนักวิเคราะห์และเทรดเดอร์ที่ใช้การวิเคราะห์ทางเทคนิคซึ่งเชื่อในประสิทธิภาพของการวิเคราะห์กราฟในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ ประวัติศาสตร์ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าการวิเคราะห์ประเภทนี้ให้ผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมในอดีตและยังคงให้ผลที่ยอดเยี่ยมในปัจจุบันเมื่อนำมาประยุกต์ใช้อย่างเหมาะสม ซึ่งสามารถเรียนรู้ได้จากหนังสือ Technical Analysis, Study Guide โดย Jack Schwager


ส่วนแรกเป็นส่วนที่อธิบายเกี่ยวกับกราฟราคา: รูปแบบการวิเคราะห์กราฟ วิธีกำหนดแนวโน้มราคา และประเภทของกราฟ บทที่ 12 เป็นบทที่สำคัญมากเนื่องจากผู้เขียนอธิบายเรื่องกราฟแบบมาตรฐานดั้งเดิมและกราฟของสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เนื้อหาในส่วนนี้มีความ “คลาสสิค” เนื่องจากข้อมูลเกี่ยวกับรูปแบบการวิเคราะห์ การนำมาใช้ในการเทรด หลุมพราง และวิธีในการทำกำไรสูงสุด มีการอธิบายและนำเสนออย่างละเอียดจากมุมมองของการนำไปใช้ในทางปฏิบัติและในแง่ของการเทรด

ส่วนที่สองมีเพียงหนึ่งบทที่มีชื่อว่า การวิเคราะห์กราฟในโลกแห่งความจริง โดยผู้แต่งวิเคราะห์การนำรูปแบบการเทรดไปใช้ในทางปฏิบัติในโลกแห่งความจริงของการเทรดสำหรับสินทรัพย์ต่างๆในตลาดการเงิน ส่วนนี้มีความสำคัญเพราะเป็นการรวบรวมความรู้และทำความเข้าใจมุมมองของผู้เขียนที่มีต่อการใช้รูปแบบต่างๆของการวิเคราะห์กราฟ

ส่วนที่สามครอบคลุมเรื่อง oscillators ในการวิเคราะห์ทางเทคนิค และ ทฤษฎีวัฏจักรตลาดล่วงหน้า

และสุดท้าย ส่วนที่สี่อธิบายถึงประเด็นสำคัญ - การสร้างและการปรับแต่งระบบการเทรด ส่วนนี้เป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่ต้องการสร้างความคุ้นเคยกับระบบการเทรดโดยทั่วไป เนื่องจากหนังสือเล่มนี้เน้นไปที่การวิเคราะห์ทางเทคนิค - คำถามทั้งหมดจึงถูกรวบรวมขึ้นจากมุมมองนี้เท่านั้น วิธีดังกล่าวทำให้หนังสือมีเนื้อหาเฉพาะมากขึ้น อย่างไรก็ดี เป็นการดีกว่าหากเลือกวิเคราะห์หลักการสำหรับวิธีหนึ่งอย่างละเอียด แทนที่จะให้คำอธิบายสั้นๆสำหรับวิธีการทั้งหมด


การวิเคราะห์กราฟจัดอยู่ในอันดับต้นๆสำหรับการวิเคราะห์ทางเทคนิคประเภทต่างๆที่ใช้โดยเทรดเดอร์ทั่วโลกในระบบการเทรดของพวกเขา นักวิเคราะห์เทคนิคชอบการวิเคราะห์กราฟเนื่องจากความเรียบง่าย ความชัดเจน และความน่าเชื่อถือเมื่อใช้กับรูปแบบที่จำเป็นสำหรับการวิเคราะห์ประเภทนี้

25
กลยุทธ์การซื้อขาย Forex แบบ Day Trading โดย Kathy Lien

ภายในวันสำหรับตลาดค่าเงิน (Day Trading the Currency Market) โดย Kathy Lien

หนังสือ Day Trading the Currency Market เป็นเรื่องเกี่ยวกับการนำกลยุทธ์การเทรดไปใช้ในทางปฏิบัติ ในหนังสือของเธอเล่มนี้, Kathy Lien ให้ความสำคัญกับปัจจัยพื้นฐาน เช่น ข่าวและปัจจัยด้านเศรษฐศาสตร์มหภาค รวมถึงวิธีที่มันส่งผลต่ออัตราค่าเงินของประเทศ Kathy Lien เชื่อว่าการใช้กลยุทธ์ทางเทคนิคและพื้นฐานร่วมกันอย่างชาญฉลาดสามารถนำความสำเร็จมาสู่เทรดเดอร์ได้

หนังสือเล่มนี้แบ่งเนื้อหาออกเป็นสามส่วน ส่วนที่หนึ่ง – บทที่ 1-4 – อธิบายเกี่ยวกับคำถามทั่วไปและปัจจัยพื้นฐานของตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ เนื้อหาในส่วนนี้ครอบคลุมประวัติความเป็นมาของตลาดดังกล่าว, แนะนำคุณให้รู้จักกับผู้มีส่วนร่วมในตลาด, อธิบายรูปแบบเชิงพฤติกรรม, ปัจจัยระยะสั้นและระยะยาวของ Forex ซึ่งรวมถึงการวิเคราะห์ด้วยปัจจัยพื้นฐานและเทคนิค และหลักการที่น่าสนใจของความผันผวนราคาในระยะสั้น

ส่วนที่สองของหนังสือ – บทที่ 5-8 – อธิบายเกี่ยวกับการวิเคราะห์ทางเทคนิคและกลยุทธ์การเทรดเพื่อทำกำไรในระยะสั้น Kathy Lien อธิบายเกี่ยวกับกลยุทธ์ดั้งเดิม เช่น Fading the Double Zeros, Inside Day หรือ False Breakout ที่เป็นประโยชน์สำหรับเทรดเดอร์ที่มีประสบการณ์ ในอีกแง่หนึ่ง, เธอยังได้อธิบายถึงวิธีการเทรดแบบทันสมัยโดยใช้การวิเคราะห์อินดิเคเตอร์ โดยให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับวิธีในการตัดสินใจอย่างเป็นระบบ (โดยใช้เครื่องมือช่วยกรอง เช่น ดัชนี ADX เมื่อเข้าเปิดสถานะในตลาด เป็นต้น)

ส่วนที่สามของหนังสือนำคุณสู่แง่มุมด้านปัจจัยพื้นฐานของคู่เงิน Kathy Lien ให้คำอธิบายอย่างครอบคลุมคู่เงิน Forex ทั้งหมด, ซึ่งรวมถึงปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยทางจิตวิทยาที่ต้องพิจารณาเมื่อเทรดคู่เงิน, และทบทวนกลยุทธ์ที่อิงปัจจัยพื้นฐาน (ความผกผันของความเสี่ยง - Risk Reversal, การเข้าแทรกแซง - Intervention) เนื้อหาในส่วนนี้อาจขาดข้อมูลทางเทคนิคของคู่เงิน อย่างไรก็ดี, มันขึ้นอยู่กับผู้อ่าน เพราะความสามารถในการมองเห็นการเปลี่ยนแปลงราคาสินทรัพย์ Forex เกิดจากประสบการณ์เฉพาะตัวของการใช้กลยุทธ์ที่หลากหลาย

ในปัจจุบัน, จากความหลากหลายของหนังสือที่เกี่ยวกับตลาดการเงิน, การค้นพบกลยุทธ์การเทรดที่เหมาะสำหรับ Forex เป็นเรื่องที่ค่อนข้างท้าทาย หนังสือ Day Trading the Currency Market นำพาคุณไปสู่โลกของการเทรดคู่เงินและการวิเคราะห์ที่ให้ความเข้าใจในสาระสำคัญของตลาดแลกเปลี่ยนค่าเงินต่างประเทศ

Kathy Lien, ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับความเคารพในวงการการเทรด Forex, เป็น CEO ของบริษัทด้านการเงินแห่งหนึ่ง นอกจากนี้ เธอยังเป็นผู้เขียนหนังสือจำนวนมากเกี่ยวกับการเทรดในตลาดการเงินและลักษณะนิสัยบางอย่างของผู้ที่ประสบความสำเร็จในการเทรด



หนังสือ Day Trading the Currency Market เหมาะอย่างยิ่งสำหรับเทรดเดอร์มือใหม่ที่ต้องการความรู้ในเชิงลึกเกี่ยวกับการซื้อขายภายในวัน (day trading), ความแตกต่างและหลักการในการพัฒนาระบบการซื้อขาย สำหรับเทรดเดอร์ที่มีความเชี่ยวชาญและนักวิเคราะห์ทางเทคนิค, หนังสือเล่มนี้อาจมีเนื้อหาที่ง่ายเกินไปเพราะมันอธิบายวิธีการเทรดแบบคลาสสิคเป็นหลัก, โดยไม่ได้อธิบายถึงการสร้างราคาที่เกิดขึ้นจริงในตลาด Forex ปัจจุบัน

26
กลยุทธ์การเทรดของ Fibonacci และการนำมาใช้เทรด

การประยุกต์ใช้และกลยุทธ์ Fibonacci สำหรับเทรดเดอร์ (Fibonacci Applications and Strategies for Traders) โดย Robert Fischer.

จุดเด่นของหนังสือ Fibonacci Applications and Strategies for Traders คือ การที่ผู้เขียนพิจารณาการแกว่งตัวของราคาจากมุมมองของระดับแนวรับ-แนวต้านและการิวเคราะห์เวลา ในหนังสือของเขา, Robert Fischer นำเสนอทางออกของปัญหาหลักเพื่อช่วยให้ผู้อ่านสามารถกำหนดช่วงของวันที่อาจเกิดการแกว่งตัวของราคา (ตัวอย่างเช่น, วันที่คลื่น Fibonacci wave จะสิ้นสุดลง เป็นต้น) หนังสือ Fibonacci Applications and Strategies for Traders เป็นจุดหลักที่แท้จริงในประวัติศาสตร์ของการวิเคราะห์ทางเทคนิค ซึ่งปูพื้นฐานเพื่อให้เกิดมิติใหม่ในการวิเคราะห์ทางเทคนิค ― การวิเคราะห์ด้วยเครื่องมือ Fibonacci, การรวมตัวกันของการวิเคราะห์ราคาและเวลาที่เกี่ยวข้องกับเครื่องมือ Fibonacci การค้นพบของ Robert Fischer แทรกซึมเข้าไปในการวิเคราะห์ทางเทคนิคสมัยใหม่และแปลงไปเป็นเทคนิคและระบบการเทรดแบบใหม่

ในหนังสือของเขา, Robert Fischer อธิบายถึงปัญหาหลักที่เกิดจากประสบการณ์ในการวิเคราะห์ทางเทคนิค, ที่มีชื่อว่าการประเมินความลึกในการปรับตัวของราคา แม้ว่าการวิเคราะห์ด้วยเครื่องมือ Fibonacci จะสามารถนำไปใช้ในการแก้ปัญหาได้อย่างง่ายดาย, แต่การระบุปัจจัยที่ก่อให้เกิดการปรับตัวของราคาในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์และคลาดหุ้นยังคงเป็นเรื่องซับซ้อนเนื่องจากลักษณะการเคลื่อนไหวของราคาในตลาดเหล่านี้ หนังสือ Fibonacci Applications and Strategies for Traders นำเสนอกลยุทธ์พิเศษเพื่อใช้จัดการกับปัญหาดังกล่าว อย่างไรก็ดี, เราควรให้ความสำคัญกับปัจจัยที่เกี่ยวข้อง, ดังนั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องพิจารณาตลาดที่นำหลักการวิเคราะห์ทางเทคนิคซึ่งอธิบายโดย Robert Fischer ไปประยุกต์ใช้

หนังสือที่เขียนขึ้นโดย Robert Fischer เหมาะอย่างยิ่งสำหรับเทรดเดอร์ทุกคนที่สนใจในการวิเคราะห์ทางเทคนิคสำหรับตลาดการเงิน บนพื้นฐานของหนึ่งในวิธีที่น่าเชื่อถือและมีประสิทธิภาพสูงสุด — การประยุกต์ใช้เครื่องมือ Fibonacci

การนำผลรวมของอนุกรมและอัตราส่วน Fibonacci ไปใช้ในทางปฏิบัติกำลังได้รับความนิยมในปัจจุบัน เนื่องจากมันช่วยทำให้กระบวนการแก้ปัญหาการเทรดง่ายขึ้น เทรดเดอร์จำนวนมากใช้ผลรวมของอนุกรม Fibonacci เพื่อกำหนดจุดตัดขาดทุนและจุดทำกำไร, ในขณะที่เทรดเดอร์บางรายใช้ผลรวมของอนุกรม Fibonacci เพื่อระบุจุดสิ้นสุดของการปรับตัวของราคา รวมถึงระดับแนวรับและแนวต้านด้วย

หนังสือ Fibonacci Applications and Strategies for Traders ที่เขียนขึ้นโดย Robert Fischer ในปี 1993 ทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญที่มีชื่อเสียงที่สุดในการวิเคราะห์ทางเทคนิคโดยใช้ Fibonacci เทรดเดอร์จำนวนมากต่างชื่นชมวิธีพิเศษและกลยุทธ์การเทรดแบบใหม่ที่ผู้เขียนนำเสนอในหนังสือเล่มนี้

หนึ่งในเหตุผลหลักที่ทำให้หนังสือได้รับความนิยม คือ การที่ผู้เขียนอิงงานวิจัยของเขาบนพื้นฐานของทฤษฎี Elliott Wave ผู้เขียน Robert Fischer เชื่อว่าการใช้เครื่องมือ Fibonacci โดยนำทฤษฎี Elliott Wave มาพิจารณาเป็นกุญแจสำคัญสู่การเทรดที่สามารถทำกำไรได้

การขาดตัวอย่างที่เกี่ยวข้องโดยตรงในหนังสืออาจเป็นสิ่งที่ถูกมองข้ามไป ทฤษฎี Elliott Wave Principle ได้รับการอธิบายอย่างคร่าวๆ มีคำอธิบายการใช้ Fibonacci retracement โดยนำมาเกี่ยวข้องกับรูปแบบพฤติกรรมราคา นอกจากนี้, เนื่องจากไม่มีตัวเลขสถิติเกี่ยวกับประสิทธิภาพของเครื่องมือนี้, ผู้อ่านต้องทดสอบวิธีการวิเคราะห์เชิงประสบการณ์ด้วยตนเอง

27
เคล็ดลับของนักเทรด Larry Williams ฉบับยาวเพื่อการเทรดสั้น (Long-Term Secrets to Short-Term Trading)

ในหนังสือของเขา, Larry Williams อธิบายเกี่ยวกับระบบเทรดจำนวนมาก ซึ่งสามารถนำไปใช้ได้กับการเทรดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าและหุ้น ระบบเทรดที่สำคัญที่สุด คือ กลยุทธ์การเทรด เช่น “Oops!” ซึ่งพิจารณาช่องว่างของราคาในช่วงเปิดตลาด, “Dow Favorites” ซึ่งช่วยให้ได้หุ้นที่มีโอกาสทำกำไรได้สูงในตลาดหุ้นอเมริกา, รวมถึงกลยุทธ์ที่อิงความผันผวนของราคาบนพื้นฐานของการสร้างจุดสูงสุดและจุดต่ำสุดใหม่สำหรับช่วงเวลาสามวัน ซึ่งกำหนดโดยความช่วยเหลือของค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่

ผู้เขียนเน้นให้ความสำคัญกับผลกระทบของบางตลาดที่มีต่อสินทรัพย์ที่นำมาเทรด ลองดูความสัมพันธ์ของ ‘ดัชนี S&P500 – พันธบัตรอายุ 30 ปี – ทองคำ’ เป็นตัวอย่าง, Larry Williams อธิบายความเป็นไปได้ในการใช้เครื่องมือ oscillators ของสินทรัพย์ทางการเงินบางอย่างสำหรับสินทรัพย์ดำเนินงาน

และวิธีที่สำคัญอีกวิธีหนึ่งซึ่งแนะนำโดย Larry Williams คือ วัฏจักรการเกิดซ้ำของการเปลี่ยนแปลงราคาและการพึ่งพาปริมาณการเทรดที่สำเร็จในวันของสัปดาห์เมื่อเปิดสถานะเทรด จากการใช้ตัวอย่างของการทดสอบระบบเทรดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า, Larry Williams อธิบายว่าการเลือกวันที่เหมาะที่สุด (หรือช่วงเวลาที่เหมาะสม) สำหรับการเปิด/ปิดสถานะมีผลต่อผลลัพธ์ของการเทรด, ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่าเทรดเดอร์ทุกรายต้องกำหนดให้ชัดเจนเกี่ยวกับวันที่เหมาะที่สุดสำหรับการซื้อสินทรัพย์ดำเนินงาน และช่วงที่ดีกว่าสำหรับการขาย

Larry Williams ยังเป็นผู้สร้าง technical indicators บางตัว เช่น – oscillators - รวมถึงหนึ่งในอินดิเคเตอร์ที่น่าสนใจที่สุดที่มีชื่อว่า “Will-Spread” ด้วยความช่วยเหลือของอินดิเคเตอร์ดังกล่าว, Larry Williams อธิบายว่ามีความเป็นไปได้ในการคาดการณ์เหตุการณ์ที่ตลาดหุ้นอเมริกาล่มในเดือนตุลาคม ปี 1987

ลักษณะสำคัญของข้อมูลที่ปรากฏในหนังสือเล่มนี้ คือ วิธีในการเทรดที่ประสบความสำเร็จและมีความมั่นคงแน่นอน, อาจไม่สามารถนำไปใช้ได้หรืออาจแสดงประสิทธิภาพที่น้อยลงในปัจจุบัน เนื่องจากข้อเท็จจริงที่ว่าตลาดเกิดการเปลี่ยนแปลงไปเมื่อเทียบกับช่วงปลายศตวรรษที่ 20 อย่างไรก็ดี, ตามความคิดของผู้แต่ง, แนวคิดพื้นฐานของการเทรดระยะสั้นยังคงไม่เปลี่ยนแปลงแม้ในปัจจุบัน

หลังจากที่ได้อ่านหนังสือเล่มนี้อย่างละเอียดแล้ว, ยังคงสัมผัสได้ถึงความไม่สมบูรณ์ซึ่งค่อนข้างชัดเจน หากพิจารณาข้อเท็จจริงที่ว่าหนึ่งในกิจกรรมหลักของ Larry Williams คือ การจัดสัมมนาเรื่องการเทรดทั่วโลก ที่ซึ่งเขาจะเปิดเผยหลักการเทรดในภาคปฏิบัติบนพื้นฐานของวิธีการเทรดที่เขาใช้

ดังนั้น หนังสือ “Long-Term Secrets to Short-Term Trading” เป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงวัตถุประสงค์ของเทรดเดอร์ และ อธิบายการสร้างแผนการเทรดซึ่งเทรดเดอร์จำเป็นต้องทำเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเทรดในตลาดการเงิน
 
แนวคิดการเทรดระยะสั้นที่ได้รับความนิยมในกลุ่มเดย์เทรดเดอร์และนักเก็งกำไร, ได้รับความสนใจสูงสุดสำหรับการนำไปใช้ในการเทรดกับตลาดการเงิน ความสำเร็จในการสนับสนุนการเทรดบนความผันผวนของราคาสามารถยกเครดิตให้กับหนึ่งในเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จที่สุดในโลก, ซึ่งเป็นผู้ชนะการแข่งขันการเทรดชั้นนำ “The Robbins World Cup Championship” - ที่มีชื่อว่า Larry Williams ผลลัพธ์จากการเทรดที่ดีที่สุดของเขา คือ การเพิ่มเงินทุนตั้งต้นมูลค่า USD 10,000 ได้มากกว่าร้อยเท่าในระยะเวลาหนึ่งปี (เป็น USD 1.1 พันล้าน) เมื่อเขาใช้วิธีการเทรดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าในระยะสั้นกับดัชนี S&P 500 และ พันธบัตรอายุ 30 ปี

หนังสือของ Larry Williams ที่มีชื่อว่า “Long-Term Secrets to Short-Term Trading” ซึ่งเขียนขึ้นจากชัยชนะของเขาในการแข่งขันการเทรดจำนวนมาก, เป็นหนึ่งในคู่มือที่มีความละเอียดและมีความเป็นมืออาชีพมากที่สุดเล่มหนึ่งสำหรับการเทรดระยะสั้นในตลาดซื้อขายล่วงหน้า ผู้เขียนอธิบายหลักการและวิธีการที่สำคัญในการเทรดระยะสั้น, นำเสนอการทดสอบระบบเทรดซึ่งเขานำไปใช้อย่างประสบความสำเร็จในช่วงปี 1980 – 1990, และยังอธิบายเรื่องการบริหารหน้าตัก (money management) โดยมีวิธีการที่คิดค้นขึ้นมาอย่างสร้างสรรค์เป็นตัวช่วย ซึ่งทำให้ผู้เขียนสามารถเพิ่มผลกำไรได้อย่างไม่น่าเชื่อ

28
3 ข้อห้ามขาด ทำกำไรในการเทรด FOREX แบบ ยาวนาน

บทนี้มาดูข้อห้ามในการเทรดกันนะครับ

เพื่อนๆ นักเทรด forex ควรจะมี องค์ประกอบ 3 อย่างให้ครบนะครับ ควร “อยู่รอดให้ได้ก่อนแล้วค่อยทำกำไร”

และเมื่อเทรด Forex จนได้กำไรแล้ว อย่าลืมทำบุญทำทานและแบ่งปันให้สังคมด้วยนะครับ จะช่วยลดเรื่องความโลภเป็นอย่างดี แล้วเพื่อนๆ จะรู้ว่าการให้นั้นใด้อะไรมากกว่าที่คิดมากมายครับ

การเทรด Forex “คนเก่งจริงไม่ใช่คนที่เทรดได้กำไรสูงสุด แต่เป็นคนที่อยู่รอดในตลาด forex ได้นานที่สุด”

การเทรด Forex ให้มีกำไรแบบยั่งยืน มีองค์ประกอบอะไรบ้าง เรามาดูตามรูปข้างล่างนะครับ


1. Forex Trading System (ระบบเทรด) มีความสำคัญ 10%
เพื่อนๆ ควรหาระบบเทรด ที่เหมาะสมกับตัวเองให้เจอ ควรเป็นระบบที่ทน Drawdown ได้ ที่สำคัญเมื่อมีระบบแล้วก็ต้องทำตามให้ได้

2. Money Management (การบริหารเงิน) มีความสำคัญ 30%
เมื่อมีระบบเทรดแล้ว Money Management ก็จะปรากฎให้เห็นเอง ว่าเราจะจัดการกับเงินทุนยังไง ให้เหมาะสมกับข้อมูลระบบเทรดที่มี เช่น เรามีข้อมูลว่าระบบของเรามีโอกาศเสียติดๆ กัน เราก็ต้องลงเงินในจำนวน % น้อยๆ มี Stop loss อยู่ในระดับที่เหมาะสม เพื่อจะทำให้ไม่ทำให้พอร์ตเสียหายมาก

3. Psychology (จิตวิทยา) มีความสำคัญ 60%
ในการเทรด Forex การควบคุมจิตใจ ถือว่าเป็นหัวใจสำคัญของการเทรดให้กำไรแบบยั่งยืนได้เลยที่เดียว ต่อให้เพื่อนๆ มีสองข้อแรกดีแค่ใหน ถ้าขาดการควบคุมจิตใจไปก็ไม่สามารถจะเทรดให้กำไรแบบยั่งยืนได้ ตัวที่เด่นๆ คือ ความโลภ กับความกลัว รองลงมาคือ ความมั่นใจเกินไป

เรามาต่อจากบทความที่แล้วกันนะครับ เมื่อเพื่อนๆ มีระบบเทรด Forex ที่มีข้อมูลครบถ้วนแล้ว รู้แล้วว่าระบบเทรด Forex ของตัวเองมี % ความแม่นยำเท่าไหร่ เพื่อนๆ ก็จะวางแผนได้ว่าควรจะลงเงินในการเทรดแต่ละครั้งเท่าไหร่ เพื่อให้เหมาะสมกับระบบและทุนที่มี

และเมื่อได้ตัวเลขการลงเงินมาแล้ว ก็ควรยึดถือตามนั้นอย่างเคร่งครัด ไม่เทรดเกินนั้น เพราะเรารู้แล้วว่าระบบของตัวเองเป็นอย่างไร มีความแม่นยำเท่าไร ได้ติดๆ กันก็มีโอกาศเสียติดๆ กันเช่นกัน



ตัวอย่างเช่น เมื่อมีกำไรก็เกิดความโลภ เพิ่ม Positions มากขึ้น พอตลาดเปลี่ยนทิศก็ขาดทุนมาก พอขาดทุนก็เกิดความกลัว ลด Positions ลง พอตลาดถูกทิศก็กำไรน้อย (ไม่ทำตามกฎ Money Management ที่ได้วางไว้)

หรือ ราคาวิ่งเลยจุดเข้าไปไกลแล้ว แต่เกิดความโลภ เห็นราคาไหลจึงรีบเข้ากลางทาง พอตลาดเปลี่ยนทิศก็ขาดทุนมาก พอขาดทุนก็เกิดความกลัวพอระบบให้สัญญาณในครังต่อไปก็ไม่กล้าเปิดคำสั่งซื้อขาย พอตลาดถูกทิศก็ไม่มีกำไร (ไม่ทำตามระบบเทรด forex ที่ได้วางไว้)

หรือ เทรดได้ติดๆ กันหลายครั้งทำให้เกิดความมั่นใจเกินไป เพิ่ม Positions มากขึ้น โดยไม่ทำตามกฎ Money Management ที่ได้วางไว้ พอตลาดเปลี่ยนทิศก็คืนกำไรที่ได้มาไปจนหมดในครั้งเดียว

ดังนั้นเพื่อนๆ ที่ซื้อขายเอาไว้ตามระบบก็คอยออกตามระบบ ใครที่ตกรถก็นั่งดูไปก่อน อย่าเข้ามาในตลาดขณะที่ไม่ใช่เวลาซื้อขาย

เล่น forex แบบสบายๆ มีสัญญาณซื้อก็ซื้อ มีสัญญาณขายก็ขาย พยายามอย่าคิดมาก เล่นตามระบบที่วางไว้ แล้วทำกำไรตามระบบ ไปเรื่อยๆดีกว่า

ข้อสำคัญที่สุดคือมีวินัยในการ Stop loss เพราะถ้าหากคาดการผิด จะได้ไม่เสียหายมาก แต่ถ้าถูกทาง ก็ Let profit run

29
2 ขั้นตอน การวิเคราะห์กราฟ FOREX และหา TAKE PROFIT

เทคนิคการวิเคราห์การฟ มือใหม่ forex เข้ามาดูกันได้เลยครับ

ตัวอย่างการวิเคราะห์กราฟ Forex และหาราคาเป้าหมายด้วยตัวเอง


 
ตัวอย่างกรณีเล่น forex แบบ breakout
 

วางเป้าหมายแล้วกำหนดแผนการเล่นให้สอดคล้องกัน
และที่สำคัญไม่ว่าจะเป็นนักเทรด forex มือเก่าหรือใหม่ควรบันทึกการเทรด บันทึกการเปิดออเดอร์แต่ละครั้งไว้ด้วยนะครับ อาจจะเชพเป็นรูปไว้แล้วใส่ข้อความบ่งบอกอารมณ์ลงไปก็ได้ ว่าในแต่ล่ะครั้งที่เราเปิดออเดอร์เราอยู่ในอารมณ์ใหน พอมาดูที่หลังจะได้รู้ว่าอารมณ์ขณะนั้นและรูปแบบกราฟแบบนั้นมันส่งผลต่อการตัดสินใจของเราอย่างไร

ลองทำการบันทึกการเทรดแบบนี้ไปเรื่อยๆ สักพัก แล้วเพื่อนๆ จะรู้ด้วยตัวเองครับว่า มันส่งผลต่อสัณชาติญาณในการเทรดของเพื่อนๆ อย่างไร

ได้กำไรแล้วถ้ามีโอกาสก็อย่าลืมช่วยเหลือสังคมและคนรอบข้างบ้างนะครับ:-)

หมายเหตุ: เสริมจากตัวอย่างนะครับ “ข้อสังเกตเล็กๆ สำหรับเพื่อนที่ชอบเล่นเล่น forex แบบแนวรับแนวต้าน และ แบบ breakout คือหลายคนมักจะตั้งปิดเพื่อเอากำไรหรือตั้งเปิดออเดอร์ไว้ที่ราคาตรงแนวนั้นเลย บางคนใจร้อนรีบเข้าเลยไม่รอจบแท่งเทียน อย่าลืมว่าไม่ใช่แค่เราเท่านั้นที่เห็นแนวรับแนวต้านนั้น คนอื่นเขาก็เห็นเหมือนกัน ขาใหญ่เขาก็เห็นเหมือนกัน(เห็นแล้วเขาจะทำยังไงน่าจะนึกออกนะครับ) ลองใช้กลยุทธเข้าทีหลังออกก่อนดู รอแท่งเทียนปิดแล้วมันทะลุจริงเราก็ค่อยเข้า แล้วปิดออเดอร์ด้วยกำไรที่เราพอใจก่อนถึงแนวรับแนวต้านนั้นๆ อย่าลืมตั้ง stoploss และต้องเป็นไปตาม Risk Reward Ratio (R:R) ที่วางไว้ด้วยนะครับ”

ทุกวิธีมีจุดอ่อนเสมอ ไม่มากก็น้อย อยู่ที่ว่าเราจะรู้ใหม เมื่อรู้แล้วจะจัดการกับมันอย่างไร

การเทรด Forex ให้ได้กำไรอย่างยั่งยืนนั้น นอกจากการบริหารจัดการเงิน (Money management) แล้วทักษะสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่เพื่อนๆ นักเทรดควรจะมีคือการการวิเคราะห์กราฟ Forex และหาราคาเป้าหมายด้วยตัวเอง
Data analyzing in forex market: the charts and quotes on display. Analytics  U.S. dollar index DXYO. - stock photo
ในจุดนี้เพื่อนๆ นักเทรด Forex ที่เป็นมืออาชีพอยู่แล้วคงหายห่วง เพราะเอาตัวรอดกันได้อยู่แล้ว แต่ผมเป็นห่วงเพื่อนๆ นักเทรดที่เป็นมือใหม่มากกว่า ควรจะฝึกการวิเคราะห์กราฟ Forex และหาราคาเป้าหมายด้วยตัวเองให้มาก อย่ามัวแต่ไปหาบทวิเคราะห์ หรือ signal จากคนอื่น อย่าไปมัวแต่ขอกินปลาจากคนอื่น เพราะสุดท้ายวันใดวันหนึ่ง ถ้าเขาเลิกให้ปลาแล้วเราจะแย่ เราจะต้องฝึกวิธีจับปลา(ตัวโตๆ) ด้วยตัวเองวิเคราะห์เอง เพราะคนที่จะอยู่กับเพื่อนๆ ไปตลอด และคนตัดสินใจลงเงินเปิดออเดอร์ก็คือตัวเพื่อนๆ เองนะครับ ทุกอย่างมักเกิดขึ้นซ้ำๆ แค่หา pattern ให้เจอ

ขั้นตอนการวิเคราะห์กราฟ Forex และหาราคาเป้าหมายด้วยตัวเองอย่างง่ายสำหรับมือใหม่ ลองเอาไปต่อยอดกันดูนะครับ

1.วิเคราะห์กราฟ Forex จากภาพใหญ่มาภาพเล็ก timeframe ใหญ่ไปหา timeframe เล็ก
ให้มองภาพใหญ่ก่อนเพื่อวางแผนหลัก แล้วค่อยมาปรับกลยุทธ์การเล่นในส่วนของภาพเล็กๆ ราย 15 นาที หรือ รายชั่วโมงก็ได้ตามถนัดและตามแนวทางการเทรดหลัก ที่เราได้วางเอาไว้
2.ดูแนวรับแนวต้านจุดสำคัญๆ ที่ราคาเคยพักตัว
การเคลื่อนไหวของราคามักเกิดขึ้นซ้ำๆ  เคยไปพักที่จุดใหนมันก็จะไปวนอยู่จุดนั้นแหละ หา pattern ให้เจอแล้วทำกำไรจากมันซะ

30
ทำไมคนเทรด forex 90% ถึงล้มเหลว

เรื่องที่นักเทรดมือใหม่ต้องระวัง ทำไมคนเทรด forex 90% ถึงล้มเหลว

อยากรวยเร็ว เทรดเร็ว TIMEFRAME สั้น
อยากรวยเร็ว จะเก็บทุกเม็ด เทรดตั้งแต่กราฟ TIMEFRAME 30 นาที 5 นาที 1 นาที บอกได้เลยว่าเตรียมตัวเจ๊ง
ทำไมล่ะ เทรดกราฟสั้น ๆ นี้จะเจอสิ่งที่เรียกว่า MARKET NOISE หรือ มันจะมี SPIKE ของราคา มาตัดโดน STOPเป็นประจำ จะไม่เห็นแนวโน้มราคาในระยะยาว นอกจากนี้ยังเป็นการทำงานเยอะแบบไม่ฉลาดอีกไม่มีแผน
เทรดโดยไม่รู้ว่าตนเองมีความเสี่ยงเท่าไหร่ โดยไม่ทราบจุดตัดขาดทุน STOP LOSS หรือมีก็ไม่ปฎิบัติตาม ไม่รู้ว่าควรจะขายทำกำไรให้ได้สูงสุด และควรวางเงินเท่าไหร่ในการเทรดแต่ละไม้ ไม่มีความรู้
ไม่มีความรู้ทางด้าน TECHNICAL ANALYSIS หรือ FUNDAMENTAL เลย ก็เหมือนคนตาบอดอาศัยโชค
หรือดวงเพียงอย่างเดียว ถ้าอย่างนี้ก็เจ๊งกับเจ๊ง หรือบางคนยืมจมูกคนอื่นหายใจไปเสาะหา Indicator , Expert Adviser ขั้นเทพ ที่จะมาเป็นทุกสิ่งอย่าง บอกได้เลยว่าหาไปก็ไม่เจอ และไม่มีในโลกนี้
ถ้างั้นคนที่ประสบความสำเร็จนั้นทำอย่างไรละ ตอบแบบกำปั้นทุบดินก็คือ ทำตรงกันข้ามกับที่กล่าวมาทั้งหมด กล่าวคือ ใช้ Leverage ต่ำ ๆ เช่น 1:5 หรือ ไม่เกิน 1:10 เทรดใช้ TIMEFRAME ใหญ่ TIMEFRAME 1h ขึ้นไป และ วางแผนในการเทรดในแต่ละครั้ง รวมถึงไฝ่หาความรู้จากแหล่งต่าง ๆเพื่อนำมาใช้พัฒนาการเทรดของตนเองครับ

เทรดเดอร์ 90% ล้มเหลว ไม่ได้กำไร และอีกแค่ 10% เท่านั้นที่กำไรนี่เป็นความจริงความจริงอันโหดร้าย
ทำไม LEVERAGE สูงเกิน FOREX เป็นสินค้าทางการเงินที่โบรคเกอร์ให้ LEVERAGE
กับลูกค้า เช่น 1:100, 1:400 จนถึง 1:1000 ยกตัวอย่างง่าย ๆ LEVERAGE 1:100 หมายความว่า
คุณมีเงินแค่ 100$ แต่สามารถลงทุนค้าเงินตราที่มีมูลค่าสูงถึง 100$ x 100 = 10,000$ หรือใช้เงินลงแค่ 1% เท่านั้น สมมุติว่าเทรดได้ถูกทางได้กำไรสัก 5% ในการเทรดนั้น จะได้กำไร = 10,000$x 5% = 500$
เห็นมั้ยครับว่ามันได้เยอะกำไร =5% x 100 = 500% เยอะมากเห็นแล้วเกิด ความโลภมั้ยครับ ใครเห็นก็จะโลภ
ในทางกลับกันถ้าเทรดผิดทางแค่ 1% ต้นทุนจะหายไป 1%x100 = 100% หมายความว่าเงินลงทุนคุณหมดเลย
น่ากลัวมั้ยครับ เงินในบัญชีหายไปเกือบหมด อย่างนี้จะสำเร็จได้อย่างไร

หน้า: 1 [2] 3 4 ... 14
SMF 2.0.15 | SMF © 2011, Simple Machines