แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - ladyMP

หน้า: 1 ... 25 26 [27] 28
391
สำหรับนักลงทุน เชื่อว่าทุกคนมีทั้งกำไรและขาดทุน ซึ่งถ้าหากขาดทุน คุณจะมีวิธีแก้เกมยังไงกัน และวันนี้มาดูวิธีแก้เกมเมื่อเทรด Forex ผิดทาง จัดการด้วยการ Hedging  จะเป็นยังไงไปดูกันเลย


 :D :D :D


ในบางครั้งสำหรับการเทรด เมื่อพวกเราเห็นทิศทางของตลาดอย่างชัดเจน เเต่เมื่อเข้าออเดอร์ไปแล้วราคากลับสวนทางเฉยเลย ตัวอย่างเช่น พวกเรามีความเห็นว่าราคามันกำลังเริ่มกลับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง ภายหลังที่มันชนแนวรับแล้ว แต่พอพวกเรา Buy แล้ว ราคากับค่อยๆดีดตัวลดลงซะงั้น สำหรับในวันนี้พวกเราจะมาพูดถึง การทำ Hedging ซึ่งเป็นกลยุทธ์ป้องกันความเสี่ยงอย่างหนึ่ง ที่พวกเราสามารถนำมาใช้ในกรณีที่ราคาไม่เป็นไปอย่างที่คิด หรือการแก้ไขปัญหาเมื่อพวกเราเข้าออเดอร์ผิดทางหรือผิดจังหวะ ราคาไม่ไปตามเป้า







จากภาพตัวอย่างด้านบนคือ ได้เปิดออเดอร์ buy คู่เงิน aud/jpy ที่ lot 1.0 ราคา 83.174 เนื่องจากว่าเชื่อว่าราคาจะขึ้นต่อไป หลังจากที่มาชนเเนวรับ แล้ว พอเปิดออเดอร์แล้ว ราคากลับลดลงๆเรื่อยๆยังไม่มีท่าทีที่จะขึ้นเลย จึงตัดสินใจทำ Hedging คู่เงินดังที่ได้กล่าวมาแล้วโดยเปิดออเดอร์ sell ที่ lot ใหญ่ขึ้นเป็น 2.0 lot หลังจากนั้น เวลาผ่านไป 1 นาทีกว่า ออเดอร์ sell ที่เปิด ได้กำไรถึง $60.28 ส่วนออเดอร์ buy ก่อนหน้านี้ เป็นขาดทุน $56.74 เมื่อหักลบกันแล้ว ($60.28 – $56.74 = $3.54) ยังเป็นกำไร $3.54 นี่เป็นผลจากการใช้กลยุทธ์ Hedging ทำให้พวกเรารักษาต้นทุนในพอร์ตไว้ได้ ซึ้งถ้าหากพวกเราไม่ทำ Hedging พวกเราจะต้องขาดทุนไปถึง 56.74 ดอลล่าร์ ทีเดียว หลังจากนี้ก็ขึ้นกับการตัดสินใจของพวกเราว่าจะเอายังไงต่อ บางครั้งก็อาจจะปิดออเดอร์ทั้งหมดเพื่อรอจังหวะเข้าใหม่ หรือปิดเฉพาะออเดอร์ buy ก่อนหน้านี้เพื่อลุ้นว่าราคามันจะลงต่ออีกหรือเปล่า การทำ Hedging พวกเราอาจเปิดในหลายๆออเดอร์ เเละเพิ่มขนาด lot แต่ว่าก็ต้องระวังอย่าให้การเทรดอยู่ในภาวะ Overtrade ต้องนึกถึงผลเสียที่ตามมา กรณีที่ราคามันไม่ไปตามที่ Hedging เพราะอาจทำให้เราเจ็บหนักกว่าเดิม หรืออาจโดนล้างพอร์ต ถ้าหากไม่ได้ตั้ง Stop loss ไว้ค่ะ

 ::) ::) ::)

392
สำหรับนักลงทุนมือใหม่ในตลาด Forex แน่นอนว่าทุกคนเข้ามาเพื่อต้องการทำกำไรชนะตลาด แต่ก็มีคนจำนวนไม่น้อยที่ต้องเสียเงินและขาดทุน ซึ่งการจะทำให้ชนะตลาดนั้นเราจะต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับตลาด Forex ให้มากที่สุด และวันนี้มาดูความสำคัญของล็อต (lot) ในการเทรด Forex กัน จะเป็นยังไงไปดูกันเลยค่ะ

 :-* :-* :-*


ล็อต (lot) คือขนาดที่เล็กที่สุดหรือปริมาณของหน่วยสกุลเงินที่คุณสามารถวางเมื่อทำการเทรดในตลาด Forex

ความสำคัญของล็อต (lot) Forex

สิ่งจำเป็นที่สุดคือการเทรดด้วยขนาดล็อตที่เหมาะสม เนื่องจากว่าขนาดล็อตของคุณจะกำหนดระดับการเปลี่ยนแปลงและก็ความผันผวนของตลาด Forex ที่จะส่งผลกับเทรดของคุณ

ยกตัวอย่าง:

EUR/USD 1.3500

ค่า 1 pip = 0.0001 / 1.3500 = 0.00007407407 ยูโร

นี่คือค่าของ 1 pip สำหรับทุกล็อต:

- ขนาดล็อตมาตรฐาน = 0.00007407407 x 100,000 = 7.407407 ≈ 7.407 ยูโร

- ขนาดล็อตมินิ = 0.00007407407 x 10,000 = 0.7407407 ≈ 0.740 ยูโร

- ขนาดล็อตไมโคร = 0.00007407407 x 1,000 = 0.07407407 ≈ 0.074 ยูโร

และนี่คือค่าของ 1 pip ใน USD:

- ล็อตมาตรฐาน (USD) = 7.407 EUR x 1.3500 = $9.99945

- ล็อตมินิ (USD) = 0.740 EUR x 1.3500 = $0.999

- ล็อตไมโคร (USD) = 0.074 EUR x 1.3500 = $0.0999

เพราะฉะนั้น ล็อตของคุณยิ่งมาก ค่า pip ของคุณก็จะยิ่งมากตาม เมื่อการเทรดของคุณประสบความสำเร็จ คุณจะได้รับกำไรเพิ่มขึ้นด้วยขนาดล็อตที่ใหญ่กว่า แต่กรณีที่สูญเสียคุณจะสูญเสียเงินเพิ่มขึ้นเช่นกัน

ผู้เทรดฟอเร็กซ์รายย่อยส่วนมากเลือกเทรดเป็นล็อตมินิหรือล็อตไมโคร ซึ่งอาจดูน่าสนใจน้อยกว่าล็อตมาตรฐาน แต่การเทรดขนาดที่เล็กกว่าจะช่วยให้คุณไม่ต้องเสี่ยงมากเกินไป ล็อตมินิและล็อตไมโครมีสมดุลที่ยอดเยี่ยมในทางความต้องการของเงินทุนและความเสี่ยงที่ได้รับ ด้วยเหตุนี้ ขนาดล็อตทั้ง 2 นี้คือตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับคุณที่จะเริ่มต้นเทรดในตลาด Forex



393
บางคนอยากเป็นนักลงทุนมืออาชีพ เพื่อได้ใช้เวลากับครอบครัวและให้เวลากับตัวเอง ซึ่งการจะเป็นนักลงทุนแบบมืออาชีพนั้นเราจะต้องทำความเข้าใจให้ดีเสียก่อน มิฉะนั้นอาจจะทำให้หมดตัวกันเลยก็ว่าได้ และวันนี้มาเอาใจชาว Forex ด้วยการบอกเคล็ดลับการซื้อขาย Forex สำหรับนักเทรดมืออาชีพ จะเป็นยังไงไปดูกันเลยค่ะ

 :-[ :-[ :-[



1. พัฒนากลยุทธ์การซื้อขายของคุณ

ขั้นตอนที่สำคัญที่สุดสำหรับในการเตรียมการและปกป้องการมีส่วนร่วมในระยะยาวในตลาดคือการสร้าง กลยุทธ์การซื้อขายส่วนตัวของคุณ แล้วก็เพื่อให้เป็นไปตามนั้น เมื่อคุณรู้สึกแน่ใจว่าคุณได้ทำการวิจัยเกี่ยวกับเครื่องมือและด้านเทคนิคอย่างเพียงพอแล้วคุณจะได้รับความรู้สึกกับตลาดด้วยบัญชีทดลองแล้วก็กำหนดโปรไฟล์ความเสี่ยงที่เป็นจริงได้เวลาในการพัฒนากลยุทธ์ของคุณ

ไม่ว่าคุณจะเลือกเป็น นักลงทุน forex หรือนักลงทุนระยะยาวจุดกลยุทธ์ของคุณคือการพัฒนาความมั่นคงแล้วก็กิจวัตรประจำวัน เช่นเดียวกับการค้าอื่นๆการฝึกฝนทำให้สมบูรณ์แบบ ยิ่งคุณมีความรู้และก็ประสบการณ์มากขึ้นด้วยเครื่องมือหรือเทคนิคมากเท่าไหร่คุณก็ยิ่งสามารถตัดสินใจได้อย่างประสบความสำเร็จแล้วก็รอบคอบมากขึ้นเท่านั้น เมื่อคุณเติบโตในฐานะผู้ค้ากลยุทธ์ของคุณก็จะเติบโตไปพร้อมกับคุณ



2. อย่าทำการซื้อขายมากเกินไปในบัญชีทดลอง
มีหลายคนที่ต้องการเป็นเทรดเดอร์ฟอเร็กซ์ แต่ส่วนใหญ่ไม่เคยไปไกลเกินกว่าการซื้อขายในบัญชีทดลอง ความจริงก็คือสำหรับเพื่อการที่จะกลายเป็นเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จการเทรดของคุณควรทำเงินให้คุณอย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งวิธีเดียวที่พวกเขาจะทำเงินคือถ้าคุณซื้อขายด้วยเงินจริงใน บัญชีจริง.

ด้วยเหตุนี้คุณจำเป็นจะต้องเปลี่ยนไปใช้บัญชีซื้อขายเมื่อคุณพร้อม ถ้าหากคุณกำลังจะใช้บัญชีทดลองใช้เป้าหมายของคุณเป็นการใช้บัญชีทดลองเพื่อทำความเข้าใจเชือกด้วยความมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนเป็นบัญชีจริงเมื่อคุณเข้าใจวิธีการซื้อขาย

สำหรับผู้ค้ารายใหม่ที่ซื้อขายอย่างต่อเนื่องโดยใช้บัญชีตัวอย่างมักจะมีเวลาหนึ่งเดือนพอที่จะเข้าใจกลไกของแพลตฟอร์มการซื้อขายและก็เริ่มเป็นผู้ประกอบอาชีพ

ขอแนะนำว่าผู้ค้าไม่ควรเลื่อนการซื้อขายสดเป็นเวลานานกว่าสามเดือนหลังจากที่พวกเขาเริ่มทำการซื้อขายในบัญชีทดสอบ


3. วิธีการเป็นนักเทรดที่ประสบความสำเร็จใน Forex
ในที่สุดเมื่อคุณได้กำหนดกลยุทธ์การซื้อขายของคุณและเปลี่ยนไปใช้บัญชีซื้อขายจริงคุณควรจะไปยังขั้นตอนต่อไปหรือขั้นตอนต่อไปแทน:


* พัฒนา แผนการซื้อขายและปฎิบัติตามอยู่เสมอ
* ตั้ง stop-losses สำหรับการซื้อขายทุกครั้ง มิฉะนั้นความล้มเหลวเกือบจะแน่นอน
* อย่าเสี่ยงเกิน 2%ของ margin ต่อการซื้อขายหนึ่งครั้ง
* แยกอารมณ์ของคุณออกจากการซื้อขาย
* อย่า่เทรดเพื่อชดเชยการสูญเสีย
* เทรดเฉพาะช่วงที่คุณคิดว่างเหมาะสม
* อย่ากลัวการสูญเสีย นักเทรดทุกคนมีสิ่งนี้
* พยายามบรรลุผลกำไรที่มากขึ้นและมีการซื้อขายที่ไม่ประสบความสำเร็จน้อยลง



394
การลงทุนมีความเสี่ยง แต่เชื่อว่าหลายคนเริ่มหันมาสนใจในเรื่องการลงทุนมากขึ้น เพราะด้วยกระเเสเงินเฟ้อขึ้นทุกปี ซึ่งการลงทุนที่ยอดนิยมอีกอย่างนั้นก็คือ Forex  และวันนี้มาดูมาร์จิ้นคอล (Margin Call) คืออะไร ??? ไปดูกันเลยค่ะ

 ::) ::) ::)


สำหรับในการเทรดฟอเร็กซ์เกี่ยวข้องกับมาร์จิ้น จะทำให้โบรกเกอร์มอบโอกาสสำหรับในการเทรดให้คุณด้วยเงินที่คุณไม่มีอยู่จริง เลเวอเรจเฉลี่ยในการเทรดฟอเร็กซ์นั้นสูงมาก ซึ่งจะอยู่ระหว่าง 50:1 และ 200:1 บัญชีที่มีอัตราเลเวอเรจสูงสุด 200:1
หมายความว่า แม้แต่การเปลี่ยนแปลงค่าที่น้อยที่สุดของการเทรดที่คุณมีอยู่ก็สามารถทำให้คุณหมดตัวได้ เมื่อคุณได้รับมาร์จิ้นคอล (Margin Call) จากโบรกเกอร์

ถ้าหากคุณต้องการเทรดต่อ คุณจำเป็นต้องเพิ่มเงินในบัญชีฟอเร็กซ์ โดยเหตุนั้นคำตอบที่ง่ายที่สุดสำหรับคำถามที่ว่า “มาร์จิ้นคอล (Margin Call) คืออะไร?” คือการที่โบรกเกอร์อยากให้คุณเพิ่มเงินในบัญชีถ้าหากคุณต้องการจะเทรดต่อ คำถามที่ซับซ้อนกว่านั้นคือมาร์จิ้นคอลเกิดขึ้นได้อย่างไรและทำไม?

สาเหตุของมาร์จิ้นคอล (Margin Call)

การทำความเข้าใจสาเหตุของมาร์จิ้นคอล (Margin Call) คือขั้นตอนแรก ขั้นตอนที่ 2 และขั้นตอนต่อไปคือการเรียนรู้วิธีอยู่ให้ห่างจากมาร์จิ้นคอล (Margin Call) ที่อาจเป็นไปได้ สรุปว่าสิ่งที่ทำให้เกิดมาร์จิ้นคอล (Margin Call) เพราะคุณไม่เหลือมาร์จิ้นให้ใช้แล้ว

ขั้นที่ 2 เป็นขั้นตอนที่มีประโยชน์ ซึ่งต้องเข้าใจว่าอะไรทำให้มาร์จิ้นของคุณหมดไป และคุณต้องอยู่ให้ห่างจากกิจกรรมเหล่านั้น เพื่อป้องกันความเสี่ยง นี่คือสาเหตุหลักสำหรับมาร์จิ้นคอล (Margin Call) ที่คุณควรหลีกเลี่ยง (พรีเซนเทชั่นโดยไม่เรียงลำดับ):

• ถือตำแน่งที่ขาดทุนนานเกินจนทำให้มาร์จิ้นหมดไป

• เลเวอเรจในบัญชีคุณมากเกินไป และถือตำแน่งที่ขาดทุนนาน

• บัญชีมีเงินน้อยเกินไป ทำให้คุณต้องเทรดด้วยมาร์จิ้นที่เหลือไม่มาก

เมื่อรวมเข้าด้วยกัน สาเหตุหลักของมาร์จิ้นคอล (Margin Call) คือการใช้เลเวอเรจที่มากเกินไปด้วยเงินทุนที่มีอยู่น้อยเกินไปในขณะที่ถือครองเทรดที่ขาดทุนเป็นเวลานานทั้งๆที่ควรตัดออกไป

เกิดอะไรขึ้นเมื่อมาร์จิ้นคอล (Margin Call) เข้ามามีผล?

เมื่อมาร์จิ้นคอล (Margin Call) มีผล การเทรดของคุณจะถูกลบหรือปิด เพื่อจุดประสงค์ 2 อย่าง นั่นคือคุณไม่มีเงินในบัญชีเพื่อครองตำแหน่งที่กำลังขาดทุนอีกต่อไป และก็โบรกเกอร์กำลังอยู่ในสถานะอันตรายกับการสูญเสียของคุณ ซึ่งไม่ส่งผลดีต่อโบรกเกอร์

หลีกเลี่ยงมาร์จิ้นคอล (Margin Call) อย่างไร

มักกล่าวกันว่าเลเวอเรจเป็นดาบสองคม เพราะเลเวอเรจจำนวนมากที่คุณใช้ถือตำแหน่งในหลายบัญชี มาร์จิ้นที่สามารถใช้ได้ของคุณก็จะดูดซับความสูญเสีย ยิ่งการเทรดด้วยเลเวอเรจที่สูงไม่เป็นไปตามความต้องการ เงินในบัญชีของคุณก็จะหมดอย่างเร็ว รวมทั้งเมื่อ % มาร์จิ้นซึ่งสามารถใช้ได้ถึง 0 คุณจะได้รับมาร์จิ้นคอล (Margin Call) นี่เป็นเพียงแค่เหตุผลของการใช้เพื่อปกป้องความสูญเสีย ซึ่งคุณต้องตัดการขาดทุนให้เร็วที่สุด


395
ในการเทรด Forex เราจะต้องทำความเข้าใจเบื้องต้น และรู้ข้อดีและข้อเสียของการเทรด Forex เสียก่อน ไม่เช่นนั้นอาจจะทำให้เกิดการขาดทุนได้ง่าย  ซึ่งวันนี้เราก็ไม่พลาดที่จะเอาใจมือใหม่ด้วยการบอกข้อดีและข้อเสียของการเทรด Forex ที่เราต้องรู้ !!! จะเป็นยังไงไปดูกันเลยค่ะ




ข้อดีการเทรด forex

1. สภาพคล่องสูง ซื้อง่ายขายคล่อง : เนื่องมาจากเงินเป็นสิ่งที่คนทั่วไปต้องการ ทำให้สภาพคล่องสำหรับการซื้อขายสูง มาลองเปรียบเทียบ กับ สินค้าอื่นดังเช่น โทรศัพท์มือถือ ถ้าหากวันนี้พวกเราจะขายโทรศัพท์มือถือสักเครื่องโดยตั้งราคาถูกกว่าท้องตลาด พวกเราก็ต้องรอ หรือหาคนที่อยากได้มาซื้อ ถ้าหากวันนี้ขายไม่ออก ก็ต้องรอวันอื่น หากเป็นแบบนี้ เรียกว่า สภาพคล่องต่ำ แต่ว่าถ้าหากสินค้าเราเป็น แบงค์พัน ถ้าวันนี้เราอยากขาย แบงค์พันในราคา 900 บาท มีคนต้องการซื้อแน่นอน เพราะเงินเป็นสิ่งที่คนทั่วไปต้องการ

2. เก็งกำไรได้ทั้งสองทาง : หลักการซื้อถูกขายแพง , ขายแพงซื้อถูก คิดว่าราคาทองขึ้น ก็ไปซื้อทองเก็บไว้ ถ้าคิดว่าทองจะลง ก็รีบขายทองเก็บเงินไว้ ถ้าคลาดการได้ถูก ก็ทำกำไรได้ ทั้งสองทาง

3. ถอนเงินใช้ได้ทันที : ถือเป็นข้อดีอีกอย่างหนึ่ง เทรดได้กำไร สามารถถอนเงินจากบัญชีเทรด เอาเงินมาใช้ได้เลย ไม่เหมือนเก็งกำไรทองคำแบบทั่วไป ถ้าอยากใช้เงินก็ต้องไปร้านทอง ต่อคิวเสียเวลาไปอีก

4. ใช้เงินลงทุนต่ำ : การเทรด forex สามารถใช้เงินลงทุนได้ที่หลักพันบาท



ข้อเสียการเทรด forex

1. forex ไม่มีกฎหมายรองรับในประเทศไทย : ไม่ผิดกฎหมาย แต่ ไม่มีกฎหมายรองรับ นั้นก็คือ เราไม่สามารถเอาผิดกับโบรกเกอร์ด้วยกฎหมายไทยได้ หากเกิดเรื่องขึ้นมา นักลงทุนต้องไปฟ้องร้องที่ต่างประเทศกันเอาเอง ดังนั้นการเลือกโบรกเกอร์จึงเป็นสิ่งสำคัญมากมาย

2. forex มีความเสี่ยงสูง : ราคาของสกุลเงินต่างๆมีความผันผวนสูง ทำให้ช่องทางทำกำไร หรือขาดทุน สูงไปด้วย นักลงทุนที่ไม่มีประสบการณ์ บางทีอาจขาดทุนได้ง่าย

396
ในการเทรด Forex ในบางคนอาจจะมีอาการเสพติด ซึ่งอาการนี้สามารถแก้ไขได้ ถ้าหาผู้ที่เทรดดรู้ตัว และจะมีเทคนิคการแก้ไขอย่างไรไปดูกันเลยค่ะ

 :-* :-*


สำหรับในการแก้ไขการเสพติดการเทรด นั้นสามารถแก้ไขได้ เพราะว่าที่จริงแล้วการเทรด Forex ไม่สามารถเสพติดได้ แต่พวกเราต่างหากที่พวกเราเสพติดอารมณ์ตัวเอง ความสุขที่หลั่งมาจากความฝัน จินตนาการ นั้นเหมือนกับช่วงที่มีความรักใหม่ๆเหมือนกับช่วงที่อะไรก็ดีไปเสียหมด

การจินตนาการกับตัวเองทำให้พวกเราสร้างมายาคติเชิงบวกให้กับพวกเรา มันก็ดีค่ะ มันทำให้พวกเรามีความสุข แต่แน่นอนว่า มันไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง อาการมโน พวกนี้ก็สามารถแก้ไขได้นะคะ แต่ว่าจะแก้ไขได้ก็เมื่อเทรดเดอร์รู้ตัวว่าตัวเองกำลังเสพติดการเทรด หรือว่าคนด้านข้างเริ่มมีอาการที่ว่านี้ก่อนค่ะ แล้วจะแก้มันยังไง นั้นไม่ยากค่ะ เมื่อคุณมีใจปรารถนาจะแก้แล้ว ผมจะเล่าให้ฟัง

แนวความคิดสำหรับการแก้ไขการเสพติดการเทรด Forex
สิ่งที่คุณต้องแก้คือ การเทรด Forex ไม่ได้ดีขนาดนั้น ไม่ได้ทำกำไรได้มหาศาลในระยะเวลาอันสั้น การเทรดนั้นสร้างผลตอบแทนได้สม่ำเสมอได้แต่ไม่ได้มาก บรรดาเทพทั้งหลายที่โชว์พอร์ตสวยๆในเฟส ในอินเตอร์เน็ตเป็นเรื่องตบตา หรือเป็นเรื่องฟลุ๊คๆไม่ได้ยั่งยืนค่ะ…

และการวิเคราะห์กราฟบวกกับการส่งคำสั่ง ใช้เวลาแค่เพียงไม่กี่นาที ไม่เกิน 2 นาทีด้วยซ้ำไป การเฝ้าหน้าจอของคุณจะไม่ช่วยอะไรเลย เมื่อเป็นเช่นนี้การแก้ไขการเสพติดการเทรด คือ การป้องกันตัวเองในการคิดซ้ำซากค่ะ คือการหากิจกรรมอันอื่นทำ รวมทั้งอย่าให้ว่าง ตัวอย่างเช่น คุยกับเพื่อน การไปดูหนัง และก็ตั้งเวลาให้ตนเองสำหรับการเทรดไว้ เหมือนกับการแก้เด็กติดเกมส์ ราวกับการแก้อาการอกหักเลยค่ะ ต้องอย่าไปจมกับมัน เมื่อนานวันเข้า คุณก็จะสามารถเข้าใจได้ และไม่มีอาการที่ว่านี้

ทริคแนวปฏิบัติอีกอย่างหนึ่งคือ การอย่าไปคิดว่าจะเป็นเทรดเดอร์อาชีพ ที่มีรายได้จากการเทรดอย่างเดียว คุณควรจับงานอื่นๆด้วย เพราะการเทรดจริงๆหากวางแผนดีๆใช้เวลาดูกราฟออกไม้ในแต่ละวันใช้เวลาไม่มากนะคะ สำหรับคนที่ต้องการเป็นเทรดเดอร์อาชีพที่มีรายได้อย่างยั่งยืน จากประสบการณ์และก็ภาพที่มองเห็นมานาน อยู่ที่ทุนราว 1 ล้านบาท โดยเป็นทุนที่พร้อมเสียหรือพร้อมค้างได้ ทั้งความหวังกำไรควรอยู่ที่ 15-20% ต่อปีนะคะ




397
ในการเทรด Forex แน่นอนว่ามีความผันผวนที่สูง เนื่องจากเป็นการเทรดสกุลเงินทั่วโลก ซึ่งสำหรับคนที่อยากทำกำไรต้องไม่พลาดกับเทคนิคการเทรด Forex ทำลายช่องผันผวน จะเป็นยังไงไปดูกันเลยจ้า

 ::) ::) ::)

ความผันผวน หรือ Volatility คือ การวัดค่าการแกว่งตัวของผลตอบแทนของการลงทุนในหลักทรัพย์หรือว่า ราคาประเภทใดประเภทหนึ่ง ซึ่งยิ่งความผันผวนมาก ก็ยิ่งทำให้สินทรัพย์มีความเสี่ยงสูงมาก

คู่ระยะเวลาที่แนะนำ M15  ตราสาร: กลยุทธ์เหมาะสมกับตราสารทั้งหมด กรอบเวลา: M15 และเหนือกว่า

ตัวชี้วัดหรืออินดิเคเตอร์ที่ต้องใช้
RSI (11) ระดับ (35, 65)
20 SMA High
20 SMA Low
5 SMA High
5 SMA Low

จังหวะเปิดตำแหน่ง Long (ฺซื้อ)
เมื่อเส้น 5 SMA High อยู่เหนือเส้น 20 SMA High และ RSI (11) อยู่เหนือ 65 เราก็สามารถลงไม้ซื้อได้จ้า

จังหวะเปิดตำแหน่ง Short (ขาย)
เมื่อเส้น 5 SMA High อยู่ต่ำกว่าเส้น 20 SMA Low และ RSI (11) อยู่ต่ำกว่า 35 เราก็สามารถลงไม้ขายได้จ้า

Stop Loss เมื่อเปิดตำแหน่ง Long (ซื้อ) 
Stop Loss จะวางไว้ที่ระดับ 5 SMA Low
เมื่อเปิดตำแหน่ง Short (ขาย) Stop Loss จะวางไว้ที่ระดับ 5 SMA High

Take Profit สำหรับออเดอร์ Long (ซื้อ) Take Profit เมื่อ RSI (11) อยู่ต่ำกว่า 65
สำหรับออเดอร์ Short (ขาย) Take Profit เมื่อ RSI (11) ขึ้นไปเหนือ 35





398
ในการลงทุนมีความเสี่ยง แต่การไม่ลงทุนมีความเสี่ยงกว่า สำหรับมือใหม่ที่สนใจจะเทรด Forex แนะนำว่าเราจะต้องรู้และควบคุมความเสี่ยง เพื่อป้องกันไม่ให้เงินหาย และวันนี้มาดูหลักการความเสี่ยงของการเทรด Forex  กันค่ะ



นักลงทุนทุกคนที่เข้ามาใน Forex ล้วนแต่พยายามค้นหาผลลัพธ์ที่ดีที่สุด แม้กระนั้นเพื่อให้ได้กำไรจากการซื้อขายนั้นนักลงทุนจำเป็นจะต้องรู้ รวมทั้งปฏิบัติตามหลักเกณฑ์บางอย่างของ Forex

1. เราจะต้องมีกลยุทธ์การซื้อขาย เป็นของคุณเอง พัฒนาระบบของคุณซึ่งขึ้นอยู่ กับปัจจัยบางประการที่เห็นได้ชัดเจนสำหรับการซื้อขายในตลาด Forex


2. การควบคุมอารมณ์ สภาวะอารมณ์ที่ไม่คงที่อาจรบกวนกระบวนการตัดสินใจ เรียนรู้แนวทางที่จะควบคุมอารมณ์ รวมทั้งความต้องการของคุณ


3. ควรมีประวัติของข้อมูล เป็นของคุณเอง เขียนบันทึกสถานการณ์ แล้วก็ปัจจัยที่คุณใช้เพื่อการตัดสินใจ เปิด/ปิด คำสั่งซื้อขาย รวมถึง ความคิดเห็นของคุณในทุกๆสถานการณ์ ทบทวนผลลัพธ์การซื้อขาย ของคุณอย่างสม่ำเสมอ


4. ควรเรียนรู้จากความผิดพลาด การวิเคราะห์ แล้วก็การแก้ไขความผิดพลาด เป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดของการซื้อขายที่ประสบความสำเร็จ การกล้าวิจารณ์ตัวเองเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเพื่อการวิเคราะห์ตำแหน่งของการสูญเสีย การจัดการตำแหน่งที่สูญเสียนั้นคุณสามารถหลีกเลี่ยงการเกิดความผิดพลาดซ้ำอีกได้


5. ไม่ควรทำการซื้อขายโดยไม่มีเหตุผล อย่าเปิดแพลตฟอร์ม การค้าขายเพียงแค่เนื่องจากคุณไม่มีอะไรทำ หรือคุณนอนไม่หลับ ควรจะค้าขาย เมื่อมีสาเหตุที่กำหนดให้ทำค้าขายแค่นั้น


6. พยายามทำ แล้วก็คิดด้วยตัวคุณเอง ความช่วยเหลือ แล้วก็การแสดงนัย จากผู้อื่นอาจจะมีประโยชน์ แต่ไม่ใช่ขณะที่กำลังทำการซื้อขายใน Forex คุณสามารถพิจารณาคำแนะนำจากนักลงทุนรายอื่นที่มีประสบการณ์ได้แต่ไม่ใช่ทำตามโดยไม่คิด ความก้าวหน้าจะปรากฎให้เห็นก็ต่อเมื่อคุณทำการ วิเคราะห์ด้วยตัวคุณเอง และพัฒนากลยุทธ์ของคุณเอง รวมทั้งเชื่อสำหรับเพื่อการ ตัดสินใจของคุณเท่าน้้น


7. ควรทำการซื้อขายต่อเมื่อคุณมั่นใจ การรอไปสู่ตลาดเมื่อถึงเวลาที่ เหมาะสมนั้นจะดีกว่าที่จะเปิดคำสั่งซื้อขายเมื่อคุณไม่เข้าใจสถานการณ์ มันเป็นสิ่งสำคัญที่จะเข้า แล้วก็ออกมาจากตลาดในเวลาที่เหมาะสม ถ้าคุณรู้สึก ไม่มั่นใจ คุณไม่ควรที่จะเสี่ยง การสูญเสียแค่ 2-3 pip นั้นไม่สามารถเทียบ ได้กับการสูญเสียจำนวนมากซึ่งอาจเกิดจากการกระทำที่ไม่รอบคอบ เปิดคำสั่งซื้อขายในภายหลังเท่านั้น: ตลาดไม่ได้หายไปไหน


8. จำกัดความเสี่ยงของคุณ กำหนดเงินยอดรวมทั้งหมดสำหรับเพื่อการซื้อ ขาย แล้วความสูญเสียจะไม่ก่อให้เกิดสภาพการณ์การขาดแคลนงบประมาณ ภายในครอบครัว


9. รู้ขีดจำกัดของคุณ สามารถหยุดได้


10. ระมัดระวังกับความสำเร็จในช่วงเริ่มต้น อย่าหลงระเริงกับความสุข ไปกับกำไรเพียงแค่ไม่กี่ร้อยดอลลาร์ (กลับไปที่ข้อ 2)


11. อย่าซื้อขายตรงข้ามกับตลาด ไม่ควรเสี่ยงหากขาดประสบการณ์ กระบวนการของราคามีความเคลื่อนไหวไปในทิศทางที่เฉพาะเจาะจง ตลาดจะเริ่มกระโดด ขึ้น/ลง เรียนรู้วิธีการใช้ความผันผวนของราคาใน ระยะสั้น คุณจะต้องพอกพูนประสบการณ์จึงจะสามารถลดความเสี่ยงลงได้



399
การที่เราจะเทรด Forex นั้น อันดับแรก เราจะต้องทำการเปิดบัญชีกับโบรกเกอร์เสียก่อน สำหรับมือใหม่ ถ้าหากศึกษาให้ครบถ้วนรับรองว่าไม่ยากและสามารถเทรดได้กำไรงามอย่างแน่นอนค่ะ

 สำหรับมือใหม่ที่ยังไม่รู้ว่า โบรกเกอร์ forex คืออะไร ทำหน้าที่อะไรบ้าง ทำไม การเลือกโบรกเกอร์จึงเป็นสิ่งสำคัญ ในบทความนี้จะคลายข้อสงสัยให้คุณได้ครับ โบรกเกอร์ forex  คือ บริษัทที่ทำหน้าที่เป็นตัวแทนในการส่งคำสั่งซื้อขายไปยังตลาด Forex หรือจะเรียกกันภาษาชาวบ้านก็คือ นายหน้าซื้อขาย Forex นั้นเอง การจะเข้าไปเก็งกำไรในตลาด Forex ได้นั้น เราจะต้องทำการเปิดบัญชีเทรดกับโบรกเกอร์ก่อน ดังนั้น โบรกเกอร์ Forex จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องเลือกดีๆ เพราะเทรดเดอร์จะต้องติดต่อกับโบรกเกอร์อยู่เสมอ




โบรกเกอร์มีหน้าที่หลักอะไรบ้าง

1. เปิดบัญชีเทรด ตรวจสอบเอกสารยืนยันตัวตนของผู้เปิดบัญชีให้
2. บริการ ฝาก ถอน เงินเข้าบัญชีเทรด
3. ให้บริการแพลตฟอร์มสำหรับการเทรด เช่น MT4, MT5 Support
4. แก้ไขปัญหาการใช้งาน หรือให้ข้อมูลกับเทรดเดอร์


การเลือกโบรกเกอร์ forex ที่ดี

1. มีความน่าเชื่อถือ เปิดให้บริการมากกว่า 5 ปีขึ้นไป
2. การจดทะเบียนถูกต้อง มีใบอนุญาต มีหน่วยงานควบคุม ที่น่าเชื่อถือเช่น FCA (financial conduct authority fca) ,ASIC,CYSEC
3. มีการป้องกันความเสี่ยงเงินในบัญชีเทรดของลูกค้า
4. มีการแยกบัญชีลูกค้ากับบัญบริษัท
5. ความเร็วในการ ฝาก ถอน ช่องทางการฝากถอนที่เหมาะสำหรับคนไทย มีความปลอดภัย
6. ค่าสเปรดต่ำ
7. ฝ่าย Support มีช่องทางติดต่อที่สะดวกเช่น chat online 24 ชั่วโมง

400
ในการเทรดหรือการลงทุน เชื่อว่าทุกคนก็อยากทำกำไรให้ได้เยอะที่สุด และวันนี้เราก็ไม่พลาดที่จะมาเอาวิธีเอาชนะ ทำกำไรในตลาด Forex ที่สามารถช่วยเพื่อนๆ ทำกำไรให้ได้เยอะมากที่สุด จะเป็นยังไงไปดูกันเลย


เลือกสูตรการเทรดเฉพาะของคุณ อย่าจับฉ่าย

แน่นอนค่ะ ว่าสูตรการเทรด Forex นั้นมีอยู่มากหลายสูตรเลยทีเดียว แต่หากคุณต้องการเอาชนะตนเอง เอาชนะตลาด ควรจะหาสูตรเทรดที่เหมาะสมกับตัวคุณเองมาสัก 1-2 สูตร แล้วฝึกฝนให้ชำนาญไปเลยดีกว่า แทนที่จะมีหลายสูตรจนเลือกใช้ไม่ถูก ก็ศึกษาเจาะลึกไปเลย ถึงที่มา วิธีการใช้ และจังหวะการใช้งานสูตรนั้นๆสาเหตุที่แนะนำให้เลือกสูตรที่คุณถูกใจมาสัก 1-2 สูตรก็เพราะว่า สิ่งที่คุณชอบก็จะเกิดความชำนาญได้ง่าย และก็เมื่อเชี่ยวชาญ ก็จะเทรดได้ประสบความสำเร็จโดยง่ายนั่นเอง


อย่าคิดว่าการเทรด Forex เป็นการเสี่ยงโชค แต่ให้มองว่ามันเป็นการลงทุน

เนื่องจากว่าการเสี่ยงโชคนั้นจะใช้โชคเพียงอย่างเดียว แต่ว่าตลาด Forex มันไม่ใช่ เพราะนอกจากโชคที่จะต้องมีแล้ว ความรู้และประสบการณ์เองก็ขาดไม่ได้เช่นกัน ที่จะต้องมีเพื่อเอาตัวรอดในตลาด Forex นอกจากนั้นการเทรดอย่ามองเพียงแค่ “เงิน”เท่านั้น แต่ให้มองว่ามันคือการลงทุนอย่างหนึ่ง มันจะทำให้คุณมองเห็นตลาดได้กว้างขึ้น และไม่ถูกอารมณ์ ความรู้สึก ความโลภ ครอบงำจนทำให้เทรดผิดพลาด


อย่าลืมเรื่องการบริหารจัดการความเสี่ยง

อย่างแรกที่คุณจะต้องนึกถึงคือเรื่องการจัดการเงินทุน หรือจัดการพอร์ตของคุณ ให้นึกถึงความเสี่ยงของเงินก้อนนี้เป็นอันดับแรก อย่าเพิ่งไปมองว่าจะได้กำไรเท่านั้นเท่านี้ เอาว่าเงินก้อนที่คุณมีอยู่ จะใช้มันลงทุนอย่างไรให้มีความเสี่ยงน้อยที่สุด แต่ว่ามีผลกำไรตอบแทนมากที่สุด ตรงนี้ไม่มีคำตอบตายตัว แต่คุณสามารถหาคำตอบได้ด้วยการนำเอาหลัก บริหารจัดการเงินทุน มาใช้ค่ะ




401
หลายๆ คนกังวลเรื่องค่าคอมมิชชั่น เพราะหลายโบรกเกอร์ที่มีการเก็บค่าคอมเยอะ และวันนี้เรามาทำความรู้จักค่าคอมมิชชั่นในการเทรด Forex คืออะไร   จะเป็นยังไงไปดูกันเลย


 ::)


Commission หมายถึง ค่าธรรมเนียมที่โบรกเกอร์เรียกเก็บจากเทรดเดอร์ในฐานะผู้ให้บริการในการเทรด ซึ่งโบรกจะได้กำไรจากค่าธรรมเนียมตรงนี้ล่ะ แม้ว่าบางโบรกเขาจะกล่าวว่าไม่คิดค่า Commission เนื่องจากว่าอันที่จริงแล้วเค้าได้บวกกับค่า Spread (ค่าส่วนต่างของราคาซื้อแล้วก็ราคาขายของตลาดเวลานี้) ไปแล้วนั่นเอง ซึ่งบางครั้งก็อาจจะคิดแค่เพียง $0.1 ต่อการเทรด 1 lot ($100,000) ก็ได้ ดังนี้ขึ้นกับสภาพคล่องทางตลาด (liquidity) หรืออื่นๆตามแต่โบรกเกอร์นั้นๆจะคิดคำนวณช่องทางรายได้ของเขาค่ะ

แต่ว่าทั้งนี้ก็มีบางโบรกที่เก็บค่า Commission เพราะว่าค่า Spread ของเค้าน้อย หรือบางโบรกหรือบางระบบบัญชีก็คิดทั้งสองอย่าง….นะคะพวกที่ทำงานระบบการเงิน การธนาคาร โบรกเกอร์ ฯลฯ พวกนี้เขาจะสร้างอะไรที่สลับซับซ้อนให้เราตามไม่ทันเสมอๆอยู่แล้วค่ะ

ในการเทรด forex นั้นพวกเราจำเป็นต้องจ่ายค่าสำหรับบริการให้โบรกเกอร์ ซึ่งเขาจะยอมเรียกว่าค่า Commissions หรือไม่ก็ตาม ซึ่งโดยรวมทั้งหมดหลายชั้นหลายซ้อนถือว่าสูงมาก เมื่อเทียบกับการซื้อขายหุ้น หรือกองทุนในบ้านพวกเรา ซึ่งมีค่าคอมมิสชันจะอยู่ที่โดยประมาณ 0.2% ของมูลค่าที่ทำการเทรด

ดังนั้นการที่โบรคเกอร์ forex ส่วนใหญ่ ทำการตลาดโดยอ้างว่า ฟรีค่าคอมมิสชัน (Free Commissions) ที่จริงแล้วมันไม่จริงเสียทั้งหมดนะคะ ซึ่งมันอาจส่งผลให้พวกเราเข้าใจผิดได้

ในตลาด forex นั้น จะคล้ายๆกับตลาดอื่นๆนั่นคือมีการตั้งซื้อ(Bid) และก็ตั้งขาย (Ask) ราคาตั้งซื้อเป็นราคาที่พวกเราสามารถขายได้ในตอนนั้น ส่วนราคาตั้งขายก็คือราคาที่พวกเราสามารถซื้อได้ในขณะนั้น

ผลต่างระหว่างราคาตั้งซื้อและก็ตั้งขายนั้นเรียกว่า Spread ยกตัวอย่าง EUR/USD ราคา Bid ที่ 1.5157 รวมทั้ง Ask ที่ 1.5160 ด้วยเหตุผลดังกล่าวค่า Spread ของ EUR/USD จะพอๆกับ 0.0003 หรือ 3 PIPS ถ้าหากพวกเราทำการเปิด Order ทำการซื้อขณะนั้น พวกเราจะซื้อเหมาะ 1.5160 แล้วก็ Transaction ของพวกเราจะขึ้นเป็น -3 PIPS โดยทันที ถ้าพวกเราปิดออร์เดอร์ขณะนั้นโดยอัตราแลกเปลี่ยนยังไม่เปลี่ยนแปลงพวกเราจะขายได้ที่ 1.5157 แล้วก็ขาดทุนโดยทันที 0.0003 หรือ 3 PIPS




402
เชื่อว่ามีคนหลายๆ คนยังคิดว่า Forex คือแชร์ลูกโซ่ เนื่องจาก มีคนบางกลุ่มใช้การลงทุน Forex  บังหน้า เพื่อจะโกงเงินเป็นแชร์ลูกโซ แต่ในความเป็นจริงแล้ว Forex เป็นการแลกเปลี่ยนสกุลเงินแค่นั้น


สำหรับ Forex คือแชร์ลูกโซ่ในอดีต ได้แก่การใช้วิธีการแอบอ้างการลงทุนในตลาดฟอเร็กซ์มาบังหน้า แล้วมีการระดมทุน ทำเป็นแชร์ลูกโซ่ ทำเป็นแพ็กเกจการลงทุนต่างๆ โดยมีการเจาะจงผลตอบแทนเป็นเปอร์เซ็นต์ อย่างเห็นได้ชัด ต่อจากนั้น ก็ได้ประกาศโฆษณาเปิดรับสมัครตามสื่อออนไลน์ และก็โซเซียลไม่เดียต่างๆเมื่อมีผู้ที่สนใจ ซึ่งขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการลงทุนในตลาดฟอร์เร็กซ์มาก่อนเลย ได้ติดกับเชื่อแล้วสมัครเข้าไป ส่งผลให้ถูกโกงเงินด้วยการปิดเว็บไซต์หลบหนีไป เพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ในตลาดฟอเร็กซ์ นี่เอง ก็เลยทำให้นักลงทุน ต้องตกเป็นเหยื่อของพวกมิจฉาชีพหรือเพจต้มตุ๋นเหล่านี้ ซึ่งเรื่องแบบนี้เคยเกิดมานานแล้ว




การลงทุนกับตลาด forex ที่แท้จริง คือ...

ต้องไม่ใช่การระดมทุน
ไม่ใช่การแชร์ลูกโซ่
ไม่ใช่การซื้อแพ็กเกจแล้วจะได้รับผลตอบแทน
ไม่ใช่การหาคนมาสมัครสมาชิก

แต่ว่า Forex เป็นการเก็งกำไร จากสกุลเงินต่างประเทศ แล้วก็ผู้ลงทุนต้องตัดสินใจ ซื้อ ขาย (เทรด) ด้วยตัวเองเท่านั้น ประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายข้อบังคับรองรับเกี่ยวกับการลงทุนในตลาดฟอร์เร็กซ์ และยังไม่อนุญาตให้มีการเปิดโบรกเกอร์ฟอเร็กซ์ในประเทศไทย มีเฉพาะบางโบรกเกอร์ต่างประเทศ ที่มาเปิดสาขาในไทย เพื่อชัพพอร์ตลูกค้าที่เป็นเทรดเดอร์คนไทย ซึ่งนักลงทุนจะต้องมีวุฒิภาวะ มีความสามารถเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนในตลาดฟอร์เร็กซ์ รู้เรื่องความเสี่ยงต่างๆจากการลงทุน ก่อนที่จะคิดที่จะตัดสินใจลงทุน

403
สำหรับเทรดเดอร์มือใหม่ที่เพิ่งเข้าวงการ สิ่งแรกที่คุณจะต้องรู้คือการเลือกโบรกเกอร์ ซึ่งการเลือกโบรกเกอร์เป็นสิ่งสำคัญสำหรับเทรดเดอร์ และวันนี้เรามี วิธีดูความปลอดภัยของโบรกเกอร์ สำหรับเทรดเดอร์ Forex จะเป็นยังไงไปดูกันเลย

1.ความปลอดภัย
ถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ถ้าโบรเกอร์ ที่มีความปลอดภัยก็จะทำให้เงินลงทุนของเราปลอดภัยตามไปด้วย

.-สัญญาการจัดตั้งโบรกเกอร์ โบรกเกอร์ควรมีการจดทะเบียนไว้อย่างถูกต้อง ไม่ใช่โบรกเกอร์เถื่อน โบรกเกอร์ผิดกฎหมาย

-อายุของโบรกเกอร์ ระยะเวลาสำหรับในการก่อตั้งโบรกเกอร์เป็นเรื่องสำคัญ เพราะโบรกเกอร์ที่จัดตั้งมานานย่อมมีความน่าเชื่อถือมากกว่าโบรกเกอร์ที่เพิ่งก่อตั้งเพราะโบรกเกอร์ใหม่ยังไม่มีประวัติเป็นตัวยืนยันความน่าเชื่อถือของโบรเกอร์นั้นเลย

-การถอนเงิน โบรกเกอร์ที่มีการมีปัญหาการโกงสิ่งแรกที่สังเกตได้ง่ายคือปัญหาการถอนเงิน ยิ่งมีปัญหานี้เกิดขึ้นบ่อยนั้นแสดงถึงความน่าเชื่อถือของโบรกเกอร์นั้น

-ชื่อเสียง โบรกเกอร์ที่เป็นที่มีชื่อเสียงใช่ว่าจะเป็นโบรกเกอร์ที่ดีเสมอไป แต่ที่หมายถึงคือโบรกเกอร์ Forex ที่มีชื่อเสียงที่ดีนั้นส่วนใหญ่ย่อมเป็นที่นิยม โดยมีข้อดีมากกว่าโบรกเกอร์อื่น ถ้าโบรกเกอร์มีชื่อเสียงไม่ดีมีปัญหาขึ้นมาก็อาจจะโดนกระแสสังคมโจมตีจนถึงไม่มีลูกค้าเข้ามาลงทุนจะทำโบรกเกอร์นั้นหมดอนาคตได้เลย


2. ความสะดวกการทำธุรกรรมทางการเงิน
การเลือกโบรกเกอร์ที่ดีแต่ถ้าการฝากถอนเงินไม่สะดวกมีความยุ่งยากอาจทำให้ลูกค้าเกิดความไม่สบายใจ โบรกเกอร์ต้องไม่ทำระบบให้การถอนเงินง่ายเกินไปจนไม่มีความปลอดภัย ดังนั้นระบบต้องสะดวกและมีความปลอดภัยพร้อมๆกัน


3. ค่าบริการ
ค่าใช้จ่ายที่เป็นค่าบริการหรือค่าธรรมเนียมการซื้อขายบางครั้งอาจจะคิดว่าเป็นรายจ่ายเล็กรายจ่ายน้อย แต่ว่าถ้าเกิดเลือกโบรกเกอร์ ที่มีความธรรมค่าบริการไม่แพงทำให้เราจะประหยัดเงินไปได้อีกมาก


4. โปรโมชั่น
สิ่งนี้เป็นตัวช่วยดึงดูดนักลงทุนได้ดี แต่ข้อนี้เราต้องพิจารณาเป็นข้อสุดท้ายในทุกข้อที่กล่าวมา เนื่องจากว่าโปรโมชั่นต้องตัดสินกันตอนที่ทุกข้อก่อนหน้านี้ครบก่อน จึงมาตัดสินกันเรื่องโปรโมชั่นต่อไป



404
ในปัจจุบันอย่างที่หลายๆ คนทราบกันดีอยู่แล้วว่า Forex เป็นตลาดแลกเปลี่ยนสกุลเงิน ที่สามารถเล่นได้ง่าย ทำกำไรได้ง่าย แต่ถ้าหหากได้กำไรละก็ เราจะต้องศึกษาและเรียนรู้ให้มากที่สุด เพื่อสามารถทำกำไรได้มากนั่นเอง และวันนี้มาดูกันว่าเราสามารถทำกำไร Forex ช่วงเวลาไหนดี ไปดูกันเลย  ??? ???



ช่วงเวลาเทรด Forex ใน 1 เดือน

ในตลาด Forex ชอบมีการเคลื่อนไหวหรือมีการแกว่งตัวแรงกว่าปกติในช่วงเวลาที่ตลาดเปิดทำการคาบเกี่ยวกัน ตัวอย่างเช่น คู่เงิน EUR/USD น่าซื้อขายเมื่อตลาดทั้งคู่เปิดตรงกัน โดยตลาด EUR เปิดเมื่อเวลา 14.00 – 23.00 น. ตลาด USD เปิดเมื่อเวลา 19.00 – 03.00 น. ด้วยเหตุนั้นช่วงเวลาที่เหมาะกับการซื้อขายในคู่เงิน EUR/USD คือ 19.00-23.00 น. เพราะเป็นช่วงเวลาที่ตลาด EUR และ USD เปิดทำการตรงกัน จะเป็นเวลามีการซื้อขายปริมาณมาก ทำให้กราฟ Forex มีการเคลื่อนไหวมากซึ่งสามารถเข้าทำการเทรดหรือเปิดออเดอร์ได้ ถือว่าเป็นช่วงที่น่าเข้าทำกำไรมากที่สุดในตลาด Forex


สัปดาห์ที่ 1
ช่วงเทรด Forex สัปดาห์ที่ 1 เมื่อเข้าสู่ต้นเดือน ชอบมีข่าวแรงๆเสมอ โดยมันจะประกาศให้คนทั่วโลกกลัว เลยทำให้นักลงทุนระหว่างผู้ซื้อแล้วก็ผู้ขายไม่กล้าเล่นกันนัก ทำให้กราฟไม่วิ่งสักเท่าไหร่ ขณะนี้ควรจะงดเว้นเทคนิค และระบบที่รู้สึกว่าแน่นอนควรจะหันมาพอใจสำหรับในการเล่นสั้นๆเก็บเล็กน้อยแล้วปิด เป็นการรอคอยราคาระหว่างนักซื้อแล้วก็นักขายเพื่อรอคอยประกาศข่าว


สัปดาห์ที่ 2
สัปดาห์ที่ 2 ขณะเทรด Forex จะเริ่มง่ายมากยิ่งขึ้น เริ่ม เทรดแบบแนวทางรวมทั้งระบบเทรด ได้จะไม่มีปัญหา แม้กระนั้นก็ควรจะมองสภาพตลาดด้วยก็ดี เนื่องจากว่าตลาด Forex พวกเราคาดอะไรไม่ได้จริงๆ




สัปดาห์ที่ 3
สัปดาห์ที่ 3 ระยะเวลาเทรด Forex ควรจะหันมาสนใจกันอย่างแรงเป็นสัปดาห์แห่งเทคนิค บางครั้งจะวิ่งตามเคล็ดวิธีตั้งแต่วันจันทร์ จะเริ่มเจอเทรนที่ชัดเจนเล่นตามเทรนก็คงอิ่มกันทั่วหน้า ขาขึ้นจะขึ้นจนกว่าจะลง ขาลงจะลงกระทั่งจะขึ้น


สัปดาห์ที่ 4
ระยะเวลาเทรด Forex สัปดาห์ที่ 4 ก่อนสิ้นเดือนก็แบบนี้เช่นกัน ไม่ว่าข่าวกลางสัปดาห์จะมาแบบไหน ถ้าเกิดไม่ใช้ข่าวแรงๆแบบต้นเดือนไม่มีทางหลุดกรอบเทคนิคเคิลได้ เล่นตามเทคนิคก็จะได้ตามเทคนิคที่เราเล่น


405
ในช่วงนี้เศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวขึ้นหลังจากสถานการณ์โควิด หลายๆ คนกำลังมองหาที่ลงทุน เพื่อทำกำไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาด Forex ซึ่งเป็นตลาดเเลกเปลี่ยนสกุลเงิน และวันนี้มาดู Close System คืออะไร และมีข้อดี ข้อเสียอย่างไรบ้าง จะเป็นยังไงไปดุกันเลยค่ะ

 ::)

Close System คืออะไร

รูปแบบการเทรดที่วางเงินเต็มจำนวน ไม่มี Stop Loss  เพราะทุกออเดอร์ได้คำนวณไว้หมดแล้ว โดยการวาง order ไว้ในแต่ละ Zone ของช่วงราคา  และก็เลือกเทรดใน Product ที่โอกาสมีค่าเป็น 0 ยาก อาทิเช่น ทองคำ สกุลเงินแต่ละประเทศ


การเทรดแบบ Close System นั้น จะช่วยให้ผู้เริ่มต้นเทรดมือใหม่อยู่รอด ไม่ได้ทำให้รวยเร็ว อย่างที่ใครหลายคนแสวงหาคำตอบในตลาด Forex แต่สามารถสร้าง CashFlow ได้สม่ำเสมอ

เมื่อได้ CashFlow หรือ ผลกำไรจากเทรดมาแล้วนั้น เราจะนำกำไรตรงนี้ ไปต่อยอดกลยุทธ์การเทรดรูปแบบอื่นได้โดยที่ไม่เป็นกังวลเรื่องเงินทุน ตัวอย่างเช่น Scalping หรือ เทรดในตลาดคริปโต



ข้อดีของการเทรดแบบ Close System สำหรับมือใหม่

1.เรียนรู้และเพิ่มทักษะ ประสบการณ์ได้ดี

2.เข้าใจ Flow และ Volatility ของสินค้าที่พวกเราเทรด

3.ต่อยอดองค์ความรู้และก็พัฒนากลยุทธ์เทรดต่อได้



ข้อเสียของการเทรดแบบ Close System

1.ไม่ได้ทำให้รวยเร็ว หรือทำกำไรได้มากมายหลาย 100% ในระยะเวลาอันสั้น

2. Drawdown สูงเป็นเรื่องปกติ ด้วยเหตุว่าไม่มี stoploss เมื่อเงินทุนถูกคำนวณไว้หมดแล้วทำให้ไม่มีโอกาสล้างพอร์ต
นอกจาก Product ที่เราเทรดมีค่าเป็น 0



หน้า: 1 ... 25 26 [27] 28
SMF 2.0.15 | SMF © 2011, Simple Machines
SMFAds for Free Forums