กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: [1] 2 3 ... 10
1
การเทรด Cryptocurrency หรือการเทรด Forex  มีการผันผวนสูง จะต้องมีการวางแผนทุนที่มีประสิทธิภาพการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสม คนที่สามารถยอมรับความเสี่ยงได้ วันนี้มาเปรียบเทียบระหว่าง "สกุลเงินดิจิตอล" กับ "Forex" จะเป็นยังไงไปดูกันเลย


Forex

•  มีอุปทานไม่จำกัด  เนื่องจากตลาด Forex ประกอบด้วยตลาดการเงินทั่วโลก จึงมีการซื้อขายสกุลเงินไม่จำกัดจำนวน

•  Leverage  การซื้อขาย Forex อนุญาตให้ใช้ประโยชน์จาก 50:1 ซึ่งหมายความว่าคุณสามารถรับสถานะการซื้อขาย Forex ที่มีมูลค่า $100 เพียง $2 อย่างไรก็ตามนี่ก็หมายถึงความสูญเสียอาจเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

•  มีสภาพคล่องสูงมาก  Forex มีผู้เข้าร่วมมากกว่าตลาดอื่นๆ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องง่ายและรวดเร็วในการแลกเปลี่ยนสกุลเงินจำนวนมาก นักลงทุนรายเดียวไม่สามารถมีอิทธิพลอย่างมหาศาลต่อ Forex เช่นเดียวกับตลาดหุ้น

•  ได้รับอิทธิพลจากข่าวทั่วโลกประกาศรายงานผลประกอบการ  โดยสิ่งนี้สามารถทำให้ง่ายต่อการค้นหาโอกาส นักลงทุนสามารถวางแผนสำหรับเหตุการณ์เหล่านี้ล่วงหน้าและสามารถใช้เทคนิคสำหรับการวิเคราะห์ขั้นพื้นฐาน และขั้นสูงได้



Cryptocurrency  (สกุลเงินดิจิตอล)


•  มีอุปทานมีจำกัด  โดยอุปทานมีจำกัด ตัวอย่างเช่น Bitcoin ที่ระบบจำกัดไว้แค่ 21 ล้านเหรียญ

•  เป็นสินทรัพย์ดิจิตอลของคุณ  ด้วยพื้นฐานความปลอดภัยของ cryptocurrency คุณสามารถเก็บรักษามันไว้ให้ปลอดภัยและมันเป็นเงินของคุณจริงๆ และหลายๆ ประเทศเริ่มให้การยอมรับ

•  กำไรที่มีศักยภาพมากสำหรับนักลงทุน  เมื่อคุณลงทุน 1,000$ ใน Bitcoin ในปี 2013 มันจะมีมูลค่ามากกว่า $400,000 ใน 5 ปีต่อมา โอกาสของรางวัลที่สูงขึ้นหมายถึงความเสี่ยงมากขึ้นตาม

•  สามารถใช้ได้กับทุกคน  มันการมอบโอกาสการลงทุนระหว่างทุกฝ่ายในโลก สิ่งนี้ช่วยให้บุคคลแม้ในประเทศที่ไม่ได้รับการพัฒนาโดยไม่มีสถาบันธนาคารใกล้เคียงสามารถใช้และแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิตอล


2
สำหรับมือใหม่ อยากลองเทรดสนามจริง จำเป็นต้องรู้ก่อนเกี่ยวกับแนวรับและแนวต้าน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการซื้อขาย และเพื่อทำกำไรให้ได้เยอะที่สุด

ถ้าหากคุณเพิ่งเริ่มต้นการลงทุนหรือการเทรด เพราะเป็นดูกราฟ แนวรับแนวต้าน เป็นการประเมินสถานการณ์การลงทุน ไม่ว่าจะเป็นหุ้นทั่วไปหรือ Forex และวันนี้เรามาทำความรู้จักแนวรับแนวต้าน เพื่อเป็นข้อมูลในการซื้อขาย จะเป็นยังไงไปดูกันเลย

แนวรับ (Support) คืออะไร

เส้นแนวรับ หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่าแนวรับ ภาษาอังกฤษคือ Support คือเส้นที่ลากไว้เพื่อแสดงว่าเป็นแนวต่ำสุดของราคาที่เป็นไปได้ หรือก็คือราคาจะไม่พุ่งตกลงต่ำกว่าเส้นนี้นั่นเอง เช่น หากมีแนวรับที่ 1.35700 แสดงว่าไม่ว่าด้วยกรณีใด ๆ กราฟราคาจะไม่ตกลงต่ำกว่า 1.35700 นี้แน่นอน ซึ่งนักลงทุนใช้เพื่อทำนายว่าในกรณีที่ราคาตกลงเข้าใกล้แนวรับหรือค่านี้ นั่นแสดงว่ามันใกล้ถึงเวลาที่ราคาจะตีกลับหรือพุ่งขึ้น ทำให้เขาเปิดออร์เดอร์ Buy ได้สบาย เป็นจุดที่นักลงทุนมั่นใจว่าสามารถทำกำไรได้อย่างแน่นอน

แนวต้าน (Resistance) คืออะไร

เส้นแนวต้าน หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่าแนวต้าน ภาษาอังกฤษคือ Resistance คือเส้นหรือแนวที่อยู่ตรงข้ามกับแนวรับ หรือก็คือ เป็นเส้นที่บ่งบอกถึงจุดสูงสุดของราคาที่สามารถขึ้นไปได้ หมายความว่ากราฟราคาจะไม่พุ่งสูงกว่าแนวนี้ (จากข้อมูลย้อน) โดยการกำหนดเส้นแนวต้นนั้นคือการใช้พีคหรือจุดสูงสุดของ Trend Line 3 พีค มาเป็นตัวกำหนด ตัวอย่างเช่น หากแนวต้นหรือราคาไม่เคยสูงเกิน 1.45800 เลย และหากเราพบว่าราคานั้นกำลังเข้าใกล้แนวหรือจุดสูงสุดนี้ นั่นแสดงว่ามันกำลังมีแนวโน้มที่จะตีกลับ เราก็สามารถเปิดออร์เดอร์ Sell ได้สบาย ๆ ถ้าซื้อที่จุดแนวต้าน จะเสี่ยงกับการติดดอยสูงกว่า


3
การเทรด Forex ให้ชนะตลาด เราควรจะต้องศึกษาข้อมูล รวมทั้งติดตามข่าว เพราะค่าเงินจะขึ้นลงอยู่สม่ำเสมอ ซึ่งมีหลายปัจจัยที่ทำให้ตลาดขึ้นและลง จะเป็นยังไงไปดูกันเลย


Forex คือ ตลาดซื้อ-ขายแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ เป็นการลงทุน Forex เป็นการเก็งกำไรในค่าเงิน ผ่านการซื้อ-ขาย คู่สกุลเงินต่างๆ ซึ่งเราจะได้กำไรหรือขาดทุน ก็จะมาจากส่วนต่างของสกุลนั้น ๆ ที่เราทำการซื้อ-ขาย

 
โดยการเทรดสกุลเงินนั้น เริ่มแพร่หลายสู่นักลงทุนรายย่อยมากขึ้น นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2533 เพราะการเข้ามาของระบบอินเทอร์เน็ต จึงทำให้การเทรดสกุลเงินเป็นเรื่องง่ายยิ่งขึ้น ต่างจากในอดีตที่การเก็งกำไรค่าเงินไม่ได้เปิดให้รายย่อยเข้ามาเล่นเหมือนทุกวันนี้ มีเพียงสถาบันการเงิน กองทุน หรือธุรกิจขนาดใหญ่เท่านั้น ที่ทำการซื้อ-ขายสกุลเงิน ผ่านธนาคารโดยตรงเท่านั้น
 
 
การเทรด Forex จะขึ้นหรือลงมีหลายสาเหตุ  โดยส่วนใหญ่จะเกิดจากเหตุการณ์ที่จะส่งให้ตลาดขึ้นและลงได้ ซึ่งปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับตลาด ซึ่งมีดังนี้         
     
          - เศรษฐกิจของประเทศนั้น ๆ

          - นโยบายทางการเงินของธนาคารกลาง

          - งบการค้าระหว่างประเทศ

          - ความมั่นคงทางการเมือง

          - นโยบายด้านเศรษฐกิจของรัฐบาล

          - ความเชื่อมั่นของนักลงทุน รวมถึงความคาดหวังและข่าวลือต่าง ๆ

          - การเข้ามาเก็งกำไรของนักลงทุนรายใหญ่



4
พูดคุยForexทั่วไป / แนะนำ #3 อุปกรณ์ที่ใช้เทรด Forex อัพเดต 2021
« กระทู้ล่าสุด โดย rannie2020 เมื่อ 17/ม.ค./2021 09:59:17 »
การลงทุนมีคความเสี่ยง คนที่อยากลงทุนควรจะใช้เงินเย็น เพราะถ้าหากเกิดขาดทุนจะได้ไม่ลำบากภายหลัง ซึ่งในปัจจุบันการเทรด Forex ออนไลน์ นั้นได้รับความนิยมสูงมาก  เพราะมีเครื่องไม้เครื่องมือให้บริการกันอย่างสะดวกสบายมาก ทำให้เราไม่จำเป็นต้องนั่งเฝ้าหน้าจอคอมพิวเตอร์เพียงอย่างเดียว เพื่อติดตามการเปลี่ยนแปลงของตลาดเงิน และหาจังหวะลงทุนอีกต่อไปแล้ว ซึ่งการเทรด Forex สามารถทำได้ผ่านอุปกรณ์ดังนี้


– คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค

คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คจัดว่าเป็นอุปกรณ์ยอดนิยมของการเทรด Forex เป็นอันดับแรกๆ เพราะสามารถที่จะใช้เทรดฟอเร็กซ์ได้อย่างสะดวกมากที่สุด ไม่ว่าจะใช้โปรแกรมอะไรก็สามารถเทรดได้สบายๆ อย่างไรก็ตามข้อเสียของการใช้คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คทำการเทรดก็คือ มักกินแบตเตอรี่ พกพาลำบาก และยังไม่สามารถใช้งานแบบไร้สายได้ไม่นานนักนั่นเอง


– สมาร์ทโฟน

ในปัจจุบันแน่นอนว่าการเทรด Forex ผ่านสมาร์ทโฟนในยุคนี้ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่หลายๆ คนนิยมมากเช่นกัน เพราะมันสะดวกสบายที่สุดแล้ว คุณสามารถเทรดได้จากที่ไหนก็ได้เท่าที่คุณต้องการ ผ่านสมาร์ทโฟนที่พกง่ายกว่าคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คมาก


– แท็ปเล็ต

แท็ปเล็ต เป็นเทคโนโลยี ที่ได้รับการออกแบบมาให้ใช้งานนอกสถานที่โดยตรง จะมีความคล้ายคลึงกับมือถือสมาร์ทโฟน ข้อดีของแท็ปเล็ตคือไม่กินพลังงานมากเท่ากับโน้ตบุ๊ค พกง่าย น้ำหนักเบากว่าโน้ตบุ๊คมาก สำหรับแท็ปเล็ตนั้น จะมีแอพพลิเคชั่นการเทรดฟอเร็กซ์ ในรูปแบบเดียวกับ สมาร์ทโฟน (หรือบางทีเป็นตัวเดียวกันเลย) ซึ่งสามารถทำให้คุณเทรดฟอเร็กซ์ ที่ไหนเมื่อไหร่ก็ได้ตามต้องการเลย


5
พูดคุยForexทั่วไป / ทำความรู้จักจุด Stop Loss คืออะไร
« กระทู้ล่าสุด โดย rannie2020 เมื่อ 12/ม.ค./2021 12:12:24 »
สำหรับนักเทรด ที่กำลังติดดอยหรือติดลบอยู่ถ้าหากไม่มีแผนต่ออาจจะทำให้สูญเสียเงินหนักกว่าเดิมได้ และวันนี้มาทำความรู้จัก Stop Loss ก่อนจะเริ่มเทรดกัน จะเป็นยังไงไปดูกันเลย 
 :o

Stop Loss คือคำสั่งขายสินทรัพย์ทางการเงินเมื่อถึงราคาหรือเงื่อนไขที่กำหนด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันการขาดทุนอย่างหนักจากการเทรด


การตั้งค่าคำสั่ง Stop Loss จะเปรียบเสมือนคุณออกคำสั่งล่วงหน้าไว้กับโบรกเกอร์ที่คุณใช้บบริการ หลังจากนั้นโบรกเกอร์จะทำตามคำสั่ง Stop Loss ที่คุณวางไว้ แม้ว่าคุณจะไม่ได้เปิดคอมพิวเตอร์หรือเชื่อมต่อบัญชีเทรดของคุณอยู่ก็ตาม ซึ่งถ้าหากคุณไม่มีเวลาติดตามสถานะการซื้อขายของคุณตลอด การตั้งค่า Stop Loss เอาไว้จะปกป้องเงินทุนของคุณจากการกระชากอย่างรุนแรงของราคา โดยเฉพาะในตลาด Forex ได้


ทำไมต้อง Stop Loss

1.  Stop Loss เพื่อหยุดการขาดทุนอย่างหนัก  เนื่องจากไม่มีใครรู้อนาคตของตลาดว่าราคาจะลงอีกหรือไม่
2.  การเทรด CFD ไม่สามารถคิดแบบ "ไม่ขาย ไม่ขาดทุน" ได้ เพราะหากคุณใช้ Leverage ที่เกินขนาด การที่คุณไม่ขายจะทำให้มีโอกาสที่จะสูญเสียเงินทั้งหมดของพอร์ตได้
3.  การตั้งค่า Stop Loss ทำให้นักเทรดจะต้องวางแผนการเทรดมาก่อน ซึ่งเป็นผลดีในการเทรดระยะยาว และเทรดเดอร์จะต้องรู้ตั้งแต่ก่อนเข้าเทรดว่า ถ้าโดน Stop Loss จะเสียเงินเท่าไหร่ และต้องยอมรับการเสียเงินให้ได้ตั้งแต่ยังไม่เข้าเทรด
4.  การ Stop Loss จะทำให้คุณสามารถควบคุมอารมณ์ได้ดีขึ้น การโดน Stop Loss คือสัญญาณให้คุณพักหรือหยุดเทรด
5.  การ Stop Loss ทำให้คุณโฟกัสแต่ละการเทรด ซึ่งทำให้คุณพัฒนาความแม่นยำในการเข้าเทรดได้ เช่น หากคุณเทรดด้วยกลยุทธิ์การเทรด Forex แบบ Breakout แล้วคุณโดน Stop Loss บ่อยมาก นั่นอาจหมายความว่า คุณตั้ง Stop Loss แคบเกินไป หรือคุณอาจจะเข้าเทรดในจุดที่ไม่เหมาะสม (ราคาไปไกลแล้ว) ในจุดนี้ Stop Loss จะเป็นตัวช่วยเตือนสติและระลึกถึงจุดที่คุณเข้าเทรด





6
ในปัจจุบันเศรษฐกิจผันผวนมาก ถ้าหากจะเริ่มลงทุนควรจะศึกษาก่อนลงทุนเสมอ เพื่อป้องกันการขาดทุน และวันนี้มาไขข้อสงสัย ตลาด Forex เริ่มต้นเมื่อไหร่ จะเป็นยังไงไปดูกันเลย

 ::) ::)

สำหรับตลาด Forex  หรือตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ เริ่มก่อตั้งขึ้นในช่วงปี 1970 ของรัฐบาลในการทำธุรกรรม เป็นแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ การจัดการทางการเงิน ซึ่งกำหนดออกกฎสำหรับความสัมพันธ์ทางการค้าและการเงินระหว่างประเทศอุตสาหกรรมหลัก เป็นที่สำคัญของโลกหลังสงครามโลกครั้งที่สอง

โดยอ้างอิงจากจากข้อมูลของธนาคาร เพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศผลการสำรวจทั่วโลกเบื้องต้นจากการสำรวจธนาคารต่างประเทศในปี 2019 ของตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศและตลาดอนุพันธ์ OTC แสดงให้เห็นว่าการซื้อขายในตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศมีมูลค่าเฉลี่ย 6.6 ล้านล้านดอลลาร์ต่อวัน ในเดือนเมษายน 2019 เมษายน 2559 วัดจากมูลค่าการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศมีการซื้อขายมากกว่าตราสารอื่น ๆ ในเดือนเมษายน 2019 ที่ $ 3.2 ล้านล้านต่อวัน


นอกจากนี้ตลาด forex ยังเป็นตลาดที่เปิดทำการตลอด 24 ชั่วโมงทุกๆ วันจันทร์-วันศุกร์  จึงทำให้มีนักลงทุนสามารถวางแผนในการซื้อขาย  และติดตามการเคลื่อนไหวของราคาที่เกิดขึ้นได้ตลอดเวลาตามที่ต้องการ  ด้วยเทคโนโลยี 4G ที่ทันสมัยที่ทันสมัยมากขึ้น จึงทำให้เชื่อมต่อกับตลาดได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่ว่านักเทรดมือใหม่ด้วยมือถือสมาร์ทโฟนในปัจุบัน

7
พูดคุยForexทั่วไป / 7 ข้อที่ควรรู้ก่อนเทรด Forex อัพเดต 2021
« กระทู้ล่าสุด โดย rannie2020 เมื่อ 11/ม.ค./2021 12:21:32 »
การลงทุนมีความเสี่ยง ยิ่งมีค่าตอบแทนสูงก็ยิ่งเสี่ยงมาก และวันนี้ก็มีข้อมูลดีๆ มาฝากเพื่อนๆ สำหรับนักเทรดมือใหม่ อย่าเพิ่งเทรดก่อนที่จะรู้ข้อเสียของการเทรด Forex ที่ควรรู้ จะเป็นยังไงไปดูกันเลย


1.  มีค่าความผันผวนสูง

เนื่องจากค่าเงินในตลาดโลกขึ้นอยู่กับข่าวเศรษฐกิจระดับโลก โดยมีการเปลี่ยนแปลงจากสภาพทางภูมิศาสตร์ ที่ส่งผลต่ออัตราหุ้น จึงทำให้มีค่าความผันผวนสูง



2.  ภาษา

เพราะว่าสำหรับคนไทยส่วนใหญ่ไม่เก่งในเรื่องภาษา และโบรกเกอร์ส่วนใหญ่เป็นต่างชาติและใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก แม้ว่าจะมีโบรกเกอร์ที่รองรับหลายภาษาทั่วโลกก็ตาม อาจจะทำให้เกิดความไม่เข้าใจขึ้นได้ง่าย



3.  ข้อเสียจากนักเทรด

นักเทรดโดยส่วนใหญ่มีความรู้ไม่เพียงพอ มีแต่ความต้องการ การควบคุมอารมณ์ในการเทรดไม่มี ส่งผลทำให้เกิดการรีบขาย จึงทำให้ได้กำไรน้อย และมีความผิดพลาดจากการตัดสินใจที่ด่วนเกินไป



4.  มี  Leverage ที่สูง

สำหรับบางโบรกเกอร์มี  Leverage ที่สูงทำให้ได้กำไรน้อย ต้องศึกษาและควรที่จะเลือกโบรกเกอร์อย่างละเอียดถี่ถ้วน



5.  มีความเสี่ยงสูง

แน่นอนว่าความเสี่ยงที่เกิดจากการลงทุนมีสูงมาก การทำกำไรเกิดได้ทั้งจากขาขึ้นและขาลง ยิ่งใช้เงินลงทุนน้อยก็ยิ่งต้องรอบคอบในการเลือกสกุลเงินเทรด นักลงทุนที่ไม่มีประสบการณ์ อาจขาดทุนได้ง่ายมาก



6.  ไม่มีกฎหมายรับในประเทศไทย

เนื่องจากการเทรด Forex ยังไม่มีกฏหมาย สำหรับคุ้มครองผู้เทรดโดยตรง ดังนั้นเราจะต้องเลือกโบรกเกอร์ที่มีความน่าเชื่อถือและสามารถตรวจสอบได้ โดยเฉพาะเรื่องการถอนเงิน เพราะอาจจะมีมิจฉาชีพโดยใช้วิธีการระดมทุนเพื่อเทรดและแบ่งผลกำไรให้ ซึ่งมีความเสี่ยงสูงมาก จนถึงขั้นหลอกให้สูญเงินจนหมดตัว



7.  ใช้เวลาเรียนรู้และฝึกฝนนาน

การลงทุนเหล่านี้ต้องใช้ความรู้และความเข้าใจสูงมาก ดังนั้นเราจะต้องทุ่มเททั้งกายใจ ความใจร้อนนำมาซึ่งการเสียทรัพย์สินได้ ต้องใจเย็นและฝึกเทรดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อทำกำไรได้ในระยะยาว


8
พูดคุยForexทั่วไป / ทำไม MT5 จึงเป็นที่นิยมมาก อัพเดต 2021
« กระทู้ล่าสุด โดย rannie2020 เมื่อ 11/ม.ค./2021 12:05:48 »
สำหรับการเทรด Forex ยังคงเป็นที่นิยมมากขึ้นในปัจจุบัน วันนี้มาดูของดีของ MT5 พร้อมทั้งไขข้อสงสัยทำไมทำไม MT5 จึงเป็นที่นิยมมาก ฉบับอัพเดต 2021 จะเป็นยังไงไปดูกันเลย


1.  ใช้งานได้ง่าย

เนื่องจากเป็นโปรแกรมเทรดที่ใช้งานได้ง่าย แม้จะมีฟังก์ชั่นการทำงานที่ซับซ้อนพอสมควร แต่รวมๆ แล้วหน้าตาดูเป็นมิตรกับผู้ใช้งานอย่างมาก ตัวโปรแกรมมีส่วนหลักๆ สองส่วน คือส่วนของกราฟทางด้านขวามือของหน้าจอหลัก และส่วนของข้อมูลคู่เงินที่จะเทรดทางซ้ายมือ พร้อมมีการปรับหน้าตาให้ดูสวยงามกว่า MT4



2.  โปรแกรมสามารถใช้งานได้ทั้งคอมพิวเตอร์ และมือถือ

ตัวโปรแกรมมีการสนับสนุนของหลายๆ แพลตฟอร์มครับ ทั้งบน PC บนมือถือระบบต่างๆ ทำให้คุณสามารถเลือกใช้งานได้อย่างอิสระ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน สามารถเทรดเมื่อไหร่ก็ทำได้ แค่เชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตเท่านั้น ซึ่งสะดวกมากสำหรับยุคนี้



3.  ตัวโปรแกรมไม่หนักไม่กินระบบ

สำหรับตัวโปรแกรมที่รันบท PC นั้นมีโปรแกรมที่ไม่หนักมาก มักจะไม่ค่อยกินระบบมากนัก มีตัวโปรแกรมลื่นและเบามาก โดยสามารถรันพร้อมๆ กันการเปิดโปรแกรมอื่น หรือเปิดกราฟหลายหน้าจอได้ในคราวเดียวกัน ซึ่งโดยรวมแล้วเป็นโปแกรมเทรด ที่ไม่กินระบบเลย คอมพิวเตอร์สเปคต่ำ ก็สามารถรันได้อย่างไม่มีปัญหา



4.  มีอินดิเคเตอร์ให้เลือกใช้มหาศาล 

ข้อดีหนึ่งที่ทำให้หลายๆ คนเลือกที่จะใช้งานโปรแกรม MT4 นั้นก็คือการที่ตัวโปรแกรม โดยมีอินดี้ให้เลือกใช้กว่า 46 ตัวนอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้มีการปรับแต่ง หรือสร้างอินดี้เองได้อีกด้วย เรียกว่ามีให้ใช้งานกันอย่างจุใจเลยทีเดียวค่ะ



5.  เลือกกราฟแสดงผลได้ 3 แบบ 

5.1 กราฟเส้น ,
5.2 กราฟแท่งเทียน
5.3 กราฟ Bar


6.  เลือกกรอบเวลาได้ถึง 21 แบบ

โดยคุณสามารถเลือกเทรดได้ตั้งแต่กรอบเวลา 5 นาที  15 นาที หรือ 30 นาที หรือไปจนถึงรายวัน รายสัปดาห์ รายเดือนเลยทีเดียว พร้อมกันนั้นก็ไม่มีการจำกัดจำนวนหน้าจอเปิดเทรดเลยค่ะ


9
ในการลงทุนแต่ละอย่าง ต้องใช้เงินทุนที่ค่อนข้างเยอะ แต่การเทรด Forex สามารถลงได้แม้จะจำนวนเงินน้อย สำหรับมือใหม่ที่ไม่อยากขาดทุนต้องห้ามพลาด เพราะวันนี้ได้รวบรวม 6 วิธีทำกำไรในตลาด Forex ได้มากกว่าขาดทุน จะเป็นยังไงไปดูกัน

:D :D :D

1.เลือกสายการเทรดที่ใช่
การเทรด Forex ก็เหมือนกับการหางานทำ ที่จำเป็นต้องเลือกงานที่ใช่สำหรับตัวเองก็เลยจะสามารถทำงานได้อย่างมีความสุข รวมทั้งก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็ว การลงทุนใน Forex ก็เหมือนกัน ควรจะเลือกสายที่ใช่ ซึ่งมี 2 สาย เป็นสายแนวทางรวมทั้งสายปัจจัยพื้นฐาน แต่ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดก็คือสายเทคนิคนั่นเอง นั่นก็เนื่องจากว่าสามารถทำกำไรได้อย่างรวดเร็ว เพียงแต่ใช้กราฟเข้ามาช่วยสำหรับในการทำนายราคาเท่านั้น

2.เล่นตามแนวโน้ม
นักลงทุนส่วนใหญ่มักจะเลือกลงทุนตามแนวโน้มของตลาด ด้วยเหตุว่ามีโอกาสที่จะทำกำไรได้มากกว่า โดยดังนี้จะดูจากแนวโน้มระยะยาวด้วยการศึกษากราฟ Forex ย้อนหลังแบบหลายปีกันเลยทีเดียว พร้อมกับทำการวิเคราะห์ กราฟแบบทุกเดือนรวมทั้งรายสัปดาห์พร้อมกันไปด้วย ซึ่งเมื่อได้แนวโน้มความน่าจะเป็นแล้ว ก็จะทำการซื้อขาย Forex ในทิศทางเดียวกันกับแนวโน้มที่ได้ อย่างไรก็ตามควรเน้นการดูแนวโน้มแบบระยะกลางและระยะยาวเท่านั้น เพราะแนวโน้มในระยะสั้นอาจผิดพลาดได้สูงนั่นเอง

3.เข้าอบรมสัมมนาเทรด
ไม่ว่าจะเป็นนักลงทุนมือใหม่ หรือนักลงทุนที่มีความเชี่ยวชาญแล้ว ก็มักจะไม่พลาดการเข้าอบรมสัมมนาเทรด โน่นก็เพื่อเรียนรู้เทคนิคใหม่ๆและศึกษาเกี่ยวกับตลาด Forex อยู่เสมอ ซึ่งสิ่งที่คุณจะได้รับจากการเข้าอบรมก็คือได้พบปะกับสหายในแวดวงเดียวกัน ทำให้มีการพูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดและเทคนิควิธีมากขึ้น ทั้งยังได้ข้อมูลดีๆอีกเพียบเลยอีกด้วย เพราะฉะนั้นใครที่อยากจะเล่น Forex ให้ได้กำไรก็ต้องไม่พลาดการเข้าอบรมสัมมนาเด็ดขาด

4.จดบันทึกผลการเทรด
การจดบันทึกจะทำให้พวกเรารู้ว่า ในแต่ละวันตลาด Forex มีแนวโน้มเป็นอย่างไรบ้าง และก็สามารถนำมาเทียบเป็นรายสัปดาห์ รายเดือนและก็รายปีได้อีกด้วย โดยแนะนำให้จดบันทึกผลการเทรดแบบรายวัน ซึ่งหากทำแบบนี้ไปเรื่อยๆคุณจะเริ่มพิจารณาได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของ Forex ไปในทางบวก รวมทั้งลดความผิดพลาดของการเทรดในอนาคตได้อย่างดีเยี่ยมเลยทีเดียว แถมยังช่วยให้ทำกำไรได้อย่างยั่งยืนแบบว่าลืมเรื่องการขาดทุนไปได้เลย

5.เทรดด้วย Time Frame ใหญ่
เป็นการเทรด Forex ที่เหนื่อยน้อยแต่ได้กำไรสูง โดยส่วนใหญ่จะเริ่มจาก Time Frame Day เพราะว่าให้น้ำหนักสำหรับในการวิเคราะห์ตลาดที่มากกว่า และก็สามารถบริหารจัดการได้ง่าย ก็เลยทำให้มีโอกาสที่กำลังจะได้กำไรมากกว่าขาดทุนนั่นเอง

6.วาดเส้นแนวโน้ม
เป็นอีกหนึ่งแนวทางสำหรับในการหาแนวโน้มของการเทรด ที่นักลงทุน Forex นิยมทำกัน ด้วยเหตุว่าได้ประสิทธิภาพสำหรับการวิเคราะห์ที่สูงมากมาย แล้วก็ยิ่งถ้าหากเป็นเส้นแนวโน้มในระยะยาว ก็จะยิ่งสำเร็จลัพธ์ที่มีความแม่นยำสูงที่สุดอีกด้วย ด้วยเหตุนี้มาลองวาดเส้นแนวโน้ม เพื่อการเทรด Forex อย่างมีประสิทธิภาพ


10
ในช่วงวิกฤติโควิดทำให้เศรษฐกิจผันผวน หลายๆ คนกำลังมองหาช่องทางหารายได้เพิ่ม ซึ่งถ้าหากสนใจทำกำไรในตลาด Forex ต้องไม่พลาดกับการทำความรู้จัก สเปรด (Spread) ในตลาด Foerx คืออะไร จะเป็นยังไงไปดูกันเลยจ้า


โบรกเกอร์ ของ Forex(ฟอเร็กซ์) ได้ตั้งราคาของคู่สกุลเงินอยู่ 2 แบบตัวอย่างเช่น ราคา Bid (ราคาขาย) แล้วก็ ราคา Ask (ราคาซื้อ)

ราคา Bidเป็นราคาที่คุณสามารถขายสกุลเงินหลักได้

ราคา Askเป็นราคาที่คุณสามารถซื้อสกุลเงินหลักได้

ส่วนต่างระหว่างราคาทั้ง 2 แบบนี้เป็นที่รู้จักกันในนาม สเปรด(Spread)


สรุปเป็น สเปรด(Spread)หมายถึงค่าความต่างที่สร้างอยู่ในราคา Bid (ราคาขาย) รวมทั้งราคา Ask (ราคาซื้อ) ของคู่สกุลเงินที่คุณต้องการเทรด




ค่าสเปรด คือส่วนต่างของราคาคู่สกุลเงินระหว่างสกุลเงินที่เรียกว่า ราคาขาย (Bid) กับราคาซื้อ (Ask)

ราคา Bid คือ ราคาการขายสกุลเงินหลัก
ราคา Ask คือ ราคาการซื้อสกุลเงินหลัก



เมื่อใดก็ตามที่พวกเราเริ่มเปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ที่พวกเราเลือก พวกเราจะได้รับข้อเสนอให้เลือกค่าสเปรด forex อยู่ 2 ประเภท ซึ่งก็คือ สเปรดคงที่ (Fixed spreads) กับสเปรดลอยตัว (Variable spreads) มันต่างกันยังไงไปดูกัน

สเปรดคงตัว (Fixed spreads) จะไม่มีการผันแปรราคาไปตามตลาด แม้ราคาตลาดจะมีการเปลี่ยนแปลงไปมากแต่ว่าจะไม่มีผลต่อราคาสเปรดที่คงที่ จนถึงตลาดกลับมาสู่สภาพปกติ ค่าสเปรดคงที่ก็เลยมีความเสี่ยงน้อย เพราะสามารถคาดเดาได้ซึ่งเหมาะสมกับผู้ที่ต้องการลงทุนระยะยาว

สเปรดลอยตัว (Variable spreads) จะมีราคา Bid/Ask เปลี่ยนแปลงอยู่อย่างต่อเนื่องตามตลาด โดยมีอาจจะมีค่ามากถึง 20 pip หรือบางครั้งก็อาจจะต่ำถึง 0.6 pip ไปเลยก็ได้ ซึ่งค่อนจะมีการเสี่ยงสูงมากสำหรับนักเทรด แต่หากมีความชำนาญแล้วก็มีความรู้ในลงทุนระยะสั้นอย่าง forex scalping หรือเป็นการซื้อแล้วก็ถือครองในระยะสั้นก็บางครั้งก็อาจจะเป็นการสร้างผลกำไรที่ดีได้
หน้า: [1] 2 3 ... 10
SMF 2.0.15 | SMF © 2011, Simple Machines