กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: [1] 2 3 ... 10
1
พูดคุยForexทั่วไป / การเทรด Forex คืออะไร ??? อัพเดต 2021
« กระทู้ล่าสุด โดย rannie2020 เมื่อ 12/เม.ย./2021 05:38:06 »
ในช่วงโควิดระลอกใหม่ ทำให้หลายคนกังวลใจเนื่องจากการระบาด ทำให้เพื่อนๆ หันมาทำงาน work form home เพื่ออยู่บ้าน และเพื่อการหารายได้เสริม บางคนเลือกเทรด Forex กันละวันนี้มาดูว่าการเทรด Forex คืออะไร  ไปดูกันเลย


ฟอเร็กซ์ (Forex) เป็นตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศและถือเป็นตลาดการเงินที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีปริมาณการซื้อขาย $5.3 ล้านล้านต่อวัน การเทรดฟอเร็กซ์คือการซื้อและขายสกุลเงินบนตลาด Forex โดยมีเป้าหมายในการทำกำไรจากส่วนต่างของราคา ด้วยเหตุนั้นจึงทำให้มีบุคคลและธุรกิจที่ทำการแปลงค่าเงินจากสกุลเงินหนึ่งเป็นอีกสกุลเงินหนึ่ง


ในขณะที่สินค้าโภคภัณฑ์และก็หุ้นมีตลาดซื้อขายส่วนกลางที่ให้ผู้ซื้อและก็ผู้ขายได้พบกันเพื่อทำการซื้อขาย แม้กระนั้นการเทรดสกุลเงินจะเกิดขึ้นบนเครือข่ายของแบงค์ ดีลเลอร์ และก็โบรกเกอร์ทั่วทั้งโลก ด้วยเหตุนี้มันก็เลยผิดจำกัดอยู่ในขณะของตลาดแห่งไหนแห่งหนึ่ง เวลาก็เลยมีความยืดหยุ่นมากยิ่งกว่ารวมทั้งให้เทรดเดอร์ Forex สามารถทำเทรดได้ตลอด 1 วันต่อวัน 5 วันต่ออาทิตย์


เวลาไม่ใช่เพียงแต่อย่างเดียวที่ยั่วยวนใจให้เทรดเดอร์ก้าวเข้ามาสู่โลกของ Forex แต่ว่ายังเป็นด้วยเหตุว่าปริมาณการเทรดของสกุลเงินแล้วก็ปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาของสกุลเงินได้ทำให้ตลาดการคลังที่นี้มีความผันผวนและก็เทรดเดอร์สามารถทำกำไรได้ ราคาของสกุลเงินได้รับผลกระทบจากปัจจัยหลายอย่าง เช่น อัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารกลางของประเทศเป็นผู้กำหนด ข้อมูลทางเศรษฐกิจ นโยบายของรัฐบาล และอุปสงค์ของการส่งออก


2
เพื่อนๆ หลายคนอยากมีรายได้เป็นแบบ Passive Income เพราะจะได้ทำงานที่ชอบ แถมยังได้เงินใช้ ซึ่งรายได้จาก Passive Income นั้นก็ไม่ยาก ถ้าหากเราศึกษาให้ดี และมีความมั่นใจ และวันนี้มาดูเคล็ดลับการสร้างรายได้จาก Forex ให้เป็น Passive Income ฉบับอัพเดต 2021 จะเป็นยังไงไปดูกันเลย



– เลือกว่าต้องการเทรด Forex แบบไหน เพราะรูปแบบการลงทุนกับ Forex นั้นมีหลายอย่าง ยกตัวอย่างเช่นจะเข้าไปเทรดเองเป็นเทรดเดอร์ , การให้บริการด้านข้อมูลเพื่อกิน Affiliate จากโบรกเกอร์ ,การเป็นโบรกเกอร์เอง หรือแม้แต่การให้บริการด้านอินดิเคเตอร์ รวมทั้งสัญญาณการซื้อขายต่างๆคือ ตลาด Forex มันใหญ่มากเกินกว่าการมีเพียงแค่เทรดเดอร์


– เตรียมเงินให้พร้อม เนื่องจากขึ้นชื่อว่าการลงทุน ย่อมหนีไม่พ้นต้องใช้เงิน ซึ่งการลงทุใน Forex นั้นไม่มีกำหนดตายตัว ว่าต้องลงทุนเท่าไหร่ แต่แนะนำว่าไม่ควรเกิน 30% ของรายได้ทั้งหมด และก็หากเป็นเงินเก็บ ประเภทเงินเย็นแล้วด้วยก็ยิ่งดี เพราะจะได้ไม่ต้องเดือดร้อน ในการเอาเงินจากชีวิตประจำวันมาใช้ลงทุน


– เลือกว่าที่จริงแล้ว คุณต้องการรายได้แบบไหน Active Income หรือ Passive Income อย่างที่บอกไปในข้อแรกว่าการหารายได้จาก Forex ทำได้หลายทาง เช่น ถ้าชอบแนว Active ก็เป็นเทรดเดอร์ไปเลย แต่ถ้าเน้นว่าขอเป็นแนว Passive ก็อาจจะต้องผันตัวไปทำการให้บริการด้านข้อมูล , การเป็นโบรกเกอร์ หรือการทำ Affiliate แทน ซึ่งรายได้ก็ถือว่าดีไม่น้อยนะ แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าหากเป็นไปได้ ก็ควรเลือกทั้งสองทางเลยดีกว่า เพราะไม่มีกฏข้อไหนพูดว่า คุณห้ามหารายได้ Active Income ควบคู่ไปกับ Passive Income นี่นา


– สำหรับเทรดเดอร์ ให้ค้นหาสไตล์ของคุณให้เจอค่ะ ซึ่งบางครั้งอาจจะเลือกจากแนวทางการเทรดจากแผนการต่างๆก็ได้ เพราะเหตุว่าการค้นหาสไตล์การเทรดของตนเองให้เจอ (หรือสร้างขึ้นมาเอง) ก็ย่อมจะทำให้คุณเทรดได้ง่ายขึ้นมาก



3
พูดคุยForexทั่วไป / วิธีเอาชนะ ทำกำไรในตลาด Forex อัพเดต 2021
« กระทู้ล่าสุด โดย ladyMP เมื่อ 29/มี.ค./2021 10:24:53 »
ในการเทรดหรือการลงทุน เชื่อว่าทุกคนก็อยากทำกำไรให้ได้เยอะที่สุด และวันนี้เราก็ไม่พลาดที่จะมาเอาวิธีเอาชนะ ทำกำไรในตลาด Forex ที่สามารถช่วยเพื่อนๆ ทำกำไรให้ได้เยอะมากที่สุด จะเป็นยังไงไปดูกันเลย


เลือกสูตรการเทรดเฉพาะของคุณ อย่าจับฉ่าย

แน่นอนค่ะ ว่าสูตรการเทรด Forex นั้นมีอยู่มากหลายสูตรเลยทีเดียว แต่หากคุณต้องการเอาชนะตนเอง เอาชนะตลาด ควรจะหาสูตรเทรดที่เหมาะสมกับตัวคุณเองมาสัก 1-2 สูตร แล้วฝึกฝนให้ชำนาญไปเลยดีกว่า แทนที่จะมีหลายสูตรจนเลือกใช้ไม่ถูก ก็ศึกษาเจาะลึกไปเลย ถึงที่มา วิธีการใช้ และจังหวะการใช้งานสูตรนั้นๆสาเหตุที่แนะนำให้เลือกสูตรที่คุณถูกใจมาสัก 1-2 สูตรก็เพราะว่า สิ่งที่คุณชอบก็จะเกิดความชำนาญได้ง่าย และก็เมื่อเชี่ยวชาญ ก็จะเทรดได้ประสบความสำเร็จโดยง่ายนั่นเอง


อย่าคิดว่าการเทรด Forex เป็นการเสี่ยงโชค แต่ให้มองว่ามันเป็นการลงทุน

เนื่องจากว่าการเสี่ยงโชคนั้นจะใช้โชคเพียงอย่างเดียว แต่ว่าตลาด Forex มันไม่ใช่ เพราะนอกจากโชคที่จะต้องมีแล้ว ความรู้และประสบการณ์เองก็ขาดไม่ได้เช่นกัน ที่จะต้องมีเพื่อเอาตัวรอดในตลาด Forex นอกจากนั้นการเทรดอย่ามองเพียงแค่ “เงิน”เท่านั้น แต่ให้มองว่ามันคือการลงทุนอย่างหนึ่ง มันจะทำให้คุณมองเห็นตลาดได้กว้างขึ้น และไม่ถูกอารมณ์ ความรู้สึก ความโลภ ครอบงำจนทำให้เทรดผิดพลาด


อย่าลืมเรื่องการบริหารจัดการความเสี่ยง

อย่างแรกที่คุณจะต้องนึกถึงคือเรื่องการจัดการเงินทุน หรือจัดการพอร์ตของคุณ ให้นึกถึงความเสี่ยงของเงินก้อนนี้เป็นอันดับแรก อย่าเพิ่งไปมองว่าจะได้กำไรเท่านั้นเท่านี้ เอาว่าเงินก้อนที่คุณมีอยู่ จะใช้มันลงทุนอย่างไรให้มีความเสี่ยงน้อยที่สุด แต่ว่ามีผลกำไรตอบแทนมากที่สุด ตรงนี้ไม่มีคำตอบตายตัว แต่คุณสามารถหาคำตอบได้ด้วยการนำเอาหลัก บริหารจัดการเงินทุน มาใช้ค่ะ



4
พูดคุยForexทั่วไป / ค่าคอมมิชชั่นในการเทรด Forex คืออะไร
« กระทู้ล่าสุด โดย ladyMP เมื่อ 29/มี.ค./2021 10:14:44 »
หลายๆ คนกังวลเรื่องค่าคอมมิชชั่น เพราะหลายโบรกเกอร์ที่มีการเก็บค่าคอมเยอะ และวันนี้เรามาทำความรู้จักค่าคอมมิชชั่นในการเทรด Forex คืออะไร   จะเป็นยังไงไปดูกันเลย


 ::)


Commission หมายถึง ค่าธรรมเนียมที่โบรกเกอร์เรียกเก็บจากเทรดเดอร์ในฐานะผู้ให้บริการในการเทรด ซึ่งโบรกจะได้กำไรจากค่าธรรมเนียมตรงนี้ล่ะ แม้ว่าบางโบรกเขาจะกล่าวว่าไม่คิดค่า Commission เนื่องจากว่าอันที่จริงแล้วเค้าได้บวกกับค่า Spread (ค่าส่วนต่างของราคาซื้อแล้วก็ราคาขายของตลาดเวลานี้) ไปแล้วนั่นเอง ซึ่งบางครั้งก็อาจจะคิดแค่เพียง $0.1 ต่อการเทรด 1 lot ($100,000) ก็ได้ ดังนี้ขึ้นกับสภาพคล่องทางตลาด (liquidity) หรืออื่นๆตามแต่โบรกเกอร์นั้นๆจะคิดคำนวณช่องทางรายได้ของเขาค่ะ

แต่ว่าทั้งนี้ก็มีบางโบรกที่เก็บค่า Commission เพราะว่าค่า Spread ของเค้าน้อย หรือบางโบรกหรือบางระบบบัญชีก็คิดทั้งสองอย่าง….นะคะพวกที่ทำงานระบบการเงิน การธนาคาร โบรกเกอร์ ฯลฯ พวกนี้เขาจะสร้างอะไรที่สลับซับซ้อนให้เราตามไม่ทันเสมอๆอยู่แล้วค่ะ

ในการเทรด forex นั้นพวกเราจำเป็นต้องจ่ายค่าสำหรับบริการให้โบรกเกอร์ ซึ่งเขาจะยอมเรียกว่าค่า Commissions หรือไม่ก็ตาม ซึ่งโดยรวมทั้งหมดหลายชั้นหลายซ้อนถือว่าสูงมาก เมื่อเทียบกับการซื้อขายหุ้น หรือกองทุนในบ้านพวกเรา ซึ่งมีค่าคอมมิสชันจะอยู่ที่โดยประมาณ 0.2% ของมูลค่าที่ทำการเทรด

ดังนั้นการที่โบรคเกอร์ forex ส่วนใหญ่ ทำการตลาดโดยอ้างว่า ฟรีค่าคอมมิสชัน (Free Commissions) ที่จริงแล้วมันไม่จริงเสียทั้งหมดนะคะ ซึ่งมันอาจส่งผลให้พวกเราเข้าใจผิดได้

ในตลาด forex นั้น จะคล้ายๆกับตลาดอื่นๆนั่นคือมีการตั้งซื้อ(Bid) และก็ตั้งขาย (Ask) ราคาตั้งซื้อเป็นราคาที่พวกเราสามารถขายได้ในตอนนั้น ส่วนราคาตั้งขายก็คือราคาที่พวกเราสามารถซื้อได้ในขณะนั้น

ผลต่างระหว่างราคาตั้งซื้อและก็ตั้งขายนั้นเรียกว่า Spread ยกตัวอย่าง EUR/USD ราคา Bid ที่ 1.5157 รวมทั้ง Ask ที่ 1.5160 ด้วยเหตุผลดังกล่าวค่า Spread ของ EUR/USD จะพอๆกับ 0.0003 หรือ 3 PIPS ถ้าหากพวกเราทำการเปิด Order ทำการซื้อขณะนั้น พวกเราจะซื้อเหมาะ 1.5160 แล้วก็ Transaction ของพวกเราจะขึ้นเป็น -3 PIPS โดยทันที ถ้าพวกเราปิดออร์เดอร์ขณะนั้นโดยอัตราแลกเปลี่ยนยังไม่เปลี่ยนแปลงพวกเราจะขายได้ที่ 1.5157 แล้วก็ขาดทุนโดยทันที 0.0003 หรือ 3 PIPS



5
เชื่อว่ามีคนหลายๆ คนยังคิดว่า Forex คือแชร์ลูกโซ่ เนื่องจาก มีคนบางกลุ่มใช้การลงทุน Forex  บังหน้า เพื่อจะโกงเงินเป็นแชร์ลูกโซ แต่ในความเป็นจริงแล้ว Forex เป็นการแลกเปลี่ยนสกุลเงินแค่นั้น


สำหรับ Forex คือแชร์ลูกโซ่ในอดีต ได้แก่การใช้วิธีการแอบอ้างการลงทุนในตลาดฟอเร็กซ์มาบังหน้า แล้วมีการระดมทุน ทำเป็นแชร์ลูกโซ่ ทำเป็นแพ็กเกจการลงทุนต่างๆ โดยมีการเจาะจงผลตอบแทนเป็นเปอร์เซ็นต์ อย่างเห็นได้ชัด ต่อจากนั้น ก็ได้ประกาศโฆษณาเปิดรับสมัครตามสื่อออนไลน์ และก็โซเซียลไม่เดียต่างๆเมื่อมีผู้ที่สนใจ ซึ่งขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการลงทุนในตลาดฟอร์เร็กซ์มาก่อนเลย ได้ติดกับเชื่อแล้วสมัครเข้าไป ส่งผลให้ถูกโกงเงินด้วยการปิดเว็บไซต์หลบหนีไป เพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ในตลาดฟอเร็กซ์ นี่เอง ก็เลยทำให้นักลงทุน ต้องตกเป็นเหยื่อของพวกมิจฉาชีพหรือเพจต้มตุ๋นเหล่านี้ ซึ่งเรื่องแบบนี้เคยเกิดมานานแล้ว




การลงทุนกับตลาด forex ที่แท้จริง คือ...

ต้องไม่ใช่การระดมทุน
ไม่ใช่การแชร์ลูกโซ่
ไม่ใช่การซื้อแพ็กเกจแล้วจะได้รับผลตอบแทน
ไม่ใช่การหาคนมาสมัครสมาชิก

แต่ว่า Forex เป็นการเก็งกำไร จากสกุลเงินต่างประเทศ แล้วก็ผู้ลงทุนต้องตัดสินใจ ซื้อ ขาย (เทรด) ด้วยตัวเองเท่านั้น ประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายข้อบังคับรองรับเกี่ยวกับการลงทุนในตลาดฟอร์เร็กซ์ และยังไม่อนุญาตให้มีการเปิดโบรกเกอร์ฟอเร็กซ์ในประเทศไทย มีเฉพาะบางโบรกเกอร์ต่างประเทศ ที่มาเปิดสาขาในไทย เพื่อชัพพอร์ตลูกค้าที่เป็นเทรดเดอร์คนไทย ซึ่งนักลงทุนจะต้องมีวุฒิภาวะ มีความสามารถเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนในตลาดฟอร์เร็กซ์ รู้เรื่องความเสี่ยงต่างๆจากการลงทุน ก่อนที่จะคิดที่จะตัดสินใจลงทุน
6
สำหรับเทรดเดอร์มือใหม่ที่เพิ่งเข้าวงการ สิ่งแรกที่คุณจะต้องรู้คือการเลือกโบรกเกอร์ ซึ่งการเลือกโบรกเกอร์เป็นสิ่งสำคัญสำหรับเทรดเดอร์ และวันนี้เรามี วิธีดูความปลอดภัยของโบรกเกอร์ สำหรับเทรดเดอร์ Forex จะเป็นยังไงไปดูกันเลย

1.ความปลอดภัย
ถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ถ้าโบรเกอร์ ที่มีความปลอดภัยก็จะทำให้เงินลงทุนของเราปลอดภัยตามไปด้วย

.-สัญญาการจัดตั้งโบรกเกอร์ โบรกเกอร์ควรมีการจดทะเบียนไว้อย่างถูกต้อง ไม่ใช่โบรกเกอร์เถื่อน โบรกเกอร์ผิดกฎหมาย

-อายุของโบรกเกอร์ ระยะเวลาสำหรับในการก่อตั้งโบรกเกอร์เป็นเรื่องสำคัญ เพราะโบรกเกอร์ที่จัดตั้งมานานย่อมมีความน่าเชื่อถือมากกว่าโบรกเกอร์ที่เพิ่งก่อตั้งเพราะโบรกเกอร์ใหม่ยังไม่มีประวัติเป็นตัวยืนยันความน่าเชื่อถือของโบรเกอร์นั้นเลย

-การถอนเงิน โบรกเกอร์ที่มีการมีปัญหาการโกงสิ่งแรกที่สังเกตได้ง่ายคือปัญหาการถอนเงิน ยิ่งมีปัญหานี้เกิดขึ้นบ่อยนั้นแสดงถึงความน่าเชื่อถือของโบรกเกอร์นั้น

-ชื่อเสียง โบรกเกอร์ที่เป็นที่มีชื่อเสียงใช่ว่าจะเป็นโบรกเกอร์ที่ดีเสมอไป แต่ที่หมายถึงคือโบรกเกอร์ Forex ที่มีชื่อเสียงที่ดีนั้นส่วนใหญ่ย่อมเป็นที่นิยม โดยมีข้อดีมากกว่าโบรกเกอร์อื่น ถ้าโบรกเกอร์มีชื่อเสียงไม่ดีมีปัญหาขึ้นมาก็อาจจะโดนกระแสสังคมโจมตีจนถึงไม่มีลูกค้าเข้ามาลงทุนจะทำโบรกเกอร์นั้นหมดอนาคตได้เลย


2. ความสะดวกการทำธุรกรรมทางการเงิน
การเลือกโบรกเกอร์ที่ดีแต่ถ้าการฝากถอนเงินไม่สะดวกมีความยุ่งยากอาจทำให้ลูกค้าเกิดความไม่สบายใจ โบรกเกอร์ต้องไม่ทำระบบให้การถอนเงินง่ายเกินไปจนไม่มีความปลอดภัย ดังนั้นระบบต้องสะดวกและมีความปลอดภัยพร้อมๆกัน


3. ค่าบริการ
ค่าใช้จ่ายที่เป็นค่าบริการหรือค่าธรรมเนียมการซื้อขายบางครั้งอาจจะคิดว่าเป็นรายจ่ายเล็กรายจ่ายน้อย แต่ว่าถ้าเกิดเลือกโบรกเกอร์ ที่มีความธรรมค่าบริการไม่แพงทำให้เราจะประหยัดเงินไปได้อีกมาก


4. โปรโมชั่น
สิ่งนี้เป็นตัวช่วยดึงดูดนักลงทุนได้ดี แต่ข้อนี้เราต้องพิจารณาเป็นข้อสุดท้ายในทุกข้อที่กล่าวมา เนื่องจากว่าโปรโมชั่นต้องตัดสินกันตอนที่ทุกข้อก่อนหน้านี้ครบก่อน จึงมาตัดสินกันเรื่องโปรโมชั่นต่อไป


7
พูดคุยForexทั่วไป / ทำกำไร Forex ช่วงเวลาไหนดี
« กระทู้ล่าสุด โดย ladyMP เมื่อ 22/มี.ค./2021 03:50:18 »
ในปัจจุบันอย่างที่หลายๆ คนทราบกันดีอยู่แล้วว่า Forex เป็นตลาดแลกเปลี่ยนสกุลเงิน ที่สามารถเล่นได้ง่าย ทำกำไรได้ง่าย แต่ถ้าหหากได้กำไรละก็ เราจะต้องศึกษาและเรียนรู้ให้มากที่สุด เพื่อสามารถทำกำไรได้มากนั่นเอง และวันนี้มาดูกันว่าเราสามารถทำกำไร Forex ช่วงเวลาไหนดี ไปดูกันเลย  ??? ???



ช่วงเวลาเทรด Forex ใน 1 เดือน

ในตลาด Forex ชอบมีการเคลื่อนไหวหรือมีการแกว่งตัวแรงกว่าปกติในช่วงเวลาที่ตลาดเปิดทำการคาบเกี่ยวกัน ตัวอย่างเช่น คู่เงิน EUR/USD น่าซื้อขายเมื่อตลาดทั้งคู่เปิดตรงกัน โดยตลาด EUR เปิดเมื่อเวลา 14.00 – 23.00 น. ตลาด USD เปิดเมื่อเวลา 19.00 – 03.00 น. ด้วยเหตุนั้นช่วงเวลาที่เหมาะกับการซื้อขายในคู่เงิน EUR/USD คือ 19.00-23.00 น. เพราะเป็นช่วงเวลาที่ตลาด EUR และ USD เปิดทำการตรงกัน จะเป็นเวลามีการซื้อขายปริมาณมาก ทำให้กราฟ Forex มีการเคลื่อนไหวมากซึ่งสามารถเข้าทำการเทรดหรือเปิดออเดอร์ได้ ถือว่าเป็นช่วงที่น่าเข้าทำกำไรมากที่สุดในตลาด Forex


สัปดาห์ที่ 1
ช่วงเทรด Forex สัปดาห์ที่ 1 เมื่อเข้าสู่ต้นเดือน ชอบมีข่าวแรงๆเสมอ โดยมันจะประกาศให้คนทั่วโลกกลัว เลยทำให้นักลงทุนระหว่างผู้ซื้อแล้วก็ผู้ขายไม่กล้าเล่นกันนัก ทำให้กราฟไม่วิ่งสักเท่าไหร่ ขณะนี้ควรจะงดเว้นเทคนิค และระบบที่รู้สึกว่าแน่นอนควรจะหันมาพอใจสำหรับในการเล่นสั้นๆเก็บเล็กน้อยแล้วปิด เป็นการรอคอยราคาระหว่างนักซื้อแล้วก็นักขายเพื่อรอคอยประกาศข่าว


สัปดาห์ที่ 2
สัปดาห์ที่ 2 ขณะเทรด Forex จะเริ่มง่ายมากยิ่งขึ้น เริ่ม เทรดแบบแนวทางรวมทั้งระบบเทรด ได้จะไม่มีปัญหา แม้กระนั้นก็ควรจะมองสภาพตลาดด้วยก็ดี เนื่องจากว่าตลาด Forex พวกเราคาดอะไรไม่ได้จริงๆ




สัปดาห์ที่ 3
สัปดาห์ที่ 3 ระยะเวลาเทรด Forex ควรจะหันมาสนใจกันอย่างแรงเป็นสัปดาห์แห่งเทคนิค บางครั้งจะวิ่งตามเคล็ดวิธีตั้งแต่วันจันทร์ จะเริ่มเจอเทรนที่ชัดเจนเล่นตามเทรนก็คงอิ่มกันทั่วหน้า ขาขึ้นจะขึ้นจนกว่าจะลง ขาลงจะลงกระทั่งจะขึ้น


สัปดาห์ที่ 4
ระยะเวลาเทรด Forex สัปดาห์ที่ 4 ก่อนสิ้นเดือนก็แบบนี้เช่นกัน ไม่ว่าข่าวกลางสัปดาห์จะมาแบบไหน ถ้าเกิดไม่ใช้ข่าวแรงๆแบบต้นเดือนไม่มีทางหลุดกรอบเทคนิคเคิลได้ เล่นตามเทคนิคก็จะได้ตามเทคนิคที่เราเล่น

8
ในช่วงนี้เศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวขึ้นหลังจากสถานการณ์โควิด หลายๆ คนกำลังมองหาที่ลงทุน เพื่อทำกำไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาด Forex ซึ่งเป็นตลาดเเลกเปลี่ยนสกุลเงิน และวันนี้มาดู Close System คืออะไร และมีข้อดี ข้อเสียอย่างไรบ้าง จะเป็นยังไงไปดุกันเลยค่ะ

 ::)

Close System คืออะไร

รูปแบบการเทรดที่วางเงินเต็มจำนวน ไม่มี Stop Loss  เพราะทุกออเดอร์ได้คำนวณไว้หมดแล้ว โดยการวาง order ไว้ในแต่ละ Zone ของช่วงราคา  และก็เลือกเทรดใน Product ที่โอกาสมีค่าเป็น 0 ยาก อาทิเช่น ทองคำ สกุลเงินแต่ละประเทศ


การเทรดแบบ Close System นั้น จะช่วยให้ผู้เริ่มต้นเทรดมือใหม่อยู่รอด ไม่ได้ทำให้รวยเร็ว อย่างที่ใครหลายคนแสวงหาคำตอบในตลาด Forex แต่สามารถสร้าง CashFlow ได้สม่ำเสมอ

เมื่อได้ CashFlow หรือ ผลกำไรจากเทรดมาแล้วนั้น เราจะนำกำไรตรงนี้ ไปต่อยอดกลยุทธ์การเทรดรูปแบบอื่นได้โดยที่ไม่เป็นกังวลเรื่องเงินทุน ตัวอย่างเช่น Scalping หรือ เทรดในตลาดคริปโต



ข้อดีของการเทรดแบบ Close System สำหรับมือใหม่

1.เรียนรู้และเพิ่มทักษะ ประสบการณ์ได้ดี

2.เข้าใจ Flow และ Volatility ของสินค้าที่พวกเราเทรด

3.ต่อยอดองค์ความรู้และก็พัฒนากลยุทธ์เทรดต่อได้



ข้อเสียของการเทรดแบบ Close System

1.ไม่ได้ทำให้รวยเร็ว หรือทำกำไรได้มากมายหลาย 100% ในระยะเวลาอันสั้น

2. Drawdown สูงเป็นเรื่องปกติ ด้วยเหตุว่าไม่มี stoploss เมื่อเงินทุนถูกคำนวณไว้หมดแล้วทำให้ไม่มีโอกาสล้างพอร์ต
นอกจาก Product ที่เราเทรดมีค่าเป็น 0


9
พูดคุยForexทั่วไป / ข้อดีของการดูกราฟราคาออก ในตลาด Forex
« กระทู้ล่าสุด โดย ladyMP เมื่อ 22/มี.ค./2021 03:34:34 »
ในการเทรด Forex จะทำให้ได้กำไรมากขึ้นถ้ากอ่านกราฟเป็น ซึ่งการอ่านกราฟสามารถใช้คาดเดาประเมินก่อนการลงทุนได้ค่อนข้างจะดีมาก และวันนี้สำหรับมือใหม่ต้องห้ามพลาดกับข้อดีของการดูกราฟราคาออก ในตลาด Forex  ไปดูกันเลย



จะทำให้คุณสามารถทราบจุดเข้าออกที่ถูกต้องแม่นยำมากยิ่งขึ้น :

เนื่องจากกราฟราคานั้น เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในรูปแบบซ้ำๆเป็นประจำนั้น ทีนี้ก็จะมีการจดสถิติเอาไว้ แล้วมานำเสนอกันว่า ถ้าหากกราฟออกมาเป็นลักษณะนั้น รูปแบบนี้ มีความหมายว่าอย่างไร ต่อไปนี้ถ้าหากคุณมองรูปแบบกราฟราคาออก ย่อมทำให้รู้หรือคาดเดาได้ง่ายว่าทิศทางของกราฟจะเป็นไปในทางไหน หรือมีจุดเข้าออกที่น่าสนใจ น่าเข้าเปิดหรือไม่เป็นต้น


สามารถทำให้คุณรู้จุด Stop Loss ที่ถูกต้องแม่นยำมากยิ่งขึ้น :

สำหรับจุด Stop Loss นั้นเป็นจุดที่มักจะมีการวางไว้ ในกรณีที่กราฟไม่เป็นใจ ราคาหุ้น / หรือคู่เงินต่างไปจากที่คาดการณ์ ก็สามารถใช้เพื่อการหยุดความเสียหายร้ายแรง ที่จะส่งผลกระทบต่อเงินทุนทั้งหมดของคุณได้ การมองกราฟราคาให้ออก ว่าเป็นกราฟลักษณะไหน รูปแบบอะไร นอกจากจะรู้จุดเข้าออกที่แม่นยำแล้ว จังหวะไหนควร Stop Loss คุรก็จะดูออกเช่นกัน


สามารถนำเอาไปใช้ได้กับทั้งหุ้น Forex :

เพราะแม้การลงทุนทั้งหมดที่กล่าวมานั้น จะมีความแตกต่างกันพอสมควรก็ตามแต่ยังไงก็หนีรูปแบบกราฟไม่พ้นนะคะ ด้วยเหตุนั้นการอ่านรูปแบบกราฟให้ออก นอกจากจะเป็นการทำให้ท่านลดความเสี่ยง สำหรับการลงทุนแล้ว คุณก็ยังสามารถใช้กับการลงทุนที่หลากหลายได้อีกด้วย


สามารถช่วยสำหรับในการเลือกแผนการลงทุนที่เหมาะสม :

กราฟแบบไหน เป็นจังหวะอะไร ควรใช้แผนเทรดอย่างไร คุณจะสามารถคาดเดาได้ง่ายกว่า ด้วยเหตุนี้นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมคุณควรหาเวลาว่างไปศึกษา ฝึกวิเคราะห์ หัดอ่านรูปแบบกราฟให้ออกเป็นอันดับแรกจ้ะ



10
พูดคุยForexทั่วไป / ทำความรู้จัก Moving Average ในตลาด Forex คืออะไร
« กระทู้ล่าสุด โดย ladyMP เมื่อ 22/มี.ค./2021 03:24:24 »
ในการเริ่มลงทุนไม่ว่าจะลงทุนอะไร นักลงทุนจะต้องศึกาาให้ดีก่อนเข้าตลาดจริง เนื่องจากการลงทุนทุกอย่างมีความเสี่ยง ยิ่งถ้าหากการลงทุนที่ได้ผลกำไรมากจะยิ่งเสี่ยงมาก และวันนี้มาทำความรู้จัก Moving Average ในตลาด Forex คืออะไร  จะเป็นยังไงไปดูกันเลยค่ะ


Moving Average เป็นเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ เป็นเครื่องมือเทคนิคที่ใช้วิเคราะห์แนวโน้ม หรือทิศทางของตลาดโดยส่วนมากที่เป็นที่นิยมของนักลงทุนมีอยู่ 2 แบบคือ Simple Moving Average (SMA) กับ Exponential Moving Average (EMA)


ประโยชน์และการนำไปใช้งาน หลักการทำงานของ Moving Average คือการนำราคาที่มีความผันผวนของแต่ล่ะวัน มาหาค่าเฉลี่ยให้มันสมูธมากขึ้น โดยจะแสดงเป็นเส้นเรียบ (Smooth)ในกราฟ เพื่อให้ดูง่ายและก็สะดวกต่อการใช้บอกแนวโน้ม (Trend) ของตลาดที่ผ่านมาว่าเป็นอย่างไร เพื่อใช้เป็นแนวทาง(คาดการณ์) แนวโน้มในอนาคตว่าควรจะไปทางไหน ทั้งยังยังสามารถใช้บอกแนวรับ-แนวต้านของตลาดหุ้นหรือค่าเงิน และก็จุดซื้อ-ขายเบื้องต้นได้ด้วย ซึ่งในบทความนี้จะขอกล่าวเน้นเฉพาะ Moving Average หลักที่นิยมใช้กันเป็นส่วนมากคือ Simple Moving Average (SMA) กับ Exponential Moving Average (EMA) โดยมีหลักการทำงานและก็ข้อแตกต่างกันคือ SME = ใช้ราคาจากอดีตมาหาค่าเฉลี่ยแบบง่าย (เส้นค่าเฉลี่ยวิ่งตามราคาช้ากว่า EMA ) EMA = ใช้ราคาจากสมัยก่อนมาหาค่าเฉลี่ยแบบถ่วงน้ำหนักมาที่ราคาปัจจุบัน (เส้นค่าเฉลี่ยวิ่งตามราคาเร็วกว่า SME )


การตั้งค่า Moving Average (SMA ,EMA) ให้เหมาะสมกับรูปแบบการลงทุน


ในส่วนของการใช้งานเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ทั้ง SMA หรือ EMA ซึ่งมีความเหมือนหรือคล้ายคลึงกันเกือบทุกอย่าง จุดที่ต่างกันก็มีเพียงแต่ความเร็วของการให้สัญญาณซื่อ-ขายที่ช้าหรือเร็วกว่ากันเพียงเล็กน้อยเท่านั้น การนำมาใช้เพื่อการวิเคราะห์ ทางด้านเทคนิคให้ได้ผล จำเป็นต้องมีการตั้งค่าที่เหมาะสมกับรูปแบบที่พวกเรากำลังลงทุนเป็น

ถ้าเลือกรูปแบบการลงทุนในระยะสั้น = ตั้งค่า Priod ของ SMA ควรอยู่ที่ 5-20 วัน

รูปแบบการลงทุนในระยะกลาง = ตั้งค่า Priod ของ SMA ควรอยู่ที่ 50-70 วัน

รูปแบบการลงทุนในระยะยาว = ตั้งค่า Priod ของ SMA ควรอยู่ที่ 100-200 วัน

หน้า: [1] 2 3 ... 10
SMF 2.0.15 | SMF © 2011, Simple Machines