กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: 1 [2] 3 4 ... 10
11
สวัสดีค่ะ ช่วงคริสต์มาสเป็นเวลาที่ตลาดทั่วโลกอบอวลไปด้วยบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลอง การใช้จ่าย และวันหยุดยาว ซึ่งมักทำให้สภาพคล่องและพฤติกรรมราคาเปลี่ยนไปอย่างน่าสนใจ และสำหรับสายเทรด Forex วันนี้เรามาดูกันว่า “พอร์ตแตก ล้างพอร์ต” เปิดวิธี รับมือนาทีนรกที่เทรดเดอร์ Forex ไม่อยากเจอ! พอร์ตแตก คือ ภาวะที่การเทรดเกิดการขาดทุน และเทรดเดอร์มีเงินค้ำประกันไม่เพียงพอสำหรับชำระยอดติดลบ ในภาษาอังกฤษจะเรียกว่า Stop Out หรือการถูกปิด Position แบบอัตโนมัติ ซึ่งเกิดจากโบรกเกอร์เป็นผู้ดำเนินการ เนื่องจากระดับมาร์จิ้นในบัญชีต่ำเกินกว่าที่จะคงสถานะการเปิดออเดอร์ไว้ได้ ตามสัดส่วนเปอร์เซ็นต์ที่โบรกเกอร์แต่ละแห่งกำหนดไว้ ซึ่งตัวเลขดังกล่าวสะท้อนถึงระดับความเสี่ยงสูงสุดที่บัญชีเทรดยังยอมรับได้ เมื่อเกิด Stop Out ออเดอร์ที่ยังเปิดอยู่ทั้งหมดจะถูกปิดโดยอัตโนมัติ เพื่อป้องกันไม่ให้ยอดขาดทุนเกินกว่าเงินทุนที่มีอยู่ในบัญชีของเทรดเดอร์



10 สาเหตุที่ทำให้เทรดเดอร์ Forex พอร์ตแตก


– เทรดมากเกินไป (Overtrade)

– ไม่มีการวางแผนและบริหาร Money Management ของพอร์ตอย่างเหมาะสม

– ขาดความเข้าใจในคำศัพท์และพื้นฐานที่ใช้ในการเทรด

– ความโลภในการทำกำไร

– เทรดผิดทิศทางแต่ไม่ตั้ง Stop loss หรือไม่ยอม Cut loss

– มีความมั่นใจในตัวเองมากเกินควร

– ไม่ทำการตัดสินใจเทรดด้วยตนเอง

– ใช้ Leverage ในระดับที่สูงเกินไป

– ระบบเทรดไม่มีประสิทธิภาพ

– ซื้อ EA หรือ Signal จากผู้อื่นมาใช้งานโดยไม่ศึกษาด้วยตัวเอง



แล้วถึงเวลาที่เราต้องล้างพอร์ตแล้วหรือยัง?


การตัดสินใจล้างพอร์ตเพื่อเริ่มต้นใหม่ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับเทรดเดอร์ หลักการเบื้องต้นที่สามารถใช้พิจารณาได้ว่าควรเดินหน้าต่อหรือหยุดก่อน มีดังนี้

– ประเมินความสามารถในการรับมือกับการขาดทุน ว่ารับความเสี่ยงจากการลงทุนครั้งนี้ได้มากน้อยเพียงใด หากระดับความเสียหายสูงเกินกว่าที่จะยอมรับได้ เทรดเดอร์อาจเลือกการล้างพอร์ตเพื่อเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง

– ทบทวนเป้าหมายของการเทรดอีกครั้ง ว่าต้องการเก็งกำไรระยะสั้น หรือเน้นการลงทุนระยะยาว ซึ่งจะช่วยให้กำหนดแนวทางการเทรดได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

– อีกปัจจัยที่ไม่ควรมองข้ามคือสภาพคล่องทางการเงิน หากขาดทุนมากจนกระทบต่อสภาพคล่อง เทรดเดอร์ควรพิจารณาหยุดเทรด ล้างพอร์ต และรอจนกว่าสถานะทางการเงินจะกลับมาพร้อมอีกครั้ง



วิธีรับมือเมื่อเจอสถานการณ์พอร์ตแตก


– หยุดพักการเทรดและตั้งสติ หลังจากเกิดการขาดทุนหนัก เทรดเดอร์ควรถอยออกจากตลาดชั่วคราว พักผ่อนและปรับสภาพจิตใจก่อนเริ่มใหม่ การฝืนเทรดต่อทั้งที่ยังจมอยู่กับความผิดพลาด อาจทำให้การสูญเสียรุนแรงขึ้น ทางเลือกที่ดีที่สุดคือใช้เวลาพัฒนาทักษะและความรู้ก่อนกลับเข้าสู่ตลาดอีกครั้ง

– ล้างบัญชีเทรดและหยุดการซื้อขาย หากยังมีเงินเหลืออยู่ ควรถอนออกมาเพื่อตัดวงจรการเทรด

– วิเคราะห์สาเหตุของการพอร์ตแตก ปัจจัยหลักมักเกิดจากระบบล้มเหลว การขาดการศึกษาตลาด หรือการเทรดถี่เกินไป การทำบันทึกและวางแผนการเทรดจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการลงทุนได้มากขึ้น

– ศึกษาวิธีป้องกันไม่ให้เทรดเกินกำหนด และเรียนรู้กลยุทธ์การเทรดเพิ่มเติม เช่น การตั้ง Stop Loss เพื่อลดความเสียหายจากการขาดทุน

– กำหนดเป้าหมายการเทรดให้ชัดเจนทุกครั้ง เริ่มต้นด้วยจำนวนการเทรดที่น้อยเพื่อดูทิศทางตลาด เมื่อมีความมั่นใจหรือมีแผนการเทรดที่ชัดเจนแล้ว ค่อยเพิ่มขนาดการลงทุนตามความเหมาะสม

– หลีกเลี่ยงการเทรดกับโบรกเกอร์ที่ไม่น่าเชื่อถือ เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงในการล้างพอร์ต



วิธีป้องกันพอร์ตแตก


– ใช้ Money Management อย่างถูกต้อง เพื่อควบคุมเงินทุนและหลีกเลี่ยงการโอเวอร์เทรด (Overtrade)

– ใช้เทคนิคการเทรดที่เหมาะสม เช่น การตั้ง Stop loss

– ปิดออเดอร์ที่ขาดทุนหนักเกินไปทันที

– ใช้ Leverage อย่างระมัดระวัง โดยเลือกใช้ในระดับที่ต่ำ

– หลีกเลี่ยงการเทรดในช่วงที่ตลาดมีความผันผวนสูง

– ติดตามผลการเทรดอย่างสม่ำเสมอ

– เติมเงินเข้าบัญชีให้ระดับ Margin Level สูงกว่า Stop Out ตามที่โบรกเกอร์กำหนด เพื่อป้องกันการพอร์ตแตก

– ใช้เทคนิค Trailing stop ซึ่งเป็นเครื่องมือช่วยลดความเสี่ยงในการ Stop out ของตลาด Forex


Trailing stop คือ เครื่องมือที่ช่วยให้เทรดเดอร์กำหนดระดับ Stop out ให้เคลื่อนไหวตามราคาตลาด เพื่อปกป้องตำแหน่งการซื้อขาย โดย Trailing stop จะเคลื่อนที่ไปในทิศทางเดียวกับการเทรดเท่านั้น ทำให้สามารถล็อกกำไรพร้อมลดความเสี่ยงได้ในเวลาเดียวกัน เทรดเดอร์สามารถปรับ Trailing stop ให้เหมาะสมกับสภาพตลาด เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการซื้อขาย


โดยสรุป การป้องกันพอร์ตแตกในการเทรด Forex จำเป็นต้องอาศัยการบริหารความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ ใช้เลเวอเรจในระดับที่เหมาะสม หลีกเลี่ยงการเทรดในช่วงตลาดผันผวน และตรวจสอบการเทรดอย่างสม่ำเสมอ เมื่อใช้กลยุทธ์เหล่านี้อย่างต่อเนื่อง เทรดเดอร์จะสามารถลดโอกาสพอร์ตแตกได้ อย่าลืมว่าการเทรด Forex เปรียบเสมือนการวิ่งมาราธอน ไม่ใช่การวิ่งระยะสั้น ความมีวินัย ความอดทน และการยึดตามแผนการเทรด คือหัวใจสำคัญของความสำเร็จค่ะ


finance money technology background concept business prosperity asset 31965 38035 871x550" border="0
12
พูดคุยForexทั่วไป / เทรด Forex ให้มีรายได้ 500฿ ต่อวัน
« กระทู้ล่าสุด โดย rannie2020 เมื่อ 24/ธ.ค./2025 01:53:42 »
สวัสดีค่ะ ช่วงนี้หลายคนเริ่มมองหาที่เที่ยวเพื่อพักผ่อนต้อนรับเทศกาลปีใหม่ เติมพลังให้ชีวิตหลังจากทำงานหนักมานาน การเดินทางทำให้เราเห็นมุมมองใหม่ ๆ และได้ทบทวนตัวเอง บางครั้งการเปลี่ยนบรรยากาศก็ช่วยให้ตัดสินใจได้ดีขึ้น และสำหรับสายเทรด Forex วันนี้เรามาดูกันว่า เทรด Forex ให้มีรายได้ 500฿ ต่อวัน จะเป็นยังไงไปรับชมกันเลยจ้า


 ??? ??? ???


<a href="https://www.youtube.com/watch?v=2q9PciSNPvg" target="_blank">https://www.youtube.com/watch?v=2q9PciSNPvg</a>
13
สวัสดีค่ะ เศรษฐกิจไทยช่วงนี้ยังมีหลายปัจจัยที่ต้องติดตาม ทั้งรายได้ ค่าใช้จ่าย และกำลังซื้อของคนในประเทศ หลายคนเริ่มระมัดระวังการใช้เงินมากขึ้น การวางแผนการเงินจึงสำคัญกว่าเดิม และสำหรับสายเทรด Forex วันนี้เรามาดูกันว่า 5 ความจริงเกี่ยวกับ Forex ที่คนส่วนใหญ่ไม่เคยบอกคุณ ตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ หรือ Forex มักถูกนำเสนอในภาพของเส้นทางลัดสู่ความมั่งคั่ง ด้วยการใช้เงินลงทุนเพียงเล็กน้อยและใช้เวลาแค่ไม่กี่นาทีต่อวัน ภาพลักษณ์ที่ดูหรูหรานี้ดึงดูดผู้คนจำนวนมากให้ก้าวเข้าสู่ตลาด Forex อย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม ความจริงที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จนั้นมีความซับซ้อนและท้าทายมากกว่าที่การโฆษณาชวนเชื่อมักบอกไว้ ในฐานะเทรดเดอร์ที่ตั้งใจจริง คุณจำเป็นต้องเผชิญกับความจริงที่โหดร้ายแต่หลีกเลี่ยงไม่ได้เหล่านี้ เพื่อเตรียมตัวให้พร้อมและวางแนวทางการเทรดที่ยั่งยืน บทความนี้จะพาทุกท่านไปรู้จักกับ “5 ความจริงที่คนส่วนใหญ่มักไม่พูดถึงเกี่ยวกับตลาด Forex” เพื่อใช้เป็นแนวทางในการเรียนรู้และพัฒนา



5 ความจริงเกี่ยวกับ Forex



กำไรก้อนใหญ่เกิดจากความเสี่ยงที่ควบคุมได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่การเสี่ยงเพียงครั้งเดียว
นักเทรดมือใหม่จำนวนมากเข้าสู่ตลาด Forex ด้วยความฝันที่จะสร้างผลกำไรมหาศาลในระยะเวลาอันสั้น พวกเขามองเห็นบัญชีที่เติบโตอย่างรวดเร็วของผู้อื่น และเชื่อว่าการ “All-in” หรือการลงเงินจำนวนมากในออเดอร์เดียว คือหนทางสู่ความร่ำรวย

ความจริงที่โหดร้าย: เทรดเดอร์มืออาชีพที่สามารถอยู่รอดในตลาด Forex ได้อย่างยาวนาน สร้างความมั่งคั่งจาก ความสม่ำเสมอ (Consistency) ไม่ใช่จากการเสี่ยงโชค พวกเขายึดมั่นในหลักการบริหารความเสี่ยงอย่างเคร่งครัด โดยจำกัดความเสี่ยงต่อการเทรดแต่ละครั้งไม่เกิน 1% ถึง 2% ของเงินทุนทั้งหมด การเทรด Forex อย่างยั่งยืนคือการสะสมกำไรเล็ก ๆ อย่างต่อเนื่อง ผ่านการเข้าเทรดที่มีความได้เปรียบ (Edge) ซ้ำแล้วซ้ำเล่า หากคุณเลือกเสี่ยง 50% ของพอร์ตเพื่อหวังกำไร 100% คุณอาจโชคดีในครั้งแรก แต่ในระยะยาวคุณกำลังเล่นเกมที่มีโอกาสแพ้สูง เทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จเข้าใจดีว่าการรักษาเงินทุนคือสิ่งสำคัญที่สุด

80% ของเวลาการเทรดคือการรอ ไม่ใช่การเปิดออเดอร์
ภาพจำของการเทรด Forex มักเป็นการคลิกซื้อขายอย่างต่อเนื่องตามการเคลื่อนไหวของราคา แต่ในความเป็นจริง การเทรดที่มีประสิทธิภาพคือการรออย่างอดทนเพื่อให้โอกาสที่ดีที่สุดปรากฏตามแผนที่วางไว้

ความจริงที่โหดร้าย: เทรดเดอร์จำนวนมากประสบความสำเร็จมากขึ้นเมื่อพวกเขาทำให้น้อยลง การวิเคราะห์ตลาด Forex และการกำหนดเงื่อนไขการเข้าเทรดใช้เวลาส่วนใหญ่ เมื่อเงื่อนไขครบถ้วนแล้ว การเปิดคำสั่งซื้อขายอาจใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาที จากนั้นคือการรอให้ราคาวิ่งไปถึงเป้าหมายหรือจุดตัดขาดทุน (Stop Loss) การเทรดบ่อยเกินไป (Over-Trading) คือสาเหตุหลักที่ทำให้พอร์ตเสียหาย เพราะเป็นการเข้าเทรดในสถานการณ์ที่ไม่มีความได้เปรียบชัดเจน เทรดเดอร์ที่ดีเปรียบเสมือนนักแม่นปืนที่รอจังหวะยิงเพียงครั้งเดียว ไม่ใช่มือปืนที่ยิงแบบไร้ทิศทาง

การควบคุมอารมณ์สำคัญกว่ากลยุทธ์ที่สมบูรณ์แบบ
นักเทรดหน้าใหม่จำนวนมากทุ่มเทเวลาเป็นเดือนหรือเป็นปี เพื่อค้นหากลยุทธ์ในฝัน หรือ “Holy Grail” ที่มีอัตราการชนะสูงถึง 90% และให้ผลตอบแทนอย่างมหาศาล พวกเขาเชื่อว่าหากมีกลยุทธ์ที่ดีที่สุดแล้ว การทำกำไรในตลาด Forex จะเป็นเรื่องง่าย

ความจริงที่โหดร้าย: กลยุทธ์ที่สมบูรณ์แบบไม่มีอยู่จริง กลยุทธ์การเทรดใดก็ตามที่มีความได้เปรียบเชิงสถิติ (Positive Expectancy) สามารถสร้างผลกำไรได้ในระยะยาว แต่สิ่งที่แยกเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จออกจากผู้ที่ล้มเหลว คือ จิตวิทยาการเทรด (Trading Psychology) การขาดทุนเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ สิ่งสำคัญคือการตอบสนองต่อการขาดทุนนั้น เทรดเดอร์ที่ล้มเหลวมักถูกครอบงำด้วยความกลัว ความโลภ และการแก้แค้นตลาด (Revenge Trading) จนนำไปสู่การละเมิดกฎการบริหารความเสี่ยง ในขณะที่เทรดเดอร์มืออาชีพมองว่าการขาดทุนคือค่าใช้จ่ายของธุรกิจ และยังคงเดินหน้าตามแผนด้วยวินัย

คุณไม่สามารถเอาชนะสถาบันการเงินขนาดใหญ่ได้
ทุกครั้งที่คุณเปิดกราฟ Forex คุณกำลังแข่งขันกับธนาคารขนาดใหญ่ กองทุนเฮดจ์ฟันด์ และสถาบันการเงินที่มีเทคโนโลยีล้ำสมัย ทีมวิเคราะห์มืออาชีพ และเงินทุนมหาศาล ซึ่งเป็นผู้กำหนดสภาพคล่องและทิศทางหลักของตลาด

ความจริงที่โหดร้าย: คุณไม่สามารถฉลาดหรือเอาชนะสถาบันเหล่านี้ได้ แต่คุณสามารถเลือก “เดินไปในทิศทางเดียวกับพวกเขา” เทรดเดอร์รายย่อยไม่ควรพยายามควบคุมหรือทำนายตลาด แต่ควรเรียนรู้การอ่านพฤติกรรมของสถาบันผ่านกราฟราคา คุณต้องสามารถระบุโซนที่มีการสะสมหรือกระจายออเดอร์ และเข้าเทรดตามร่องรอยเหล่านั้น การเทรด Forex ไม่ใช่การแข่งขันว่าใครเก่งที่สุด แต่คือการปรับตัวให้เข้ากับตลาดและใช้ประโยชน์จากสภาพคล่องที่สถาบันสร้างขึ้น

คุณต้องมีเงินทุนเริ่มต้นที่ “มากพอ” เพื่อสร้างรายได้ที่มีความหมาย
โฆษณามักสื่อว่าคุณสามารถเริ่มเทรด Forex ด้วยเงินเพียง $100 และเติบโตจนกลายเป็นเศรษฐีได้ ซึ่งในทางทฤษฎีอาจเป็นไปได้ แต่ในทางปฏิบัติโอกาสแทบจะเป็นศูนย์

ความจริงที่โหดร้าย: หากเป้าหมายของคุณคือการสร้างรายได้ที่มั่นคงหรือใช้การเทรด Forex เป็นรายได้หลัก คุณจำเป็นต้องมีเงินทุนเริ่มต้นที่มากพอ ตัวอย่างเช่น หากคุณสามารถทำกำไรได้อย่างสม่ำเสมอ 5% ต่อเดือน ซึ่งถือว่ายอดเยี่ยมมาก เงินทุน $1,000 จะสร้างกำไรได้เพียง $50 ต่อเดือน ซึ่งไม่สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตได้ แต่หากมีเงินทุน $50,000 กำไร 5% จะเท่ากับ $2,500 ต่อเดือน ซึ่งเริ่มมีความหมายในฐานะรายได้เสริม

ดังนั้น แทนที่จะเริ่มต้นด้วยเงินเพียงเล็กน้อยแล้วเสี่ยงอย่างขาดสติ คุณควรใช้เงินจำนวนนั้นเพื่อฝึกวินัยและการบริหารความเสี่ยงให้เชี่ยวชาญก่อน จากนั้นจึงค่อยสะสมเงินทุนเพื่อเข้าสู่การเทรดอย่างจริงจัง การคาดหวังให้เงิน $100 กลายเป็น $10,000 ภายในหนึ่งเดือนคือแนวคิดแบบการพนัน ซึ่งมักนำไปสู่ความล้มเหลวในตลาด Forex

ตลาด Forex เป็นสนามที่เต็มไปด้วยโอกาสสำหรับผู้ที่มีวินัย ความอดทน และเข้าใจความจริงเหล่านี้อย่างถ่องแท้ เลิกมองหาทางลัด แล้วเริ่มสร้างพื้นฐานการเทรดที่มั่นคง ข้อมูลที่รวบรวมไว้ในบทความนี้หวังว่าจะช่วยให้ทุกท่านเข้าใจตลาด Forex ได้ลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น


IMG 5658" border="0
14
สวัสดีค่ะ ช่วงนี้อากาศแปรปรวน เดี๋ยวร้อนเดี๋ยวฝน ทำให้การใช้ชีวิตประจำวันต้องปรับตัวพอสมควร บางวันทำงานก็รู้สึกอึดอัด บางวันก็สดชื่นเป็นพิเศษ อารมณ์คนก็เหมือนตลาดที่ขึ้นลงตามสภาพแวดล้อม และสำหรับสายเทรด Forex วันนี้เรามาดูกันว่า Forex คืออะไร? ความจริงที่เทรดเดอร์ 90% ไม่เคยรู้! ที่สายเทรดไม่ควรพลาด จะเป็นยังไงไปรับชมกันเลยจ้า

 ??? ???


<a href="https://www.youtube.com/watch?v=bZiffNvXSO8" target="_blank">https://www.youtube.com/watch?v=bZiffNvXSO8</a>
15
สวัสดีจ้า ในสภานการณ์ชายแดนไทยกัมพูชาตอนนี้ยังตึงเครียด ขอเป็นกำลังให้ประชาชนที่อพยพและทหารกล้าทุกนายปลอดภัย และสำหรับสายเทรด Forex วันนี้เรามาดู ปฏิทินข่าว Forex Factory ถือเป็นเครื่องมือสำคัญที่เทรดเดอร์ไม่ควรมองข้าม เนื่องจากตลาด Forex เป็นตลาดที่มีความผันผวนสูงจากหลากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ การเมือง หรือเหตุการณ์สำคัญระดับโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การติดตามข่าวสารที่อัปเดตแบบ Real-Time จะช่วยให้เทรดเดอร์สามารถปรับแผนและตัดสินใจในการเทรดได้อย่างมีประสิทธิภาพ บทความนี้คุณน้าจะพาไปรู้จักกับปฏิทินข่าว Forex Factory พร้อมแนวทางการใช้งานในระดับมืออาชีพ เพื่อช่วยให้เทรดเดอร์รู้ทันข่าวสารได้อย่างรวดเร็ว และเพิ่มโอกาสสร้างกำไรในตลาด Forex ได้อย่างเป็นระบบค่ะ


ปฏิทินข่าว Forex Factory คืออะไร?



ปฏิทินข่าว Forex Factory คือ แพลตฟอร์มเว็บไซต์ที่รวบรวมข่าวสารทางเศรษฐกิจจากทั่วโลก และถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์เทรดเดอร์ที่ลงทุนในตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (Forex) โดยมีวัตถุประสงค์หลักในการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างเทรดเดอร์กับความเคลื่อนไหวของตลาด พร้อมนำเสนอข้อมูลที่ถูกต้องและน่าเชื่อถือ ช่วยลดความเสี่ยงจากการรับข่าวสารที่คลาดเคลื่อนหรือข่าวปลอม ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อการเทรด อีกทั้งยังเปิดพื้นที่ให้สมาชิกสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูล แสดงความคิดเห็น และแบ่งปันประสบการณ์การเทรดได้อย่างอิสระอีกด้วยค่ะ

เว็บไซต์ Forex Factory ยังมีฟีเจอร์สำคัญหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นปฏิทินข่าวเศรษฐกิจ (Economic Calendar) ที่รายงานเหตุการณ์สำคัญแบบ Real-Time ฟอรัมสำหรับพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้ เครื่องมือวิเคราะห์การเทรด (Trade Explorer) ข่าวสารตลาด และข้อมูลราคา Forex ครบถ้วนในแพลตฟอร์มเดียวเลยค่ะ


ทำไมเทรดเดอร์ควรติดตามข่าวจากปฏิทินข่าว Forex Factory?


เนื่องจากตลาด Forex มีความผันผวนที่ได้รับอิทธิพลจากหลายปัจจัย ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อทิศทางการเคลื่อนไหวของราคา การติดตามข่าวผ่านปฏิทินเศรษฐกิจ Forex Factory จึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับเทรดเดอร์


 5 เหตุผลสำคัญว่าทำไมเทรดเดอร์ควรติดตามข่าวจากปฏิทินข่าว Forex Factory ไว้ดังนี้ค่ะ

   1.   ข่าวมีผลต่อภาพรวมเศรษฐกิจโลก
ข่าวเศรษฐกิจ เช่น ตัวเลขการจ้างงาน อัตราเงินเฟ้อ หรืออัตราดอกเบี้ยนโยบาย มักสะท้อนถึงสถานะและทิศทางของเศรษฐกิจประเทศนั้น ๆ รวมถึงแนวโน้มของเศรษฐกิจโลกโดยรวม เทรดเดอร์ที่เข้าใจข้อมูลเหล่านี้จะสามารถประเมินทิศทางตลาดได้แม่นยำมากขึ้น

   2.   ข่าวส่วนใหญ่มักส่งผลต่อสกุลเงินหลัก (USD)
เงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) ถือเป็นสกุลเงินหลักของระบบการเงินโลก และมีอิทธิพลต่อคู่เงินอื่น ๆ อย่างมาก ดังนั้น ข่าวเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับสหรัฐอเมริกามักก่อให้เกิดความผันผวนในตลาด Forex อย่างชัดเจน การติดตามข่าวผ่านปฏิทินข่าว Forex Factory จะช่วยให้คุณเตรียมความพร้อมก่อนเกิดการเคลื่อนไหวครั้งสำคัญของราคาในตลาด
-
   3.   ข่าวแรงมักสร้างความผันผวนสูง เทรดเดอร์ควรเตรียมแผนรับมือ
ช่วงเวลาที่มีข่าวสำคัญ เช่น รายงานตัวเลข Non-Farm Payrolls (NFP) หรือการประชุมของธนาคารกลาง มักทำให้ตลาด Forex เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและรุนแรง หากขาดการวางแผนที่ดี อาจเพิ่มโอกาสขาดทุนได้ การรู้กำหนดเวลาล่วงหน้าผ่านปฏิทินข่าว Forex Factory จะช่วยให้เทรดเดอร์สามารถวางกลยุทธ์รับมือได้อย่างรอบคอบ

   4.   ค่า Spread อาจขยายตัวในช่วงเวลาข่าว
เมื่อเกิดข่าวสำคัญ ความผันผวนของตลาดจะเพิ่มสูงขึ้น โบรกเกอร์หลายแห่งจึงเลือกปรับค่า Spread ให้กว้างขึ้นชั่วคราว เพื่อบริหารความเสี่ยงของระบบการซื้อขาย การทราบช่วงเวลาข่าวล่วงหน้าจะช่วยให้คุณหลีกเลี่ยงการเข้าเทรดในช่วง Spread สูง หรือเตรียมแผนรับมือได้อย่างเหมาะสม

   5.   ตัวเลขข่าวส่งผลต่อทิศทางนโยบายการเงินของประเทศ
ข้อมูลเศรษฐกิจที่ประกาศออกมา เช่น GDP หรือ CPI มักถูกใช้เป็นปัจจัยในการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลาง ไม่ว่าจะเป็นการปรับขึ้นหรือลดอัตราดอกเบี้ย ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อค่าเงินและทิศทางของตลาด Forex


ปฏิทินข่าว Forex Factory มีข้อมูลอะไรบ้าง?


   1.   ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP: Gross Domestic Product)
GDP ย่อมาจาก Gross Domestic Product คือ การคำนวณรายได้ที่เกิดขึ้นภายในประเทศเป็นหลัก โดยไม่รวมรายได้จากต่างประเทศ ซึ่ง GDP ถือเป็นตัวเลขสำคัญอย่างมากในปฏิทินข่าว Forex Factory โดยบนหน้าเว็บไซต์จะมีการรายงานตัวเลข GDP ในช่วงสัปดาห์ที่ 3 – 4 ของทุกเดือน เพื่อใช้เป็นตัวชี้วัดการขยายตัวของเศรษฐกิจในปัจจุบัน และส่งผลกระทบโดยตรงต่อค่าเงินที่เทรดเดอร์นิยม เช่น USD ซึ่งมีอิทธิพลต่อทิศทางการเคลื่อนไหวของราคาในตลาด Forex โดยตรง


   2.   ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI: Consumer Price Index)
CPI หรือ Consumer Price Index เป็นตัวเลขที่ใช้วัดการเปลี่ยนแปลงของราคาสินค้าและบริการจากมุมมองของผู้บริโภค โดยดัชนีนี้ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือวัดระดับเงินเฟ้อภายในประเทศ หากตัวเลข CPI ออกมาสูงกว่าค่าปกติ ก็หมายความว่าอัตราเงินเฟ้อของประเทศนั้นอยู่ในระดับสูง ในทางกลับกัน หากตัวเลข CPI อยู่ในระดับต่ำ ก็อาจสะท้อนว่าประเทศกำลังเผชิญภาวะเศรษฐกิจถดถอย ซึ่งค่า CPI ที่เหมาะสมควรอยู่ในระดับปานกลาง เพื่อบ่งชี้ถึงอัตราเงินเฟ้อที่สมดุล


   3.   ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI: Producer Price Index)
PPI หรือ Producer Price Index เป็นตัวเลขที่ใช้วัดการเปลี่ยนแปลงของราคาสินค้าโดยเฉลี่ยในฝั่งผู้ผลิตภายในช่วงระยะเวลาหนึ่ง โดยข้อมูล PPI จะช่วยสะท้อนแนวโน้มของค่าเงินภายในประเทศ ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว ตัวเลข PPI มักเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกับตัวเลข CPI หากค่า PPI ปรับตัวสูงขึ้น ตัวเลข CPI ก็มักจะปรับสูงตามไปด้วย ในขณะที่หาก PPI ลดลง ตัวเลข CPI ก็มีแนวโน้มลดลงเช่นกัน


IMG 5657" border="0
16
พูดคุยForexทั่วไป / ก้าวแรกสู่การเป็นนักเทรด Forex มืออาชีพ
« กระทู้ล่าสุด โดย rannie2020 เมื่อ 17/ธ.ค./2025 06:40:17 »
สวัสดีค่ะ ตอนนี้หลายคนน่าจะติดตามข่าวการเมืองหลังจากที่ยุบสภาและได้ประกาศวันเลือกตั้งใหม่ หลายคนก็แอบลุ้นว่าทิศทางการเมืองไทยจะไปทางไหนต่อ และสำหรับสายเทรด Forex วันนี้ต้ิงไม่พลาดกับ ก้าวแรกสู่การเป็นนักเทรด Forex มืออาชีพ การจะพัฒนาตนเองไปสู่การเป็น นักเทรด Forex มืออาชีพ นั้นไม่ใช่สิ่งที่ทำได้ง่ายและไม่มีทางลัดใดๆ จำเป็นต้องอาศัยองค์ความรู้ ความเข้าใจ การฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง รวมถึงวินัยในการเทรดที่เข้มงวด นี่คือจุดเริ่มต้นสำคัญที่คุณควรลงมือทำเพื่อวางรากฐานให้มั่นคง บทความนี้จะพาทุกท่านไปทำความเข้าใจว่า “Forex คืออะไร?” ผ่านหัวข้อ “6 ขั้นตอนก้าวสู่นักเทรด Forex แบบมืออาชีพ” กัน


6 ขั้นตอนก้าวสู่นักเทรด Forex แบบมืออาชีพ


   1.   เรียนรู้พื้นฐานให้แน่นก่อนเข้าสู่ตลาดจริง ก่อนจะก้าวเข้าสู่สนามการเทรดจริง สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับพื้นฐานของตลาด Forex ให้มั่นคง คุณจำเป็นต้องทราบว่า
•   Forex คืออะไร? ศึกษากลไกของตลาด วิธีการซื้อขายคู่สกุลเงิน และแนวทางการสร้างกำไรจากความต่างของราคา
•   คำศัพท์พื้นฐาน: เช่น Pip, Spread, Leverage, Margin, Lot, Bid/Ask Price
•   ปัจจัยที่ส่งผลต่อค่าเงิน: ทั้งปัจจัยพื้นฐาน (เศรษฐกิจ, การเมือง, ข่าวสาร) และปัจจัยทางเทคนิค (กราฟ, อินดิเคเตอร์)
•   ความเสี่ยงที่ต้องเผชิญ: โดยเฉพาะเรื่อง เลเวอเรจ ซึ่งเป็นได้ทั้งโอกาสและความเสี่ยง
แหล่งความรู้: อ่านหนังสือ, สมัครคอร์สออนไลน์, รับชมวิดีโอสอน, เข้าร่วมเว็บบินาร์ หรือศึกษาจากบล็อกและเว็บไซต์ที่มีความน่าเชื่อถือ


   2.   เลือกโบรกเกอร์ Forex ที่ปลอดภัยและเหมาะสม การคัดเลือกโบรกเกอร์ที่ดีถือเป็นหัวใจหลักของการเทรด Forex เพราะโบรกเกอร์คือผู้ให้บริการแพลตฟอร์มและเป็นช่องทางในการเข้าถึงตลาด สิ่งที่ควรพิจารณา ได้แก่
•   การกำกับดูแล (Regulation): โบรกเกอร์ควรอยู่ภายใต้การดูแลของหน่วยงานที่เชื่อถือได้ เช่น FCA (อังกฤษ), CySEC (ไซปรัส), ASIC (ออสเตรเลีย) หรือ NFA (สหรัฐอเมริกา) เพื่อความปลอดภัยของเงินลงทุน
•   ประเภทบัญชีและสเปรด: เลือกบัญชีที่สอดคล้องกับสไตล์การเทรดของคุณ (เช่น Standard, ECN) และตรวจสอบว่าสเปรดเหมาะสมหรือไม่
•   แพลตฟอร์มการเทรด: ส่วนใหญ่นิยมใช้ MetaTrader 4 (MT4) หรือ MetaTrader 5 (MT5) ควรใช้งานง่าย มีเครื่องมือครบ และมีความเสถียร
•   ช่องทางฝาก-ถอนเงิน: พิจารณาความสะดวก ความรวดเร็ว และค่าธรรมเนียมในการทำธุรกรรม
•   การบริการลูกค้า: ติดต่อได้ง่ายและให้ความช่วยเหลือได้อย่างมีประสิทธิภาพ


   3.   เริ่มฝึกด้วยบัญชีทดลอง (Demo Account) เสมือนจริง นี่คือขั้นตอนสำคัญที่สุดในการพัฒนา อย่ารีบนำเงินจริงมาใช้ในการเทรด บัญชีทดลองจะช่วยให้คุณ
•   คุ้นเคยกับแพลตฟอร์ม: เรียนรู้การส่งคำสั่งซื้อขาย และการตั้งค่า Stop Loss/Take Profit
•   ทดสอบกลยุทธ์การเทรด: นำความรู้ที่ศึกษาไปทดลองวางแผนและประเมินผลลัพธ์
•   เข้าใจความผันผวนของตลาด: สัมผัสบรรยากาศตลาดจริงโดยไม่ต้องเสี่ยงเงิน
•   เสริมสร้างวินัย: ฝึกการบริหารความเสี่ยงและควบคุมอารมณ์ในสภาพแวดล้อมเสมือนจริง
ควรใช้บัญชีทดลองจนกว่าจะเข้าใจระบบทั้งหมดและมั่นใจในกลยุทธ์ของตนเองอย่างแท้จริง


   4.   วางแผนการเทรด (Trading Plan) ให้ชัดเจน นักเทรดมืออาชีพทุกคนล้วนมีแผนการเทรดที่เป็นระบบ แผนของคุณควรประกอบด้วย
•   เป้าหมายการเทรด: ต้องการผลตอบแทนเท่าใด และภายในกรอบเวลาใด
•   สไตล์การเทรด: คุณเป็น Scalper, Day Trader, Swing Trader หรือ Position Trader ซึ่งแต่ละแบบมีระยะเวลาถือออเดอร์แตกต่างกัน
•   คู่สกุลเงินที่จะเทรด: เลือกคู่ที่คุณเข้าใจและเหมาะสมกับกลยุทธ์ที่ใช้
•   กลยุทธ์การเข้า/ออก (Entry/Exit Strategy): กำหนดจุดเข้า จุดออก และเครื่องมือที่ใช้ในการตัดสินใจ
•   การบริหารความเสี่ยง (Risk Management): กำหนดขนาดล็อต จุดตัดขาดทุน (Stop Loss) และจำกัดความเสี่ยงต่อครั้ง เช่น ไม่เกิน 1-2% ของเงินทุน
•   การบริหารเงินทุน (Money Management): เทรดเฉพาะเงินที่สามารถรับความเสี่ยงได้ และไม่ฝืนเกินกำลัง


   5.   สร้างวินัยและควบคุมอารมณ์ให้ได้ การเทรด Forex คือการต่อสู้กับจิตใจของตนเองมากกว่าการแข่งขันกับตลาด
•   ทำตามแผนอย่างเคร่งครัด: เมื่อวางแผนแล้วต้องยึดตามแผน ไม่ใช้อารมณ์เป็นตัวนำ
•   ยอมรับการขาดทุน: การขาดทุนเป็นเรื่องปกติของการเทรด ควรยอมเสียเล็กน้อยเพื่อป้องกันการเสียหายที่ใหญ่กว่า
•   มีความอดทน: รอจังหวะที่เหมาะสม ไม่รีบเปิดออเดอร์โดยไม่มีสัญญาณ
•   จัดการอารมณ์ให้ดี: ไม่หลงดีใจเมื่อได้กำไร และไม่ตื่นตระหนกเมื่อขาดทุน


   6.   พัฒนาและปรับปรุงอย่างสม่ำเสมอ นอกเหนือจากการเข้าใจว่า Forex คืออะไร ตลาด Forex ยังเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ไม่มีกลยุทธ์ใดใช้ได้ผลเสมอไป
•   จดบันทึกการเทรด (Trading Journal): บันทึกเหตุผลการเข้า-ออก ผลลัพธ์ และสภาพอารมณ์ เพื่อใช้วิเคราะห์ย้อนหลัง
•   ประเมินผลการเทรด: ตรวจสอบบันทึกอย่างสม่ำเสมอเพื่อค้นหาจุดแข็งและปรับปรุงจุดอ่อน
•   ติดตามข่าวและเทคโนโลยีใหม่ๆ: อัปเดตข้อมูลเศรษฐกิจ นโยบาย และเครื่องมือการเทรดใหม่อยู่เสมอ



จากเนื้อหาใน 6 ขั้นตอนก้าวสู่การเป็นนักเทรด Forex ที่ได้รวบรวมมาให้ทุกท่านศึกษา เชื่อว่าน่าจะช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจการเทรด Forex ในระดับพื้นฐาน และทราบแล้วว่าการเทรด Forex คืออะไรอย่างชัดเจน พร้อมนำไปต่อยอดสู่การพัฒนาการลงทุนให้ดียิ่งขึ้น ขอให้ทุกท่านประสบความสำเร็จในการลงทุนตามเป้าหมายที่ตั้งไว้



IMG 5656" border="0
17
สวัสดีค่ะ แม้ว่าหาดใหญ่จะผ่านวิกฤตน้ำท่วมครั้งใหญ่ไปแล้ว แต่ยังต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูอีกสักพัก พวกเราสายเทรดเดอร์ก็ขอเป็นกำลังใจให้ชาวบ้านทุกคนที่ได้รับผลกระทบนะคะ และสำหรับสายเทรด Forex วันนี้เรามีคลิปดีๆมาฝาก ที่คิดว่าน่าสนใจและเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ อย่างแน่นอนกับ  เทคนิคการเทรดกำไร 1 ล้านบาทภายใน 7 วัน(สอนแบบจับมือทำ) จะเป็นยังไงไปรับชมกันเลยจ้า


 :-\ :) :-\


<a href="https://www.youtube.com/watch?v=vLSOrnd42Xs" target="_blank">https://www.youtube.com/watch?v=vLSOrnd42Xs</a>
18
สวัสดีจ้า นับถอยหลังไม่ถึงเดือนจะถึงวันสิ้นปี เตรียมต้อนรับปีใหม่แล้ว หลายคนเตรียมตัววางแผนการพักผ่อน เดินทางกลับไปบ้านหาครอบครัวในวันหยุดยาวกัน และสำหรับวันนี้เรามาเอาใจสายเทรด Forex มาดู กฎการเทรดForex เพื่อจำกัดความเสี่ยงในตลาด Forex  ในการเทรด Forex หากมองว่า “Mindset” คือหัวใจของการเทรด การบริหารความเสี่ยงก็เปรียบเสมือน “ปอด” ที่ช่วยให้เทรดเดอร์อยู่รอดได้อย่างยั่งยืน นักเทรดที่ต้องการประสบความสำเร็จจำเป็นต้องเข้าใจหลักการบริหารความเสี่ยง (Risk Management) ที่ถูกต้อง ซึ่งต้องใช้หลายปัจจัยประกอบกัน



ทำไมต้องมีกฎในการเทรด Forex ?

จริง ๆ แล้ว “กฎการเทรด” ไม่ใช่เรื่องเข้าถึงยาก แต่เป็นเรื่องที่คนส่วนใหญ่ รู้ว่าต้องทำแต่ทำไม่ค่อยได้ จึงเกิดคำว่า “วินัยในการเทรด” ขึ้นมา
กฎการเทรดมักบอกว่าห้ามทำอะไร แต่เราก็เผลอทำมันอยู่เสมอ และผลลัพธ์ที่ตามมาจากการละเมิดกฎก็คือ การล้างพอร์ต
ถึงแม้จะมีการวางกฎไว้ดีแค่ไหน หากไม่มีการปฏิบัติตาม กฎเหล่านั้นก็ไม่มีความหมายเลย ดังนั้นกฎการเทรดต้องเดินคู่กับ Mindset ที่ถูกต้อง เช่น การตั้ง Stop Loss ทุกครั้งก่อนเข้าออเดอร์เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่ไม่คาดคิด

วันนี้เราจะดูตัวอย่างกฎการเทรดสำคัญ 2 แบบที่นักเทรดควรรู้จัก



1. กฎการเทรด 2%

กฎนี้เป็นแนวคิดที่ใช้กันแพร่หลายในการจำกัดความเสี่ยงต่อการเทรดแต่ละครั้ง คือ ไม่เสี่ยงเกิน 2% ของเงินทุนทั้งหมด
หมายความว่า หากคุณมีพอร์ต 1,000 ดอลลาร์ คุณควรยอมขาดทุนไม่เกิน 20 ดอลลาร์ต่อหนึ่งออเดอร์

ตามหลักคณิตศาสตร์ หากคุณขาดทุนทีละครั้ง 2% คุณสามารถแพ้ติดต่อกันได้ถึง 50 ครั้ง ก่อนที่เงินจะหมด แต่ในความเป็นจริง หากระบบของคุณแพ้ติดกันเกิน 10–15 ครั้ง นั่นเป็นสัญญาณชัดเจนว่าระบบมีปัญหา ควรหยุดและทบทวนทันที ไม่ใช่ฝืนเทรดต่อ

นอกจากนี้ การใช้กฎ 2% ควรจับคู่กับการตั้ง Risk Reward Ratio ที่ดี เช่น แม้ราคาขยับไม่มาก แต่คุณสามารถตั้ง TP ให้ได้ผลตอบแทนมากกว่า 2% ได้โดยการปรับขนาด Lot ให้เหมาะสม เพื่อให้ผลกำไรชนะความเสี่ยงในระยะยาว



2. กฎการเทรดแบบใช้ “เวลา” เป็นตัวกำหนด

นอกจากการกำหนดความเสี่ยงเป็นเปอร์เซ็นต์ของพอร์ตแล้ว ยังมีกฎการเทรดอีกรูปแบบหนึ่งคือการใช้ “เวลา” เป็นจุดตัดสินใจเข้าออก

ตัวอย่างเช่น
   •   ตั้งกฎว่า เริ่มเทรดเวลา 08.00 น.
   •   และจะ ปิดทุกออเดอร์เวลา 11.00 น. ไม่ว่ากราฟจะกำไรหรือขาดทุนก็ตาม

การเทรดลักษณะนี้โฟกัสเพียง “ทิศทางราคา” หากคาดการณ์ถูกก็ได้กำไร หากผิดก็ขาดทุน และมักใช้ในช่วงที่มีข่าวหรือช่วงตลาดเปิดที่มีความผันผวนสูง
นักเทรดบางกลุ่มที่ใช้สไตล์นี้จะไปเทรดตลาดอย่าง binary option (ซึ่งหลายคนมองว่าคล้ายการพนัน) เพราะใช้เวลาเป็นตัวกำหนดชัดเจน

สิ่งสำคัญที่สุดของการเทรดแบบตั้งเวลา คือ
วินัย และการตัดสินใจอย่างเด็ดขาด
เมื่อถึงเวลา ต้องปิดออเดอร์ทันที ไม่ลังเล ไม่ปล่อยให้ความโลภหรือความกลัวเข้ามาควบคุม



สรุป

การจัดการความเสี่ยงคือรากฐานสำคัญของการเทรด Forex หากไม่อยากล้างพอร์ต คุณต้องรู้จักกฎการเทรดและนำไปใช้จริงอย่างมีวินัย
กฎถูกสร้างขึ้นเพื่อป้องกันการตัดสินใจตามอารมณ์ ไม่ว่าจะความโลภ ความกลัว หรือความหวัง หากอยากให้กฎเหล่านี้มีประสิทธิภาพจริง คุณต้องตัดสินใจทุกอย่างล่วงหน้าก่อนเปิดออเดอร์

กฎการเทรดที่นำมาแบ่งปันในวันนี้มี 2 ข้อสำคัญ:
   1.   เสี่ยงไม่เกิน 2% ต่อครั้ง
   2.   ใช้เวลาเป็นตัวกำหนดเข้า-ออก

การตั้งเวลาเข้าออกช่วยลดอารมณ์แทรก เพราะเมื่อถึงเวลา ก็เพียงแค่ทำตามกฎที่กำหนดไว้ เทรดให้เป็นระบบได้มากขึ้น และลดโอกาสทำผิดพลาด


2019 02 01 160628" border="0
19
สวัสดีค่ะ ช่วงนี้สถานการณ์บ้านเมืองยังไม่ค่อยสงบ โดยเฉพาะชายแดนไทยกัมพูชา ยังไงพวกเราของเป็นกำลังใจให้ทหารกล้าทุกนาย และชายบ้านที่ต้องอพยพให้ผ่านเหตุการณ์เหล่านี้ไปอย่างปลอดภัยทุกคนเลยนะคะ และสำหรับสายเทรด Forex วันนี้เรามาดู เทคนิคการเทรด Forex ที่ใช้เวลาเทรดแค่ 10 นาทีต่อวัน แต่ได้กำไรมากกว่าเฝ้าจอทั้งวัน จะเป็นยังไงไปรับชมกันเลยจ้า


 ??? ??? ???



<a href="https://www.youtube.com/watch?v=N-ntCC1ajI8" target="_blank">https://www.youtube.com/watch?v=N-ntCC1ajI8</a>
20
พูดคุยForexทั่วไป / 10 พฤติกรรม ที่ทำให้การเทรด Forex ล้มเหลว
« กระทู้ล่าสุด โดย rannie2020 เมื่อ 11/ธ.ค./2025 08:00:12 »
สวัสดีจ้า ตอนนี้แทบไม่รู้ว่าอยู่ฤดูไหน ตอนเช้าอากาศเย็น แต่ตอนกลางวันกลับอากาศร้อนมาก ซื้อเสื้อกันหนาวมายังไม่ได้ใช้กันเลย และสำหรับสายเทรด Forex วันนี้เรามาดู 10 พฤติกรรม ที่ทำให้การเทรด Forex ล้มเหลว  หลังจากที่เราได้พูดคุยเกี่ยวกับแนวทางสร้างความสำเร็จในตลาด Forex ไปแล้ว (อ่านเพิ่มใน “5 Mindset ที่จะทำให้เป็นเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จในตลาด Forex”) ครั้งนี้เรามาลองพลิกอีกด้านกันบ้าง ว่าพฤติกรรมแบบไหนที่อาจดึงคุณให้ไกลจากเป้าหมายในเส้นทางการเทรด ถ้าคุณยังทำพฤติกรรมเหล่านี้อยู่ มาตรวจสอบไปพร้อมกันว่า ข้อไหนที่ควรพัฒนาเพิ่มเติม



1. พื้นฐานการเทรด Forex ไม่แน่นพอ

มือใหม่ส่วนใหญ่ มักคิดว่าเครื่องมือหรืออินดิเคเตอร์ต่าง ๆ จะช่วยให้เทรดได้ง่ายขึ้น แต่ความจริงคือเครื่องมือเหล่านั้นไม่ได้ช่วยได้เท่าไร หากพื้นฐานยังไม่ดีพอ สิ่งสำคัญอันดับแรกคือการเรียนรู้โครงสร้างพื้นฐานของการเทรดให้แน่น สำหรับใครที่อยากประหยัดเวลาศึกษาก็สามารถเริ่มจากคอร์ส START TO TRADE ได้
นอกจากนี้ หากคุณเข้าสู่ตลาดโดยไม่เข้าใจสินทรัพย์หรือคู่เงินที่เทรด ก็เท่ากับเพิ่มความเสี่ยงมหาศาล แนะนำให้อ่านบทความเรื่องค่าเงินอ่อน ค่าเงินแข็ง และผลต่อราคาในตลาด Forex เพื่อใช้เป็นฐานความรู้ต่อยอดในอนาคต
จงจำไว้ว่า ไม่มีสูตรตายตัวในการเทรด ทุกระบบต้องปรับตามตลาด ความรู้จึงเป็นการลงทุนที่สำคัญที่สุดในช่วงเริ่มต้น



2. ไม่มีกลยุทธ์ชัดเจน

การคิดเอาเองว่ากลยุทธ์หนึ่งจะทำกำไรได้ โดยไม่มีการวิเคราะห์หรือทดสอบอย่างจริงจัง คือหนึ่งในสาเหตุหลักของการล้มเหลว นักเทรดที่ดีต้องมี “ข้อได้เปรียบ” กลยุทธ์ต้องมีโอกาสชนะมากกว่าแพ้ และมีผลลัพธ์ที่สม่ำเสมอในระยะยาว
คุณอาจเริ่มจากศึกษาวิธีพัฒนากลยุทธ์การเทรด Forex เพื่อสร้างความได้เปรียบที่ยั่งยืน



3. พึ่งพาเทคนิคเดียว

หลายคนใช้กลยุทธ์เดียวเทรดทุกสภาวะตลาด ซึ่งเป็นเรื่องที่ทำให้พอร์ตเสียได้ง่าย เพราะแต่ละตลาด—เทรนด์ขึ้น, เทรนด์ลง หรือไซด์เวย์—ล้วนต้องใช้วิธีการแตกต่างกัน
เทรดตามเทรนด์อาจเวิร์กเมื่อราคาไปทิศเดียว แต่ถ้าตลาดเริ่มแกว่งตัวหรือไซด์เวย์ การถือออร์เดอร์เดิมแบบเชื่อสุดใจ อาจทำให้เจอการขาดทุนหนักได้
เพราะฉะนั้น การปรับกลยุทธ์ให้เข้ากับตลาดจึงเป็นสิ่งจำเป็น



4. ขาดวินัยในการเทรด

แม้จะมีกลยุทธ์ดีแค่ไหน แต่ถ้าไร้วินัย ก็ไปไม่รอด เช่น รู้ว่าต้องรอจังหวะ แต่กลับรีบเข้าเพราะกลัวพลาดโอกาส นานไปกลายเป็นระบบพัง วินัยจึงเป็นตัวแปรสำคัญที่กำหนดความสำเร็จหรือความล้มเหลว



5. กดดันตัวเองมากเกินไป

หลายคนเข้าตลาดด้วยความหวังว่าจะทำกำไรเร็ว ๆ เช่น ภายใน 1–2 เดือนแรก แต่ยิ่งเรียนรู้ยิ่งรู้ว่าตลาดไม่ง่ายอย่างที่คิด ความกดดันทำให้เน้นแต่ผลลัพธ์ ไม่สนใจกระบวนการ สุดท้ายจบด้วยการขาดทุนอย่างหนัก
ความจริงคือ การเทรดต้องใช้เวลา เรียนรู้ และปรับตัว ไม่ใช่เร่งรีบเพื่อหวังผลลัพธ์ทางกำไร



6. ไม่ทบทวนผลการเทรดของตัวเอง

ถ้าไม่เคยตรวจสอบการเทรดของตัวเอง ก็ไม่มีวันรู้ว่าคุณกำลังทำดีแล้วหรือกำลังทำผิดพลาดอยู่ตรงไหน ซึ่งทำให้พัฒนาไม่ได้
การรู้ว่าเราเป็นนักเทรดสไตล์ไหน มีจุดอ่อนอะไร คือสิ่งที่ช่วยให้คุณเติบโตได้เร็วขึ้น



7. มองข้ามจิตวิทยาการเทรด

เทรดเดอร์แต่ละคนมีบุคลิกและการตอบสนองต่อความเคลื่อนไหวของตลาดไม่เหมือนกัน ความเข้าใจจิตวิทยาการเทรดจะช่วยให้รู้จักตัวเองมากขึ้น และช่วยให้มองเห็นพฤติกรรมราคาผ่าน price action ได้ดีขึ้นด้วย
หากไม่มีจิตวิทยาที่ดี เมื่อขาดทุนมักจะเกิดพฤติกรรม “เทรดเอาคืน” ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของความเสี่ยงระดับสูง และทำให้หลุดจากกรอบการทำกำไรได้ง่ายมาก



8. ตั้งเป้าหมายสูงเกินไป

การตั้งเป้าหมายกำไรสูงไม่ผิด แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานของความเป็นไปได้ ข้อผิดพลาดไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขเป้าหมาย แต่อยู่ที่การโฟกัสผิดจุด
เทรดเดอร์ควรโฟกัสที่ “กระบวนการ” ไม่ใช่แค่ “กำไร”
ถ้ากลยุทธ์เดินมาถูกทาง กำไรจะตามมาเอง แต่คนส่วนใหญ่มักเน้นผลลัพธ์มากไป จนเผลอ Over Trade หรือ Over Lot



9. ยอมรับการขาดทุนไม่ได้

นี่คือข้อผิดพลาดยอดฮิต นักเทรดจำนวนมากไม่ยอม SL เมื่อถึงจุดขาดทุนที่วางไว้ บางคนตั้ง SL แล้ว แต่เมื่อราคาใกล้จะโดน ก็เลื่อนหนีเพราะไม่ยอมรับความเสียหาย สุดท้ายกลายเป็นการขาดทุนหนักจนพอร์ตเสียหาย
การยอมรับการขาดทุนเป็นสกิลที่สำคัญมาก และควรรู้ล่วงหน้าว่า “เรายอมเสียได้กี่บาท” ตั้งแต่ก่อนเปิดออร์เดอร์เสมอ



10. ไม่จัดการความเสี่ยง

แม้คุณจะมีความรู้ กลยุทธ์ วินัย และ mindset ที่ดีครบทุกข้อ หากไม่มีการบริหารความเสี่ยง ทุกอย่างก็พังได้ การจัดการความเสี่ยงจึงเป็นหัวใจสำคัญที่สุดของการอยู่รอดในตลาด Forex
สามารถศึกษาวิธีจัดการความเสี่ยงเพื่อลดการขาดทุนได้จากบทความที่เกี่ยวข้อง



สรุป

ลองเช็กตัวเองว่าใน 10 ข้อนี้ คุณกำลังขาดข้อไหนอยู่บ้าง เพราะการรู้จุดอ่อนของตัวเองคือก้าวแรกของความสำเร็จ การพัฒนาตัวเองอย่างสม่ำเสมอจะทำให้คุณอยู่ห่างจากความล้มเหลว และใกล้ความสำเร็จในการเทรดมากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่มีใครทำไม่ได้ หากยังไม่หยุดเรียนรู้และพัฒนา



Forex Trading" border="0
หน้า: 1 [2] 3 4 ... 10
SMF 2.0.15 | SMF © 2011, Simple Machines
SMFAds for Free Forums