กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: 1 2 [3] 4 5 ... 10
21
สวัสดีค่ะ ในบางครั้งชีวิตก็ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่ถ้าหากเป็นการลงทุน ส่วนใหญ่เทรดเดอร์มักจะกระจายความเสี่ยง เพื่อลดความเสี่ยงในการลงทุน และสำหรับเพื่อนๆ ที่ชื่นชอบการเทรด Forex หรือกำลังศึกษาอยู่วันนี้เรามาดู เปรียบเทียบการเทรด Forex vs. ฟิวเจอร์สสกุลเงิน: อะไรดีกว่าและน่าสนใจกว่ากัน การเทรด Forex ทั่วไป (ตลาดสปอต Forex) มีความคล้ายคลึงกับตลาดฟิวเจอร์ส Forex เพราะทั้งสองตลาดต่างใช้หลักการเก็งกำไรจากสกุลเงินและอัตราแลกเปลี่ยน แต่ก็มีความแตกต่างบางส่วนที่ผู้เทรดควรทำความเข้าใจอย่างละเอียด


พื้นฐานของการเทรด Forex แบบสปอต

ตลาดสปอตคือการเทรดสกุลเงินในลักษณะการซื้อขายทันที ซึ่งอยู่ในระบบการเงินแบบกระจายศูนย์ มีเครือข่ายทั่วโลกที่ประกอบด้วยธนาคาร สถาบันการเงิน นายหน้าออนไลน์ และผู้เข้าร่วมรายอื่นในตลาด การเทรด Forex เป็นการแลกเปลี่ยนสกุลเงินเป็นคู่ โดยอัตราแลกเปลี่ยนขึ้นอยู่กับคำสั่งซื้อขายจริงมากกว่าราคาหลัก ทำให้คำสั่งราคามีบทบาทสำคัญในทุกธุรกรรมที่เกิดขึ้น



ข้อดีของการเทรด Forex

* **สภาพคล่องสูง**
  ตลาด Forex มีขนาดใหญ่และเปิดกว้าง ทำให้สภาพคล่องสูง แม้ทำธุรกรรมขนาดใหญ่ก็ไม่ส่งผลกระทบต่อราคาอย่างมีนัยสำคัญ

* **เลเวอเรจสูง**
  ระดับเลเวอเรจแตกต่างกันตามภูมิภาค เช่น ในสหรัฐอเมริกาอนุญาตสูงสุดที่ 50:1 แต่ในบางพื้นที่อาจสูงถึง 1:1000 ซึ่งเพิ่มโอกาสทำกำไรได้มากขึ้น

* **เข้าถึงตลาดได้ทุกเวลา**
  ตลาด Forex เปิดตลอด 24 ชั่วโมงต่อวัน ผู้เทรดสามารถซื้อขายได้ทุกที่ผ่านสมาร์ทโฟนและเริ่มต้นด้วยเงินลงทุนขั้นต่ำ

* **ไม่มีค่าคอมมิชชั่น**
  หากเลือกโบรกเกอร์ที่น่าเชื่อถือ การซื้อขายสามารถทำได้โดยไม่ต้องเสียค่าคอมมิชชั่นเพิ่มเติม

* **เหมาะกับบัญชีอิสลาม**
  โบรกเกอร์หลายรายปรับเงื่อนไขให้สอดคล้องกับหลักศาสนาอิสลาม เพื่อให้ผู้เทรดสามารถลงทุนได้อย่างถูกต้องตามหลักศาสนา



ข้อเสียของการเทรด Forex

* **ตลาดไร้ศูนย์กลางควบคุม**
  แม้จะเปิดกว้าง แต่ความไม่มีศูนย์กลางควบคุมทำให้มีความเสี่ยงต่อการถูกหลอกลวง ดังนั้นจึงควรเลือกโบรกเกอร์ที่ได้รับใบอนุญาตและมีชื่อเสียง

* **ราคาเสนออาจไม่ต่อเนื่อง**
  อัตราแลกเปลี่ยนอาจต่างกันไปตามแหล่งข้อมูล ทำให้ราคาไม่สอดคล้องกันในบางช่วงเวลา

* **ความผันผวนสูง**
  ตลาด Forex อาจเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะช่วงเหตุการณ์เศรษฐกิจสำคัญ ซึ่งอาจทำให้เกิดการขาดทุนได้หากไม่มีแผนบริหารความเสี่ยงที่ดี

อย่างไรก็ตาม การเทรด Forex ยังคงเป็นทางเลือกที่มั่นคงในการสร้างผลตอบแทน หากรู้จักจัดการความเสี่ยง ตั้งค่าจุดตัดขาดทุน และเลือกโบรกเกอร์ที่ไว้ใจได้



พื้นฐานของการเทรดฟิวเจอร์ส Forex

ฟิวเจอร์ส (Futures) คือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของสินทรัพย์ที่สามารถใช้เพื่อเก็งกำไรหรือป้องกันความเสี่ยง สัญญานี้เป็นข้อตกลงในการซื้อหรือขายคู่สกุลเงินในวันที่กำหนดไว้ล่วงหน้า ฟิวเจอร์สสกุลเงินมีการซื้อขายในตลาด CME โดยมีขนาดล็อตต่าง ๆ เช่น e-micro, e-mini และล็อตมาตรฐาน ซึ่งโดยทั่วไปจะอ้างอิงค่าเงินเป็นดอลลาร์สหรัฐ หนึ่งในสกุลเงินหลักที่มีเสถียรภาพที่สุดในโลก



ข้อดีของฟิวเจอร์สสกุลเงิน

* **ตลาดมีการกำกับดูแลอย่างชัดเจน**
  การซื้อขายฟิวเจอร์สอยู่ภายใต้การควบคุมของหน่วยงานเช่น CFTC และ CME ช่วยลดความเสี่ยงจากการฉ้อโกงและเพิ่มความมั่นใจให้กับนักลงทุน

* **ราคาชัดเจนและโปร่งใส**
  ผู้เทรดทุกคนจะเห็นข้อมูลราคาเดียวกัน ไม่ว่าจะเข้าผ่านแหล่งข้อมูลใด ทำให้ตลาดมีความโปร่งใสสูง

* **สภาพคล่องสูงในระดับมาตรฐาน**
  แม้จะไม่เท่าตลาด Forex สปอต แต่ตลาดฟิวเจอร์สยังคงมีสภาพคล่องสูงเพราะอิงราคาจากอัตราแลกเปลี่ยนจริงของตลาด Forex



ข้อเสียของฟิวเจอร์สสกุลเงิน

* **เงื่อนไขทางการเงินเข้มงวดกว่า**
  ผู้เทรดต้องใช้บัญชีมาร์จิ้นและเงินทุนมากกว่า ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการขาดทุนหากตลาดเคลื่อนไหวสวนทาง

* **เลเวอเรจน้อยกว่า Forex สปอต**
  โดยทั่วไปไม่เกิน 30:1 สำหรับคู่สกุลเงินหลัก และประมาณ 20:1 สำหรับคู่เงินแปลกใหม่ ซึ่งต่ำกว่าตลาดสปอตมาก

* **มีค่าคอมมิชชั่นและค่าธรรมเนียม**
  การเทรดฟิวเจอร์สต้องจ่ายค่าคอมมิชชั่นต่อสัญญา รวมถึงค่าธรรมเนียมการแลกเปลี่ยน ทำให้ต้นทุนรวมในการเทรดสูงขึ้น



สรุปความแตกต่างระหว่าง Forex สปอตและฟิวเจอร์ส

ทั้งสองตลาดเป็นทางเลือกที่ดีในการเก็งกำไรและป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวนของสกุลเงิน แต่ตลาดสปอตมีความยืดหยุ่น เข้าถึงง่าย และใช้เงินทุนเริ่มต้นน้อยกว่า เหมาะสำหรับผู้เทรดทั่วไป ขณะที่ตลาดฟิวเจอร์สให้ความโปร่งใสและปลอดภัยกว่าเพราะมีการกำกับดูแล แต่ต้องใช้เงินทุนสูงและมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

ท้ายที่สุด การเลือกว่าจะเทรดแบบใดขึ้นอยู่กับเป้าหมายทางการเงิน ขนาดเงินทุน และระดับความเสี่ยงที่ผู้เทรดแต่ละคนยอมรับได้


back view young business bearded man having phone call with his ceo diagrams computer monitor 482257" border="0
22
พูดคุยForexทั่วไป / สอนอ่านแท่งเทียน Forex ฉบับโค้ช
« กระทู้ล่าสุด โดย rannie2020 เมื่อ 24/ต.ค./2025 11:51:58 »
สวัสดีจ้า ในยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในปัจจุบัน ทำให้เราต้องเรียนรู้ในทุกสิ่งทุกอย่างที่เข้ามาในชีวิต เพื่อใหเ้ทันกระแสและทันคนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเทรนด์ AI ต่างๆ ไม่เช่นนั้นอาจจะถูกหลอกได้ง่าย และสำหรับเพื่อนๆ ที่สนใจในการเทรด Forex วันนี้เรามาดู สอนอ่านแท่งเทียน Forex ฉบับโค้ช เหมาะสำหรับสายเทรดและสายเริ่มต้นเลย จะเป็นยังไงไปรับชมกันเลยจ้า


 ::) ::) ::) ??? ??? ???


<a href="https://www.youtube.com/watch?v=GuisYYcQOcY" target="_blank">https://www.youtube.com/watch?v=GuisYYcQOcY</a>
23
พูดคุยForexทั่วไป / เทรด Forex เป็นอาชีพได้หรือไม่?
« กระทู้ล่าสุด โดย rannie2020 เมื่อ 24/ต.ค./2025 11:34:36 »
สวัสดีค่ะ ถ้าหากเพื่อนๆ ติดตามข่าวต่างประเทศในช่วงนี้จะเห็นว่าทองคำผันผวน หุ้นผันผวน โดยเฉพาะสายเทรด ทำเอานอนไม่ติด ตกดึกมาแทบจะนอนไม่หลับกันเลย เพราะข่าวมาแต่ละทีสะเทือนกันเพียบ และสำหรับสายเทรด Forex วันนี้เรามาดู เทรด Forex เป็นอาชีพได้หรือไม่ ทุกวันนี้เส้นทางการสร้างรายได้ของผู้คนมีหลากหลายมาก ทั้งอาชีพรูปแบบใหม่และอาชีพดั้งเดิมที่ถูกปรับให้เข้ากับยุคดิจิทัล ตัวอย่างเช่น นักเขียนที่เมื่อก่อนต้องส่งต้นฉบับลงหนังสือเพื่อให้ตีพิมพ์ แต่ปัจจุบันสามารถเผยแพร่ผลงานผ่านบล็อกหรือเว็บไซต์ต่าง ๆ ให้ผู้อ่านเข้าถึงได้ง่ายขึ้น แต่ละอาชีพก็ใช้ศักยภาพของตนเองแตกต่างกันออกไป นักบัญชีต้องอาศัยความรอบคอบและทักษะคำนวณ ส่วนทนายต้องมีความรู้ด้านกฎหมายลึกซึ้ง และสิ่งที่จะพูดถึงในวันนี้คืออาชีพที่หลายคนไม่คิดว่าจะกลายเป็นอาชีพได้จริง เพราะคนส่วนใหญ่ยังมองว่าเป็นเพียงงานอดิเรก อาชีพนั้นคือ “นักเทรด Forex”

ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่าการเทรด Forex คือการคาดการณ์แนวโน้มของราคาคู่สกุลเงินว่าจะขึ้นหรือลง ไม่ใช่การทำนายอนาคตอย่างไร้เหตุผล แต่เป็นการวิเคราะห์ข้อมูลเศรษฐกิจและปัจจัยต่าง ๆ ที่ส่งผลต่อค่าเงิน เช่น ตัวเลข GDP ข่าวเศรษฐกิจสำคัญ หรือการเปลี่ยนแปลงผู้นำประเทศ ซึ่งล้วนมีผลต่อทิศทางตลาด นอกจากนี้ยังมีเทรดเดอร์อีกกลุ่มหนึ่งที่นิยมใช้เทคนิคการดูกราฟ วิเคราะห์แนวรับ แนวต้าน เทรนไลน์ และรูปแบบกราฟต่าง ๆ ซึ่งอาจต้องอ้างอิงข้อมูลเศรษฐกิจบางส่วนเพื่อเพิ่มความแม่นยำ แล้วอาชีพนี้สร้างรายได้อย่างไร คำตอบคือ หากการวิเคราะห์ของเราถูกต้องและราคาคู่สกุลเงินเคลื่อนไหวตามคาด ก็จะเกิดผลกำไรจากส่วนต่างของราคา

การจะเทรด Forex ให้เป็นอาชีพ จำเป็นต้องรู้จักวางแผนการเงินก่อน โดยเริ่มจากการคำนวณค่าใช้จ่ายต่อวันและต่อเดือน เพื่อประเมินว่าต้องทำกำไรเท่าไรถึงจะครอบคลุมค่าใช้จ่ายและมีเงินเก็บ ตัวอย่างเช่น หากมีรายจ่ายเดือนละ 20,000 บาท ก็ควรตั้งเป้ารายได้ประมาณ 30,000 บาทขึ้นไป และเงินทุนที่ใช้เทรดอาจต้องมีอย่างน้อย 3,000 ดอลลาร์สหรัฐ เพื่อให้มีโอกาสทำกำไรได้มากพอ แต่จะทำกำไรได้ทุกวันหรือไม่ คำตอบคือเป็นไปได้ หากรู้จักการบริหารจัดการพอร์ตหรือที่เรียกว่า MM (Money Management) ซึ่งช่วยให้พอร์ตลงทุนสามารถรับมือได้ทั้งช่วงกำไรและขาดทุน การเป็นเทรดเดอร์มืออาชีพจึงไม่ใช่เรื่องไกลเกินเอื้อม

ท้ายที่สุด ทุกอย่างขึ้นอยู่กับประสบการณ์และโอกาส สิ่งสำคัญคืออย่าปิดกั้นตัวเองต่อความเป็นไปได้ใหม่ ๆ หากมองเห็นเส้นทางของตนแล้ว จงลุกขึ้นและก้าวไปตามทางนั้น เพราะหากมัวรอ ความสำเร็จอาจหลุดมือไปได้ง่าย โดยเฉพาะในยุคที่สถานการณ์ต่าง ๆ เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว เช่นช่วงโควิดที่ผ่านมา การจัดการชีวิตอย่างมีระบบคือสิ่งจำเป็น


5ba4f53e584111537537342" border="0
24
พูดคุยForexทั่วไป / แนวรับแนวต้าน ที่แท้จริง Forex
« กระทู้ล่าสุด โดย rannie2020 เมื่อ 24/ต.ค./2025 11:14:02 »
สวัสดีจ้า ในยุคที่มีการซื้อขายของออนไลน์เป็นที่นิยมมากขึ้นในปัจจุบัน อาจจะทำให้เราจับจ่ายเงินได้สะดวกและจ่ายๆ ได้แบบไม่เสียดายเงินเพราะไม่ได้จับเงินจริงๆ บางครั้งอาจจะซื้อของออนไลน์กันเพลิน คิดอีกทีสิ้นเดือน เงินอาจจะหายไปเยอะ แต่ถ้าหากเราได้วางแผนการเงินให้ดี แบ่งเงินใช้จ่ายฟุ่มเฟือย เงินกินใช้ และเงินลงทุน จะทำให้เรามีเงินเก็บในอนาคตมากขึ้นค่ะ และวันนี้สำหรับเพื่อนๆ ที่สนใจในการเทรด Forex เรามาดู แนวรับแนวต้าน ที่แท้จริง Forex จะเป็นยังไงไปรับชมกันเลยจ้า

 :) :) :)



<a href="https://www.youtube.com/watch?v=aM-UG5W4Y1E" target="_blank">https://www.youtube.com/watch?v=aM-UG5W4Y1E</a>
25
พูดคุยForexทั่วไป / คู่เงิน Forex กำลังส่งสัญญาณอะไร ในปี 2025
« กระทู้ล่าสุด โดย rannie2020 เมื่อ 17/ต.ค./2025 11:08:50 »
สวัสดีค่ะ ช่วงปลายปีแบบนี้เชื่อว่าหลายคนเริ่มดูปฏิทินวางแผนลาพักร้อนไปพักผ่อนกันแน่ๆ ทำงานมาทั้งปีเที่ยวทั้งทีต้องไม่เสียเปล่า เรามาศึกษาข้อมูลการเทรดการลงทุน เพิ่มสกิลให้เชี่ยวชาญมากขึ้น วันนี้เรามาดู คู่เงิน Forex กำลังส่งสัญญาณอะไร ในปี 2025  คู่เงินในตลาด Forex ไม่ได้เป็นเพียงตัวเลขที่ใช้ในการแลกเปลี่ยนสกุลเงินเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจของแต่ละประเทศได้อย่างมีนัยสำคัญ

โดยเฉพาะค่าเงินบาท (THB) ที่ถือเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดสำคัญของเศรษฐกิจไทย การแข็งค่าหรืออ่อนค่าของเงินบาทมักส่งผลโดยตรงต่อการส่งออก เงินทุนไหลเข้า-ออก และระดับความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ


คู่เงิน Forex คืออะไร และทำไมถึงสำคัญกับนักลงทุนไทย

ไม่ว่าจะเป็นการซื้อขายในตลาด Forex หรือการแลกเงินเพื่อเดินทางท่องเที่ยว ข้อมูลอัตราแลกเปลี่ยนจะปรากฏในรูปแบบของ "คู่สกุลเงิน" เช่น EUR/USD หรือ USD/THB ซึ่งช่วยให้เข้าใจได้ว่าการแลกเงินระหว่างสองสกุลนั้นใช้สัดส่วนเท่าใด

เช่น หากอัตรา USD/THB อยู่ที่ 36.00 หมายถึง 1 ดอลลาร์สหรัฐ แลกได้ 36 บาท หากอัตรานี้เปลี่ยนแปลง ย่อมมีนัยต่อทิศทางของเศรษฐกิจไทยอย่างชัดเจน


ตัวอย่าง:

หาก USD/THB ลดลง = ต้องใช้เงินบาทน้อยลงเพื่อแลก 1 ดอลลาร์ → แปลว่า "เงินบาทแข็งค่า"

หาก USD/THB เพิ่มขึ้น = ต้องใช้เงินบาทมากขึ้นเพื่อแลก 1 ดอลลาร์ → แปลว่า "เงินบาทอ่อนค่า"



สถานการณ์ของคู่เงิน Forex ปี 2025

Justin Grossbard ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินจากเว็บไซต์ Compareforexbrokers ให้ความเห็นว่า ปี 2025 อาจไม่ใช่ปีที่ตลาด Forex มีความเคลื่อนไหวมากนัก เนื่องจากหลายประเทศยังดำเนินนโยบายทางการเงินอย่างระมัดระวังเพื่อจัดการกับเงินเฟ้อที่สืบเนื่องมาตั้งแต่ปี 2022–2023

อย่างไรก็ตาม เขาชี้ให้เห็นว่า ดอลลาร์สหรัฐอาจอ่อนค่าลงต่อ เมื่อเทียบกับหลายสกุลเงิน รวมถึงเงินบาท เนื่องจากธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) มีแนวโน้มลดดอกเบี้ยลง หลังสัญญาณเศรษฐกิจเริ่มชะลอตัว

ทิศทางนี้อาจนำไปสู่การแข็งค่าของเงินบาท ซึ่งมีผลกระทบต่อภาคส่งออกและการท่องเที่ยวไทยที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด



คู่เงินน่าจับตาในปี 2025


จากข้อมูลอัตราแลกเปลี่ยนล่าสุด สามารถสรุปได้ว่าคู่เงินต่าง ๆ ที่ควรติดตามในปีนี้ ได้แก่:


EUR/USD – สะท้อนความแตกต่างระหว่างนโยบายการเงินของยุโรปกับสหรัฐ


USD/JPY – ชี้ให้เห็นการเปลี่ยนผ่านของนโยบายธนาคารกลางญี่ปุ่นที่เริ่มควบคุมเงินเฟ้อ


USD/THB – บ่งบอกถึงการเคลื่อนย้ายของเงินทุน ทิศทางนโยบายการเงิน และความเชื่อมั่นของนักลงทุน


การเปลี่ยนแปลงของค่าเงินในแต่ละคู่ ล้วนสะท้อนปัจจัยเชิงมหภาคของแต่ละประเทศและภูมิภาค ซึ่งสามารถใช้เป็นข้อมูลในการวิเคราะห์เศรษฐกิจ รวมถึงการวางแผนด้านการเงิน การลงทุน หรือแม้แต่การท่องเที่ยวอย่างมีประสิทธิภาพ



การแข็งค่าของเงินบาท: สัญญาณที่ควรระวัง


ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย (BOT) ระบุว่า ในช่วงปี 2024–2025 ค่าเงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะช่วงเดือนกันยายน 2025 ที่ค่าเงินบาทอยู่ที่ 31.76 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งถือว่าแข็งค่ามากเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า

แม้การแข็งค่าของเงินบาทจะสะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ แต่ก็ยังมีความไม่แน่นอนอยู่มาก ทั้งจากราคาน้ำมันที่ผันผวน ทิศทางดอกเบี้ยของ Fed ที่ยังไม่ชัดเจน รวมถึงปัจจัยภายในประเทศ เช่น ความไม่แน่นอนทางการเมืองและเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ตาม ช่วงที่เงินบาทแข็งค่าอาจเป็นโอกาสที่ดีในการซื้อสินค้าจากต่างประเทศ ท่องเที่ยว หรือจ่ายค่าบริการออนไลน์ ขณะที่ผู้ส่งออกอาจเผชิญความท้าทายมากขึ้นจากการเสียเปรียบด้านราคาเมื่อเทียบกับคู่แข่งที่ต้นทุนต่ำกว่า



แนวโน้มสำคัญที่เทรดเดอร์ควรจับตาในปี 2025


ปี 2025 เป็นช่วงเวลาที่หลายประเทศยังอยู่ในช่วงปรับฐานหลังวิกฤตเศรษฐกิจและเงินเฟ้อที่สูงในรอบหลายปี ธนาคารกลางหลายแห่งเริ่มมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ

ในกรณีที่ Fed ปรับลดดอกเบี้ยลงต่อไป เงินดอลลาร์ก็มีแนวโน้มอ่อนค่า ซึ่งจะส่งผลต่อเนื่องไปยังสกุลเงินในเอเชีย รวมถึงเงินบาท

ในฝั่งของไทย หากเศรษฐกิจยังไม่มีแรงส่งเพิ่มเติม ธนาคารแห่งประเทศไทย (BOT) อาจต้องพิจารณาปรับลดดอกเบี้ยเช่นกัน เพื่อหนุนการบริโภคในประเทศ การส่งออก และการท่องเที่ยว ซึ่งจะส่งผลต่อทิศทางค่าเงินบาทในระยะต่อไป



ตลาด Forex ปี 2025: ยังเต็มไปด้วยความผันผวน


แม้หลายประเทศจะเริ่มฟื้นตัว แต่ตลาด Forex ในปีนี้ยังมีความเสี่ยงสูง ไม่ว่าจะเป็นจาก:

- ความขัดแย้งระหว่างประเทศ เช่น สถานการณ์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
- ราคาพลังงานโลกที่ยังคงแกว่งตัว
- เงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูงในประเทศพัฒนาแล้ว

ในบริบทนี้ เทรดเดอร์ควรให้ความสำคัญกับกลยุทธ์การบริหารความเสี่ยงมากขึ้น


กลยุทธ์ที่แนะนำ: เทรดตามเทรนด์ + จัดการความเสี่ยงอย่างรอบคอบ

แนวทางที่เหมาะกับปีนี้ คือการเทรดตามแนวโน้ม (Follow the Trend) เมื่อทิศทางของตลาดชัดเจน พร้อมกับใช้เครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิค เช่น:

Moving Average (MA) เพื่อตรวจจับทิศทาง

RSI / MACD เพื่อจับจังหวะเข้าออก

Economic Calendar เพื่อติดตามประกาศเศรษฐกิจสำคัญ


ในขณะเดียวกัน ควรระมัดระวังการใช้ เลเวอเรจ (Leverage) โดยเฉพาะในคู่เงินที่มีความผันผวนสูงอย่าง USD/THB รวมถึงการตั้ง Stop Loss และวาง ขนาดการเทรด (Position Size) ให้สอดคล้องกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้



สรุป

ตลาด Forex ในปี 2025 ยังคงเป็นเครื่องมือที่สะท้อนภาพรวมเศรษฐกิจโลกได้อย่างเด่นชัด ไม่ว่าจะเป็นการเคลื่อนไหวของคู่ EUR/USD, USD/JPY, GBP/USD หรือแม้แต่ USD/THB ล้วนแล้วแต่สะท้อนปัจจัยพื้นฐานของแต่ละภูมิภาคอย่างครบถ้วน

สำหรับผู้ที่เกี่ยวข้องกับการลงทุน การส่งออก หรือผู้ที่ต้องใช้เงินต่างประเทศ การติดตามความเคลื่อนไหวของคู่เงินหลักเหล่านี้อย่างใกล้ชิด จะช่วยให้สามารถตัดสินใจทางการเงินได้แม่นยำขึ้น ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่ยังคงเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน


main forex currency pairs to trade" border="0
26
สวัสดีจ้า แว่วๆว่าใกล้จะเข้าฤดูหนาวแล้ว แต่อากาศช่วงนี้ก็ยังแอบร้อนๆ อยู่นะ อากาศหนาวทีไรอยากจะออกเดินทางไกลไปพักผ่อนทุกที แต่ถ้าหากเพื่อนอยากใช้เวลาให้เป็นประโยชน์และชื่นชอบหรือสนใจในการเทรด Forex วันนี้เรามาดู แจกวิธีอ่านทิศทางกราฟ Forex ว่าจะขึ้นหรือลงเหมือนรู้อนาคต ก่อนตัดสินใจลงทุน โปรดทำการศึกษาข้อมูลอย่างละเอียด หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินก่อนลงทุนเสมอนะคะ จะเป็นยังไงไปรับชมกันเลยจ้า

 ??? ??? ::) ::)


<a href="https://www.youtube.com/watch?v=FV89Ww7XSgg" target="_blank">https://www.youtube.com/watch?v=FV89Ww7XSgg</a>
27
สวัสดีค่ะ เวลาเดินเร็วมากอีกไม่นานก็ปีใหม่อีกแล้ว ตอนนี้เพื่อนๆ เริ่มเขียนแผนของปีหน้ากันยังคะ และปีนี้ทำสำเร็จตามแผนไปกี่อย่างแล้ว ถ้าใครไม่ทันตอนรีบแล้วนะคะ สำหรับเพื่อนๆ ที่สนใจในการเทรดการลงทุนวันนี้เรามาทำความรู้จักในตลาด Forex ซึ่งย่อมาจาก Foreign Exchange ซึ่งหมายถึง การแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศ โดยตรง ความจริงแล้ว การแลกเปลี่ยนเงินสกุลต่าง ๆ มีมาตั้งแต่ยุคเริ่มต้นของการค้าขายระหว่างประเทศ ซึ่งมีมาตั้งแต่หลายร้อยปีก่อน

ตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศแห่งแรกมีจุดเริ่มต้นที่เมืองอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ เมื่อกว่า 500 ปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม จุดเปลี่ยนที่สำคัญและถือเป็นการเข้าสู่ “ยุคใหม่” ของตลาด Forex เกิดขึ้นในปี 1973 เมื่อสหรัฐฯ ประกาศยกเลิกระบบ Bretton Woods ที่เคยตรึงค่าเงินของประเทศต่าง ๆ ไว้กับดอลลาร์สหรัฐ หลังจากนั้น ค่าเงินจึงเริ่ม “ลอยตัว” และมีการซื้อขายกันตามกลไกตลาดมากขึ้น

ในปัจจุบัน Forex เป็น ตลาดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีการซื้อขายต่อเนื่อง 24 ชั่วโมงต่อวัน นาน 5 วันต่อสัปดาห์ หยุดเฉพาะวันเสาร์และวันอาทิตย์



ขนาดของตลาด Forex ใหญ่แค่ไหน?

ลองเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดขึ้น:

ตลาดหลักทรัพย์ SET ของไทย มีปริมาณซื้อขายเฉลี่ยวันละ 70,000 ล้านบาท

ตลาดหุ้น NYSE ของสหรัฐฯ ซึ่งใหญ่ที่สุดในโลก มีมูลค่าการซื้อขายประมาณ 830,000 ล้านบาทต่อวัน

แต่ตลาด Forex กลับมีการซื้อขายมากถึง 245 ล้านล้านบาทต่อวัน
หรือเท่ากับใหญ่กว่าตลาดหุ้น NYSE ถึง 300 เท่า!

เหตุผลที่ตลาดนี้มีความเคลื่อนไหวสูงขนาดนี้ เพราะการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ แฝงตัวอยู่ในกิจกรรมทางเศรษฐกิจเกือบทุกอย่าง ทั่วโลก ตั้งแต่การซื้อขายสินค้าระหว่างประเทศ การท่องเที่ยว การลงทุน ไปจนถึงธุรกรรมของธนาคารกลางและบริษัทข้ามชาติ



ผู้เล่นหลักในตลาด Forex

- กลุ่มที่มีบทบาทสำคัญในตลาดนี้ ได้แก่:
- สถาบันการเงินและธนาคารพาณิชย์
- ธนาคารกลางของประเทศต่าง ๆ
- กองทุนรวมและ Hedge Funds
- บริษัทข้ามชาติ
- นักลงทุนรายย่อยอย่างคุณและผม



เป้าหมายหลักของการเทรด Forex มี 3 ประเภท


1. เพื่อใช้จริง (Real Use)

การแลกเปลี่ยนสกุลเงินเพื่อนำไปใช้งานจริง เช่น ใช้ในการทำธุรกรรมทางการเงิน ลงทุนในต่างประเทศ หรือแม้แต่การแลกเงินเพื่อเดินทางท่องเที่ยว หรือซื้อของจากต่างประเทศ — กิจกรรมเหล่านี้ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของตลาด Forex โดยไม่รู้ตัว

2. เพื่อป้องกันความเสี่ยง (Hedging)

เช่น กองทุนที่ลงทุนในต่างประเทศ มักทำสัญญาล่วงหน้าเพื่อป้องกันความผันผวนของค่าเงิน ซึ่งอาจส่งผลต่อผลตอบแทน
ธุรกิจส่งออกหรือนำเข้าก็สามารถทำ Hedging ได้เช่นกัน เพื่อรักษากำไรให้คงที่แม้ค่าเงินจะเปลี่ยนแปลง

3. เพื่อเก็งกำไร

นี่คือนักลงทุนกลุ่มที่ไม่ได้ต้องการใช้สกุลเงินโดยตรง แต่เน้นการ ทำกำไรจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน เช่น ถ้าเชื่อว่ายูโรจะแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์ ก็ซื้อยูโร (EUR/USD) หากคาดการณ์ถูก ก็ทำกำไรได้จากส่วนต่างราคา



หลักการซื้อขายใน Forex

ในตลาด Forex มีเงินตรามากกว่า 170 สกุล แต่การซื้อขายจะเป็นในรูปแบบของ คู่สกุลเงิน เช่น:

EUR/USD = 1.15
หมายถึง 1 ยูโร แลกได้ 1.15 ดอลลาร์สหรัฐ

ถ้ามองว่าเงินยูโรมีแนวโน้มจะแข็งค่า ก็ซื้อยูโร แต่ถ้าคาดว่าจะอ่อนค่า ก็ขายออก

ราคาในตลาดจะผันผวนตามปัจจัย Demand และ Supply ซึ่งได้รับอิทธิพลจากหลากหลายปัจจัย เช่น:

- สภาพเศรษฐกิจโลก
- อัตราดอกเบี้ยนโยบาย
- เหตุการณ์ทางการเมือง
- ภัยธรรมชาติ
- โรคระบาด
- ความขัดแย้งระหว่างประเทศ

เช่น ตัวเลขการจ้างงานในยุโรปดีขึ้น อาจทำให้ยูโรแข็งค่า แต่หากวันต่อมาเกิดวิกฤตพลังงาน เงินยูโรก็อาจอ่อนค่าทันที



ข้อดีของตลาด Forex


- สภาพคล่องสูงมาก จากปริมาณการซื้อขายมหาศาล
- เปิดตลาด 24 ชั่วโมง ทำให้สามารถเทรดได้ตลอดเวลา (จันทร์ถึงศุกร์)
- ต้นทุนต่ำ โบรกเกอร์ส่วนใหญ่ไม่เก็บค่าธรรมเนียมโดยตรง แต่ใช้ส่วนต่างราคา (Bid/Ask Spread) แทน
- สามารถทำกำไรได้ทั้งขาขึ้นและขาลง ต่างจากหุ้นที่ส่วนใหญ่มีกำไรเฉพาะเมื่อราคาขึ้น
- มี Leverage หรืออัตราทด เช่น ใช้ Leverage 100 เท่า การเปลี่ยนแปลงของค่าเงินเพียง 1% อาจเท่ากับกำไรหรือขาดทุนถึง 100%
(แต่ต้องระวัง เพราะกำไรก็มาพร้อมกับความเสี่ยงสูง)



ข้อเสียและความเสี่ยง


- ปัจจัยที่มีผลต่อค่าเงินมีจำนวนมาก และมักเป็นเรื่องไกลตัว ทำให้วิเคราะห์ทิศทางได้ยาก
- มีความผันผวนสูง โดยเฉพาะในช่วงเหตุการณ์สำคัญ
- ในประเทศไทย ยังไม่มีโบรกเกอร์รายใดได้รับใบอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย ให้บริการ Forex เพื่อการลงทุนสำหรับบุคคลทั่วไป



ช่องโหว่ที่มิจฉาชีพใช้หลอกลวงนักลงทุน


เพราะ Forex ยังไม่มีกฎหมายควบคุมในไทย มิจฉาชีพจึงใช้ช่องว่างนี้หลอกนักลงทุน เช่น:

- แอบอ้างเป็นผู้เชี่ยวชาญ
- สร้างเครื่องมือวิเคราะห์หรือระบบเทรดอัตโนมัติที่ดูน่าเชื่อถือ
- การันตีผลตอบแทนสูงเกินจริง
- รับฝากเงินเพื่อลงทุนแทน แต่ไม่ได้นำไปเทรดจริง



สรุป

ตลาด Forex เป็นตลาดการเงินที่ใหญ่ที่สุดในโลก และมีบทบาทสำคัญในระบบเศรษฐกิจระดับโลกมานานเกือบ 50 ปี แม้ในไทยยังไม่มีการควบคุมโดยตรงจากทางการ แต่ Forex ก็ยังคงเป็นเครื่องมือที่ใช้อย่างแพร่หลายในระดับสากล ทั้งเพื่อการใช้งานจริง การบริหารความเสี่ยง และการเก็งกำไร

หากคุณสนใจจะเข้าสู่ตลาดนี้ สิ่งสำคัญที่สุดคือ ความรู้ ความเข้าใจ และการเลือกโบรกเกอร์ที่น่าเชื่อถือ เพราะในตลาดที่เปิดกว้างแบบนี้ โอกาสและความเสี่ยงมักมาเป็นแพ็กคู่เสมอ


market share competitor excellent growing with stocks 1150 18258" border="0
28
สวัสดีจ้า ช่วงนี้ข่าวการเมืองไทยและสถานการณ์ทางชายแดนไทยเขมรก็ยังคงเป็นที่ติดตามกันตลอดแทบทุกวัน ยังไงก็ต้องดูกันต่อไป และสำหรับเพื่อนๆ ที่สนใจในการเทรด Forex วันนี้เรามาดู ในการเทรดฟอเร็กซ์ โบรกเกอร์จะมีบทบาทเป็นตัวกลางที่เชื่อมโยงนักลงทุนรายย่อยเข้ากับผู้ให้บริการสภาพคล่อง ช่วยให้กระบวนการซื้อขายเป็นไปอย่างสะดวก พร้อมทั้งเปิดโอกาสใหม่ๆ และความท้าทายมากมายในตลาดการเงินที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

ในยุคปัจจุบัน การลงทุนผ่านระบบออนไลน์กลายเป็นเรื่องที่หลายคนคุ้นเคย โดยมีตัวเลือกการลงทุนที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นอนุพันธ์, สินค้าโภคภัณฑ์, CFD, ทองคำ, น้ำมัน หรือแม้กระทั่งฟอเร็กซ์ นักลงทุนสามารถเข้าถึงและเริ่มต้นประสบการณ์ในตลาดเหล่านี้ได้อย่างไม่ซับซ้อน

อย่างไรก็ตาม เมื่อพูดถึงผลิตภัณฑ์ทางการเงินโดยรวม หรือเฉพาะเจาะจงในตลาดฟอเร็กซ์ ความเสี่ยงยังคงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเลือกใช้บริการจากโบรกเกอร์ที่ไม่น่าเชื่อถือ ซึ่งอาจสร้างผลกระทบทั้งในแง่ของการเงินและจิตใจ ทำให้เทรดเดอร์หลายคนหมดความมั่นใจในการลงทุน ดังนั้น เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่ไม่จำเป็น การเลือกโบรกเกอร์ที่น่าเชื่อถือและปลอดภัยคือสิ่งสำคัญ มาดูเคล็ดลับ 4 ข้อที่ช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกโบรกเกอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

4 ปัจจัยสำคัญในการเลือกโบรกเกอร์ฟอเร็กซ์ที่ไว้ใจได้

หากคุณมีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับตลาดฟอเร็กซ์ และต้องการเริ่มต้นลงทุนอย่างจริงจัง ปัจจัยต่อไปนี้คือสิ่งที่ควรพิจารณาอย่างรอบคอบเพื่อเลือกโบรกเกอร์ที่เหมาะกับสไตล์การเทรดของคุณ

1. มีใบอนุญาตจากหน่วยงานกำกับดูแลระดับสากล

สิ่งแรกที่ต้องตรวจสอบคือ ใบอนุญาตประกอบธุรกิจที่ออกโดยองค์กรที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล โบรกเกอร์ที่ได้รับการรับรองเหล่านี้จะอยู่ภายใต้การตรวจสอบอย่างเข้มงวด หากเกิดกรณีทุจริต นักลงทุนสามารถแจ้งไปยังหน่วยงานกำกับดูแลเพื่อขอความช่วยเหลือ รายชื่อองค์กรที่น่าเชื่อถือ เช่น:

FCA (สหราชอาณาจักร) – องค์กรควบคุมบริการทางการเงินของอังกฤษ

CySEC (ไซปรัส) – หน่วยงานกำกับดูแลตลาดทุนในไซปรัส

ASIC (ออสเตรเลีย) – หน่วยงานควบคุมหลักทรัพย์และการลงทุน

CFTC (สหรัฐอเมริกา) – องค์กรดูแลการซื้อขายล่วงหน้าและโภคภัณฑ์

FINMA (สวิตเซอร์แลนด์) – หน่วยงานกำกับดูแลตลาดการเงินของสวิส

โบรกเกอร์ที่ได้รับใบอนุญาตจากหน่วยงานเหล่านี้ มักจะมีมาตรฐานสูงด้านความโปร่งใสและความปลอดภัย

2. ระบบการฝากและถอนเงิน

ความสะดวกในการทำธุรกรรมถือเป็นปัจจัยหลัก เทรดเดอร์ควรสามารถฝากและถอนเงินได้ทุกเวลาโดยไม่ยุ่งยาก โบรกเกอร์ควรแจ้งขั้นตอนและนโยบายให้ชัดเจน พร้อมเสนอช่องทางธุรกรรมที่หลากหลาย เช่น การโอนผ่านธนาคาร, e-wallets หรือบัตรเครดิต โดยไม่จำเป็นต้องโทรศัพท์หรืออีเมลทุกครั้งที่ต้องการถอนเงิน และกระบวนการควรรวดเร็วทันใจ

3. ค่าธรรมเนียม, สเปรด และคอมมิชชั่น

โบรกเกอร์ที่ดีควรมีความโปร่งใสในด้านค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขาย ค่าธรรมเนียมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นค่าคอมมิชชั่น สเปรด หรือค่าใช้จ่ายในการทำธุรกรรม ควรแสดงไว้อย่างชัดเจนบนเว็บไซต์ เพื่อให้เทรดเดอร์สามารถเปรียบเทียบก่อนตัดสินใจ คุณสามารถศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับระบบฝาก-ถอนของโบรกเกอร์ XTB ได้ที่เว็บไซต์ของพวกเขา

4. การบริการลูกค้า

การให้บริการหลังการขายที่ดีคืออีกหนึ่งหัวใจสำคัญของโบรกเกอร์ เทรดเดอร์ควรได้รับการสนับสนุนเมื่อประสบปัญหา ไม่ว่าจะเกิดจากระบบหรือภาวะตลาด โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ตลาดมีความผันผวน

โบรกเกอร์มืออาชีพมักมีช่องทางการติดต่อที่หลากหลาย นอกจากอีเมลแล้ว ยังมีระบบแชทสดหรือสายด่วน สำหรับโบรกเกอร์ XTB คุณสามารถเข้าไปที่หน้าติดต่อบนเว็บไซต์เพื่อรับความช่วยเหลือได้ทันที


forex trading background 23 2148588125" border="0
29
พูดคุยForexทั่วไป / Re: เทรด Forex ดูจบเทรดเป็นเลยแค่ 15 นาที
« กระทู้ล่าสุด โดย sxata41 เมื่อ 16/ต.ค./2025 03:05:38 »
 >:( >:(จัดไปอย่างงาม
30
พูดคุยForexทั่วไป / Re: ความเสี่ยง Forex มีอะไรบ้างที่ต้องรู้
« กระทู้ล่าสุด โดย sxata41 เมื่อ 16/ต.ค./2025 03:05:09 »
 ::) ขาดทุนคือกำไร
หน้า: 1 2 [3] 4 5 ... 10
SMF 2.0.15 | SMF © 2011, Simple Machines
SMFAds for Free Forums