กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: 1 ... 3 4 [5] 6 7 ... 10
41
พูดคุยForexทั่วไป / ท่าเดียว เทรดสร้างเงินล้าน Forex
« กระทู้ล่าสุด โดย rannie2020 เมื่อ 30/ก.ย./2025 05:22:46 »
สวัสดีค่ะ เคยได้ยินกันไหม กล้าในวันที่คนอื่นกลัว หรือ กลัวในวันที่คนอื่นกล้า อยู่ที่มุมมองของนักลงทุน แต่ละคนย่อมมีโอกาสในการลงทุนที่แตกต่างกัน เพราะก่อนที่จะลงทุนเราคาดหวังที่จะได้กำไร ถ้าหากลงทุนไปแล้วนั้นแสดงว่าเรายอมรับความเสี่ยงได้แม้ว่าจะขาดทุนก็ตาม และสำหรับเพื่อนๆที่สนใจในการเทรด Forex วันนี้เรามาดู ท่าเดียว เทรดสร้างเงินล้าน Forex จะเป็นยังไงไปรับชมกันเลยจ้า


 :) :) :)


<a href="https://www.youtube.com/watch?v=8CYdsGiIfaE" target="_blank">https://www.youtube.com/watch?v=8CYdsGiIfaE</a>
42
สวัสดีค่ะช่วงนี้เราจะเห็นว่าเศรษฐกิจไม่ดีเศรฐกิจผันผวน จะลงทุนจะทำอะไรก็ต้องคิดคำนวณให้ดี หลายคนก็มองเห็นช่องทางการลงทุนที่แตกต่างกันตามที่ตนเองถนัด และวันนี้สายเทรด Forex เรามาดู บอกหมดไม่มีกั๊ก กลยุทธ์การเทรด Forex ที่จะทำให้คุณรวย การลงทุนในตลาด Forex เปิดโอกาสให้นักเทรดสามารถเก็งกำไรและสร้างผลตอบแทนได้ ดังนั้นการเลือก กลยุทธ์การเทรด Forex จึงถือเป็นวิธีสำคัญที่จะทำให้การลงทุนมีทิศทางชัดเจนและมีโอกาสเห็นผลลัพธ์ที่ดีขึ้น บทความนี้ได้รวบรวมแนวทางที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่ต้องการบรรลุเป้าหมายการทำกำไร

เพื่อให้การเทรดเป็นไปตามเป้าหมาย การวางแผนกลยุทธ์และระบบบริหารความเสี่ยงจึงเป็นหลักการที่ควรยึดถือ ไม่ว่าจะเป็นการวิเคราะห์รูปแบบกราฟ (Chart Pattern), การใช้สัญญาณ Price Action, การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน ตลอดจนการประยุกต์กลยุทธ์ที่นิยม เช่น Day Trading, Swing Trading หรือ Position Trading ซึ่งทั้งหมดนี้ช่วยให้การวิเคราะห์ตลาดเป็นระบบและมีความสม่ำเสมอ

1. กลยุทธ์ Day Trading

Day Trading คือการซื้อขายภายในวันเดียว โดยนักเทรดจะเปิดและปิดสถานะหลายครั้งต่อวัน และไม่ค่อยถือครองข้ามคืน เครื่องมือที่ใช้มักเป็นกราฟระยะสั้น เช่น กราฟ 1 ชั่วโมง (1H) หรือ 4 ชั่วโมง (4H) เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบการเทรดรวดเร็วและเก็บกำไรจากความเคลื่อนไหวในช่วงสั้น ๆ

2. กลยุทธ์ Swing Trading

Swing Trading เป็นวิธีที่เน้นการซื้อขายและถือครองสถานะนานหลายวันหรือหลายสัปดาห์ เทรดเดอร์จะใช้กราฟรายวันเพื่อตามแนวโน้มของตลาดโดยรวม กลยุทธ์นี้มักพึ่งพาการวิเคราะห์ทางเทคนิคผสมผสานกับข้อมูลพื้นฐานและการดูหลายกรอบเวลา เพื่อหาจังหวะเข้าซื้อหรือขายที่เหมาะสม

3. กลยุทธ์ Positional Trading

Position Trading หรือการเทรดระยะยาว เป็นแนวทางที่นักลงทุนถือครองสถานะเป็นเวลาหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน จุดเด่นของกลยุทธ์นี้คือการใช้ข้อมูลกราฟตั้งแต่รายวัน รายสัปดาห์ ไปจนถึงรายเดือน พร้อมกับการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน นักเทรดที่ใช้วิธีนี้จะไม่โฟกัสกับความผันผวนสั้น ๆ แต่เน้นแนวโน้มใหญ่ของตลาด

4. กลยุทธ์ Algorithmic Trading

Algorithmic Trading หรือที่รู้จักในชื่อ Algo Trading/Robot Trading คือการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ช่วยเทรด โดยมีการกำหนดเงื่อนไขไว้ล่วงหน้า ระบบจะทำการซื้อขายอัตโนมัติตามสัญญาณที่ตั้งไว้ จุดเด่นคือสามารถจับการเคลื่อนไหวของราคาที่แม้เพียงเล็กน้อยและเกิดขึ้นบ่อย ๆ มาใช้ทำกำไร และหากใช้งานควบคู่กับการเทรดด้วยตนเอง ก็จะยิ่งเพิ่มประสิทธิภาพในการลงทุน



IMG 5277" border="0
43
สวัสดีจ้า ช่วงสิ้นเดือนกันยายนปีนี้ ทำเอาสายลงทุนตื่นเต้นกับราคาทองคำที่พุ่งไม่หยุดฉุดไม่อยู่ ส่วนใครจะเทรดจะลงทุนแบบไหนควรจะศึกษาให้ดีก่อนนะคะ ไม่เช่นนั้นอาจจะเสียใจภายหลังหากเกิดการขาดทุนหรือสูญเสียเงินทอง ถ้าจะให้ดีควรจะใช้เงินเย็นในการลงทุนด้วยจะดีมากเลยค่ะ และวันนี้เรามาดู สรุป! วิธีหาจุดตั้ง Take Profit และ Stop Loss ดูจบเป็นมืออาชีพทันที สำหรับเทรดเดอร์ Forex ไม่ควรพลาด ไปดูกันเลย


 ::) ::) ::)



<a href="https://www.youtube.com/watch?v=l3melS2sJJw" target="_blank">https://www.youtube.com/watch?v=l3melS2sJJw</a>


44
สวัสดีค่ะ ในสภาวะเศรษฐกิจในตอนนี้ ทำให้หลายคนเลือกที่จะลงทุนเพื่อกระจายความเสี่ยง ยิ่งถ้าหากเพื่อนๆที่ถือเงินสดเยอะ และเงินเฟ้อขึ้นเรื่อยๆ ก็ขาดทุนได้เช่นกัน และสำหรับเพื่อนๆ สายเทรด Forex วันนี้เรามาดู 8 ข้อมูลสำคัญที่ควรติดตามประกอบกลยุทธ์การเทรด Forex การซื้อขายในตลาด Forex คือการแลกเปลี่ยนคู่สกุลเงิน ตัวอย่างเช่น หากเลือกลงทุนกับโบรกเกอร์ Forex ในอินเดียเพื่อซื้อ USD ในคู่ USD-INR นักเทรดจะคาดหวังให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งขึ้น ตรงกันข้าม หากเป็นการเปิดสถานะในคู่ INR-USD นักเทรดก็ต้องลุ้นให้ค่าเงินรูปีปรับตัวขึ้นแทน โดยคู่เงินประเภทนี้ถูกจัดว่าเป็น “คู่เงินแปลกใหม่” ในตลาดฟอเร็กซ์

ไม่ว่าคุณจะใช้บริการโบรกเกอร์ Forex ในอินเดียหรือเลือกกลยุทธ์การลงทุนที่ครอบคลุมทั้งคู่เงินหลักและคู่เงินรอง มีปัจจัย 8 ข้อที่สำคัญซึ่งจะช่วยยกระดับเทคนิคการเทรด แม้กำไรจะไม่สามารถรับประกันได้ 100% แต่ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยลดความเสี่ยงจากการขาดทุนได้มากขึ้น

1. ติดตามตัวเลข GDP
ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) คือมูลค่ารวมของสินค้าและบริการที่ประเทศหนึ่ง ๆ สร้างขึ้นภายในระยะเวลาที่กำหนด การดูอัตราการเติบโตของ GDP ช่วยให้นักเทรดเปรียบเทียบการขยายตัวของเศรษฐกิจในแต่ละช่วงเวลา ประเทศที่มีการเติบโตสูงมักดึงดูดการลงทุน ส่งผลให้ค่าเงินแข็งค่ามากขึ้น

2. ตรวจสอบรายงาน NFP
การจ้างงานนอกภาคเกษตร (NFP) เป็นตัวเลขสำคัญที่เกี่ยวข้องกับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ รายงานรายเดือนจากสำนักงานสถิติแรงงานจะสะท้อนภาพรวมตลาดแรงงาน หากตัวเลขสูง หมายถึงมีการสร้างงานมากขึ้น เศรษฐกิจเติบโตและ USD แข็งค่า ในทางกลับกัน ตัวเลขที่ต่ำบ่งชี้ถึงการชะลอตัว ค่าเงินดอลลาร์มีแนวโน้มอ่อนลง

3. พิจารณาอัตราการว่างงาน
ตัวเลขนี้สามารถใช้ได้กับทุกประเทศ ไม่ใช่เฉพาะสหรัฐฯ โดยเป็นตัวชี้วัดเปอร์เซ็นต์ของแรงงานที่ยังหางานไม่ได้ อัตราการว่างงานที่สูงบ่งบอกถึงสัญญาณลบทางเศรษฐกิจ และยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อ GDP เนื่องจากกำลังซื้อภายในประเทศลดลง

4. ติดตามการปรับอัตราดอกเบี้ย
นโยบายการเงินของธนาคารกลางมีผลโดยตรงต่อตลาด Forex เมื่อเกิดภาวะถดถอยหรือชะลอตัว ธนาคารกลางมักปรับอัตราดอกเบี้ยเพื่อรักษาเสถียรภาพ หากดอกเบี้ยสูงขึ้น อาจกดดันเศรษฐกิจและทำให้ค่าเงินของบางประเทศมีแนวโน้มลดลง

5. เฝ้าดูดัชนี CPI
ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ใช้วัดค่าครองชีพและระดับเงินเฟ้อ หากอัตราเงินเฟ้อพุ่งสูงเกินไป ค่าสกุลเงินอาจอ่อนลง แต่หากตัวเลข CPI อยู่ในเกณฑ์ดี ธนาคารกลางมีแนวโน้มปรับขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งจะช่วยหนุนให้ค่าเงินแข็งค่าขึ้น

6. วิเคราะห์ข้อมูล PMI
ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) สะท้อนถึงความเคลื่อนไหวของภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการ โดยใช้ประเมินว่าประเทศมีศักยภาพในการขยายตัวหรือไม่ ข้อมูลนี้ช่วยให้นักเทรดเข้าใจวัฏจักรเศรษฐกิจ เช่น การเติบโต การชะลอตัว หรือภาวะถดถอย

7. รายงานยอดค้าปลีกพื้นฐาน
ตัวชี้วัดนี้เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจสหรัฐและค่าเงินดอลลาร์ เน้นการวิเคราะห์ยอดขายสินค้าโดยไม่รวมรถยนต์และพลังงาน รายงานดังกล่าวช่วยให้นักเทรดเข้าใจพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภค ซึ่งมีผลโดยตรงต่อการเคลื่อนไหวของค่าเงิน

8. ผลกระทบจากการเลือกตั้ง
การเลือกตั้งในประเทศต่าง ๆ มักสร้างความไม่แน่นอนทั้งทางการเมืองและเศรษฐกิจ ความผันผวนเช่นนี้อาจทำให้นักลงทุนต่างชาติชะลอการลงทุน ส่งผลให้ค่าเงินอ่อนลง เมื่อผลเลือกตั้งสิ้นสุด ตลาดมักกลับเข้าสู่แนวโน้มที่ชัดเจนมากขึ้น


IMG 5276" border="0
45
พูดคุยForexทั่วไป / ความเสี่ยง Forex มีอะไรบ้างที่ต้องรู้
« กระทู้ล่าสุด โดย ladyMP เมื่อ 24/ก.ย./2025 11:34:59 »
สวัสดีค่ะ ในแต่ละวันที่เราต้องเจอแต่ละวันก็แตกต่างกันไป และในการลงทุนแทบจะทุกอย่างย่อมมีความเสี่ยง แต่จะเสี่ยงมากเสี่ยงน้อยขึ้นอยู่กับสิ่งที่บุคคลนั้นๆ เลือกที่จะยอมรับความเสี่ยงนั้นได้ แต่ควรอยู่บนพื้นฐานความจริงของตัวเอง และวันนี้เรามาดู ความเสี่ยง Forex มีอะไรบ้างที่ต้องรู้ สำหรับผู้ที่เพิ่งก้าวเข้าสู่โลกของการเทรด Forex และรู้สึกว่าตัวเองยังไม่เคยขาดทุนเลย นั่นอาจหมายความว่าคุณยังไม่ได้เริ่มเทรดอย่างแท้จริง เพราะในความเป็นจริงแล้ว เทรดเดอร์ทุกคนที่เคยประสบความสำเร็จในตลาดนี้ ล้วนเคยผ่านช่วงเวลาแห่งการขาดทุนมาก่อนทั้งสิ้น นั่นเป็นเพราะตลาด Forex เป็นตลาดที่มีความเสี่ยงสูงมาก

การยอมรับว่า "การขาดทุน" คือส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ จึงเป็นเรื่องสำคัญ หากคุณหวังจะสร้างกำไรอย่างมั่นคงในตลาดนี้ คุณจำเป็นต้องเข้าใจและบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างมีระบบตั้งแต่เริ่มต้น



1. ความเสี่ยงจากโบรกเกอร์ที่ไม่น่าเชื่อถือ

หนึ่งในความเสี่ยงที่มือใหม่มักพลาด คือการเลือกโบรกเกอร์ที่ไม่มีความโปร่งใส หรือแม้กระทั่งโบรกเกอร์เถื่อนที่จ้องหลอกลวงผู้ใช้งาน ด้วยโปรโมชั่นล่อใจ เช่น โบนัสเงินฝากสูง หรือสัญญาว่าจะได้กำไรเร็ว หากคุณไม่ศึกษาข้อมูลโบรกเกอร์ให้ดี อาจทำให้สูญเสียเงินทุนทั้งหมด และไม่สามารถถอนกำไรออกมาได้เลย

วิธีป้องกัน: ตรวจสอบใบอนุญาตจากองค์กรกำกับดูแล เช่น FCA, ASIC หรือ CySEC และอ่านรีวิวจากผู้ใช้งานจริงก่อนเปิดบัญชีเสมอ



2. ความเสี่ยงจากการจัดการเงินทุนที่ผิดพลาด

เทรดเดอร์จำนวนไม่น้อยที่หมดตัวจากการเทรด ไม่ใช่เพราะขาดความรู้เรื่องกราฟหรือการวิเคราะห์เทคนิค แต่เป็นเพราะ "การบริหารเงินทุน" หรือ Money Management ที่ผิดพลาด เช่น การเปิดออร์เดอร์หลายตำแหน่งพร้อมกัน ตั้ง Lot Size มากเกินไป หรือวาง Stop Loss ห่างเกินเหตุ

การควบคุมความเสี่ยงและจัดการพอร์ตให้ดี เป็นหัวใจสำคัญของการเทรด หากคุณตั้ง Lot ใหญ่เกินไป แล้วกราฟไม่วิ่งไปตามที่คาดหวังไว้ เงินทุนอาจหมดลงภายในเวลาไม่นาน

คำแนะนำ: กำหนดความเสี่ยงต่อออร์เดอร์ไม่เกิน 1–2% ของเงินทุนในพอร์ต และควรมีแผนการเทรดที่ชัดเจนทุกครั้ง



3. ความเสี่ยงจากความผันผวนที่รุนแรงของตลาด

ตลาด Forex เป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก มีการเคลื่อนไหวของราคาที่รวดเร็วและผันผวนสูง หากคุณยังไม่มีทักษะหรือประสบการณ์มากพอ การสวิงของราคาเพียงเล็กน้อยก็อาจทำให้พอร์ตเสียหายหนักได้

เทรดเดอร์ที่มีประสบการณ์มักจะใช้เครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิค เช่น Moving Average, RSI, Fibonacci หรือ Price Action เพื่อหาจุดเข้าออกอย่างแม่นยำ เพื่อลดผลกระทบจากความผันผวนในตลาด

แนวทางป้องกัน: ฝึกฝนการวิเคราะห์กราฟในบัญชีเดโม และไม่ควรเทรดจริงจนกว่าจะมั่นใจว่ามีแผนการเทรดที่ดีพอ



4. ความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกที่ควบคุมไม่ได้

ข่าวเศรษฐกิจ เหตุการณ์การเมือง หรือการประกาศตัวเลขสำคัญ เช่น อัตราดอกเบี้ย การจ้างงาน หรือ GDP ล้วนส่งผลให้ตลาด Forex เคลื่อนไหวอย่างรุนแรงในช่วงเวลาสั้น ๆ เทรดเดอร์ที่ไม่รู้ช่วงเวลาเหล่านี้ อาจเข้าออร์เดอร์ผิดจังหวะ และขาดทุนจากการสวิงของกราฟได้ง่ายมาก

เทรดเดอร์มืออาชีพมักรอจังหวะให้ข่าวประกาศออกก่อน แล้วจึงค่อยเข้าออร์เดอร์ตามสัญญาณที่ชัดเจนมากขึ้น

แนวทางป้องกัน: ติดตามปฏิทินข่าวเศรษฐกิจ (Economic Calendar) และหลีกเลี่ยงการเทรดในช่วงข่าวแรงหากคุณยังไม่มีความชำนาญ



สรุป: ไม่มีใครไม่เคยขาดทุน ถ้ายังไม่เคยเทรดจริง

ทุกคนที่สามารถสร้างรายได้จากตลาด Forex ได้อย่างยั่งยืน ล้วนแล้วแต่เคยขาดทุนมาก่อนทั้งสิ้น ความแตกต่างคือ พวกเขาเรียนรู้จากความผิดพลาด และพัฒนาทักษะให้ดีขึ้นเสมอ ไม่ว่าจะเป็นการเลือกโบรกเกอร์ที่ปลอดภัย การบริหารเงินทุน การวางแผนเทรด หรือการวิเคราะห์ข่าว

หากคุณสามารถเรียนรู้จากความเสี่ยง และจัดการมันได้อย่างเป็นระบบ คุณจะไม่เพียงแค่ "รอด" จากการขาดทุนเท่านั้น แต่ยังสามารถสร้าง "กำไรระยะยาว" จากตลาด Forex ได้อย่างมั่นคง


คำแนะนำสุดท้าย:

- ศึกษา Money Management อย่างละเอียด
- ใช้เครื่องมือวิเคราะห์เทคนิคให้เป็น
- เทรดตามระบบ ไม่เทรดตามอารมณ์
- และที่สำคัญที่สุด อย่าโลภ และอย่าหยุดเรียนรู้


forex trading background 23 2148574641" border="0
46
สวัสดีจ้า ในปัจจุบันกระแส AI เข้ามามีบทบาทเกือบจะทุกอย่างในชีวิตแล้ว ทั้งการทำงาน การศึกษา รวมทั้งการลงทุน ซึ่ง AI ก็สามารถเป็นตัวช่วยที่ดีได้ ถ้าหากเราศึกษาไว้ก็จะเป็นประโยชน์อย่างมากเลยทีเดียว และสำหรับเทรดเดอร์ Forex อย่างเราก็ไม่ควรพลาด วันนี้เราเลยมีคลิปดีๆ มาฝากอีกแล้วกับ เทรด 10,000 ลงเงินจริง ตาม CHATGPT จะได้เงินกี่บาท? จะเป็นยังไงไปรับชมกันเลยจ้า


 ::) ::) ::)


<a href="https://www.youtube.com/watch?v=7oQc4FRO3HQ" target="_blank">https://www.youtube.com/watch?v=7oQc4FRO3HQ</a>
47
สวัสดีค่ะ ถ้าเพื่อนๆ ได้ติดตามข่าวเศรษฐกิจการเงิน จะพบว่าในปัจจุบันเกิดอะไรขึ้นกับค่าเงินบาท แข็งค่าที่สุดในรอบปี ซึ่งค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นในช่วงที่ผ่านมามีสาเหตุหลักมาจากการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นส่วนใหญ่ หากคุณเป็นเทรดเดอร์ที่ก้าวเข้าสู่ตลาด Forex อย่างจริงจังแล้ว คงตระหนักดีว่ามีองค์ความรู้มากมายที่จำเป็นต้องเข้าใจอย่างลึกซึ้ง เพื่อส่งเสริมให้การซื้อขายคู่เงินสร้างผลกำไรอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการวิเคราะห์แนวโน้ม การอ่านข่าวเศรษฐกิจ หรือข้อมูลสำคัญอื่น ๆ

หนึ่งในปัจจัยที่ควรติดตามอย่างสม่ำเสมอก็คือ “สถานะของค่าเงิน” ว่าอ่อนค่าหรือแข็งค่า ซึ่งสิ่งนี้ถือเป็นตัวขับเคลื่อนกราฟราคาในตลาด Forex ได้โดยตรง บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับพื้นฐานของกราฟราคา ปัจจัยที่ส่งผลให้กราฟมีการเปลี่ยนแปลง และเหตุผลว่าทำไมกราฟถึงขึ้นหรือลง

ตัวอย่างเช่น เมื่ออัตราแลกเปลี่ยน USD/THB เท่ากับ 30 นั่นหมายความว่าต้องใช้เงินบาทจำนวน 30 บาท เพื่อแลกกับ 1 ดอลลาร์สหรัฐ หากค่าเงินบาทอ่อนลง เช่น เป็น 35 หรือ 40 บาท ก็หมายความว่าสกุลเงินรอง (THB) มีค่าลดลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์ แต่หากในทางกลับกัน ดอลลาร์อ่อนค่า ค่าเงินบาทก็จะกลับมามีค่ามากขึ้น เช่น 25 หรือ 20 บาทต่อ 1 ดอลลาร์ ซึ่งหมายถึงผู้ที่ต้องการซื้อดอลลาร์จะใช้เงินบาทน้อยลงนั่นเอง

ข้อมูลเหล่านี้ล้วนเป็นพื้นฐานของกราฟราคาในตลาด Forex และหลายคนอาจเริ่มสงสัยแล้วว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับข่าวสารเศรษฐกิจอย่างไร คำตอบคือ "มาก" และเราจะอธิบายเพิ่มเติมในลำดับถัดไป

การเปลี่ยนแปลงของค่าเงินกับกราฟราคาในตลาด Forex

ในตลาด Forex จะไม่มีการซื้อขายสกุลเงินใดแบบเดี่ยว ๆ แต่จะมีการจับคู่กันเสมอ โดยเทรดเดอร์จะทำการซื้อขาย "คู่เงิน" ซึ่งแต่ละคู่ประกอบด้วยสกุลเงินสองประเภท คือ "สกุลเงินหลัก" กับ "สกุลเงินรอง" เช่น ในคู่ USD/THB นั้น USD คือสกุลเงินหลัก และ THB คือสกุลเงินรอง

คุณอาจเคยสงสัยว่า เหตุใดบางคู่เงินจึงเรียงลำดับต่างกัน เช่น EUR/USD โดยที่ EUR อยู่ข้างหน้า คำตอบคือ มีการจัดอันดับความสำคัญของสกุลเงินไว้ ซึ่งลำดับที่ใช้อ้างอิงโดยทั่วไปมีดังนี้:

EUR

GBP

AUD

NZD

USD

CAD

CHF

JPY

ดังนั้น หากจับคู่ EUR กับ USD สกุลเงินยูโรจะต้องอยู่หน้าเสมอ เพราะอยู่ในอันดับสูงกว่า ในกรณีของ THB ซึ่งไม่ได้อยู่ในลำดับหลักทั้ง 8 เมื่อถูกจับคู่กับสกุลเงินใดก็ตาม จะอยู่ในตำแหน่งหลังเสมอ ทั้งนี้เป็นการจัดเรียงตามมาตรฐานสากลโดยธนาคารกลางยุโรป

ส่วนลำดับการจัดเรียงนี้จะไม่มีผลต่อมูลค่าของเงินแต่อย่างใด เป็นเพียงการกำหนดโครงสร้างคู่เงินให้เป็นมาตรฐานเท่านั้น

ปัจจัยที่ทำให้ค่าเงินแข็งค่าหรืออ่อนค่า

การเปลี่ยนแปลงของค่าเงินไม่ได้เกิดขึ้นโดยลอย ๆ แต่มีปัจจัยหลายด้านเข้ามากำหนด เช่น เศรษฐกิจ การเมือง ดอกเบี้ย หรือแม้กระทั่งสภาพอากาศก็มีผล โดยในที่นี้เราจะอธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ ในภาพรวมก่อน

ค่าเงินที่ “อ่อนค่า” คือสกุลเงินที่ตลาดไม่ให้ความสนใจมากนัก หรือมีความต้องการใช้น้อย ขณะที่ค่าเงิน “แข็งค่า” หมายถึงสกุลเงินที่มีความต้องการสูงในตลาด

ยกตัวอย่างเช่น หากต่างชาติไม่สนใจมาลงทุนในไทย ความต้องการใช้เงินบาทก็จะลดลง ส่งผลให้เงินบาทอ่อนค่า เพราะนักลงทุนไม่มีความจำเป็นต้องแปลงเงินเป็นเงินบาทเพื่อลงทุน ในทางตรงข้าม หากมีการลงทุนไหลเข้ามา นักลงทุนต้องแลกเงินบาทเพื่อใช้จ่ายภายในประเทศ เช่น ค่าก่อสร้าง ค่าจ้างแรงงาน ซึ่งส่งผลให้เงินบาทมีความต้องการเพิ่ม และแข็งค่าขึ้น

อีกหนึ่งตัวอย่างคือเรื่อง “ดอกเบี้ย” หากอัตราดอกเบี้ยในประเทศไทยอยู่ที่ 1% แต่ที่สหรัฐอเมริกาอยู่ที่ 5% นักลงทุนก็จะถอนเงินจากไทยไปลงทุนที่สหรัฐฯ แทน ทำให้เกิดการขายเงินบาทออก ส่งผลให้เงินบาทอ่อนค่าลง ขณะเดียวกัน ดอลลาร์จะได้รับความต้องการมากขึ้น และแข็งค่าขึ้น

หรืออีกกรณีที่เข้าใจง่าย เช่น ช่วงน้ำท่วมใหญ่ในประเทศไทย สินค้าการเกษตรมีปริมาณลดลงมาก ทำให้ “ของมีน้อย” ขณะที่ “ความต้องการยังมีอยู่” ราคาสินค้าก็ย่อมปรับตัวสูงขึ้น หลักการนี้สามารถนำมาใช้กับค่าเงินได้เช่นเดียวกัน

มองภาพกราฟราคาให้ชัดขึ้น

ลองกลับไปที่ตัวอย่างเดิม: USD/THB = 30 หมายถึง 1 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 30 บาท หากวันหนึ่งค่าเงินบาทอ่อนค่าลง กราฟราคานี้อาจกลายเป็น USD/THB = 40 นั่นหมายความว่าต้องใช้เงินบาทมากขึ้นเพื่อแลกเงินดอลลาร์ ซึ่งเป็นสัญญาณว่าเงินบาทอ่อนตัวลงนั่นเอง กราฟราคาจึงขยับขึ้น

สรุปได้ว่า กราฟราคาที่ขึ้นหรือลงในตลาด Forex ล้วนสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงของมูลค่าสกุลเงินนั้น ๆ ว่าแข็งค่าหรืออ่อนค่า และปัจจัยหลักที่อยู่เบื้องหลังก็คือ “อุปสงค์และอุปทาน” ของสกุลเงินในตลาดโลก


da2a90cc591b4b3985ea16e9d6c99778" border="0
48
สวัสดีจ้า วันนี้เกิดเหตุการณ์ถนนทรุดในกรุงเทพ ซึ่งมีขนาดใหญ่แบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ยังไงก็เป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่และคอยติดตามข่าวสารกันต่อไปค่ะ และสำหรับสายเทรดเดอร์ Forex รวมทั้งเพื่อนๆ ที่กำลังสนใจในการศึกษาเกี่ยวกับการเทรด Forex วันนี้เรามาดู วิธีหาเงินหลักล้านในอากาศจากการเทรด FOREX ด้วยเทคนิคเดียว (โครตเรียบง่าย)


 :) :) :)


<a href="https://www.youtube.com/watch?v=IKV5f4hf1Go" target="_blank">https://www.youtube.com/watch?v=IKV5f4hf1Go</a>
49
สวัสดีค่ะ จากที่ประเทศไทยได้นายกคนใหม่ ทำเอาหลายคนมีความเห็นที่แตกต่างกัน แต่ไม่ว่าจะยังไง ก็ต้องรอติดตามกันต่อไปค่ะ และวันนี้สายเทรดอย่างเรามาดู 5 เทคนิคเทรด Forex แบบ Scalping ที่ทำให้พอร์ตเติบโตเร็ว อันดับแรกของการเทรดแบบ Scalping สิ่งที่ต้องทำและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง คือการกำจัดข้อผิดพลาดของตัวเอง คุณจำเป็นต้องรู้ว่าข้อผิดพลาดของตัวเองคืออะไร และรีบแก้ไขทันที แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าอะไรคือข้อผิดพลาดของเรา คุณคงสงสัยใช่ไหม สิ่งที่ทำให้คุณขาดทุนนั่นแหละ คือข้อผิดพลาดที่เห็นได้ชัดที่สุด

อีกส่วนหนึ่งคือข้อผิดพลาดหลักทางจิตวิทยา มาดูกันว่ามีอะไรบ้าง


การเทรดเพื่อเอาคืน
หลายคนอ่านตรงนี้อาจสงสัยว่า ถ้าไม่เอาคืนแล้วจะทำกำไรได้อย่างไรถ้าขาดทุนไปแล้ว ขออธิบายว่าการเอาคืนตรงนี้คืออารมณ์ล้างแค้นทางการเงิน บางคนอาจมีประสบการณ์เทรดแล้วขาดทุน จากนั้นอยากได้เงินคืน จึงเทรดเพื่อเอาคืน หากคุณอยู่ในสถานการณ์นี้ นั่นคือข้อผิดพลาดที่ต้องแก้ไข

หากเกิดเหตุการณ์แบบนี้ สิ่งที่ควรทำคือหยุดเทรด แล้วกลับมาดูใจตัวเอง จากนั้นค่อย ๆ วิเคราะห์ Timeframe ว่าจุดไหนทำให้ขาดทุน แล้วค่อย ๆ แก้ไข


เสพติดการเทรด
หากคุณเทรดเพราะไม่มีอะไรทำ หรือเข้าเทรดโดยไม่มีสัญญาณน่าเข้า ให้เข้าใจว่าคุณกำลังเสพติดการเทรด ซึ่งเป็นสิ่งไม่ดีและทำให้ขาดทุนง่าย ดังนั้น หากเข้าเทรดโดยไม่มีปัจจัยพื้นฐาน ปัจจัยทางเทคนิค หรือข่าวสารสนับสนุน ควรพักการเทรดไว้ก่อน


Overtrade
หลายคนรู้ตัวว่ากำลัง Overtrade แต่สิ่งสำคัญคือการควบคุมการ Overtrade ให้ได้ เพราะถ้า Overtrade โดยไม่มีแผนรองรับ มักจะจบลงด้วยพอร์ตแตกหรือ Margin Call คือไม่มีเงินเหลือให้ติดลบ โบรกเกอร์จึงปิด Order ให้เองเพราะเงินไม่พอรับความเสี่ยงอีกแล้ว


ใช้ Key Level
เทรดเดอร์มือใหม่ในตลาดฟอเร็กซ์อาจยังไม่มีระบบเทรดของตัวเอง แต่ถ้าต้องการทำกำไรสม่ำเสมอ ต้องมีแนวคิดในการเข้า Order ไม่ใช่แค่คิดว่าราคาจะขึ้นเพราะลงต่ำ หรือจะลงเพราะขึ้นสูง แบบนี้ไม่ดี

คุณควรมีข้อมูลอ้างอิง เช่น ตัวเลขเงินเฟ้อที่อาจส่งผลให้ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าหรือแข็งค่าขึ้น ตัวเลขเหล่านี้อาจทำให้ดอลลาร์ขึ้นหรือลง หรือถ้าเป็นเทรดเดอร์สายเทคนิคก็ดูแนวรับ แนวต้าน เทรนด์ หรือ Indicator ต่าง ๆ เพื่อช่วยวิเคราะห์ โดยมี Key Level เป็นไกด์ไลน์ เช่น กลยุทธ์แนวรับ/แนวต้าน หรือ Supply & Demand Zone


ทำการเทรดที่มีความน่าจะเป็นสูงเท่านั้น
ต้องโฟกัสที่คุณภาพในการเทรด ไม่ใช่ปริมาณ เช่น การเฝ้ากราฟตลอดเวลาก็อาจเป็นการเทรดเชิงปริมาณ ไม่ใช่เชิงคุณภาพ คุณควรมีแผนสำหรับการเทรดแต่ละครั้ง ไม่ใช่เปิด Order เยอะ หรือเฝ้ากราฟนาน ๆ แล้วคิดว่าจะได้กำไรมากกว่า ความจริงไม่จำเป็นเสมอไป

ไม่จำเป็นต้องเปิด Order ใหญ่ หากเข้าจุดถูกต้อง Order lot เล็กก็สามารถทำกำไรได้มาก ดังนั้นควรเน้นคุณภาพและความน่าจะเป็นสูง ไม่ใช่จำนวน lot หรือจำนวน Order ให้สนใจว่าจุดเข้าดีหรือไม่ ควรใช้เวลาในการวางแผนเทรดให้ดี ไม่ต้องเปิด Order เยอะ เรียนรู้การวางแผนการเทรดจากบทความ “วิธีการพัฒนากลยุทธ์การเทรด Forex”

บางคนอาจคิดว่าจะทำกำไรมากโดยเทรดหลายคู่เงินหรือหลายสินทรัพย์ แต่จริง ๆ ไม่จำเป็นเสมอไป อาจเน้นเทรดทองและคู่เงินที่ถนัด พร้อมวิเคราะห์ด้วยปัจจัยเทคนิคและพื้นฐาน ดูได้จากบทความ “การวิเคราะห์ทางเทคนิค VS การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานในการเทรด Forex”


เพิ่ม lot อย่างช้า ๆ
การเทรดเหมือนการออกกำลังกาย หากหักโหมตั้งแต่แรกอาจได้รับบาดเจ็บ การเทรดในช่วงแรกจึงไม่ควรใส่ lot ใหญ่ เริ่มจาก lot เล็ก ทุนน้อย ฝึกฝนก่อน เพราะถ้าเทรด lot ใหญ่โดยไม่มีประสบการณ์ ราคาสวิงแรง อาจทำให้พอร์ตแตก ควรสะสมประสบการณ์แล้วค่อยเพิ่ม lot


ปรับปรุงการเทรดทุกวัน
สิ่งที่ช่วยได้มากคือการจดบันทึกหลังเทรด เช่น ปิดหน้าจอช่วงสองทุ่ม แล้วทบทวนผลกำไร-ขาดทุน และเหตุผลเข้า Order แต่ละครั้ง การกลับมาอ่านบันทึกช่วยให้เข้าใจความคิดตอนนั้น



บทสรุป
เทคนิคเทรด Forex แบบ Scalping ต้องหมั่นทบทวน สังเกต และปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง พร้อมมีกลยุทธ์เพื่อทำกำไรและแนวคิดที่ช่วยให้อยู่ในตลาดได้ยั่งยืน สิ่งเหล่านี้หาได้ในคอร์สสูตรลับจับทุกสวิง สาย Scalping ซึ่งจำเป็นสำหรับเทรดเดอร์ระยะสั้นทุกคน


forex trading 1" border="0
50
สวัสดีจ้า เดือนนี้ไม่มีวันหยุด ทำงานเต็มเดือน สำหรับเพื่อนๆ ที่ทำงานประจำ การเดินทางในแต่ละวันก็ยากขึ้นจากที่ฝนตก ทำให้รถติดมากขึ้น เพิ่มความเหนื่อยล้าไปอีก และสำหรับเพื่อนๆ ที่สนใจในการเทรด Forex วันนี้เรามาดู สูตรปั้นพอร์ตโต 500% ใน 1 เดือนจาก FOREX  (กำไรหลักแสนจากทุนหลักหมื่น) จะเป็นยังไงไปรับชมกันเลยจ้า

 ??? ??? ???


<a href="https://www.youtube.com/watch?v=Rym5k_zWI0o" target="_blank">https://www.youtube.com/watch?v=Rym5k_zWI0o</a>
หน้า: 1 ... 3 4 [5] 6 7 ... 10
SMF 2.0.15 | SMF © 2011, Simple Machines
SMFAds for Free Forums