กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: 1 ... 3 4 [5] 6 7 ... 10
41
สวัสดีค่ะ ใกล้จะเข้าฤดูหนาวแล้ว แต่ในบางพื้นที่ก็ยังมีฝนตกหนักอยู่เลย เชื่อว่าหลายคนเฝ้ารอฤดูหนาวกันเพราะเป็นช่วงที่ทำให้เราผ่อนคลาย เหมาะแก่การพักผ่อน และเป็นสัญญาณของวันสิ้นปี วันปีใหม่นั่นเอง และสำหรับเพื่อนๆ ที่สนใจในการเทรด Forex วันนี้เรามีคลิปดีๆ มาฝากกับคลิป เทรดเดอร์ Forex สอนวิธีการอ่านกราฟ Forex หน้างาน *สำหรับคนเปิดกราฟมาแล้ว....งง" จะเป็นยังไงไปรับชมกันเลยจ้า


 ::) ::) ::)


<a href="https://www.youtube.com/watch?v=KiXsg3yusNc" target="_blank">https://www.youtube.com/watch?v=KiXsg3yusNc</a>
42
สวัสดีค่ะ ช่วงนี้ข่าวการเมืองมีให้ตามกันทุกวัน และที่แรงไม่แพ้กันคือเรื่องเศรษฐกิจ ทั้งในไทยและต่างประเทศโดยเฉพาะข่าวเศรษฐกิจของโลกยิ่งต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะหลายๆอย่างผันผวนอย่างมาก และวันนี้สายเทรด Forex เรามาดู สภาพคล่องในตลาด forex ส่งผลต่อกลยุทธ์อย่างไร สภาพคล่องในตลาด Forex อาจดูเป็นหัวข้อที่ซับซ้อน แต่เมื่อทำความเข้าใจแล้วจะเห็นว่าเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่สามารถกำหนดความสำเร็จหรือความล้มเหลวของกลยุทธ์การเทรดได้อย่างชัดเจน โดยพื้นฐานแล้ว “สภาพคล่อง” หมายถึงความสามารถในการซื้อหรือขายคู่เงินในตลาดโดยไม่ทำให้ราคาผันผวนมากเกินไป ในโลกของ Forex ที่ราคามีการเคลื่อนไหวรวดเร็ว สภาพคล่องจึงเป็นองค์ประกอบหลักที่ทำให้การเทรดดำเนินไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ

การเข้าใจสภาพคล่องในตลาด Forex จะช่วยให้ผู้เทรดเลือกช่วงเวลาที่เหมาะสมในการทำธุรกรรม และหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่คำสั่งซื้อหรือขายใช้เวลานานกว่าจะถูกดำเนินการ เพื่อให้ได้ราคาที่เหมาะสมที่สุด



ทำไมสภาพคล่องในตลาด Forex จึงมีความสำคัญ

สภาพคล่องในตลาด Forex คือความสามารถในการซื้อหรือขายคู่เงินได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพโดยไม่กระทบต่อราคา ยิ่งตลาดมีสภาพคล่องสูงเท่าไร การเทรดก็จะทำได้สะดวกขึ้น พร้อมลดความเสี่ยงของ “สลิปเพจ” หรือความแตกต่างระหว่างราคาที่คาดหวังกับราคาที่ได้จริง สภาพคล่องจึงมีผลโดยตรงต่อการดำเนินการคำสั่งและต้นทุนการเทรดของผู้ลงทุน

ตลาด Forex ถือเป็นหนึ่งในตลาดที่มีสภาพคล่องสูงที่สุดในโลก ด้วยปริมาณการซื้อขายมากกว่า 6 ล้านล้านดอลลาร์ต่อวันและเปิดทำการตลอด 24 ชั่วโมง 5 วันต่อสัปดาห์ เทรดเดอร์สามารถซื้อขายคู่เงินหลักได้อย่างต่อเนื่องด้วยสเปรดที่แคบ อย่างไรก็ตาม ตลาดก็ยังคงมีความผันผวน ดังนั้น การเข้าใจช่วงเวลาที่สภาพคล่องเปลี่ยนแปลงและสาเหตุที่เกิดขึ้นจะช่วยให้ปรับกลยุทธ์ได้อย่างเหมาะสม

นอกจากจะมีผลต่อความรวดเร็วในการดำเนินการแล้ว สภาพคล่องยังส่งผลต่อสเปรด ซึ่งคือความแตกต่างระหว่างราคาซื้อและราคาขายของคู่เงิน ในตลาดที่มีสภาพคล่องสูง สเปรดมักจะแคบ ทำให้การเทรดต้นทุนต่ำ เหมาะกับเทรดเดอร์ระยะสั้น แต่เมื่อสภาพคล่องต่ำ สเปรดจะกว้างขึ้นและต้นทุนสูงขึ้น ส่งผลต่อผลกำไรและโอกาสในการเทรด

สุดท้าย สภาพคล่องยังมีบทบาทในการรักษาเสถียรภาพของตลาด เพราะเมื่อสภาพคล่องสูง ราคาจะไม่ผันผวนรุนแรงจากคำสั่งซื้อขายขนาดใหญ่ ซึ่งช่วยให้ตลาดมีความน่าเชื่อถือและสามารถคาดการณ์ได้ดีขึ้น สำหรับทั้งนักลงทุนรายใหญ่และรายย่อย สภาพคล่องจึงเป็นกลไกสำคัญในการบริหารความเสี่ยงและสร้างความมั่นใจในตลาด หากขาดสภาพคล่อง ตลาดอาจไร้ประสิทธิภาพและผันผวนมากขึ้นจนส่งผลต่อความน่าสนใจโดยรวม



ปัจจัยที่มีผลต่อสภาพคล่อง

สภาพคล่องในตลาด Forex ไม่คงที่ แต่เปลี่ยนแปลงไปตามช่วงเวลาและคู่เงินต่าง ๆ โดยมีหลายปัจจัยที่ส่งผลต่อระดับความคล่องตัวของตลาด


เวลาในการเทรดและกิจกรรมในตลาด

แม้ว่าตลาด Forex จะเปิดตลอด 24 ชั่วโมง แต่สภาพคล่องไม่ได้เท่ากันในทุกช่วงเวลา โดยช่วงที่ตลาดหลักเปิดทับซ้อนกัน เช่น ลอนดอนและนิวยอร์ก จะมีสภาพคล่องสูงที่สุด เนื่องจากมีผู้เข้าร่วมตลาดจำนวนมาก ส่งผลให้สเปรดแคบและการดำเนินการคำสั่งเป็นไปอย่างรวดเร็ว

ในทางกลับกัน เมื่อเข้าสู่ช่วงตลาดที่เงียบ เช่น ตอนตลาดเอเชียใกล้ปิด สภาพคล่องจะลดลง การดำเนินการคำสั่งอาจช้าลงและมีความเสี่ยงต่อการเกิดสลิปเพจ การเข้าใจช่วงเวลาที่มีสภาพคล่องสูงจึงช่วยให้ผู้เทรดวางแผนได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น


เหตุการณ์ทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์

การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ เช่น การตัดสินใจอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลาง หรือรายงานการจ้างงานในสหรัฐฯ มักส่งผลให้สภาพคล่องลดลงชั่วคราว เนื่องจากผู้เทรดปรับตัวตามข่าวอย่างรวดเร็ว ทำให้ราคาผันผวนและสเปรดกว้างขึ้น เช่นเดียวกับเหตุการณ์ทางการเมืองหรือความขัดแย้งระหว่างประเทศ ซึ่งอาจทำให้ผู้ลงทุนชะลอการเทรด ส่งผลให้ตลาดผันผวนมากขึ้น

การติดตามข่าวสารและเหตุการณ์สำคัญล่วงหน้าจึงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อหลีกเลี่ยงการเทรดในช่วงที่สภาพคล่องผันผวน หรือเพื่อปรับกลยุทธ์ให้เหมาะกับสภาพตลาดหลังเหตุการณ์


สภาพคล่องของคู่เงิน

คู่เงินหลัก เช่น EUR/USD, GBP/USD และ USD/JPY มักมีสภาพคล่องสูงที่สุด เพราะมีปริมาณการเทรดมหาศาล ทำให้สเปรดแคบและคำสั่งดำเนินได้รวดเร็ว ในขณะที่คู่เงินรองหรือคู่เงินแปลกใหม่มีสภาพคล่องต่ำกว่า ทำให้สเปรดกว้างขึ้นและความเสี่ยงเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ตลาดซบเซา


ผลกระทบของสภาพคล่องต่อการเทรด

เมื่อเข้าใจปัจจัยที่ส่งผลต่อสภาพคล่องแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการวิเคราะห์ว่ามันมีผลต่อกลยุทธ์การเทรดอย่างไร


การดำเนินการคำสั่งและสลิปเพจ

ในช่วงเวลาที่สภาพคล่องสูง เช่น เมื่อทั้งตลาดลอนดอนและนิวยอร์กเปิดพร้อมกัน คำสั่งซื้อขายจะถูกดำเนินการอย่างรวดเร็วและได้ราคาตามที่คาดหวัง ตัวอย่างเช่น หากเทรด EUR/USD ที่ราคา 1.2000 คำสั่งจะถูกดำเนินการทันที แต่หากเทรดในช่วงที่สภาพคล่องต่ำ เช่น ตอนตลาดเอเชียปิด อาจพบว่าคำสั่งดำเนินที่ราคา 1.2003 แทน ซึ่งต่างจากราคาที่ต้องการ นี่คือผลของสลิปเพจที่อาจส่งผลต่อต้นทุนของเทรดเดอร์


สภาพคล่องและต้นทุนการเทรด

สเปรดในตลาด Forex เป็นตัวชี้วัดโดยตรงของสภาพคล่อง ยิ่งตลาดมีสภาพคล่องสูง สเปรดยิ่งแคบ ทำให้ต้นทุนการเข้าซื้อขายต่ำลง ในทางตรงกันข้าม หากสภาพคล่องลดลง สเปรดจะกว้างและต้นทุนสูงขึ้น โดยเฉพาะสำหรับเทรดเดอร์ระยะสั้นอย่าง Scalper หรือ Day Trader การเลือกเทรดในช่วงเวลาที่สเปรดแคบจึงมีความสำคัญมาก


กลยุทธ์ในสภาพคล่องสูงและต่ำ

เมื่อสภาพคล่องสูง กลยุทธ์การเทรดระยะสั้น เช่น Scalping หรือ Day Trading มักได้ผลดี เพราะสามารถเข้าออกตลาดได้รวดเร็วและต้นทุนต่ำ ในทางกลับกัน เมื่อสภาพคล่องต่ำ กลยุทธ์ระยะยาว เช่น Swing Trade หรือ Position Trade จะเหมาะสมกว่า เนื่องจากสามารถรับมือกับความผันผวนและสเปรดที่กว้างได้ดีกว่า



สรุป

สภาพคล่องในตลาด Forex เป็นปัจจัยพื้นฐานที่มีผลโดยตรงต่อการดำเนินการคำสั่ง ความเสี่ยงจากสลิปเพจ และต้นทุนการเทรด การเข้าใจปัจจัยที่ส่งผลต่อสภาพคล่อง เช่น เวลาในการเทรด เหตุการณ์เศรษฐกิจ และคู่เงินที่เลือก จะช่วยให้ผู้เทรดสามารถวางแผนได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่ว่าจะเทรดในช่วงที่สภาพคล่องสูงหรือต่ำ การตระหนักถึงปัจจัยเหล่านี้จะช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มความแม่นยำในการตัดสินใจเทรดได้อย่างมั่นใจ


5545" border="0
43
สวัสเีค่ะ ช่วงนี้ตลาดทองค่อนข้างจะเป็นที่พูดถึงมาก หลังจากที่ราคาพุ่งแรงมากๆ แล้วก็ดิ่งแรงสุดๆ ทำเอาหลายคนติดดอยกันเพียบเลย มีเพื่อนๆ คนไหนแอบไปหยอดทำกำไรกันบ้างมั้ยคะ แต่สำหรับเพื่อนที่เป็นสายเทรด Forex หรือสนใจในการศึกษาการเทรด Forex วันนี้เรามาดู Forex สายกราฟเปล่า (เมื่อกราฟไปไกล ทำยังไง) จะเป็นยังไงไปรับชมกันได้เลยจ้า


 :) :) :)

<a href="https://www.youtube.com/watch?v=CnKSyDV8r5A" target="_blank">https://www.youtube.com/watch?v=CnKSyDV8r5A</a>
44
สวัสดีค่ะ ปีนี้เป็นอีกปีที่ประเทศไทยได้สูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ กราบถวายอาลัยแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ขอพระองค์ทรงเสด็จสู่สวรรค์คาลัย น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ธ ส่งสถิตอยู่ในดวงใจตลอดไป และสำหรับสายเทรด Forex วันนี้เรามาดู วิธีตรวจสอบโบรกเกอร์ Forex ว่าถูกกฎหมายหรือไม่ การเทรดฟอเร็กซ์ คือการซื้อหรือขายเงินสกุลหนึ่งกับอีกสกุลหนึ่ง เพื่อเก็งกำไรจากความผันผวนของค่าเงินผ่านแพลตฟอร์มเทรดออนไลน์ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “โบรกเกอร์ Forex”

ตลาดการเงินประเภทนี้มีจุดเด่นต่างจากการลงทุนรูปแบบเดิม เพราะสามารถเทรดได้ตลอด 24 ชั่วโมง ใช้เงินเริ่มต้นไม่มาก รองรับการเทรดได้ทั้งช่วง “ขาขึ้น” และ “ขาลง” อีกทั้งยังเข้าถึงได้ง่ายจากทุกมุมโลก ผ่านฟอเร็กซ์เซสชันหลักทั้ง 4 แห่ง





สถานะทางกฎหมายของการเทรด Forex ในประเทศไทย

ปัจจุบัน สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (SEC ไทย) เป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่ควบคุมการให้ใบอนุญาตธุรกิจหลักทรัพย์และอนุพันธ์ รวมถึงสัญญาอนุพันธ์ที่อ้างอิงอัตราแลกเปลี่ยน (foreign exchange derivatives) ภายใต้พระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 และแนวทางใหม่ของ SEC ในปี 2024

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ SEC ยังไม่ได้อนุมัติโบรกเกอร์ Forex รายใดที่ให้บริการในไทย โดยโบรกเกอร์ที่จะได้รับการรับรองต้องผ่านการสมัครและประเมินตามเกณฑ์ที่กำหนดก่อน

การเลือกใช้โบรกเกอร์ที่ไม่มีใบอนุญาต หรือไม่ได้อยู่ในฐานข้อมูลของ SEC ไทย อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการใช้งาน และผู้ใช้งานจะไม่ได้รับความคุ้มครองหากเกิดปัญหาจากการใช้บริการ





วิธีตรวจสอบโบรกเกอร์ Forex ว่าถูกกฎหมายหรือไม่

แม้ว่าการเทรด Forex ยังไม่อยู่ภายใต้การรับรองของกฎหมายไทย แต่หากต้องการศึกษาหรือทดลองลงทุนประเภทนี้ ควรเริ่มจากการใช้บัญชีทดลองกับโบรกเกอร์ที่มีความน่าเชื่อถือก่อน

ก่อนเปิดบัญชีหรือฝากเงิน ควรตรวจสอบข้อมูลดังต่อไปนี้:


1. ตรวจสอบใบอนุญาต

หากเป็นไปได้ ควรเลือกใช้โบรกเกอร์ที่ได้รับการรับรองจาก ก.ล.ต. ไทย แต่ในความเป็นจริง การเทรด Forex ในประเทศยังไม่ถูกอนุญาต ดังนั้นอาจพิจารณาเลือกโบรกเกอร์ที่ได้รับใบอนุญาตจากหน่วยงานกำกับดูแลต่างประเทศที่มีชื่อเสียงแทน


2. ตรวจสอบความตรงกันของชื่อบริษัท

เพื่อป้องกันการสวมสิทธิ์ ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าชื่อบริษัทในเอกสารและชื่อบนเว็บไซต์ตรงกันหรือมีความเกี่ยวข้องกันจริงก่อนใช้งาน


3. หลีกเลี่ยงโบรกเกอร์ที่ไม่ได้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลเข้มงวด

หากจำเป็นต้องใช้โบรกเกอร์ต่างประเทศ ควรเลือกโบรกเกอร์ที่ได้รับใบอนุญาตจากหน่วยงานระดับ Tier 1 หรือ Tier 2 เท่านั้น เพื่อความปลอดภัยในการลงทุน


4. ทดลองเปิดบัญชีเดโม

ก่อนฝากเงินจริง ควรทดลองใช้บัญชีเดโมเพื่อทดสอบระบบเทรด การปรับราคา และการให้บริการลูกค้า เมื่อมั่นใจในคุณภาพจึงค่อยเปิดบัญชีจริง จะดีกว่าการนำเงินจริงไปเสี่ยงโดยไม่ตรวจสอบระบบก่อน




แนวทางการลงทุน Forex ให้ปลอดภัยในปี 2025

หากมีพอร์ตการลงทุนอยู่แล้วและต้องการขยายมาสู่การเทรด Forex ควรรอจนกว่า ก.ล.ต. จะให้การรับรองการเทรดฟอเร็กซ์ในไทยก่อน เพื่อให้ได้รับความคุ้มครองเต็มรูปแบบและป้องกันความเสี่ยงต่อเงินทุน

แต่หากยอมรับความเสี่ยงได้และต้องการลงทุนทันที ควรเริ่มจากโบรกเกอร์ที่อยู่ภายใต้หน่วยงานกำกับระดับ Tier-1 เพื่อความโปร่งใสและความปลอดภัยในการให้บริการ อย่าหลงเชื่อคำโฆษณาที่ให้ผลตอบแทนสูงเกินจริง เช่น “สมัครเทรดวันนี้ รับกำไร 40% ต่อเดือน” เพราะมักเป็นกลลวงของมิจฉาชีพ

ควรทดลองบัญชีเดโมก่อนฝากเงินจริง เพื่อเรียนรู้ระบบและทดสอบความเสถียร เมื่อมั่นใจแล้วค่อยลงทุนด้วยเงินจำนวนน้อยและใช้เลเวอเรจต่ำ เพื่อลดความเสี่ยงจากการขาดทุนจำนวนมาก

นอกจากนี้ ควรศึกษาเทคนิคการเทรด เช่น Trend Following, RSI, MACD ควบคู่กับการวางแผนบริหารความเสี่ยง (Risk Management) ที่เหมาะกับสไตล์ของตนเอง เพื่อเพิ่มโอกาสในการเทรดอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ



สรุป: การเทรด Forex คือเหรียญสองด้านสำหรับนักลงทุนไทย

แม้การเทรด Forex จะเป็นช่องทางการลงทุนที่ได้รับความนิยมทั่วโลก แต่ยังคงมีความเสี่ยงสูง ทั้งจากความผันผวนของคู่เงิน การหลอกลวงจากโบรกเกอร์ และการที่หน่วยงานกำกับดูแลในไทยยังไม่ให้การรับรองอย่างเป็นทางการ

ดังนั้น การศึกษาข้อมูลอย่างละเอียด การเลือกใช้โบรกเกอร์ที่ได้รับใบอนุญาตจากหน่วยงานสากล และการเทรดอย่างมีวินัยและความเข้าใจ จะช่วยให้การลงทุนในตลาด Forex ของคุณปลอดภัยและมีโอกาสประสบความสำเร็จมากขึ้น แทนที่จะกลายเป็นกับดักทางการเงินที่อาจทำให้สูญเสียเงินทุนทั้งหมด


forex trading background 52683 41604" border="0
45
สวัสดีค่ะ ในบางครั้งชีวิตก็ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่ถ้าหากเป็นการลงทุน ส่วนใหญ่เทรดเดอร์มักจะกระจายความเสี่ยง เพื่อลดความเสี่ยงในการลงทุน และสำหรับเพื่อนๆ ที่ชื่นชอบการเทรด Forex หรือกำลังศึกษาอยู่วันนี้เรามาดู เปรียบเทียบการเทรด Forex vs. ฟิวเจอร์สสกุลเงิน: อะไรดีกว่าและน่าสนใจกว่ากัน การเทรด Forex ทั่วไป (ตลาดสปอต Forex) มีความคล้ายคลึงกับตลาดฟิวเจอร์ส Forex เพราะทั้งสองตลาดต่างใช้หลักการเก็งกำไรจากสกุลเงินและอัตราแลกเปลี่ยน แต่ก็มีความแตกต่างบางส่วนที่ผู้เทรดควรทำความเข้าใจอย่างละเอียด


พื้นฐานของการเทรด Forex แบบสปอต

ตลาดสปอตคือการเทรดสกุลเงินในลักษณะการซื้อขายทันที ซึ่งอยู่ในระบบการเงินแบบกระจายศูนย์ มีเครือข่ายทั่วโลกที่ประกอบด้วยธนาคาร สถาบันการเงิน นายหน้าออนไลน์ และผู้เข้าร่วมรายอื่นในตลาด การเทรด Forex เป็นการแลกเปลี่ยนสกุลเงินเป็นคู่ โดยอัตราแลกเปลี่ยนขึ้นอยู่กับคำสั่งซื้อขายจริงมากกว่าราคาหลัก ทำให้คำสั่งราคามีบทบาทสำคัญในทุกธุรกรรมที่เกิดขึ้น



ข้อดีของการเทรด Forex

* **สภาพคล่องสูง**
  ตลาด Forex มีขนาดใหญ่และเปิดกว้าง ทำให้สภาพคล่องสูง แม้ทำธุรกรรมขนาดใหญ่ก็ไม่ส่งผลกระทบต่อราคาอย่างมีนัยสำคัญ

* **เลเวอเรจสูง**
  ระดับเลเวอเรจแตกต่างกันตามภูมิภาค เช่น ในสหรัฐอเมริกาอนุญาตสูงสุดที่ 50:1 แต่ในบางพื้นที่อาจสูงถึง 1:1000 ซึ่งเพิ่มโอกาสทำกำไรได้มากขึ้น

* **เข้าถึงตลาดได้ทุกเวลา**
  ตลาด Forex เปิดตลอด 24 ชั่วโมงต่อวัน ผู้เทรดสามารถซื้อขายได้ทุกที่ผ่านสมาร์ทโฟนและเริ่มต้นด้วยเงินลงทุนขั้นต่ำ

* **ไม่มีค่าคอมมิชชั่น**
  หากเลือกโบรกเกอร์ที่น่าเชื่อถือ การซื้อขายสามารถทำได้โดยไม่ต้องเสียค่าคอมมิชชั่นเพิ่มเติม

* **เหมาะกับบัญชีอิสลาม**
  โบรกเกอร์หลายรายปรับเงื่อนไขให้สอดคล้องกับหลักศาสนาอิสลาม เพื่อให้ผู้เทรดสามารถลงทุนได้อย่างถูกต้องตามหลักศาสนา



ข้อเสียของการเทรด Forex

* **ตลาดไร้ศูนย์กลางควบคุม**
  แม้จะเปิดกว้าง แต่ความไม่มีศูนย์กลางควบคุมทำให้มีความเสี่ยงต่อการถูกหลอกลวง ดังนั้นจึงควรเลือกโบรกเกอร์ที่ได้รับใบอนุญาตและมีชื่อเสียง

* **ราคาเสนออาจไม่ต่อเนื่อง**
  อัตราแลกเปลี่ยนอาจต่างกันไปตามแหล่งข้อมูล ทำให้ราคาไม่สอดคล้องกันในบางช่วงเวลา

* **ความผันผวนสูง**
  ตลาด Forex อาจเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะช่วงเหตุการณ์เศรษฐกิจสำคัญ ซึ่งอาจทำให้เกิดการขาดทุนได้หากไม่มีแผนบริหารความเสี่ยงที่ดี

อย่างไรก็ตาม การเทรด Forex ยังคงเป็นทางเลือกที่มั่นคงในการสร้างผลตอบแทน หากรู้จักจัดการความเสี่ยง ตั้งค่าจุดตัดขาดทุน และเลือกโบรกเกอร์ที่ไว้ใจได้



พื้นฐานของการเทรดฟิวเจอร์ส Forex

ฟิวเจอร์ส (Futures) คือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของสินทรัพย์ที่สามารถใช้เพื่อเก็งกำไรหรือป้องกันความเสี่ยง สัญญานี้เป็นข้อตกลงในการซื้อหรือขายคู่สกุลเงินในวันที่กำหนดไว้ล่วงหน้า ฟิวเจอร์สสกุลเงินมีการซื้อขายในตลาด CME โดยมีขนาดล็อตต่าง ๆ เช่น e-micro, e-mini และล็อตมาตรฐาน ซึ่งโดยทั่วไปจะอ้างอิงค่าเงินเป็นดอลลาร์สหรัฐ หนึ่งในสกุลเงินหลักที่มีเสถียรภาพที่สุดในโลก



ข้อดีของฟิวเจอร์สสกุลเงิน

* **ตลาดมีการกำกับดูแลอย่างชัดเจน**
  การซื้อขายฟิวเจอร์สอยู่ภายใต้การควบคุมของหน่วยงานเช่น CFTC และ CME ช่วยลดความเสี่ยงจากการฉ้อโกงและเพิ่มความมั่นใจให้กับนักลงทุน

* **ราคาชัดเจนและโปร่งใส**
  ผู้เทรดทุกคนจะเห็นข้อมูลราคาเดียวกัน ไม่ว่าจะเข้าผ่านแหล่งข้อมูลใด ทำให้ตลาดมีความโปร่งใสสูง

* **สภาพคล่องสูงในระดับมาตรฐาน**
  แม้จะไม่เท่าตลาด Forex สปอต แต่ตลาดฟิวเจอร์สยังคงมีสภาพคล่องสูงเพราะอิงราคาจากอัตราแลกเปลี่ยนจริงของตลาด Forex



ข้อเสียของฟิวเจอร์สสกุลเงิน

* **เงื่อนไขทางการเงินเข้มงวดกว่า**
  ผู้เทรดต้องใช้บัญชีมาร์จิ้นและเงินทุนมากกว่า ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการขาดทุนหากตลาดเคลื่อนไหวสวนทาง

* **เลเวอเรจน้อยกว่า Forex สปอต**
  โดยทั่วไปไม่เกิน 30:1 สำหรับคู่สกุลเงินหลัก และประมาณ 20:1 สำหรับคู่เงินแปลกใหม่ ซึ่งต่ำกว่าตลาดสปอตมาก

* **มีค่าคอมมิชชั่นและค่าธรรมเนียม**
  การเทรดฟิวเจอร์สต้องจ่ายค่าคอมมิชชั่นต่อสัญญา รวมถึงค่าธรรมเนียมการแลกเปลี่ยน ทำให้ต้นทุนรวมในการเทรดสูงขึ้น



สรุปความแตกต่างระหว่าง Forex สปอตและฟิวเจอร์ส

ทั้งสองตลาดเป็นทางเลือกที่ดีในการเก็งกำไรและป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวนของสกุลเงิน แต่ตลาดสปอตมีความยืดหยุ่น เข้าถึงง่าย และใช้เงินทุนเริ่มต้นน้อยกว่า เหมาะสำหรับผู้เทรดทั่วไป ขณะที่ตลาดฟิวเจอร์สให้ความโปร่งใสและปลอดภัยกว่าเพราะมีการกำกับดูแล แต่ต้องใช้เงินทุนสูงและมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

ท้ายที่สุด การเลือกว่าจะเทรดแบบใดขึ้นอยู่กับเป้าหมายทางการเงิน ขนาดเงินทุน และระดับความเสี่ยงที่ผู้เทรดแต่ละคนยอมรับได้


back view young business bearded man having phone call with his ceo diagrams computer monitor 482257" border="0
46
พูดคุยForexทั่วไป / สอนอ่านแท่งเทียน Forex ฉบับโค้ช
« กระทู้ล่าสุด โดย rannie2020 เมื่อ 24/ต.ค./2025 11:51:58 »
สวัสดีจ้า ในยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในปัจจุบัน ทำให้เราต้องเรียนรู้ในทุกสิ่งทุกอย่างที่เข้ามาในชีวิต เพื่อใหเ้ทันกระแสและทันคนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเทรนด์ AI ต่างๆ ไม่เช่นนั้นอาจจะถูกหลอกได้ง่าย และสำหรับเพื่อนๆ ที่สนใจในการเทรด Forex วันนี้เรามาดู สอนอ่านแท่งเทียน Forex ฉบับโค้ช เหมาะสำหรับสายเทรดและสายเริ่มต้นเลย จะเป็นยังไงไปรับชมกันเลยจ้า


 ::) ::) ::) ??? ??? ???


<a href="https://www.youtube.com/watch?v=GuisYYcQOcY" target="_blank">https://www.youtube.com/watch?v=GuisYYcQOcY</a>
47
พูดคุยForexทั่วไป / เทรด Forex เป็นอาชีพได้หรือไม่?
« กระทู้ล่าสุด โดย rannie2020 เมื่อ 24/ต.ค./2025 11:34:36 »
สวัสดีค่ะ ถ้าหากเพื่อนๆ ติดตามข่าวต่างประเทศในช่วงนี้จะเห็นว่าทองคำผันผวน หุ้นผันผวน โดยเฉพาะสายเทรด ทำเอานอนไม่ติด ตกดึกมาแทบจะนอนไม่หลับกันเลย เพราะข่าวมาแต่ละทีสะเทือนกันเพียบ และสำหรับสายเทรด Forex วันนี้เรามาดู เทรด Forex เป็นอาชีพได้หรือไม่ ทุกวันนี้เส้นทางการสร้างรายได้ของผู้คนมีหลากหลายมาก ทั้งอาชีพรูปแบบใหม่และอาชีพดั้งเดิมที่ถูกปรับให้เข้ากับยุคดิจิทัล ตัวอย่างเช่น นักเขียนที่เมื่อก่อนต้องส่งต้นฉบับลงหนังสือเพื่อให้ตีพิมพ์ แต่ปัจจุบันสามารถเผยแพร่ผลงานผ่านบล็อกหรือเว็บไซต์ต่าง ๆ ให้ผู้อ่านเข้าถึงได้ง่ายขึ้น แต่ละอาชีพก็ใช้ศักยภาพของตนเองแตกต่างกันออกไป นักบัญชีต้องอาศัยความรอบคอบและทักษะคำนวณ ส่วนทนายต้องมีความรู้ด้านกฎหมายลึกซึ้ง และสิ่งที่จะพูดถึงในวันนี้คืออาชีพที่หลายคนไม่คิดว่าจะกลายเป็นอาชีพได้จริง เพราะคนส่วนใหญ่ยังมองว่าเป็นเพียงงานอดิเรก อาชีพนั้นคือ “นักเทรด Forex”

ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่าการเทรด Forex คือการคาดการณ์แนวโน้มของราคาคู่สกุลเงินว่าจะขึ้นหรือลง ไม่ใช่การทำนายอนาคตอย่างไร้เหตุผล แต่เป็นการวิเคราะห์ข้อมูลเศรษฐกิจและปัจจัยต่าง ๆ ที่ส่งผลต่อค่าเงิน เช่น ตัวเลข GDP ข่าวเศรษฐกิจสำคัญ หรือการเปลี่ยนแปลงผู้นำประเทศ ซึ่งล้วนมีผลต่อทิศทางตลาด นอกจากนี้ยังมีเทรดเดอร์อีกกลุ่มหนึ่งที่นิยมใช้เทคนิคการดูกราฟ วิเคราะห์แนวรับ แนวต้าน เทรนไลน์ และรูปแบบกราฟต่าง ๆ ซึ่งอาจต้องอ้างอิงข้อมูลเศรษฐกิจบางส่วนเพื่อเพิ่มความแม่นยำ แล้วอาชีพนี้สร้างรายได้อย่างไร คำตอบคือ หากการวิเคราะห์ของเราถูกต้องและราคาคู่สกุลเงินเคลื่อนไหวตามคาด ก็จะเกิดผลกำไรจากส่วนต่างของราคา

การจะเทรด Forex ให้เป็นอาชีพ จำเป็นต้องรู้จักวางแผนการเงินก่อน โดยเริ่มจากการคำนวณค่าใช้จ่ายต่อวันและต่อเดือน เพื่อประเมินว่าต้องทำกำไรเท่าไรถึงจะครอบคลุมค่าใช้จ่ายและมีเงินเก็บ ตัวอย่างเช่น หากมีรายจ่ายเดือนละ 20,000 บาท ก็ควรตั้งเป้ารายได้ประมาณ 30,000 บาทขึ้นไป และเงินทุนที่ใช้เทรดอาจต้องมีอย่างน้อย 3,000 ดอลลาร์สหรัฐ เพื่อให้มีโอกาสทำกำไรได้มากพอ แต่จะทำกำไรได้ทุกวันหรือไม่ คำตอบคือเป็นไปได้ หากรู้จักการบริหารจัดการพอร์ตหรือที่เรียกว่า MM (Money Management) ซึ่งช่วยให้พอร์ตลงทุนสามารถรับมือได้ทั้งช่วงกำไรและขาดทุน การเป็นเทรดเดอร์มืออาชีพจึงไม่ใช่เรื่องไกลเกินเอื้อม

ท้ายที่สุด ทุกอย่างขึ้นอยู่กับประสบการณ์และโอกาส สิ่งสำคัญคืออย่าปิดกั้นตัวเองต่อความเป็นไปได้ใหม่ ๆ หากมองเห็นเส้นทางของตนแล้ว จงลุกขึ้นและก้าวไปตามทางนั้น เพราะหากมัวรอ ความสำเร็จอาจหลุดมือไปได้ง่าย โดยเฉพาะในยุคที่สถานการณ์ต่าง ๆ เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว เช่นช่วงโควิดที่ผ่านมา การจัดการชีวิตอย่างมีระบบคือสิ่งจำเป็น


5ba4f53e584111537537342" border="0
48
พูดคุยForexทั่วไป / แนวรับแนวต้าน ที่แท้จริง Forex
« กระทู้ล่าสุด โดย rannie2020 เมื่อ 24/ต.ค./2025 11:14:02 »
สวัสดีจ้า ในยุคที่มีการซื้อขายของออนไลน์เป็นที่นิยมมากขึ้นในปัจจุบัน อาจจะทำให้เราจับจ่ายเงินได้สะดวกและจ่ายๆ ได้แบบไม่เสียดายเงินเพราะไม่ได้จับเงินจริงๆ บางครั้งอาจจะซื้อของออนไลน์กันเพลิน คิดอีกทีสิ้นเดือน เงินอาจจะหายไปเยอะ แต่ถ้าหากเราได้วางแผนการเงินให้ดี แบ่งเงินใช้จ่ายฟุ่มเฟือย เงินกินใช้ และเงินลงทุน จะทำให้เรามีเงินเก็บในอนาคตมากขึ้นค่ะ และวันนี้สำหรับเพื่อนๆ ที่สนใจในการเทรด Forex เรามาดู แนวรับแนวต้าน ที่แท้จริง Forex จะเป็นยังไงไปรับชมกันเลยจ้า

 :) :) :)



<a href="https://www.youtube.com/watch?v=aM-UG5W4Y1E" target="_blank">https://www.youtube.com/watch?v=aM-UG5W4Y1E</a>
49
พูดคุยForexทั่วไป / คู่เงิน Forex กำลังส่งสัญญาณอะไร ในปี 2025
« กระทู้ล่าสุด โดย rannie2020 เมื่อ 17/ต.ค./2025 11:08:50 »
สวัสดีค่ะ ช่วงปลายปีแบบนี้เชื่อว่าหลายคนเริ่มดูปฏิทินวางแผนลาพักร้อนไปพักผ่อนกันแน่ๆ ทำงานมาทั้งปีเที่ยวทั้งทีต้องไม่เสียเปล่า เรามาศึกษาข้อมูลการเทรดการลงทุน เพิ่มสกิลให้เชี่ยวชาญมากขึ้น วันนี้เรามาดู คู่เงิน Forex กำลังส่งสัญญาณอะไร ในปี 2025  คู่เงินในตลาด Forex ไม่ได้เป็นเพียงตัวเลขที่ใช้ในการแลกเปลี่ยนสกุลเงินเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจของแต่ละประเทศได้อย่างมีนัยสำคัญ

โดยเฉพาะค่าเงินบาท (THB) ที่ถือเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดสำคัญของเศรษฐกิจไทย การแข็งค่าหรืออ่อนค่าของเงินบาทมักส่งผลโดยตรงต่อการส่งออก เงินทุนไหลเข้า-ออก และระดับความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ


คู่เงิน Forex คืออะไร และทำไมถึงสำคัญกับนักลงทุนไทย

ไม่ว่าจะเป็นการซื้อขายในตลาด Forex หรือการแลกเงินเพื่อเดินทางท่องเที่ยว ข้อมูลอัตราแลกเปลี่ยนจะปรากฏในรูปแบบของ "คู่สกุลเงิน" เช่น EUR/USD หรือ USD/THB ซึ่งช่วยให้เข้าใจได้ว่าการแลกเงินระหว่างสองสกุลนั้นใช้สัดส่วนเท่าใด

เช่น หากอัตรา USD/THB อยู่ที่ 36.00 หมายถึง 1 ดอลลาร์สหรัฐ แลกได้ 36 บาท หากอัตรานี้เปลี่ยนแปลง ย่อมมีนัยต่อทิศทางของเศรษฐกิจไทยอย่างชัดเจน


ตัวอย่าง:

หาก USD/THB ลดลง = ต้องใช้เงินบาทน้อยลงเพื่อแลก 1 ดอลลาร์ → แปลว่า "เงินบาทแข็งค่า"

หาก USD/THB เพิ่มขึ้น = ต้องใช้เงินบาทมากขึ้นเพื่อแลก 1 ดอลลาร์ → แปลว่า "เงินบาทอ่อนค่า"



สถานการณ์ของคู่เงิน Forex ปี 2025

Justin Grossbard ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินจากเว็บไซต์ Compareforexbrokers ให้ความเห็นว่า ปี 2025 อาจไม่ใช่ปีที่ตลาด Forex มีความเคลื่อนไหวมากนัก เนื่องจากหลายประเทศยังดำเนินนโยบายทางการเงินอย่างระมัดระวังเพื่อจัดการกับเงินเฟ้อที่สืบเนื่องมาตั้งแต่ปี 2022–2023

อย่างไรก็ตาม เขาชี้ให้เห็นว่า ดอลลาร์สหรัฐอาจอ่อนค่าลงต่อ เมื่อเทียบกับหลายสกุลเงิน รวมถึงเงินบาท เนื่องจากธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) มีแนวโน้มลดดอกเบี้ยลง หลังสัญญาณเศรษฐกิจเริ่มชะลอตัว

ทิศทางนี้อาจนำไปสู่การแข็งค่าของเงินบาท ซึ่งมีผลกระทบต่อภาคส่งออกและการท่องเที่ยวไทยที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด



คู่เงินน่าจับตาในปี 2025


จากข้อมูลอัตราแลกเปลี่ยนล่าสุด สามารถสรุปได้ว่าคู่เงินต่าง ๆ ที่ควรติดตามในปีนี้ ได้แก่:


EUR/USD – สะท้อนความแตกต่างระหว่างนโยบายการเงินของยุโรปกับสหรัฐ


USD/JPY – ชี้ให้เห็นการเปลี่ยนผ่านของนโยบายธนาคารกลางญี่ปุ่นที่เริ่มควบคุมเงินเฟ้อ


USD/THB – บ่งบอกถึงการเคลื่อนย้ายของเงินทุน ทิศทางนโยบายการเงิน และความเชื่อมั่นของนักลงทุน


การเปลี่ยนแปลงของค่าเงินในแต่ละคู่ ล้วนสะท้อนปัจจัยเชิงมหภาคของแต่ละประเทศและภูมิภาค ซึ่งสามารถใช้เป็นข้อมูลในการวิเคราะห์เศรษฐกิจ รวมถึงการวางแผนด้านการเงิน การลงทุน หรือแม้แต่การท่องเที่ยวอย่างมีประสิทธิภาพ



การแข็งค่าของเงินบาท: สัญญาณที่ควรระวัง


ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย (BOT) ระบุว่า ในช่วงปี 2024–2025 ค่าเงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะช่วงเดือนกันยายน 2025 ที่ค่าเงินบาทอยู่ที่ 31.76 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งถือว่าแข็งค่ามากเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า

แม้การแข็งค่าของเงินบาทจะสะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ แต่ก็ยังมีความไม่แน่นอนอยู่มาก ทั้งจากราคาน้ำมันที่ผันผวน ทิศทางดอกเบี้ยของ Fed ที่ยังไม่ชัดเจน รวมถึงปัจจัยภายในประเทศ เช่น ความไม่แน่นอนทางการเมืองและเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ตาม ช่วงที่เงินบาทแข็งค่าอาจเป็นโอกาสที่ดีในการซื้อสินค้าจากต่างประเทศ ท่องเที่ยว หรือจ่ายค่าบริการออนไลน์ ขณะที่ผู้ส่งออกอาจเผชิญความท้าทายมากขึ้นจากการเสียเปรียบด้านราคาเมื่อเทียบกับคู่แข่งที่ต้นทุนต่ำกว่า



แนวโน้มสำคัญที่เทรดเดอร์ควรจับตาในปี 2025


ปี 2025 เป็นช่วงเวลาที่หลายประเทศยังอยู่ในช่วงปรับฐานหลังวิกฤตเศรษฐกิจและเงินเฟ้อที่สูงในรอบหลายปี ธนาคารกลางหลายแห่งเริ่มมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ

ในกรณีที่ Fed ปรับลดดอกเบี้ยลงต่อไป เงินดอลลาร์ก็มีแนวโน้มอ่อนค่า ซึ่งจะส่งผลต่อเนื่องไปยังสกุลเงินในเอเชีย รวมถึงเงินบาท

ในฝั่งของไทย หากเศรษฐกิจยังไม่มีแรงส่งเพิ่มเติม ธนาคารแห่งประเทศไทย (BOT) อาจต้องพิจารณาปรับลดดอกเบี้ยเช่นกัน เพื่อหนุนการบริโภคในประเทศ การส่งออก และการท่องเที่ยว ซึ่งจะส่งผลต่อทิศทางค่าเงินบาทในระยะต่อไป



ตลาด Forex ปี 2025: ยังเต็มไปด้วยความผันผวน


แม้หลายประเทศจะเริ่มฟื้นตัว แต่ตลาด Forex ในปีนี้ยังมีความเสี่ยงสูง ไม่ว่าจะเป็นจาก:

- ความขัดแย้งระหว่างประเทศ เช่น สถานการณ์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
- ราคาพลังงานโลกที่ยังคงแกว่งตัว
- เงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูงในประเทศพัฒนาแล้ว

ในบริบทนี้ เทรดเดอร์ควรให้ความสำคัญกับกลยุทธ์การบริหารความเสี่ยงมากขึ้น


กลยุทธ์ที่แนะนำ: เทรดตามเทรนด์ + จัดการความเสี่ยงอย่างรอบคอบ

แนวทางที่เหมาะกับปีนี้ คือการเทรดตามแนวโน้ม (Follow the Trend) เมื่อทิศทางของตลาดชัดเจน พร้อมกับใช้เครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิค เช่น:

Moving Average (MA) เพื่อตรวจจับทิศทาง

RSI / MACD เพื่อจับจังหวะเข้าออก

Economic Calendar เพื่อติดตามประกาศเศรษฐกิจสำคัญ


ในขณะเดียวกัน ควรระมัดระวังการใช้ เลเวอเรจ (Leverage) โดยเฉพาะในคู่เงินที่มีความผันผวนสูงอย่าง USD/THB รวมถึงการตั้ง Stop Loss และวาง ขนาดการเทรด (Position Size) ให้สอดคล้องกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้



สรุป

ตลาด Forex ในปี 2025 ยังคงเป็นเครื่องมือที่สะท้อนภาพรวมเศรษฐกิจโลกได้อย่างเด่นชัด ไม่ว่าจะเป็นการเคลื่อนไหวของคู่ EUR/USD, USD/JPY, GBP/USD หรือแม้แต่ USD/THB ล้วนแล้วแต่สะท้อนปัจจัยพื้นฐานของแต่ละภูมิภาคอย่างครบถ้วน

สำหรับผู้ที่เกี่ยวข้องกับการลงทุน การส่งออก หรือผู้ที่ต้องใช้เงินต่างประเทศ การติดตามความเคลื่อนไหวของคู่เงินหลักเหล่านี้อย่างใกล้ชิด จะช่วยให้สามารถตัดสินใจทางการเงินได้แม่นยำขึ้น ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่ยังคงเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน


main forex currency pairs to trade" border="0
50
สวัสดีจ้า แว่วๆว่าใกล้จะเข้าฤดูหนาวแล้ว แต่อากาศช่วงนี้ก็ยังแอบร้อนๆ อยู่นะ อากาศหนาวทีไรอยากจะออกเดินทางไกลไปพักผ่อนทุกที แต่ถ้าหากเพื่อนอยากใช้เวลาให้เป็นประโยชน์และชื่นชอบหรือสนใจในการเทรด Forex วันนี้เรามาดู แจกวิธีอ่านทิศทางกราฟ Forex ว่าจะขึ้นหรือลงเหมือนรู้อนาคต ก่อนตัดสินใจลงทุน โปรดทำการศึกษาข้อมูลอย่างละเอียด หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินก่อนลงทุนเสมอนะคะ จะเป็นยังไงไปรับชมกันเลยจ้า

 ??? ??? ::) ::)


<a href="https://www.youtube.com/watch?v=FV89Ww7XSgg" target="_blank">https://www.youtube.com/watch?v=FV89Ww7XSgg</a>
หน้า: 1 ... 3 4 [5] 6 7 ... 10
SMF 2.0.15 | SMF © 2011, Simple Machines
SMFAds for Free Forums