กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: 1 ... 4 5 [6] 7 8 ... 10
51
พูดคุยForexทั่วไป / การเทรด Forex ทำกำไรได้มากแค่ไหน?
« กระทู้ล่าสุด โดย Mono47 เมื่อ 24/เม.ย./2026 10:23:36 »
สวัสดีค่ะ เดือนเมษามาทีไร หน้าร้อนก็มาเต็มแบบไม่มีแผ่ว ทั้งแดดแรง อากาศแห้ง และกิจกรรมกลางแจ้งที่ต้องคิดหนักขึ้น แต่ในอีกมุมหนึ่งก็เป็นช่วงที่การใช้จ่ายและการท่องเที่ยวคึกคักไม่น้อย ซึ่งสะท้อนภาพเศรษฐกิจได้ดี และสำหรับสายเทรด Forex วันนี้เรามาดูกันว่า การเทรด Forex ทำกำไรได้มากแค่ไหน การเทรด Forex ในปี 2026 ยังคงเป็นอีกหนึ่งช่องทางการลงทุนที่น่าสนใจ โดยนักเทรดที่มีวินัยสามารถคาดหวังผลตอบแทนเฉลี่ยได้ประมาณ 8% ถึง 15% ต่อปี ผ่านการใช้ประโยชน์จาก 11 ปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อทิศทางของตลาด ไม่ว่าจะเป็นการเข้าถึงตลาดได้ตลอด 24 ชั่วโมง สภาพคล่องที่สูงมาก และขนาดตลาดระดับโลก ซึ่งมาพร้อมกับค่าสเปรดที่แคบ รวมถึงความหลากหลายของคู่เงินที่เปิดโอกาสให้ทำกำไรได้ทั้งขาขึ้น (Long) และขาลง (Short) นอกจากนี้ ความผันผวนที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องปกติและการใช้ Leverage ยังช่วยเพิ่มศักยภาพในการทำกำไรแม้เริ่มต้นด้วยเงินทุนไม่มาก อีกทั้งยังสามารถใช้กลยุทธ์ Hedging เพื่อช่วยบริหารความเสี่ยงจากความผันผวนของค่าเงินได้

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยสำคัญที่สุดในการเพิ่มโอกาสทำกำไรคือการเข้าใจกลไกของตลาดอย่างลึกซึ้ง การเลือกคู่เงินให้เหมาะสมกับสภาวะเศรษฐกิจ การเลือกโบรกเกอร์ที่มีต้นทุนเหมาะสม และที่สำคัญคือการยึดมั่นในแผนการเทรดที่มีโครงสร้างชัดเจนและผ่านการทดสอบมาแล้ว ปัจจัยเหล่านี้จะช่วยเปลี่ยนความผันผวนของตลาดในปี 2026 ให้กลายเป็นโอกาสในการสร้างผลตอบแทนอย่างยั่งยืน

การเทรด Forex ทำกำไรได้มากแค่ไหน?
นักเทรดระดับสถาบันสามารถสร้างผลตอบแทนได้ประมาณ 8% ถึง 15% ต่อปี ตามการประเมินในอุตสาหกรรม ซึ่งสะท้อนว่าการเทรด Forex สามารถสร้างกำไรได้อย่างต่อเนื่อง หากมีแนวทางที่ถูกต้อง

อย่างไรก็ตาม ผลตอบแทนอาจแตกต่างกันไปตามเงื่อนไขตลาด ระดับความเสี่ยง และกลยุทธ์ที่ใช้ ดังนั้นการเข้าใจองค์ประกอบเหล่านี้จึงเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ การใช้ Leverage และการบริหารต้นทุนสามารถเปลี่ยนความเคลื่อนไหวของราคาเพียงเล็กน้อยให้กลายเป็นกำไรที่มีนัยสำคัญได้ โดยเฉพาะนักเทรดที่มีระบบบริหารความเสี่ยงที่ดี

นักเทรด Forex มีรายได้เท่าไหร่?
นักเทรด Forex คือผู้ที่ซื้อขายคู่เงินเพื่อเก็งกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน หรือเพื่อป้องกันความเสี่ยง รายได้ขึ้นอยู่กับว่าทำกำไรจากพอร์ตส่วนตัว หรือทำงานในองค์กรในรูปแบบพนักงานประจำ

เจาะลึก 11 ปัจจัยสู่การสร้างกำไร

1. ตลาดเปิด 24 ชั่วโมง สร้างโอกาสได้ตลอดเวลา
   ตลาด Forex เปิดทำการตลอด 24 ชั่วโมง ตั้งแต่วันจันทร์ถึงศุกร์ ทำให้นักเทรดสามารถเข้าถึงสภาพคล่องได้ตลอดเวลา โดยเฉพาะช่วงที่ตลาดหลักซ้อนกัน เช่น ลอนดอนและนิวยอร์ก ซึ่งมีปริมาณการซื้อขายสูงและสเปรดแคบลง

2. สภาพคล่องสูง เข้าออกได้รวดเร็ว
   สภาพคล่องที่สูงช่วยให้การเข้าและออกออเดอร์ทำได้ใกล้เคียงราคาตลาด ลดปัญหา Slippage และช่วยควบคุมความเสี่ยงได้ดีขึ้น

3. ขนาดตลาดใหญ่ ลดการควบคุมราคา
   ตลาด Forex มีผู้เล่นระดับโลกจำนวนมาก ทำให้ราคาถูกขับเคลื่อนด้วยอุปสงค์และอุปทานจริง ส่งผลให้การวิเคราะห์และวางแผนเทรดมีความแม่นยำมากขึ้น

4. สเปรดต่ำ ลดต้นทุนการเทรด
   ค่าสเปรดที่แคบช่วยลดต้นทุนโดยตรง ทำให้สามารถทำกำไรได้ง่ายขึ้นแม้ราคาจะเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อย

5. มีคู่เงินให้เลือกหลากหลาย
   นักเทรดสามารถเลือกคู่เงินที่เหมาะกับสไตล์ของตัวเองได้ ทั้งคู่เงินหลัก คู่เงินรอง และคู่เงิน Exotic ที่มีความผันผวนต่างกัน

6. ทำกำไรได้ทั้งขาขึ้นและขาลง
   สามารถเปิดสถานะซื้อ (Long) หรือขาย (Short) ได้ ทำให้มีโอกาสทำกำไรในทุกสภาวะตลาด

7. ความผันผวนคือโอกาส
   การเคลื่อนไหวของราคาจากข่าวเศรษฐกิจหรือการตัดสินใจของธนาคารกลาง ช่วยสร้างโอกาสในการเทรดทั้งแบบ Breakout และ Pullback

8. Leverage เพิ่มศักยภาพของเงินทุน
   Leverage ช่วยให้ควบคุมสัญญาขนาดใหญ่ได้ด้วยเงินลงทุนที่น้อย แต่ต้องใช้อย่างระมัดระวังเพราะเพิ่มทั้งกำไรและขาดทุน

9. เริ่มต้นด้วยเงินน้อยได้
   สามารถเริ่มด้วย Micro Lot เพื่อลดความเสี่ยง และค่อย ๆ เพิ่มขนาดการลงทุนเมื่อมีประสบการณ์มากขึ้น

10. เข้าถึงเครื่องมือได้ง่าย
    บัญชี Demo และเครื่องมือวิเคราะห์แบบ Real-time ช่วยให้พัฒนาทักษะได้รวดเร็วโดยไม่ต้องเสี่ยงเงินจริง

11. Hedging ช่วยบริหารความเสี่ยง
    สามารถใช้การเปิดสถานะเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากค่าเงินในสินทรัพย์อื่น ช่วยให้พอร์ตมีเสถียรภาพมากขึ้น

ปัจจัยทั้ง 11 ข้อนี้คือสิ่งที่ทำให้ตลาด Forex เป็นตลาดที่มีศักยภาพในการสร้างกำไรได้จริง หากนักเทรดสามารถนำไปใช้ร่วมกับการบริหารความเสี่ยงอย่างเป็นระบบและมีวินัยในการเทรด


forex trading background 23 2148574641" border="0
52
สวัสดีค่ะ อากาศร้อนในช่วงนี้ทำให้หลายคนต้องปรับพฤติกรรมทั้งการใช้ชีวิตและการใช้เงิน ค่าไฟ ค่าน้ำ หรือค่าเดินทางเริ่มขยับขึ้นตามสภาพอากาศ บรรยากาศแบบนี้แม้จะดูเล็กน้อย แต่ก็สะท้อนการหมุนเวียนของเงินในระบบได้อย่างน่าสนใจ และสำหรับสายเทรด Forex วันนี้เรามาดู แชร์วิธีการหาจุดเข้าเทรด Forex ด้วยเช็คลิสต์เพียง 3 ข้อ จะเป็นยังไงไปรับชมกันเลยจ้า

 ::) ::) ::)


<a href="https://www.youtube.com/watch?v=jakqG-UHrTI" target="_blank">https://www.youtube.com/watch?v=jakqG-UHrTI</a>
53
สวัสดีค่ะ ในช่วงที่สถานการณ์โลกยังตึงเครียด ราคาของหลายอย่างเริ่มแพงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเป็นของกินหรือของใช้ในชีวิตประจำวัน ผู้คนจึงต้องปรับตัวและระวังการใช้จ่ายมากขึ้น ซึ่งสะท้อนแรงกดดันทางเศรษฐกิจได้ดี และสำหรับสายเทรด Forex วันนี้เรามารู้จัก ‘สงครามค่าเงิน’ ส่งผลต่อตลาด Forex ยังไง? ใครได้-ใครเสีย? สงครามค่าเงิน (Currency War) คือการแข่งขันทางเศรษฐกิจที่ประเทศต่าง ๆ พยายามลดค่าเงินของตนเอง โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อกระตุ้นการส่งออก และส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจภายในประเทศ แม้โดยทั่วไปสงครามค่าเงินมักทำให้เศรษฐกิจของประเทศคู่แข่งชะลอตัวในระยะสั้น แต่ก็มีบางประเทศที่สามารถได้เปรียบจากสถานการณ์นี้ และทำให้ประเทศอื่นเสียเปรียบแทน อย่างไรก็ตาม เรายังไม่สามารถสรุปผลลัพธ์ของสงครามค่าเงินได้อย่างชัดเจน เนื่องจากยังไม่เคยมีเหตุการณ์ที่สร้างผลกระทบรุนแรงในระดับที่แน่ชัด


ในอดีต การลดค่าเงินเพื่อแข่งขันกันนั้นเกิดขึ้นได้ค่อนข้างยาก เพราะโดยปกติประเทศต่าง ๆ มักต้องการรักษามูลค่าเงินของตนให้แข็งแกร่ง ระบบส่วนใหญ่จึงปล่อยให้กลไกตลาดเป็นตัวกำหนด หรือมีการแทรกแซงในรูปแบบอัตราแลกเปลี่ยนแบบมีการจัดการ อย่างไรก็ตาม มีข้อยกเว้นสำคัญในช่วงทศวรรษที่ 1930 เมื่อหลายประเทศละทิ้งมาตรฐานทองคำในช่วงภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ และใช้การลดค่าเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ แม้ในช่วงหลังจะไม่ค่อยเกิดสงครามค่าเงินขนาดใหญ่ แต่ก็มีเหตุการณ์บางช่วงที่สร้างความกังวลว่าอาจเป็นชนวนของสงครามค่าเงินได้


ตัวอย่างเช่น การปรับลดค่าเงินหยวนของจีนอย่างต่อเนื่องในช่วงปี 2015-2016 ซึ่งสร้างความกังวลในตลาดโลกอย่างมาก เนื่องจากการอ่อนค่าของหยวนทำให้สินค้าส่งออกของจีนมีราคาถูกลงในตลาดต่างประเทศ ในขณะที่สินค้านำเข้ามีราคาแพงขึ้น ส่งผลให้จีนมีความได้เปรียบด้านการแข่งขัน นักวิเคราะห์หลายคนมองว่าสถานการณ์เช่นนี้อาจนำไปสู่ผลกระทบในเชิงลบต่อระบบเศรษฐกิจโลกโดยรวม แล้วตลาด Forex ล่ะ?



สงครามค่าเงินกับตลาด Forex



นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่า เมื่อเกิดสงครามค่าเงิน ตลาด Forex จะมีความผันผวนเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ซึ่งในตลาดนี้ การเคลื่อนไหวของราคาคือโอกาสในการทำกำไร หากสามารถคาดการณ์ทิศทางได้ถูกต้อง ความผันผวนจึงกลายเป็นเครื่องมือสำคัญของเทรดเดอร์


เมื่อความผันผวนสูงขึ้น เรามักจะเห็นช่วงราคาที่กว้างขึ้น ปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้น และแนวโน้มของตลาดที่ชัดเจนมากขึ้น เช่น ในช่วงตลาดตั้งรับอาจมีแรงซื้อไม่มาก และเมื่อเกิดการปรับตัวแรงก็อาจมีแรงขายลดลง ในขณะเดียวกัน เทรดเดอร์จำนวนไม่น้อยอาจหลีกเลี่ยงการถือสถานะนาน เนื่องจากราคาสามารถเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากกำไรกลายเป็นขาดทุนได้


การวิเคราะห์เชิงลึกของความผันผวนยังพบว่า ตลาดมีแนวโน้มปรับตัวลงมากขึ้นในช่วงที่ความผันผวนสูง ขณะที่ช่วงความผันผวนต่ำมักเกิดในตลาดขาขึ้น


หากเกิดสงครามค่าเงินที่ทำให้ตลาดผันผวน คุณควรมองสถานการณ์นี้เป็นโอกาส แต่ต้องมีการวางแผนที่รอบคอบ ควบคุมอารมณ์ให้ดี และตั้ง Stop Loss อย่างเหมาะสม แม้โอกาสในการทำกำไรจะเพิ่มขึ้น แต่ความเสี่ยงในการขาดทุนก็สูงขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน


businessman background laptop phone 162998 180" border="0
54
สวัสดีค่ะ เมื่อน้ำมันยังคงแพงขึ้นต่อเนื่อง หลายคนเริ่มมองหาทางเลือกใหม่ในการเดินทาง รถไฟฟ้าหรือขนส่งสาธารณะจึงดูน่าสนใจมากขึ้นในมุมของการประหยัดค่าใช้จ่าย การเปลี่ยนพฤติกรรมแบบนี้สะท้อนแนวโน้มเศรษฐกิจได้อย่างชัดเจน และสำหรับสายเทรด Forex วันนี้เรามาดู เทคนิคนี้ ช่วยเพิ่มโอกาสทำกำไรได้มากขึ้น แต่ใช้ความเสี่ยงเท่าเดิม จะเป็นยังไงไปรับชมกันเลยจ้า


 :) :) :)


<a href="https://www.youtube.com/watch?v=qMYzKo9SqjI" target="_blank">https://www.youtube.com/watch?v=qMYzKo9SqjI</a>
55
สวัสดีค่ะ หลังจากหมดช่วงหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ หลายคนคงยังไม่อยากกลับเข้าสู่โหมดจริงจัง แต่ชีวิตก็ต้องเดินต่อ ทั้งงานและค่าใช้จ่ายที่รออยู่ บรรยากาศแบบนี้ทำให้หลายคนเริ่มกลับมาจัดการแผนการเงินอีกครั้ง และสำหรับสายเทรด Forex วันนี้เรามาดูกันว่า  ทำไมสงครามถึงส่งผลต่อค่าเงินและการเทรด Forex โลกของการลงทุนไม่อาจแยกออกจากการเมืองและเศรษฐกิจได้ โดยเฉพาะในตลาด Forex ซึ่งนับว่าเป็นตลาดการเงินที่มีความผันผวนสูงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เมื่อเกิดเหตุการณ์สำคัญระดับโลก เช่น สงคราม ความขัดแย้ง หรือความไม่มั่นคงระหว่างประเทศ ปัจจัยเหล่านี้ย่อมส่งผลโดยตรงต่อค่าเงิน และกระทบต่อการซื้อขายในตลาด Forex อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจว่า “เหตุใดสงครามจึงมีผลต่อค่าเงิน และทำไมนักลงทุนในตลาด Forex” จำเป็นต้องติดตามปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์อย่างใกล้ชิด



6 เหตุผลที่อธิบายว่าสงครามส่งผลต่อค่าเงินและการเทรด Forex อย่างไร  ::)



1. ความไม่แน่นอนเป็นตัวเร่งความผันผวน
   ตลาด Forex เป็นตลาดที่ตอบสนองต่อข้อมูลข่าวสารได้อย่างรวดเร็ว เมื่อเกิดสงคราม ความกังวลของนักลงทุนทั่วโลกจะเพิ่มสูงขึ้น ความไม่แน่นอนนี้ทำให้ค่าเงินผันผวนอย่างมาก โดยเฉพาะสกุลเงินของประเทศที่เกี่ยวข้องโดยตรงมักอ่อนค่าลงทันที เนื่องจากนักลงทุนสูญเสียความเชื่อมั่นและโยกย้ายเงินไปยังสินทรัพย์ที่ปลอดภัยกว่า ซึ่งส่งผลต่อพฤติกรรมการเทรดอย่างชัดเจน

2. สกุลเงินปลอดภัย (Safe-Haven Currency) ได้รับประโยชน์
   ในช่วงสงคราม นักลงทุนมักหันไปหาสินทรัพย์ที่มีความมั่นคง เช่น ทองคำ พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และสกุลเงินที่ถูกจัดว่าเป็น Safe Haven อย่าง ดอลลาร์สหรัฐ (USD), ฟรังก์สวิส (CHF) และเยนญี่ปุ่น (JPY) การไหลเข้าของเงินทุนเหล่านี้ทำให้ค่าเงินของประเทศที่มีเสถียรภาพแข็งค่าขึ้น และเปิดโอกาสในการเก็งกำไรในตลาด Forex อย่างมาก

3. ผลกระทบต่อสินค้าโภคภัณฑ์และการค้าโลก
   สงครามไม่ได้กระทบเพียงค่าเงินโดยตรง แต่ยังมีผลต่อราคาสินค้าโภคภัณฑ์ เช่น น้ำมันและก๊าซธรรมชาติ หากเกิดความขัดแย้งในพื้นที่ที่เป็นแหล่งผลิตพลังงาน ราคาพลังงานมักปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลต่อเศรษฐกิจโลก โดยประเทศผู้นำเข้าพลังงานอาจเผชิญค่าเงินอ่อนค่า ขณะที่ประเทศผู้ส่งออกอาจได้ประโยชน์ ซึ่งสะท้อนผ่านการเคลื่อนไหวในตลาด Forex อย่างชัดเจน

4. การดำเนินนโยบายของธนาคารกลาง
   ในช่วงสงคราม ธนาคารกลางของแต่ละประเทศมักเข้ามามีบทบาทมากขึ้น เช่น การลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ หรือการเพิ่มสภาพคล่องเข้าสู่ระบบการเงิน การตัดสินใจเหล่านี้มีผลโดยตรงต่อค่าเงิน และส่งผลต่อทิศทางการเทรด Forex อย่างมีนัยสำคัญ

5. จิตวิทยานักลงทุนในภาวะวิกฤต
   จิตวิทยาของนักลงทุนเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญในตลาด Forex เมื่อเกิดข่าวสงคราม นักลงทุนจำนวนมากมักเกิดความกลัว และเร่งขายสินทรัพย์เสี่ยง เช่น ค่าเงินของประเทศเกิดใหม่ ก่อนจะหันไปถือครองสินทรัพย์ที่มีความมั่นคงมากกว่า การเคลื่อนไหวที่เกิดจากอารมณ์เหล่านี้ทำให้ตลาดมีความผันผวนสูง และสร้างทั้งโอกาสและความเสี่ยงในเวลาเดียวกัน

6. ตัวอย่างเหตุการณ์จริงในอดีต
   เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน ลองพิจารณาสงครามรัสเซีย–ยูเครนในปี 2022 ซึ่งสะท้อนผลกระทบต่อตลาด Forex อย่างชัดเจน ค่าเงินรูเบิลรัสเซีย (RUB) อ่อนค่าลงอย่างมากในช่วงแรกจากมาตรการคว่ำบาตร ขณะที่ดอลลาร์สหรัฐ (USD) และฟรังก์สวิส (CHF) กลับแข็งค่าขึ้น เนื่องจากนักลงทุนแห่เข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัย เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นว่าสงครามสามารถเปลี่ยนแปลงสมดุลของค่าเงินโลกได้ในเวลาอันสั้น

วิธีรับมือกับผลกระทบของสงครามในตลาด Forex
แม้ว่าสงครามจะเป็นปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ แต่นักลงทุนสามารถเตรียมตัวรับมือได้ หากต้องการเทรดในช่วงที่ตลาดมีความไม่แน่นอน ควรพิจารณาแนวทางดังต่อไปนี้

ติดตามข่าวสารระหว่างประเทศอย่างใกล้ชิด เพื่อปรับกลยุทธ์ให้ทันสถานการณ์
ใช้การบริหารความเสี่ยง (Risk Management) เช่น การตั้ง Stop Loss และจำกัดขนาดการลงทุนในแต่ละออเดอร์
เลือกคู่เงินที่เหมาะสม โดยเข้าใจว่าสกุลเงินใดได้ประโยชน์หรือเสียประโยชน์จากสถานการณ์
หลีกเลี่ยงการตัดสินใจด้วยอารมณ์ เพราะตลาดในช่วงสงครามมีความผันผวนสูง
กระจายความเสี่ยงของพอร์ต ไม่ควรลงทุนทั้งหมดในตลาด Forex เพียงอย่างเดียว

สงครามเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่สามารถเปลี่ยนแปลงค่าเงินทั่วโลกได้อย่างรวดเร็ว และก่อให้เกิดความผันผวนอย่างรุนแรงในตลาด Forex การเข้าใจกลไกเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นความไม่แน่นอน ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ นโยบายธนาคารกลาง และจิตวิทยานักลงทุน จะช่วยให้คุณสามารถปรับตัวและวางกลยุทธ์การเทรดได้อย่างเหมาะสมในทุกสถานการณ์


4.2 5 เทคนิควิเคราะห์กราฟ Forex" border="0
56
สวัสดีค่ะ ถึงเวลาที่หลายคนต้องเก็บกระเป๋ากลับเข้ากรุง เตรียมตัวลุยงานหลังจากพักผ่อนกันเต็มที่ ทั้งความเหนื่อยล้าและความตั้งใจใหม่ ๆ ปะปนกันไป บรรยากาศแบบนี้สะท้อนการกลับเข้าสู่จังหวะชีวิตปกติ และสำหรับสายเทรด Forex วันนี้เรามาดู 5 วิธีเทรดผิด ๆ ทำ "มือใหม่หัดเทรด" พอร์ตระเบิดมานักต่อนัก! การเริ่มต้นเข้าสู่โลกของการลงทุนในช่วงแรก มักเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและความหวังว่าจะทำกำไรได้อย่างมหาศาล แต่ความจริงที่หลายคนอาจไม่คาดคิดคือ มือใหม่หัดเทรด กว่า 90% มักต้องเผชิญกับการขาดทุนอย่างหนักในช่วงเริ่มต้น ไม่ใช่เพราะตลาดโหดร้ายเสมอไป แต่เป็นเพราะ "กับดัก" ที่เราสร้างขึ้นเองโดยไม่รู้ตัว

เพื่อช่วยให้คุณหลีกเลี่ยงวงจร "เติมเงิน-ล้างพอร์ต" นี่คือ 5 ความผิดพลาดสำคัญที่ มือใหม่หัดเทรด ควรหยุดทำตั้งแต่วันนี้!



1. ใช้ Leverage มากเกินไป (Over-Leverage)
   มือใหม่หัดเทรด หลายคนมองว่า Leverage คือ "ทางลัดสู่ความรวย" จึงเปิดออเดอร์ขนาดใหญ่เกินเงินทุนที่มี (Lot ใหญ่เกินไป) เพราะต้องการกำไรก้อนโตในระยะเวลาสั้น

ความจริง: Leverage เป็นดาบสองคม หากใช้อย่างไม่ระมัดระวัง เพียงกราฟเคลื่อนไหวสวนทางเล็กน้อย ก็สามารถทำให้เงินในพอร์ตหายไปอย่างรวดเร็ว

วิธีแก้: คำนวณขนาดการเทรด (Position Sizing) ให้เหมาะสมกับเงินทุน และหลีกเลี่ยงการใช้ Margin เต็มพอร์ตโดยไม่มีพื้นที่รองรับความผันผวน



2. ไม่ตั้ง Stop Loss (No Stop Loss)
   แนวคิดว่า "ไม่ขายก็ไม่ขาดทุน" ใช้ไม่ได้กับตลาดที่มีระบบ Margin สำหรับ มือใหม่หัดเทรด การปล่อยให้ออเดอร์ติดลบโดยหวังว่าราคาจะกลับมา เป็นจุดเริ่มต้นของการขาดทุนที่รุนแรง

ความจริง: ตลาดไม่ได้สนใจความคาดหวังของเรา การไม่มี Stop Loss เท่ากับเปิดรับความเสี่ยงแบบไม่มีขอบเขต

วิธีแก้: กำหนดจุดตัดขาดทุนก่อนเข้าเทรดทุกครั้ง และปฏิบัติตามแผนอย่างเคร่งครัดเมื่อราคาถึงจุดนั้น



3. เทรดด้วยอารมณ์หรือพยายามเอาคืน (Revenge Trading)
   เมื่อขาดทุน ความรู้สึกโกรธหรืออยากเอาคืนมักเกิดขึ้นทันที มือใหม่หัดเทรด หลายคนจึงรีบเปิดออเดอร์ใหม่ด้วยขนาดใหญ่กว่าเดิมเพื่อหวังจะชดเชย

ความจริง: การเทรดด้วยอารมณ์ไม่ต่างจากการเสี่ยงโชค ยิ่งรีบตัดสินใจ ยิ่งเพิ่มโอกาสผิดพลาดและทำให้พอร์ตเสียหายเร็วขึ้น

วิธีแก้: หากขาดทุนต่อเนื่องเกินแผน ให้หยุดพัก ปิดหน้าจอ และกลับมาวิเคราะห์ใหม่เมื่อจิตใจพร้อม



4. เทรดโดยไม่มีแผน (Trading Without a Plan)
   การเข้าเทรดเพราะความรู้สึก หรือทำตามกระแสโดยไม่มีเหตุผลรองรับ เป็นสิ่งที่ มือใหม่หัดเทรด ทำกันบ่อย

ความจริง: การไม่มีระบบเทรดเปรียบเสมือนการเดินทางโดยไม่มีแผนที่ ทำให้หลงทางและสูญเสียความมั่นใจเมื่อเจอสภาวะตลาดที่ผันผวน

วิธีแก้: สร้างแผนการเทรดของตัวเอง เช่น ใช้แนวรับ-แนวต้าน หรืออินดิเคเตอร์ที่ถนัด และบันทึกเหตุผลในการเข้าเทรดทุกครั้ง



5. เทรดถี่เกินไป (Overtrading)
   ความเชื่อที่ว่า "ยิ่งเทรดมาก ยิ่งได้กำไร" ทำให้ มือใหม่หัดเทรด เฝ้าหน้าจอตลอดเวลา และพยายามเข้าออเดอร์ทุกจังหวะ แม้ตลาดจะไม่มีสัญญาณที่ชัดเจน

ความจริง: การเทรดบ่อยเกินไปทำให้เกิดความล้าในการตัดสินใจ และยังเสียค่าธรรมเนียมโดยไม่จำเป็น

วิธีแก้: เน้นคุณภาพของการเข้าเทรดมากกว่าปริมาณ การรอจังหวะที่เหมาะสมเพียงไม่กี่ครั้งต่อวัน มักให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า



คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเทรดที่มักเข้าใจผิด

เทรดอย่างไรไม่ให้พอร์ตเสียหาย?
ควรบริหารความเสี่ยง (Money Management) โดยใช้เงินต่อออเดอร์ไม่เกิน 1-2% ของพอร์ต และตั้ง Stop Loss ทุกครั้งเพื่อลดความเสียหายหากตลาดเคลื่อนไหวผิดทาง

ควรเริ่มต้นเทรดด้วยเงินเท่าไหร่?
แนะนำให้เริ่มจากเงินจำนวนน้อยที่สามารถยอมรับการขาดทุนได้โดยไม่กระทบต่อชีวิตประจำวัน หรือเริ่มจากบัญชีทดลอง (Demo) เพื่อฝึกฝนก่อนใช้งานเงินจริง

ทำไมเทรดตามสัญญาณแล้วยังขาดทุน?
เพราะสัญญาณเทรดอาจมีความล่าช้าหรืออ้างอิงจากข้อมูลในอดีตเท่านั้น เทรดเดอร์ควรเรียนรู้การวิเคราะห์กราฟด้วยตัวเองเพื่อประเมินความแม่นยำก่อนตัดสินใจ



5ba4f53e584111537537342" border="0
57
สวัสดีค่ะ หลังจากหยุดยาวสงกรานต์ หลายคนเลือกลาพักร้อนต่อเพื่อยืดเวลาพักผ่อนให้นานขึ้น แต่ในอีกมุมหนึ่งก็ต้องกลับมาวางแผนการเงินให้สมดุลมากขึ้นเช่นกัน บรรยากาศแบบนี้สะท้อนทั้งการใช้ชีวิตและการจัดการเงินในยุคนี้ และสำหรับสายเทรด Forex วันนี้เรามาดู  เทคนิคเทรดสั้น แบบจบภายในวัน สำหรับปี 2026


 :-* :-* ;) ;) :D :D


<a href="https://www.youtube.com/watch?v=T5aNeoP0bVM" target="_blank">https://www.youtube.com/watch?v=T5aNeoP0bVM</a>
58
สวัสดีค่ะ วันหยุดยาวทีไร หลายคนก็รอคอยโอกาสพักผ่อนและใช้เงินกับสิ่งที่อยากทำ บรรยากาศการเดินทาง ร้านอาหาร และแหล่งท่องเที่ยวคึกคักเป็นพิเศษ ซึ่งภาพเหล่านี้สะท้อนกำลังซื้อและอารมณ์ผู้บริโภคได้อย่างดี และสำหรับสายเทรด Forex วันนี้เรามาดู 5 คู่เงิน Forex ที่นักเทรดจับตาเมื่อสงครามปะทุ คู่เงิน Forex มักมีการตอบสนองต่อเหตุการณ์ระดับโลกอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในช่วงที่ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์เพิ่มสูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสงคราม ความขัดแย้งระหว่างประเทศ หรือวิกฤตด้านพลังงาน ซึ่งสามารถผลักดันให้ตลาดการเงินเข้าสู่ภาวะ Risk-off และทำให้นักลงทุนลดการถือครองสินทรัพย์เสี่ยง หันไปเลือกสินทรัพย์ที่มีความปลอดภัยมากขึ้น

บทความนี้จะพาคุณไปสำรวจว่า 5 คู่เงิน Forex ที่นักเทรดทั่วโลกให้ความสนใจเมื่อเกิดสงครามมีอะไรบ้าง และแต่ละคู่มีพฤติกรรมอย่างไรในช่วงที่ตลาดอยู่ในโหมดหลีกเลี่ยงความเสี่ยง



เมื่อสงครามเกิดขึ้น ตลาด Forex เปลี่ยนแปลงอย่างไร?


โดยปกติแล้ว เมื่อสถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ตึงเครียด นักลงทุนทั่วโลกมักลดสัดส่วนการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง เช่น หุ้น และย้ายเงินไปยังสินทรัพย์ที่มีความมั่นคงมากกว่า

ในตลาดอัตราแลกเปลี่ยน เงินทุนมักไหลเข้าสู่ Safe Haven Currency หรือสกุลเงินปลอดภัย เช่น ดอลลาร์สหรัฐ (USD) เยนญี่ปุ่น (JPY) และฟรังก์สวิส (CHF) ในขณะที่สกุลเงินของประเทศที่พึ่งพาการส่งออกหรือเศรษฐกิจโลก เช่น AUD หรือ CAD มักมีความผันผวนเพิ่มขึ้น

ด้วยเหตุนี้ เทรดเดอร์ Forex จึงมักเฝ้าจับตาคู่เงินสำคัญบางคู่ที่ตอบสนองต่อข่าวสงครามได้อย่างรวดเร็ว



1. USDJPY – คู่เงิน Safe Haven ที่เคลื่อนไหวไวต่อข่าวสงคราม
   คู่เงิน USDJPY ถือเป็นหนึ่งในคู่เงินหลักที่นักเทรดทั่วโลกติดตามในช่วงวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์ แม้ว่าทั้งดอลลาร์สหรัฐและเยนญี่ปุ่นจะเป็นสกุลเงินปลอดภัย แต่ในหลายสถานการณ์ เยนมักแข็งค่ามากกว่าเมื่อความเสี่ยงเพิ่มขึ้น เนื่องจากญี่ปุ่นมีสถานะเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ของโลก

ดังนั้น เมื่อความตึงเครียดทวีขึ้น ค่าเงินเยนมักได้รับแรงซื้อ ส่งผลให้ USDJPY มีการเคลื่อนไหวชัดเจนในช่วงตลาดผันผวน



2. EURUSD – คู่เงินหลักที่สะท้อนภาพเศรษฐกิจโลก
   EURUSD เป็นคู่เงินที่มีสภาพคล่องสูงที่สุดในตลาด Forex และมักใช้เป็นตัวแทนของทิศทางเศรษฐกิจโลก เมื่อเกิดสงครามหรือความไม่แน่นอนระหว่างประเทศ ค่าเงินดอลลาร์มักแข็งค่าขึ้นจากบทบาท Global Reserve Currency ขณะที่ยูโรอาจถูกกดดันหากยุโรปได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ

การเคลื่อนไหวของ EURUSD จึงสะท้อนภาพรวมของกระแสเงินทุนในตลาดโลกได้อย่างชัดเจน



3. USDCHF – สกุลเงินปลอดภัยของยุโรป
   ฟรังก์สวิส (CHF) เป็นอีกหนึ่งสกุลเงินที่ถูกมองว่าเป็น Safe Haven Currency เนื่องจากสวิตเซอร์แลนด์มีเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและระบบการเงินที่แข็งแกร่ง ทำให้นักลงทุนมักเลือกถือครอง CHF ในช่วงที่ตลาดมีความไม่แน่นอน

เมื่อความตึงเครียดเพิ่มขึ้น ค่าเงิน CHF มักแข็งค่าขึ้น ส่งผลให้ USDCHF มีความผันผวนตามกระแสเงินทุนที่ไหลเข้าสินทรัพย์ปลอดภัย



4. USDCAD – คู่เงินที่สัมพันธ์กับราคาน้ำมัน
   แคนาดาเป็นประเทศผู้ส่งออกน้ำมันรายสำคัญของโลก ทำให้ค่าเงิน CAD มีความสัมพันธ์กับราคาน้ำมันอย่างใกล้ชิด ในช่วงสงคราม โดยเฉพาะในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับพลังงาน ราคาน้ำมันมักปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้ CAD แข็งค่าขึ้นตาม

ดังนั้น USDCAD จึงเป็นคู่เงินที่นักเทรดใช้วิเคราะห์ความเชื่อมโยงระหว่างตลาด Forex และสินค้าโภคภัณฑ์



5. AUDUSD – คู่เงินที่สะท้อนระดับความเสี่ยงของเศรษฐกิจโลก
   ดอลลาร์ออสเตรเลีย (AUD) มักถูกจัดอยู่ในกลุ่ม Risk Currency เนื่องจากเศรษฐกิจของออสเตรเลียเชื่อมโยงกับการค้าโลกและราคาสินค้าโภคภัณฑ์ เมื่อเกิดความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ นักลงทุนมักลดการถือครองสินทรัพย์เสี่ยง ส่งผลให้ AUD มีแนวโน้มอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ

ดังนั้น AUDUSD จึงสะท้อนมุมมองของนักลงทุนต่อเศรษฐกิจโลกและระดับความเสี่ยงในตลาดการเงินได้เป็นอย่างดี

สิ่งที่นักเทรด Forex ควรติดตามเมื่อเกิดสงคราม
นอกจากการเฝ้าดูคู่เงินสำคัญแล้ว เทรดเดอร์ Forex ควรติดตามปัจจัยอื่น ๆ ที่มีผลต่อทิศทางค่าเงิน เช่น

ราคาน้ำมันในตลาดโลก

นโยบายอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลาง

Bond Yield ของสหรัฐ

ทิศทางของดอลลาร์สหรัฐ (Dollar Index)

ปัจจัยเหล่านี้ล้วนเป็นตัวกำหนดกระแสเงินทุนในตลาดการเงิน และอาจทำให้ค่าเงินบางสกุลเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วในช่วงที่ตลาดมีความไม่แน่นอน


จับทิศทางคู่เงิน Forex เมื่อโลกเผชิญความตึงเครียด
เมื่อเกิดสงครามหรือความขัดแย้งระหว่างประเทศ ตลาด Forex มักมีความผันผวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว การติดตามคู่เงินหลัก เช่น USDJPY, EURUSD, USDCHF, USDCAD และ AUDUSD จะช่วยให้นักเทรดเข้าใจทิศทางของเงินทุนในตลาดโลกได้ชัดเจนมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การเทรดในช่วงที่ตลาดผันผวนควรใช้การบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ เพื่อรับมือกับความเคลื่อนไหวของราคาที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว



financial stock market 24908 55305" border="0
59
สวัสดีค่ะ ช่วงปิดเทอมเป็นเวลาที่หลายครอบครัวต้องวางแผนค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ทั้งเรื่องท่องเที่ยว กิจกรรม หรือการดูแลลูก ๆ บรรยากาศแบบนี้ทำให้การใช้เงินขยับขึ้นตามไลฟ์สไตล์ และสะท้อนภาพเศรษฐกิจในชีวิตประจำวันได้อย่างชัดเจน และสำหรับสายเทรด Forex วันนี้เรามาดูกันว่า 7 บทเรียนราคาแพงจาก 5 ปีที่ล้มเหลวในตลาด FOREX จะได้ไม่พลาด เพื่อนๆ สามารถนำไปปรับใช้ได้เลย จะเป็นยังไงไปรับชมกันได้เลยจ้า

 :) :) :)


<a href="https://www.youtube.com/watch?v=UhaKfNFwl_o" target="_blank">https://www.youtube.com/watch?v=UhaKfNFwl_o</a>
60
พูดคุยForexทั่วไป / อยากเทรด Forex ให้ได้กําไร ต้องทำอย่างไร?
« กระทู้ล่าสุด โดย Mono47 เมื่อ 11/เม.ย./2026 08:52:19 »
สวัสดีค่ะ สงกรานต์ 2569 กลับมาอีกครั้งพร้อมบรรยากาศการเดินทาง การเล่นน้ำ และการใช้จ่ายที่คึกคัก หลายคนวางแผนเที่ยวหรือกลับบ้านกันเต็มที่ ช่วงเวลาแบบนี้สะท้อนการหมุนเวียนของเงินในระบบได้อย่างน่าสนใจ และสำหรับสายเทรด Forex วันนี้เรามาดู อยากเทรด Forex ให้ได้กําไร เทรด Forex ให้ได้กำไร ต้องทำอย่างไร? นี่คือคำถามที่เทรดเดอร์ส่วนใหญ่สงสัยและอยากทำให้ได้ เพราะคนจำนวนมากในตลาดมักต้องเผชิญกับการขาดทุน หรือกว่าจะประสบความสำเร็จได้ก็ต้องผ่านประสบการณ์ล้มเหลวมานับครั้งไม่ถ้วน จึงทำให้หลายคนตั้งคำถามว่าแล้วการเทรด Forex ให้ได้กำไร ต้องทำอย่างไร?

เนื่องจากเทรดเดอร์ Forex จำนวนไม่น้อยที่เข้ามาในตลาด อาจเคยเห็นโฆษณาที่บอกว่าการทำกำไรจาก Forex เป็นเรื่องง่าย หรือสามารถสร้างความร่ำรวยได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งจากประสบการณ์ส่วนตัว ผมขอยืนยันว่าคำกล่าวเหล่านั้นไม่เป็นความจริง ผมเชื่อว่าการลงทุนในตลาด Forex สามารถทำกำไรได้จริง แต่ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

ในตลาด Forex หลายคนอาจสงสัยว่า หากไม่ได้มีเงินทุนจำนวนมากเหมือนตัวอย่าง เช่น ไม่มีเงินลงทุนถึง 3 ล้านบาท จะสามารถสร้างกำไรหลักหมื่นหรือหลักแสนได้อย่างไร คำตอบคือในตลาด Forex มีเครื่องมือที่เรียกว่า Leverage Forex ซึ่งช่วยเพิ่มอำนาจในการซื้อขายให้มากกว่าเงินทุนที่เรามี

หากเลือกใช้ Leverage 1:1,000 หมายความว่า มีเงินเพียง 3,000 บาท แต่สามารถเปิดออเดอร์ได้มูลค่า 3,000 × 1,000 = 3,000,000 บาท จะเห็นได้ว่าไม่จำเป็นต้องมีเงินถึงหลักล้าน ก็สามารถเทรดในมูลค่าหลักล้านได้ หากเลือกใช้ Leverage Forex อย่างเหมาะสม



เทรด Forex ให้ได้กำไร


อันดับแรก เราควรทำความเข้าใจพื้นฐานก่อนว่าตลาด Forex คืออะไร มีหลักการวิเคราะห์กราฟราคาแบบใด และปัจจัยใดบ้างที่ส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของราคา เมื่อเข้าใจพื้นฐานเหล่านี้แล้ว ผมขอแบ่งปันแนวทางในมุมมองส่วนตัวเกี่ยวกับการเทรด Forex ให้ได้กำไร



1. โฟกัสภาพรวม
   อย่าโฟกัสกำไรเพียงแค่รายออเดอร์ แต่ควรมองภาพรวมของพอร์ต เพราะการยึดติดกับกำไรเล็ก ๆ อาจกระตุ้นให้เกิดความโลภ หรือทำให้กลัวการตั้ง Stop Loss



2. Stop Loss เพื่อปกป้องกำไร
   หลายคนมองว่า Stop Loss คือการหยุดขาดทุน แต่ในอีกมุมหนึ่ง มันคือเครื่องมือในการปกป้องกำไร เพื่อไม่ให้ออเดอร์ที่ติดลบลากผลกำไรโดยรวมจนพอร์ตเสียหายหนัก



3. อย่ายึดติดกับรูปแบบการเทรดเดิม
   ตลาด Forex มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นแนวโน้มขาขึ้น ขาลง หรือการเคลื่อนไหวในกรอบ หากไม่ปรับกลยุทธ์ให้เหมาะสมกับสภาพตลาด โอกาสทำกำไรระยะยาวจะลดลงอย่างมาก



4. ไม่มีทางลัด
   ความสำเร็จในการเทรด Forex ไม่มีสูตรลัด ทุกอย่างต้องอาศัยเวลาและประสบการณ์ เช่นเดียวกับการทำธุรกิจหรือการลงทุนประเภทอื่น หากคุณกำลังมองหาทางลัด อาจต้องเผื่อใจไว้ว่ามันอาจไม่มีอยู่จริง



5. Money Management ไม่ได้สร้างกำไรทันที แต่สร้างความยั่งยืน
   การบริหารเงินลงทุนไม่ได้ทำให้กำไรเพิ่มขึ้นทันที แต่ช่วยให้กำไรเติบโตอย่างมั่นคง ทำให้เราคาดการณ์ผลลัพธ์ได้ดีขึ้น และควบคุมความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เพราะการเทรดที่ดีไม่ใช่แค่การทำกำไร แต่คือการรักษากำไรด้วย ลองคิดดูว่าหากคุณทำกำไรได้ทั้งปี แต่ขาดทุนเพียงวันเดียวจนพอร์ตเสียหายทั้งหมด เหตุการณ์แบบนี้คงไม่มีใครต้องการ และมักเกิดจากการขาดการบริหารเงินลงทุนที่ดี



6. ลองใช้ EA Forex ร่วมด้วยไหม
   EA Forex เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่เทรดเดอร์นิยมใช้ เพราะสามารถทำงานได้ต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง 5 วันต่อสัปดาห์ ต่างจากมนุษย์ที่มีข้อจำกัดด้านเวลา เพียงแค่นี้ก็แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของ EA

อย่างไรก็ตาม ประสิทธิภาพของ EA Forex แต่ละตัวแตกต่างกัน หากเลือกใช้ระบบที่ไม่มีคุณภาพ โอกาสทำกำไรก็จะลดลงอย่างมาก

EA Forex คืออะไร จะได้กำไรจริงหรือ?



7. อินดิเคเตอร์ช่วยวิเคราะห์หรือไม่
   เทรดเดอร์จำนวนมากใช้อินดิเคเตอร์ในการช่วยวิเคราะห์กราฟราคา โดยตัวที่นิยม ได้แก่

Fibonacci Retracement
Exponential Moving Average (EMA)
MACD (Moving Average Convergence Divergence)
Stochastic Oscillator
Bollinger Bands
RSI (Relative Strength Index)
Ichimoku

อินดิเคเตอร์ทั้ง 7 ตัวนี้ถือเป็นเครื่องมือพื้นฐานที่เทรดเดอร์ส่วนใหญ่มักเคยใช้งาน



8. วิเคราะห์ข่าว Forex
   การวิเคราะห์ข่าวเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม ไม่ว่าจะเป็นตลาด Forex หุ้น หรือ Cryptocurrency เพราะราคามักเคลื่อนไหวตามปัจจัยพื้นฐาน เช่น ข่าวการแบน Bitcoin จากจีน อาจทำให้ความเชื่อมั่นลดลงและส่งผลให้ราคาผันผวนหรือปรับตัวลง

หากเราสามารถวิเคราะห์ข่าวได้ ก็เหมือนกับมองเห็นแนวโน้มอนาคตได้ในระดับหนึ่ง

ปัจจัยที่มีผลต่อราคา Forex
ความต้องการซื้อและขาย (Demand & Supply)
สภาพเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ
การลงทุนทั้งในและต่างประเทศ
ภัยธรรมชาติและเหตุการณ์ก่อการร้าย
การเมืองและนโยบายภาครัฐ
อัตราดอกเบี้ย
การจ้างงาน
ข่าวสาร

นี่คือ 8 แนวทางพื้นฐานในการทำกำไรจากการเทรด Forex หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับเทรดเดอร์ไม่มากก็น้อย และอย่าลืมกฎสำคัญข้อแรก คือการโฟกัสภาพรวม เน้นกำไรระยะยาว และไม่ยึดติดกับผลลัพธ์ของแต่ละออเดอร์ เพราะนั่นอาจทำให้เกิดความโลภหรือความกลัวในการตัดสินใจได้


forex market width 1200 format jpeg 8988557e65" border="0
หน้า: 1 ... 4 5 [6] 7 8 ... 10
SMF 2.0.15 | SMF © 2011, Simple Machines
SMFAds for Free Forums