กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: 1 ... 4 5 [6] 7 8 ... 10
51
สวัสดีค่ะ เวลาเดินเร็วมากอีกไม่นานก็ปีใหม่อีกแล้ว ตอนนี้เพื่อนๆ เริ่มเขียนแผนของปีหน้ากันยังคะ และปีนี้ทำสำเร็จตามแผนไปกี่อย่างแล้ว ถ้าใครไม่ทันตอนรีบแล้วนะคะ สำหรับเพื่อนๆ ที่สนใจในการเทรดการลงทุนวันนี้เรามาทำความรู้จักในตลาด Forex ซึ่งย่อมาจาก Foreign Exchange ซึ่งหมายถึง การแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศ โดยตรง ความจริงแล้ว การแลกเปลี่ยนเงินสกุลต่าง ๆ มีมาตั้งแต่ยุคเริ่มต้นของการค้าขายระหว่างประเทศ ซึ่งมีมาตั้งแต่หลายร้อยปีก่อน

ตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศแห่งแรกมีจุดเริ่มต้นที่เมืองอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ เมื่อกว่า 500 ปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม จุดเปลี่ยนที่สำคัญและถือเป็นการเข้าสู่ “ยุคใหม่” ของตลาด Forex เกิดขึ้นในปี 1973 เมื่อสหรัฐฯ ประกาศยกเลิกระบบ Bretton Woods ที่เคยตรึงค่าเงินของประเทศต่าง ๆ ไว้กับดอลลาร์สหรัฐ หลังจากนั้น ค่าเงินจึงเริ่ม “ลอยตัว” และมีการซื้อขายกันตามกลไกตลาดมากขึ้น

ในปัจจุบัน Forex เป็น ตลาดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีการซื้อขายต่อเนื่อง 24 ชั่วโมงต่อวัน นาน 5 วันต่อสัปดาห์ หยุดเฉพาะวันเสาร์และวันอาทิตย์



ขนาดของตลาด Forex ใหญ่แค่ไหน?

ลองเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดขึ้น:

ตลาดหลักทรัพย์ SET ของไทย มีปริมาณซื้อขายเฉลี่ยวันละ 70,000 ล้านบาท

ตลาดหุ้น NYSE ของสหรัฐฯ ซึ่งใหญ่ที่สุดในโลก มีมูลค่าการซื้อขายประมาณ 830,000 ล้านบาทต่อวัน

แต่ตลาด Forex กลับมีการซื้อขายมากถึง 245 ล้านล้านบาทต่อวัน
หรือเท่ากับใหญ่กว่าตลาดหุ้น NYSE ถึง 300 เท่า!

เหตุผลที่ตลาดนี้มีความเคลื่อนไหวสูงขนาดนี้ เพราะการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ แฝงตัวอยู่ในกิจกรรมทางเศรษฐกิจเกือบทุกอย่าง ทั่วโลก ตั้งแต่การซื้อขายสินค้าระหว่างประเทศ การท่องเที่ยว การลงทุน ไปจนถึงธุรกรรมของธนาคารกลางและบริษัทข้ามชาติ



ผู้เล่นหลักในตลาด Forex

- กลุ่มที่มีบทบาทสำคัญในตลาดนี้ ได้แก่:
- สถาบันการเงินและธนาคารพาณิชย์
- ธนาคารกลางของประเทศต่าง ๆ
- กองทุนรวมและ Hedge Funds
- บริษัทข้ามชาติ
- นักลงทุนรายย่อยอย่างคุณและผม



เป้าหมายหลักของการเทรด Forex มี 3 ประเภท


1. เพื่อใช้จริง (Real Use)

การแลกเปลี่ยนสกุลเงินเพื่อนำไปใช้งานจริง เช่น ใช้ในการทำธุรกรรมทางการเงิน ลงทุนในต่างประเทศ หรือแม้แต่การแลกเงินเพื่อเดินทางท่องเที่ยว หรือซื้อของจากต่างประเทศ — กิจกรรมเหล่านี้ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของตลาด Forex โดยไม่รู้ตัว

2. เพื่อป้องกันความเสี่ยง (Hedging)

เช่น กองทุนที่ลงทุนในต่างประเทศ มักทำสัญญาล่วงหน้าเพื่อป้องกันความผันผวนของค่าเงิน ซึ่งอาจส่งผลต่อผลตอบแทน
ธุรกิจส่งออกหรือนำเข้าก็สามารถทำ Hedging ได้เช่นกัน เพื่อรักษากำไรให้คงที่แม้ค่าเงินจะเปลี่ยนแปลง

3. เพื่อเก็งกำไร

นี่คือนักลงทุนกลุ่มที่ไม่ได้ต้องการใช้สกุลเงินโดยตรง แต่เน้นการ ทำกำไรจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน เช่น ถ้าเชื่อว่ายูโรจะแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์ ก็ซื้อยูโร (EUR/USD) หากคาดการณ์ถูก ก็ทำกำไรได้จากส่วนต่างราคา



หลักการซื้อขายใน Forex

ในตลาด Forex มีเงินตรามากกว่า 170 สกุล แต่การซื้อขายจะเป็นในรูปแบบของ คู่สกุลเงิน เช่น:

EUR/USD = 1.15
หมายถึง 1 ยูโร แลกได้ 1.15 ดอลลาร์สหรัฐ

ถ้ามองว่าเงินยูโรมีแนวโน้มจะแข็งค่า ก็ซื้อยูโร แต่ถ้าคาดว่าจะอ่อนค่า ก็ขายออก

ราคาในตลาดจะผันผวนตามปัจจัย Demand และ Supply ซึ่งได้รับอิทธิพลจากหลากหลายปัจจัย เช่น:

- สภาพเศรษฐกิจโลก
- อัตราดอกเบี้ยนโยบาย
- เหตุการณ์ทางการเมือง
- ภัยธรรมชาติ
- โรคระบาด
- ความขัดแย้งระหว่างประเทศ

เช่น ตัวเลขการจ้างงานในยุโรปดีขึ้น อาจทำให้ยูโรแข็งค่า แต่หากวันต่อมาเกิดวิกฤตพลังงาน เงินยูโรก็อาจอ่อนค่าทันที



ข้อดีของตลาด Forex


- สภาพคล่องสูงมาก จากปริมาณการซื้อขายมหาศาล
- เปิดตลาด 24 ชั่วโมง ทำให้สามารถเทรดได้ตลอดเวลา (จันทร์ถึงศุกร์)
- ต้นทุนต่ำ โบรกเกอร์ส่วนใหญ่ไม่เก็บค่าธรรมเนียมโดยตรง แต่ใช้ส่วนต่างราคา (Bid/Ask Spread) แทน
- สามารถทำกำไรได้ทั้งขาขึ้นและขาลง ต่างจากหุ้นที่ส่วนใหญ่มีกำไรเฉพาะเมื่อราคาขึ้น
- มี Leverage หรืออัตราทด เช่น ใช้ Leverage 100 เท่า การเปลี่ยนแปลงของค่าเงินเพียง 1% อาจเท่ากับกำไรหรือขาดทุนถึง 100%
(แต่ต้องระวัง เพราะกำไรก็มาพร้อมกับความเสี่ยงสูง)



ข้อเสียและความเสี่ยง


- ปัจจัยที่มีผลต่อค่าเงินมีจำนวนมาก และมักเป็นเรื่องไกลตัว ทำให้วิเคราะห์ทิศทางได้ยาก
- มีความผันผวนสูง โดยเฉพาะในช่วงเหตุการณ์สำคัญ
- ในประเทศไทย ยังไม่มีโบรกเกอร์รายใดได้รับใบอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย ให้บริการ Forex เพื่อการลงทุนสำหรับบุคคลทั่วไป



ช่องโหว่ที่มิจฉาชีพใช้หลอกลวงนักลงทุน


เพราะ Forex ยังไม่มีกฎหมายควบคุมในไทย มิจฉาชีพจึงใช้ช่องว่างนี้หลอกนักลงทุน เช่น:

- แอบอ้างเป็นผู้เชี่ยวชาญ
- สร้างเครื่องมือวิเคราะห์หรือระบบเทรดอัตโนมัติที่ดูน่าเชื่อถือ
- การันตีผลตอบแทนสูงเกินจริง
- รับฝากเงินเพื่อลงทุนแทน แต่ไม่ได้นำไปเทรดจริง



สรุป

ตลาด Forex เป็นตลาดการเงินที่ใหญ่ที่สุดในโลก และมีบทบาทสำคัญในระบบเศรษฐกิจระดับโลกมานานเกือบ 50 ปี แม้ในไทยยังไม่มีการควบคุมโดยตรงจากทางการ แต่ Forex ก็ยังคงเป็นเครื่องมือที่ใช้อย่างแพร่หลายในระดับสากล ทั้งเพื่อการใช้งานจริง การบริหารความเสี่ยง และการเก็งกำไร

หากคุณสนใจจะเข้าสู่ตลาดนี้ สิ่งสำคัญที่สุดคือ ความรู้ ความเข้าใจ และการเลือกโบรกเกอร์ที่น่าเชื่อถือ เพราะในตลาดที่เปิดกว้างแบบนี้ โอกาสและความเสี่ยงมักมาเป็นแพ็กคู่เสมอ


market share competitor excellent growing with stocks 1150 18258" border="0
52
สวัสดีจ้า ช่วงนี้ข่าวการเมืองไทยและสถานการณ์ทางชายแดนไทยเขมรก็ยังคงเป็นที่ติดตามกันตลอดแทบทุกวัน ยังไงก็ต้องดูกันต่อไป และสำหรับเพื่อนๆ ที่สนใจในการเทรด Forex วันนี้เรามาดู ในการเทรดฟอเร็กซ์ โบรกเกอร์จะมีบทบาทเป็นตัวกลางที่เชื่อมโยงนักลงทุนรายย่อยเข้ากับผู้ให้บริการสภาพคล่อง ช่วยให้กระบวนการซื้อขายเป็นไปอย่างสะดวก พร้อมทั้งเปิดโอกาสใหม่ๆ และความท้าทายมากมายในตลาดการเงินที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

ในยุคปัจจุบัน การลงทุนผ่านระบบออนไลน์กลายเป็นเรื่องที่หลายคนคุ้นเคย โดยมีตัวเลือกการลงทุนที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นอนุพันธ์, สินค้าโภคภัณฑ์, CFD, ทองคำ, น้ำมัน หรือแม้กระทั่งฟอเร็กซ์ นักลงทุนสามารถเข้าถึงและเริ่มต้นประสบการณ์ในตลาดเหล่านี้ได้อย่างไม่ซับซ้อน

อย่างไรก็ตาม เมื่อพูดถึงผลิตภัณฑ์ทางการเงินโดยรวม หรือเฉพาะเจาะจงในตลาดฟอเร็กซ์ ความเสี่ยงยังคงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเลือกใช้บริการจากโบรกเกอร์ที่ไม่น่าเชื่อถือ ซึ่งอาจสร้างผลกระทบทั้งในแง่ของการเงินและจิตใจ ทำให้เทรดเดอร์หลายคนหมดความมั่นใจในการลงทุน ดังนั้น เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่ไม่จำเป็น การเลือกโบรกเกอร์ที่น่าเชื่อถือและปลอดภัยคือสิ่งสำคัญ มาดูเคล็ดลับ 4 ข้อที่ช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกโบรกเกอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

4 ปัจจัยสำคัญในการเลือกโบรกเกอร์ฟอเร็กซ์ที่ไว้ใจได้

หากคุณมีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับตลาดฟอเร็กซ์ และต้องการเริ่มต้นลงทุนอย่างจริงจัง ปัจจัยต่อไปนี้คือสิ่งที่ควรพิจารณาอย่างรอบคอบเพื่อเลือกโบรกเกอร์ที่เหมาะกับสไตล์การเทรดของคุณ

1. มีใบอนุญาตจากหน่วยงานกำกับดูแลระดับสากล

สิ่งแรกที่ต้องตรวจสอบคือ ใบอนุญาตประกอบธุรกิจที่ออกโดยองค์กรที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล โบรกเกอร์ที่ได้รับการรับรองเหล่านี้จะอยู่ภายใต้การตรวจสอบอย่างเข้มงวด หากเกิดกรณีทุจริต นักลงทุนสามารถแจ้งไปยังหน่วยงานกำกับดูแลเพื่อขอความช่วยเหลือ รายชื่อองค์กรที่น่าเชื่อถือ เช่น:

FCA (สหราชอาณาจักร) – องค์กรควบคุมบริการทางการเงินของอังกฤษ

CySEC (ไซปรัส) – หน่วยงานกำกับดูแลตลาดทุนในไซปรัส

ASIC (ออสเตรเลีย) – หน่วยงานควบคุมหลักทรัพย์และการลงทุน

CFTC (สหรัฐอเมริกา) – องค์กรดูแลการซื้อขายล่วงหน้าและโภคภัณฑ์

FINMA (สวิตเซอร์แลนด์) – หน่วยงานกำกับดูแลตลาดการเงินของสวิส

โบรกเกอร์ที่ได้รับใบอนุญาตจากหน่วยงานเหล่านี้ มักจะมีมาตรฐานสูงด้านความโปร่งใสและความปลอดภัย

2. ระบบการฝากและถอนเงิน

ความสะดวกในการทำธุรกรรมถือเป็นปัจจัยหลัก เทรดเดอร์ควรสามารถฝากและถอนเงินได้ทุกเวลาโดยไม่ยุ่งยาก โบรกเกอร์ควรแจ้งขั้นตอนและนโยบายให้ชัดเจน พร้อมเสนอช่องทางธุรกรรมที่หลากหลาย เช่น การโอนผ่านธนาคาร, e-wallets หรือบัตรเครดิต โดยไม่จำเป็นต้องโทรศัพท์หรืออีเมลทุกครั้งที่ต้องการถอนเงิน และกระบวนการควรรวดเร็วทันใจ

3. ค่าธรรมเนียม, สเปรด และคอมมิชชั่น

โบรกเกอร์ที่ดีควรมีความโปร่งใสในด้านค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขาย ค่าธรรมเนียมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นค่าคอมมิชชั่น สเปรด หรือค่าใช้จ่ายในการทำธุรกรรม ควรแสดงไว้อย่างชัดเจนบนเว็บไซต์ เพื่อให้เทรดเดอร์สามารถเปรียบเทียบก่อนตัดสินใจ คุณสามารถศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับระบบฝาก-ถอนของโบรกเกอร์ XTB ได้ที่เว็บไซต์ของพวกเขา

4. การบริการลูกค้า

การให้บริการหลังการขายที่ดีคืออีกหนึ่งหัวใจสำคัญของโบรกเกอร์ เทรดเดอร์ควรได้รับการสนับสนุนเมื่อประสบปัญหา ไม่ว่าจะเกิดจากระบบหรือภาวะตลาด โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ตลาดมีความผันผวน

โบรกเกอร์มืออาชีพมักมีช่องทางการติดต่อที่หลากหลาย นอกจากอีเมลแล้ว ยังมีระบบแชทสดหรือสายด่วน สำหรับโบรกเกอร์ XTB คุณสามารถเข้าไปที่หน้าติดต่อบนเว็บไซต์เพื่อรับความช่วยเหลือได้ทันที


forex trading background 23 2148588125" border="0
53
พูดคุยForexทั่วไป / Re: เทรด Forex ดูจบเทรดเป็นเลยแค่ 15 นาที
« กระทู้ล่าสุด โดย sxata41 เมื่อ 16/ต.ค./2025 03:05:38 »
 >:( >:(จัดไปอย่างงาม
54
พูดคุยForexทั่วไป / Re: ความเสี่ยง Forex มีอะไรบ้างที่ต้องรู้
« กระทู้ล่าสุด โดย sxata41 เมื่อ 16/ต.ค./2025 03:05:09 »
 ::) ขาดทุนคือกำไร
55
ขึ้นอย่างเดียว จะขึ้นอีกไหม  60,000 บาทแล้ว
56
ทำได้ก็ดีสิ เก่งจัง :-*
57
สวัสดีค่ะ ในปัจจุบันมีคนที่สนใจในการลงทุนมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเป็นผลมาจากเงินเฟ้อทำให้หลายคนคิดว่าจะต่อยอดเงินยังไง เพราะถ้าเก็บเงินเฉยๆ มูลค่าอาจจะลดลงได้เรื่อยๆ และก่อนจะลลงทุนอะไรเราต้องศึกษษให้ดีก่อนลงทุนและไม่ควรตามคนอื่นแบบไม่ได้คิดหน้าคิดหลังให้ดี นอกจากนี้ยังต้องติดตามข่าว ยิ่งค่าตอบแทนในการลงทุนเยอะก็ยิ่งเสี่ยงเยอะเช่นกัน และวันนี้เรามาดูการลงทุนในการเทรด Forex กับเทคนิคการเทรดกำไร 1 ล้านบาทภายใน 7 วัน(สอนแบบจับมือทำ) จะเป็นยังไงไปรับชมกันเลยจ้า

 ::) ::) ??? ??? :) :) :D :D


<a href="https://www.youtube.com/watch?v=vLSOrnd42Xs" target="_blank">https://www.youtube.com/watch?v=vLSOrnd42Xs</a>
58
พูดคุยForexทั่วไป / เทรด forex เทรดยังไงไม่ให้หมดตัว
« กระทู้ล่าสุด โดย rannie2020 เมื่อ 12/ต.ค./2025 07:44:15 »
สวัสดีจ้า ถ้าหากติดตามข่าวต่างประเทศช่วงนี้ดุเดือดมาก ต้องติดตามกันแทบไม่ให้คาดสายตาระหว่างอเมริกาและจีน นักลงทุนอย่างเราจะได้รับมือทัน และสำหรับเพื่อนๆ ที่สนใจเทรด Forex วันนี้เรามาดู เทรด forex เทรดยังไงไม่ให้หมดตัว  การลงทุนในตลาดเงินตราต่างประเทศ หรือ Forex กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน ด้วยโอกาสในการทำกำไรในช่วงเวลาสั้น ๆ อย่างไรก็ตาม ตลาดนี้ก็แฝงด้วยความเสี่ยงสูงที่อาจทำให้เงินลงทุนหายไปทั้งหมดหากไม่มีการวางแผนที่รอบคอบ บทความนี้จะพาคุณไปเรียนรู้แนวทางการเทรด Forex ที่เน้นการลดความเสี่ยงและป้องกันการสูญเสียที่รุนแรง

เริ่มจากการเรียนรู้ตลาด Forex อย่างลึกซึ้ง

ก่อนเข้าสู่การเทรดจริง การทำความเข้าใจตลาด Forex อย่างละเอียดถือเป็นสิ่งจำเป็น คุณควรศึกษาโครงสร้างการทำงานของตลาด เช่น การเคลื่อนไหวของคู่สกุลเงินยอดนิยมอย่าง EUR/USD, GBP/USD หรือ USD/JPY รวมถึงปัจจัยที่ส่งผลต่ออัตราแลกเปลี่ยน ทั้งด้านเศรษฐกิจ การเมือง และการวิเคราะห์ทางเทคนิค การเข้าใจกลไกเหล่านี้อย่างถ่องแท้จะช่วยให้คุณสามารถวางแผนรับมือกับความผันผวนได้ดียิ่งขึ้น

กำหนดแผนการเทรดอย่างรอบคอบ

การเทรดโดยไม่มีแผนเปรียบเสมือนการขับรถโดยไม่รู้เส้นทาง นักเทรดที่ดีควรกำหนดเป้าหมายในการเทรด วางกลยุทธ์การจัดการเงินทุน และตั้งค่าจุดตัดขาดทุน (Stop Loss) อย่างเหมาะสม เป้าหมายควรชัดเจน เช่น การตั้งกำไรที่ต้องการต่อวัน หรือขีดจำกัดความเสี่ยงในแต่ละเทรด การมีแผนที่ชัดเจนจะช่วยป้องกันการตัดสินใจที่เกิดจากอารมณ์ และรักษาวินัยในการเทรด

เริ่มต้นด้วยบัญชีทดลองก่อนลงทุนจริง

สำหรับผู้เริ่มต้น การใช้บัญชีเดโม (Demo Account) เป็นทางเลือกที่ปลอดภัยในการฝึกฝนทักษะและทดลองกลยุทธ์ต่าง ๆ โดยไม่ต้องเสี่ยงกับเงินจริง บัญชีเดโมให้โอกาสในการเรียนรู้พฤติกรรมของตลาดและการใช้เครื่องมือวิเคราะห์ต่าง ๆ อย่างอิสระ เมื่อคุณมีความมั่นใจมากพอ ค่อยเริ่มต้นลงสนามจริงด้วยเงินจริงอย่างมีสติ

จัดการความเสี่ยงอย่างมีระบบ

การควบคุมความเสี่ยงเป็นหัวใจสำคัญของการเทรด Forex เครื่องมืออย่าง Stop Loss และ Take Profit มีบทบาทสำคัญในการจำกัดความสูญเสียและล็อกกำไร Stop Loss ช่วยตัดขาดทุนเมื่อราคาผิดทิศทาง ส่วน Take Profit จะช่วยให้คุณปิดออเดอร์เมื่อได้กำไรตามเป้า การตั้งค่าทั้งสองอย่างอย่างเหมาะสมจะช่วยป้องกันเงินทุนจากความเสียหายรุนแรง

อย่าลงทุนมากเกินกว่าที่จะรับไหว

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยของนักเทรดหน้าใหม่คือการลงทุนด้วยเงินที่ไม่สามารถขาดทุนได้ การยืมเงินมาเทรดหรือใช้เงินสำคัญในชีวิตประจำวันอาจนำไปสู่ปัญหาทางการเงินร้ายแรงได้ ควรใช้เงินที่คุณพร้อมจะเสี่ยงโดยไม่กระทบต่อค่าใช้จ่ายจำเป็น และไม่ควรโลภจนเกินพอดี

สรุป: การเทรด Forex อย่างมีวินัยคือกุญแจสู่ความสำเร็จ

การจะประสบความสำเร็จในตลาด Forex โดยไม่ต้องพบกับการขาดทุนจนหมดตัวนั้น ต้องอาศัยการวางแผนอย่างเป็นระบบ การเข้าใจตลาดอย่างละเอียด การบริหารความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ และการมีวินัยในการลงทุน หากคุณสามารถควบคุมอารมณ์และยึดหลักการเหล่านี้ได้ ก็จะช่วยให้คุณอยู่รอดในตลาด Forex ได้อย่างมั่นคง


Major Forex trading indicators mtrading.width 648" border="0
59
สวัสดีจ้า ในปัจจุบันเงินหายากขึ้น เพราะรายรับเท่าเดิมแต่รายจ่ายค่อยๆ เพิ่มขึ้นในสิ่งที่อยู่รอบๆตัว ไม่ว่าจะเป็นอาหาร ของใช้ต่างๆ ทำให้รายจ่ายเพิ่มขึ้นจนบางทีแอบรู้สึกว่าเงินเฟ้อเร็วเกินไปมาก ตอกย้ำกับราคาทองที่พุ่งแรงทำเอาต้องวางแผนการใช้เงินและการลงทุนให้ดีมากยิ่งขึ้น และสำหรับใครที่กำลังสนใจในการเทรด Forex วันนี้เรามาดู สอนดูแบบ Forex Basic - ฝึกคิดกราฟหน้างาน | ดูจบ มือใหม่เข้าใจกราฟแบบก้าวกระโดด จะเป็นยังไงไปรับชมกันเลยจ้า


 :) :) :)


<a href="https://www.youtube.com/watch?v=GzrYGISuYeU" target="_blank">https://www.youtube.com/watch?v=GzrYGISuYeU</a>
60
สวัสดีค่ะ ช่วงนี้เป็นช่วงที่หลายคนฮือฮากับราคาทองที่พุ่งสูงทุกวัน ราคาพุ่งจนแทบจะลุ้นกันทุกชั่วโมงกันเลยทีเดียว และสำหรับสายเทรด Forex วันนี้เรามาดู เทรดทอง 9 กลยุทธ์ให้รอด และ รวยได้จริง ในตลาด Forex การเทรดทองคือหนึ่งในวิธีการเทรด Forex ที่ได้รับความนิยมสูง โดยเฉพาะในช่วงหลังมานี้ กระแสความร้อนแรงของตลาด Forex ได้แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว เมื่อมีกูรูเทรดทองคนหนึ่งสามารถทำกำไรถึง 700,000 บาทภายในเวลาเพียง 35 วินาที จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมหลายคนถึงเริ่มสนใจการเทรดทอง และอยากพัฒนาทักษะเฉพาะทาง เพื่อเสริมความเชี่ยวชาญของตัวเองในตลาดนี้

ถ้ามีความคิดเช่นนั้น บทความนี้รวบรวมแนวทางการเทรดทองที่เป็นกลยุทธ์ส่วนตัวที่ใช้จริง และสรุปออกมาเป็น 10 ข้อสำคัญ ซึ่งแม้ไม่ได้เรียงลำดับความสำคัญ แต่ทุกข้อมีน้ำหนักและเชื่อมโยงกันทั้งหมด

---

 1. เข้าใจตลาดทองก่อน

สิ่งแรกที่ต้องทำคือ ทำความเข้าใจกับราคาทอง แนวโน้ม ความเป็นมา รวมถึงตลาดซื้อขายทองคำที่ใหญ่ที่สุดในโลก ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้วิเคราะห์ทิศทางราคาได้แม่นยำยิ่งขึ้น

**คำถามเพื่อฝึกวิเคราะห์**

1.1 ราคาทองมีแนวโน้มเป็นอย่างไร และเพราะอะไร
1.2 ราคาทองปัจจุบันต่างจากเมื่อ 5, 10, 15, 20 ปีก่อนกี่เปอร์เซ็นต์
1.3 กูรูทองมีการคาดการณ์แนวโน้มอนาคตไว้อย่างไร
1.4 ตอนนี้การเทรดทองน่าจะได้กำไรมากกว่าขาดทุนหรือไม่

คำถามเหล่านี้จะช่วยพัฒนากรอบความคิดให้เฉียบคมขึ้น

---

 2. แยกแยะคู่เงินทองให้ชัดเจน

ทองในตลาด Forex ใช้ตัวย่อว่า XAU เช่น XAU/USD หรือ XAU/EUR ซึ่งแต่ละคู่จะมีพฤติกรรมราคาต่างกัน การเลือกคู่ที่เข้ากับสไตล์ตัวเองจึงสำคัญ

> หมายเหตุ: คู่ที่ได้รับความนิยมสูงคือ XAU/USD เพราะเคลื่อนไหวชัดเจนและมีข้อมูลสนับสนุนมาก

---

 3. เลือกโบรกเกอร์ให้ดี

โบรกเกอร์มีผลโดยตรงต่อการเทรดทอง หากเลือกผิดอาจเจอปัญหา เช่น ค่าสเปรดสูง หรือระบบที่ไม่เสถียร จึงต้องเลือกโบรกเกอร์ที่น่าเชื่อถือ และเหมาะกับรูปแบบการเทรดของตนเอง

---

 4. สเปรดคือสิ่งที่ต้องระวังที่สุด

ค่าสเปรด (Spread) คือส่วนต่างราคาระหว่างซื้อและขาย หากไม่ศึกษาให้ดีก่อนเปิดออเดอร์ อาจขาดทุนทันที โดยเฉพาะในบัญชีที่ค่าสเปรดลอยตัว

**ทางแก้:**

* ใช้บัญชี Fix สเปรด
* หรือใช้บัญชี ECN ที่จ่ายค่าคอมฯ เพื่อแลกกับสเปรด 0.0

---

 5. เทรดทองตามข่าว

กลยุทธ์ที่ได้ผลคือการเทรดตามข่าว เช่น ข่าว Non-Farm Payroll ของสหรัฐฯ ที่ออกทุกต้นเดือน ซึ่งสามารถติดตามข่าวแบบเรียลไทม์ได้จาก [forexfactory.com](https://forexfactory.com)

การเทรดตามข่าวไม่จำเป็นต้องใช้ Indicator มาก ขอแค่ตามข่าวและวิเคราะห์ให้แม่น ก็สามารถทำกำไรได้

---

 6. เทคนิคการเทรดตามข่าว

อีกหนึ่งแหล่งข้อมูลที่ควรติดตามคือ "สมาคมค้าทองคำ" เพราะมักมีการประเมินราคาที่แม่นพอสมควร หากจับคู่การวิเคราะห์นี้กับการบริหารหน้าตักแบบมาร์ติงเกล จะเพิ่มโอกาสทำกำไรได้อย่างดี

---

 7. เงินทุนที่เหมาะสม

จำนวนเงินเริ่มต้นควรมากกว่า 10,000 บาท เพราะราคาทองผันผวนสูง หากเงินไม่พออาจโดน Margin Call ได้ง่าย

**แนะนำ:** ควรเริ่มต้นด้วยเงินทุนอย่างน้อย 100,000 บาท เพื่อความมั่นคงและปลอดภัย

---

 8. อุปสรรคสำคัญของการเทรดทอง

อุปสรรคหลักคือ การไม่มีความรู้และขาดกลยุทธ์ที่ชัดเจน เช่น ไม่รู้ว่าจะใช้ Indicator อะไร หรือไม่แน่ใจว่าถนัดเทรดตามข่าวหรือไม่ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการวิเคราะห์และตัดสินใจของแต่ละคน

---

 9. ลองเทรดทองคำดิจิทัล

ทองคำดิจิทัลคืออีกช่องทางการเทรดที่น่าสนใจ โดยเฉพาะช่วงที่ตลาดยังไม่อิ่มตัว กำไรเฉลี่ยต่อเดือนอาจสูงถึง 20% และยังไม่ซับซ้อนมาก เหมาะกับผู้เริ่มต้น

---

 สรุป

การเทรดทองคือการลงทุนที่เข้าใจง่ายสำหรับคนไทย เพราะเราคุ้นเคยกับทองอยู่แล้ว เพียงแค่เปลี่ยนจากซื้อ-ขายหน้าร้าน มาเป็นการวิเคราะห์เชิงเทคนิคในตลาดออนไลน์ หากมีความรู้และกลยุทธ์ที่ดี การอยู่รอดและทำกำไรในตลาดนี้ย่อมเป็นไปได้อย่างแน่นอน


IMG 5307" border="0
หน้า: 1 ... 4 5 [6] 7 8 ... 10
SMF 2.0.15 | SMF © 2011, Simple Machines
SMFAds for Free Forums