Technical analysis เป็นมากกว่าแค่ดูราคา

อ่าน 1289 ครั้ง

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ช่วงแรกๆ ที่สนใจเรื่องการดู Price chart นั้น ผมยังไม่มีความมั่นใจในศาสตร์นี้ และแน่นอนเกิดคำถาม Classic ว่า "จะใช้ได้จริงป่าว?" เพราะผมเริ่มศึกษาเรื่องการลงทุนด้วย "ฟันดาเมนมั่ว" ไม่ใช่ Fundamentals นะครับ. เพราะมันมั่วสุดฤทธิ์ อ่านบทวิเคราะห์ผสมกับการดูงบแบบมึนๆ บวกกับการจ้อง Ticker ท้ังวัน ใครบอกตัวไหนดีก็ซัดตาม ผลคือถูกเขาซัดจนแทบกลับบ้านไม่ถูก. บาดแผลครั้งนั้นทำให้ผมขยาดพอสมควร. เมื่อไม่มั่นใจ ก็ต้องหาความั่นใจ จึงได้ไปปรึกษาคนรู้จักกัน ซึ่งได้คำตอบว่า:

"Technical analysis คือการวิเคราะห์เพื่อซื้อ-ขายจากราคาหุ้น ซึ่งก็คือ Open, High, Low, Close แล้วก็ Volume แล้วมันจะมีความได้เปรียบ (Competitve edge) ยังไงถ้าเราวิเคราะห์และตัดสินใจจากข้อมูลที่มีเหมือนคนอื่นๆ ที่ได้รับพร้อมกับคนอื่น"

Comment นี้เคว้งในความคิดผมอยู่นาน และทำให้ผมเขวพอสมควร แต่โชคดีที่ผมยังศึกษาต่อไป. 1) เพราะผมเห็น Model ของผุ้ที่ประสบความสำเร็จในด้านนี้ ตัวจริง เสียงจริง และ 2) คิดว่ายังต้อง "รู้" กว่านี้อีกเยอะ ก่อนตัดสินใจ ใช้ หรือ ทิ้ง แนวทางนี้.

หลังจากนั้นอีกหลายปี เมื่อได้เข้าใจและเทรดมากขึ้น. และ "เชื่อมั่น" ว่า Technical analysis ใช้ได้จริง ผมมีโอกาสได้ทบทวน Comment นี้ ว่ามันถูกหรือผิดอย่างไรกันแน่ และผลคือ "ถูก" ครับ สิ่งที่เขา Comment มานั้นถูกต้อง เพียงแต่ไม่ถูกทั้งหมด Technical ใช้เพียง OHLC-V จริง. เพราะมันมีแค่นั้น และข้อมูลที่เราได้ก็มาพร้อมๆ กับคนอื่นๆ เรียกว่า "ไม่มี Technical inside" ละกัน ดังนั้นในเชิงข้อมูล เราไม่ความได้เปรียบอะไรทั้งสิ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าจะ "สร้างความได้เปรียบขึ้น" มาไม่ได้นิ

ก่อนจะไปต่อ เราต้องเข้าใจ Concept ของ เหตุ-ผล หรือ Cause-Effect เสียก่อน. ว่า "ราคา" นั้นเป็น ผล ไม่ใช่ เหตุ

หมายความว่า OHLC-V นั้นเป็นเพียง "ผล" จาก "เหตุ" ที่ "ส่งผล" ให้มันเป็นแบบนั้น มึนดีมั้ยครับ?? ในหลักสูตรอบรมที่ผมจับมือร่วมงานกับ S2M อีกครั้งในปี 2012 นี้ ผมอธิบายและยกตัวอย่างให้เห็นภาพว่า แม้ในทาง Technical analysis เราใช้ "พฤติกรรมราคา" เป็นปัจจัยหลักในการวิเคราะห์และตัดสินใจลงทุนนั้น มันเป็นเพียง มิติที่ #1 ของ Chart เท่านั้น.

"ราคา" เป็นมิติที่ #1 ของ Chart เราจึงเห็นมันได้ง่ายสุด และแม้เพียงการศึกษาพฤติกรรมราคาอย่างเดียว หรืออย่างที่ฝรั่งเขาเรียกว่า "Naked chart" ก็สามารถใช้ทำกำไรได้ในเบื้องต้นแล้วเช่นกัน ซึ่งในหลักสูตร S-05 "เรื่องต้องรู้ของ Technical analysis และศาสตร์ของ Price action theory" ผมวางหลักสูตรที่อธิบายสร้างความเข้าใจทฤษฏี "พฤติกรรมราคา" หรือ Price action รวมถึงการสร้างความรู้จักกับ เครื่องมือและ Concept ของราคา ที่ Technical trader ทุกคนจำเป็นต้องรู้เพื่อการอยู่รอดในตลาดทุน

แต่อย่างที่กล่าวไว้ เพราะ "ราคา" เป็นข้อมูลที่ได้รับมาเหมือนๆ กัน และแม้ทฤษฏีพฤติกรรมราคาจะมีประโยชน์ แต่นั่นก็ไม่ใช่ความได้เปรียบที่ฉีกออกมา เมื่อไม่มีความได้เปรียบผมเลยสร้างมันขึ้นมา การจะ "สร้างความได้เปรียบบน Chart" นั้นก็คือการ "เห็นมากกว่า" นั่นเอง. การสร้างมิติที่เพิ่มขึ้นนั้น มีวิธีการทางคณิตศาสตร์ที่น่าสนใจ (ไว้จะเขียนถึง Mathematics behind the charts in Layman's terms ให้โอกาสหน้านะครับ) พูดง่ายๆ คือนำมาใส่สมการคำนวณ ซึ่งก็จะ "เผย" ให้เห็นถึงมิติที่เพิ่มขึ้น และเมื่อนำราคามาคำนวณ ที่จะปรากฏขึ้นก็คือ มิติที่ #2 ของ Chart: ทิศทางราคา หรือ Trend นั่นเอง ในหลักสูตร S-06 "The craft of trend trading" ผมสร้างความเข้าใจถึงความสำคัญและบทบาทของ Trend รวมถึง Trend following concept รวมถึงการสร้างความรู้จักกับบทบาทของ Trend following indicator การให้น้ำหนักกับ Indicator นี้ในแบบที่มันเป็น ไม่มากและไม่น้อยเกินไป และการปกป้องกำไร หรือ Protect profits ในรูปแบบต่างๆ. ทั้งหมดนี้เป็นหลัก "ต้องรู้" ที่สำคัญที่สุดของ Technical trader ดั่งกฏที่ว่า Price moves in trend ดังนั้นเมื่อ "ยังมอง Trend ไม่ออก ยังไม่ควรเทรด".

เปรียบเหมือนจิตรกร 2 คนที่วาดภาพแจกันใบเดียวกัน จิตรกรคนแรกบรรจงวาดภาพให้เห็นความกว้างและยาวของแจกัน แต่จิตรกรคนที่ 2 ตระหนักว่าในการให้ภาพแจกันดูสมบูรณ์เหมือนจริงนั้น จะต้องวาดให้เห็นความกว้าง ยาว และลึกด้วย. สำหรับ Price chart ก็เช่นกัน จะเห็น "ภาพ" ที่สมบุรณ์ได้นั้น ต้องดึงความลึกขี้นมาปรากฏให้เห็นด้วย "ความลึก" นี้เองคือ มิติที่ #3 ที่จะฉีกสร้างความได้เปรียบในสนามรบที่เรียกว่าตลาดทุนนี้ ในหลักสุตร S-07 "Momentum ศาสตร์แห่งขุมกำลังผู้ขับเคลื่อนราคา" ผมอธิบายถึงความสัมพันธ์และบทบาทของ Momentum, Trend และ Price และการ "เป็นเหตุของกันและกัน" รวมถึงการสร้างความเข้าใจในตรรกะ หรือ Logic ของ Momentum indicators ที่เหมือนจะมีอยู่มากมาย แต่ไม่รู้จะเลือกใช้ตัวไหนดี เจ้า "ความลึก" นี้เองจะเป็นผู้ใบ้ถึง การเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะมาถึง. และการเปลี่ยนแปลงหมายถึง "โอกาส" เสมอ ผมมองว่านักลงทุนในตลาดควรต้องทำตัวเหมือน Cameloen กิ้งก่าที่เปลี่ยนสีผิวตามสภาพแวดล้อมได้ เมื่อเราสัมผัสถึงสายลมที่จะนำความเปลี่ยนแปลงมา เราก็สามารถปรับกลยุทธ์เอาตัวรอด หรือสร้างโอกาสทำกำไรจากการเปลี่ยนแปลงที่จะมาถึงนี้ได้.

ในโลกแห่งความเป็นจริง Price chart มันไม่เหมือนภาพวาด มันไม่นิ่ง มันเคลื่อนไหวราวกับมีชีวิตจิตใจของมันเอง หมายความว่าทั้ง Price, Trend และ Momentum ที่เราเห็นนั้นเป็นเพียง 1 moment ที่เกิดขึ้นเท่านั้น. เหมือนกับใน Physics "เวลา หรือในกรณีนี้ Timeframe" คือ มิติพิเศษ ที่ครอบภาพที่เกิดขึ้นทั้งหมดไว้ด้วยกัน. ดังนั้นการมี Trade setup ที่ครอบมากกว่า 1 Timeframe ได้ จะช่วยให้เราวิเคราะห์พฤติกรรมราคาที่เห็นได้สมบูรณ์ และตัดสินใจเทรดได้เฉียบคมมากขึ้น.

โค๊ด: [Select]
http://www.stock2morrow.com/showthread.php/26983-Technical-analysis-%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%B2
  • Tamol

  • ****
  • สถานะ: ออฟไลน์
  • พลังน้ำใจ: 1 | กระทู้ 250
  • เพศ: ไม่ระบุ
วิธีสมัครเปิดบัญชี forex exness ใหม่ล่าสุด


 

SMF 2.0.15 | SMF © 2011, Simple Machines