แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - king008

หน้า: [1] 2
1
สำหรับมือใหม่ การลงทุนเพื่อหวังผลกำไร จำเป็นต้องมีความคิด Mindset ที่ดี เพื่อจะได้ไม่เกิดการขาดทุนภายหลัง อีกทั้งการเปลี่ยนความคิดเหล่านี้ทำให้รู้จักตัวเองมากขึ้นอีกด้วย



1.ควรรู้จักตัวเอง ไม่มีทางลัดความสำเร็จในการเทรด ทั้งหมดทุกอย่างจะต้องฝึกและก็เรียนรู้

ถ้าเราไม่รู้จักธรรมชาติของตัวเอง พวกเราจะไม่มีวันเข้าใจตลาด ไม่มีมืออาชีพคนไหน

ไม่รู้จุดอ่อนจุดแข็งตัวเอง



2.ตลาด Forex มีความผันผวนสูง เมื่อคุณทำกำไรได้ ให้ตระหนักถึงวันที่ขาดทุน

ดังนั้นแล้ว นึกถึงความเสี่ยงที่ต้องเจอก่อนผลกำไรเสมอ กำไรน้อยยังทำให้เทรดต่อได้

แต่ถ้าขาดทุนจะทุนหายการเริ่มต้นใหม่ไม่ง่ายถ้าไม่มีทุน



3.ก่อนจะเป็นเทรดเดอร์เลี้ยงชีพได้ คุณต้องเทรดให้รอดให้ได้ก่อน

อย่าพึ่งแสวงหาผลกำไรเกินจริง รักษาทุนให้รอดในตลาดระยะยาวก่อน

เดี่ยวแนวทางการได้กำไรจะตามมาเอง ทุกอย่างต้องใช้เวลาและก็ประสบการณ์



4.ไม่เทรดด้วยอารมณ์ แต่ตัดสินใจด้วยระบบเทรด

อารมณ์โลภแล้วก็กลัวเป็นสิ่งคู่กันของเทรดเดอร์ ใช้ระบบเทรดอยู่เหนืออารมณ์

และตัดสินใจตามหลักการหรือแผนการเทรดที่วางไว้


                           


5.ไม่ยึดติดกับผลกำไรหรือขาดทุนที่ผ่านมาแล้ว

ถ้าเราไม่ปล่อยมือจากอดีต เราจะเอามือไหนไปคว้าอนาคต ประโยคนี้ใช้ได้เสมอ

เลิกยึดติดความสำเร็จหรือความล้มเหลวในอดีตแต่ให้เรียนรู้เพื่อยกระดับตน



6.เปิดใจเรียนรู้เป็นน้ำไม่เต็มแก้ว อย่าพยายามอวดผลกำไรเพื่อปลูกฝังอีโก้ในตัวคุณ

อีโก้เป็นตัวร้ายที่อยู่ในตัวเรา การตัดอีโก้เป็นเรื่องยาก ธรรมชาติของคนนั้นจำเป็นต้องอวดดี

อย่ามั่นใจในตัวเองที่สูงเกินไป สิ่งที่เราเชื่อไม่ได้ถูกต้องเสมอ



7.ควรมี Diary Trade หรือบันทึกการเทรด เพื่อเรียนรู้ทักษะการเทรดและสถิติ

ใช้ Excel ในการจดบันทึกในสิ่งที่พวกเราต้องการเก็บข้อมูล การจดบันทึกต้องใช้วินัย

ถ้าทำได้ทุกครั้ง พวกเราจะเติบโตขึ้นเสมอ



8.ตั้งเป้าหมายแล้วก็ปรับกลยุทธ์ให้เหมาะสมกับตัวเอง

ไม่มีเทคนิคหรือกลยุทธ์ไหนที่เหมาะสมกับทุกคน ควรสร้างทางเดินของตัวเอง

ปรับและต่อยอดระบบเทรดให้เหมาะกับจริตและก็ตัวเรา เพื่อผลประกอบการเทรดที่ดีขึ้น

2
สำหรับเทรดเดอร์มือใหม่หรือคนที่กำลังจะลองเทรด ยังสงสัยว่าเทรด forex นั้นมีข้อดียังไง วันนี้มีข้อดีของการเทรด Forex มีอะไรบ้าง จะเป็นยังไงไปดูกันเลย
 ??? ???

                               

ตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (Forex) เป็นตลาดการเงินที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งมีปริมาณการซื้อขายรายวันเติบโตขึ้นประมาณ 5.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2016 การซื้อขายฟอเร็กซ์ออนไลน์เป็นที่นิยมอย่างยิ่งในทศวรรษที่ผ่านมา เนื่องจากว่ามีการนำเสนอผลประโยชน์มากมายให้กับผู้เทรด


การซื้อขายที่เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงต่อวัน

ในตลาดฟอเร็กซ์ไม่มีชั่วโมงทำการ คุณสามารถซื้อขาย Forex ได้ตลอดเวลาทั้งช่วงเวลากลางวันและก็ช่วงกลางคืน ตลาดจะเปิดหกวันต่อสัปดาห์ ตั้งแต่เช้าวันจันทร์ในเอเชียไปจนถึงเย็นวันศุกร์ของนิวยอร์ก หมายความว่าคุณสามารถซื้อขายได้ตามเวลาที่คุณสะดวก อย่างไรก็ดีเป็นสิ่งสำคัญที่จำต้องรู้ว่าสกุลเงินจะมีสภาพคล่องมากขึ้นเมื่อตลาดในประเทศเปิดทำการ รวมถึงช่วงเวลาคาบเกี่ยวของตลาดเมื่อผู้เทรดเข้ามาซื้อขายในตลาดมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเวลา 6 โมงเย็น หรือ 6 โมงเช้า ณ ที่ใดที่หนึ่งในโลกก็จะมีผู้ซื้อรวมทั้งคนขายที่ทำการเทรดสกุลเงินต่างประเทศอยู่เสมอ


ซื้อขายได้ทั้งในภาวะที่ตลาดเป็น 'ขาขึ้น' แล้วก็ 'ขาลง'

ฟอเร็กซ์แตกต่างจากตลาดการเงินอื่นที่มีอยู่หลายแห่ง ซึ่งยากต่อการ Short (Sell) ตลาดฟอเร็กซ์ไม่มีข้อจำกัดในการ Short Selling สกุลเงิน ถ้าคุณคิดว่าสกุลเงินจะเพิ่มขึ้นให้ซื้อ ถ้าคุณคิดว่าสกุลเงินจะลดลงให้ขาย หมายความว่าในตลาดฟอเร็กซ์ คุณจะมีโอกาสทำเงิน (หรือสูญเสียเงิน) ได้จากทุกทิศทาง! ตลาดหุ้นสามารถหยุดทำการได้ แต่ในตลาดฟอเร็กซ์เมื่อสกุลเงินหนึ่งอ่อนค่าลง อีกสกุลเงินจะเพิ่มค่าขึ้นแล้วก็คุณสามารถทำเงินได้จากตรงนี้


ต้นทุนการซื้อขายต่ำ

การซื้อขายฟอเร็กซ์มาพร้อมกับต้นทุนที่น้อย ทำให้ตลาดฟอเร็กซ์ง่ายต่อการเข้าถึง แพลตฟอร์ม MT4 ไม่มีค่าใช้จ่ายในการติดตั้งแล้วก็ใช้งาน ค่าใช้จ่ายหลักของการซื้อขายคือสเปรด ซึ่งเป็นความแตกต่างระหว่างราคาซื้อแล้วก็ราคาขาย คุณจะเห็นสเปรดในระบบการซื้อขายของคุณเสมอ และไม่มีค่าธรรมเนียมแอบแฝงอื่นๆต้นทุนสำหรับในการซื้อขายจึงมีความโปร่งใสมาก การซื้อขายฟอเร็กซ์มีต้นทุนในการดำเนินการที่คุ้มกว่าตลาดทางการเงินอื่นๆ


สภาพคล่องที่ดีเยี่ยม

เนื่องจาก Forex เป็นตลาดที่มีมูลค่าการซื้อขาย 5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐต่อวัน การซื้อขายส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่เพียงไม่กี่สกุลเงิน ซึ่งเป็นสกุลเงินที่ผู้เทรดจำนวนมากมักจะซื้อขาย ทำให้ง่ายต่อการเข้าและก็ออกจากซื้อขายได้ตลอดเวลา แม้แต่ในการซื้อขายที่มีขนาดใหญ่


การเข้าถึงเลเวอเรจ

ตลาดฟอเร็กซ์มีสภาพคล่องเชิงลึก ทำให้คุณสามารถซื้อขายฟอเร็กซ์ด้วยเลเวอเรจที่สูง (อาทิเช่น ในบัญชีมีเงิน 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ แล้วก็อัตราเลเวอเรจอยู่ที่ 200:1 จะทำให้คุณมีกำลังซื้อในตลาดสูงถึง 200,000 ดอลลาร์สหรัฐ) ช่วยให้คุณได้รับประโยชน์ถึงแม้ตลาดจะมีการเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อย อย่างไรก็ดี เลเวอเรจถือเป็นดาบสองคม เนื่องจากเลเวอเรจสามารถเพิ่มกำไรและก็ทำให้คุณสูญเสียเงินทุนได้เช่นกัน

3
การจะไปสู้รบเราจำเป็นต้องพกอาวุธ เช่นเเดียวกับการเทรด forex เทรดเดอร์จะต้องมีความรู้ ยิ่งมีเทคนิคก็ยิ่งทำกำไรได้มาก อย่างเช่นสำหรับบางคนที่เข้าใจ และศึกษาอย่างลึก จนชำนาญ สามารถใช้กลยุทธ์ที่ถนัดทำกำไรได้มากมายมหาศาลเลยทีเดียว วันนี้มารู้จักกราฟแท่งเทียนกัน

 :)


หนึ่งเครื่องมือที่จัดว่ามีความสำคัญมาก สำหรับการเทรด forex แล้วก็อาจสามารถช่วยทำให้คุณทำกำไรได้อย่างตลอดต่อเนื่อง จนประสบความสำเร็จในการเทรด forexเป็นกราฟแท่งเทียน (Candle Stick) บทความนี้พวกเรามาทำความรู้จักกันให้ลึกซึ้งขึ้นเกี่ยวกับ กราฟแท่งเทียน (Candle Stick) กัน



กราฟแท่งเทียน (Candle Stick) คืออะไร

กราฟแท่งเทียน คือ ผลของราคาที่เกิดขึ้น ณ ช่วงเวลาหนึ่งๆขึ้นกับว่าผู้เทรด forex จะเลือกกำหนดช่วงเวลาของการเทรดแบบไหน อาทิเช่น รายนาที ราย 5 นาที ราย 15 นาที 30 นาที 1 ชั่วโมง 4 ชั่วโมง 1 วัน ฯลฯ ซึ่งเวลาจะเป็นตัวกำหนดความยาวของกราฟแท่งเทียนหนึ่งแท่ง


                     


โดยทั่วไปแล้วถ้าหากแท่งเทียนนั้นมีสีเขียว หมายความว่าแรงซื้อชนะ (ขึ้น) และหากมีสีแดงนั้น คือ แรงขายชนะ (ลง) เนื่องจากกราฟแท่งเทียน (Candle Stick) มักมีไส้อยู่ตรงกลาง พวกเราก็เลยเปรียบเทียบรูปร่างมันกับเทียนนั่นเอง



ประโยชน์ของ กราฟแท่งเทียน (Candle Stick)
กราฟแท่งเทียนนั้น สามารถช่วยทำให้นักเทรด forex ทำกำไรได้อย่างง่ายดาย ถ้าเกิดมีความชำนาญสำหรับการดูกราฟแท่งเทียน โดยการใช้กลยุทธ์การเทรดเป็น Price Action ซึ่งสามารถบอกได้เลยว่าลักษณะของกราฟในช่วงเวลานั้นๆจะมีการลงต่อ หรือขึ้น ซึ่งทำให้การเปิดคำสั่งของพวกเรานั้นเป็นไปด้วยความแม่นยำมายิ่งขึ้น



รูปแบบ กราฟแท่งเทียน(Candle Stick)ที่น่าสนใจ
ถ้าจากกล่าวถึงแบบกราฟแท่งเทียน (Candle Stick) ที่น่าสนใจนั้น จะต้องบอกว่ามีให้...........เลือกมากมายนะคะ แต่ว่าเพื่อให้ง่ายต่อการใช้งาน จึงขอกำหนดออกมาเฉพาะตัวที่เด่นๆแล้วก็ช่วยทำให้คุณไปประยุกต์ใช้เพื่อการทำกำไรได้เลย



รูปแบบ Doji
รูปแบบของกราฟแท่งเทียน (Candle Stick) แบบ Doji นั้น จะมีลักษณะเหมือนกับไม้กางเขน คือ มีแต่ไส้เทียนและขีดตัดกลาง ซึ่งแสดงถึงว่า ราคาเปิดซื้อแล้วก็ปิดขายนั้น มีราคาเท่ากัน การใช้งานของ Doji คือ ถ้าราคาสั่งซื้อขายปิดที่ท้ายสุดท้ายของแท่งเทียน ทำนายว่าแท่งเทียนต่อไปจะมีแนวโน้มเป็นขาลง หรือว่าหากแท่งเทียนปิดโดยราคาปิดอยู่ในตำแหน่งสูงสุดของแท่งเทียนนั้น ก็สามารถทำนายได้ว่ากราฟแท่งเทียนแทงต่อไปจะเป็นขาขึ้นอย่างแน่นอน ฯลฯ


             


การทำกำไรจากการใช้ กราฟแท่งเทียน (Candle Stick)
คุณสามารถเลือกใช้ กราฟแท่งเทียน (Candle Stick) สำหรับการทำกำไรได้ด้วยการดูจาก Price Action ที่เกิดขึ้น ซึ่งในวงการเทรด forex ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า การดูกราฟแท่งเทียน นับว่าปลอดภัยที่สุดในบรรดาทุกเครื่องมือ เพราะว่าสิ่งนี้เป็นเพียงสิ่งเดียวที่สะท้อนราคาที่เป็นอยู่จริงในขณะนั้น ทำให้โอกาสทีจะเกิดความผิดพลาดของเครื่องมือนั้นมีต่ำมากนั่นเอง

4
ในช่วงนี้ใครๆ คงจะทราบว่าเศรษฐกิจแย่กัน การหันมาเป็นเทรดเดอร์ก็ไม่ง่ายและไม่ยาก ถ้าหากหมั่นศึกษาหาความรู้ วันนี้มีความผิดพลาด 4 ข้อ ที่ควรจะหลีกเลี่ยง สำหรับเทรดเดอร์ ที่คุณต้องรู้ จะมีอะไรบ้างไปดูกันเลย
 ???

เทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จได้ จะต้องไม่พลาดเพราะการจะไม่พลาดนั้น อาจจะเป็นเรื่องยากมาก แต่ว่าการพลาดเรื่องสำคัญนั้นทำให้ท่านไม่ไปถึงไหน ดังนั้นสิ่งที่คุณพลาดคุณอาจจะพลาดข้อผิดพลาดนิดๆหน่อยๆได้แต่ว่าข้อผิดพลาดที่รุนแรงนั้นคุณควรจะหลีกเลี่ยง ด้วยเหตุว่าอาจส่งผลให้คุณได้รับความเสียหายอย่างมากมายมหาศาล ถึงแม้ว่าการเรียนรู้จากความผิดพลาดจะเป็นเรื่องที่ดีแต่ความผิดพลาด 4 ข้อนี้คุณควรจะหลีกเลี่ยงให้ได้มากที่สุด



1. การเทรดเยอะเกินไปจนกลายเป็น Overtrade

ปัญหา Overtrade เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นกับเทรดเดอร์ทุกเพศ ทุกวัย ทุกประสบการณ์ Overtrade เหมือนกับการถือศีลของพระ เพราะ คุณจะผิดศีลเมื่อไหร่ก็เกิดขึ้นได้ แม้คุณจะพูดว่าคุณเทรดมา 10 ปีแล้วแต่การ Overtrade ก็สามารถเกิดขึ้นกับคุณอยู่ อาการ Overtrade นั้นเกิดจากการที่พวกเราลุ่มหลงในการเทรด อาการนี้จะเกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว โดยความรู้สึกที่ว่า พวกเราน่าจะแม่น หรือพวกเราน่าจะเทรดได้แม่นยำ อาการที่มั่นใจเกินเหตุว่า ราคาจะเป็นไปตามที่ตัวเองคิด เมื่อมีความมั่นใจเกิดขึ้นแล้วสิ่งที่จะทำต่อไปคือ ส่ง Lot ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม เพราะคิดว่าปลอดภัย หรือ คิดว่าจะได้กำไรเยอะขึ้น ซึ่งเมื่อรู้สึกอย่างนี้แล้วทำให้ขาดความระมัดระวัง ตกหลุมพรางของตัวเองได้ง่ายๆเมื่อชน Stop loss แล้วบางราย ที่เป็นมือใหม่ในการเทรด ก็ยังดันทุรังจะเอาคืน เพื่อที่จะได้ให้ Cover ส่วนที่ขาดทุน รวมทั้งมีความคิดว่า พวกเราคงจะเอาคืนได้ นั่นแหละ.. ทำให้มันเสียหาย และก็เลวร้ายลงไปได้อีก ดังนั้นการเทรดเยอะเกินไปจนกลายเป็น Over Trade นั้นคือปัญหาระดับชาติของเทรดเดอร์ที่จำเป็นต้องเผชิญกับความเสี่ยงหลายๆรูปแบบดั่งที่ว่าไปแล้วนั้น



2. ใช้เวลาคิดเยอะเกินไปในการดูกราฟ

อีกปัญหาหนึ่งซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นกับมือใหม่ในตลาด Forex คือ การใช้เวลาบนหน้าจอเยอะเกินไป ปัญหานี้เคยเกิดกับผู้เขียน เนื่องจากในสมัยที่ยังเป็นเทรดเดอร์หน้าใหม่ เนื่องจากว่ามีความคิดว่า จะต้องได้กำไรหรือขาดทุน พอทำแบบนั้นปุ๊บสิ่งที่พวกเราอยากจะทำมากที่สุดคือ การนั่งรอดูผลของการเทรดของคำสั่งที่ตนเองได้สั่งไป เมื่อส่งคำสั่งและจากนั้นก็อยากจะดูว่าได้กำไรเท่าไหร่ เปิดกราฟแล้ว เปิดหน้าจอแล้ว เปิดมองซ้ำแล้วซ้ำอีก เปิดวนไปมา จนไม่ต้องทำการทำงาน ไม่ทำอะไรอย่างอื่นในชีวิตเลย นี่เรียกว่า ทำให้คุณภาพชีวิตย่ำแย่ลง ซึ่งการใช้เวลาสำหรับในการดูกราฟเยอะแบบนี้เพราะว่า คุณส่ง Lot มากเกินไปทำให้ท่าน commit พอร์ท หรือเพราะว่าอยากได้เงินเยอะ ส่งออเดอร์ใหญ่แล้วโลภ เพื่อดูกำไร นั่นแหละนะคะ คุณมีส่วนได้เสียกับพอร์ทแล้ว อารมณ์มันก็เหมือนกับการเล่นไพ่ป็อกเด้งนั่นแหละนะคะ ต้องลุ้นทุกตา นั่นมันไม่ใช่การเทรดแล้วนะคะ นั่นมันการพนันชัดๆเลย ฉะนั้นเลิกติดตามหน้าจอ กลับไปใช้ชีวิตปกติ แล้วก็เทรดอย่างถูกต้อง



3. เทรดจาก Time Frame เล็กๆ

การเทรด Time Frame เล็กๆไม่ใช่ปัญหาใดๆทั้งมวล ซึ่งคือเรื่องธรรดาสำหรับผู้ที่เทรด แบบ Scalping แต่ว่าที่จะกล่าวนี้คือ เทรดเดอร์พวกหนึ่งที่ต้องการจะทำเงิน ทำรอบให้ได้กำไรหลายๆรอบ โดยการ เทรด Time Frame เล็กๆสิ่งที่เกิดตามมาคือ ทำให้พวกเราพลาดได้ง่าย เนื่องจากว่า กราฟ Time Frame เล็กเปลี่ยนแปลงเร็ว เมื่อมันเปลี่ยนแปลงเร็วแล้ว ทำให้พวกเราไม่กล้า Cut loss และก็มีความคิดว่ามันจะกลับมา แต่อย่าลืมนั่นมัน Time Frame เล็ก นะ เมื่อมันจะเปลี่ยนแปลง มันอาจจะเปลี่ยนแปลงมหาศาลเลยก็ได้ ซึ่งหากพวกเราใช้ Time Frame เล็กสำหรับในการเทรด พวกเราก็ต้องระบุ Stop loss ให้ชัด ไม่ใช่มาเปลี่ยนเป็น VI เอาตอนนี้ และใช้ Time Frame เล็กตัดสิน อารมณ์มันเหมือนอย่างไรหน่ะหรือ ก็เหมือนกับ พายเรือแจวในมหาสมุทรและไม่มีเข็มทิศ แถมมีพายุอีกต่างหาก เนื่องจากคุณไม่รู้เลยว่าคลื่นมันจะใหญ่ขนาดไหน เรือคุณเล็กเกินไป



4. ซัดเงินจริงเลยไม่ต้องลอง Demo
นี่เป็นข้อผิดพลาดซึ่งสามารถพบเห็นได้หลายครั้งที่สุด เพราะ คนส่วนมากใจร้อน รีบรวย พอเห็นว่าระบบตนเองทำกำไรได้หน่อยหนึ่งแล้วไม่ต้องไปทำ Demo Trade หรือ Back Test อะไรแล้ว จัดเงินจริงไปเลย ซึ่งเงินที่พวกเราหามาด้วยความยากลำบากแต่กลับปล่อยให้มันเสียไปอย่างง่ายดายนั้น ทำให้กว่าจะได้คืนนั้นเป็นเรื่องยากมาก ซึ่งการเทรด Forex เป็นสิ่งที่ต้องทำการทดสอบให้รู้และเข้าใจความต่างของสภาพแวดล้อมจริง กับสภาพแวดล้อมในการทดสอบ ว่ามันแตกต่างกัน


                     


4 ข้อหลักนี้เป็นเสมือนกฏเหล็กที่จะต้องปฏิบัติตาว่า พวกเราจะไม่ทำแบบนั้นเด็ดขาด ไม่ได้หมายความว่า พวกเราจะไม่ได้เรียนรู้จากความผิดพลาด แต่ว่าข้อผิดพลาดระดับนี้บางครั้งอาจจะสร้างความเสียหายให้พวกเรามหาศาลได้ ซึ่งหลีกเลี่ยงให้เจอได้น้อยที่สุดจะทำให้พอร์ทของคุณอยู่รอดได้และไม่ต้องเจ็บตัวมากในการเรียนรู้

5
ถ้าอยากจะเทรด forex  มีสกุลเงินส่วนใหญ่นิยมเทรดกันอยู่ไม่กี่สกุลเงิน  ที่เป็นสกุลเงินนิยม ซึ่งสามารถเทรดเอากำไร วันนี้มี 10 อันดับสกุลเงินที่แกว่งมากที่สุด ซึ่งมี 3 อันดับแรก ที่เป็นคู่สกุลเงินที่เทรดเดอร์ส่วนใหญ่ไม่ค่อยได้เทรดกัน และจะมีสกุลเงินไหนบ้างไปดูกันเลย



อันดับที่ 1  USD/ZAR (ดอลลาร์สหรัฐ/แรนสหภาพแอฟริกาใต้)
มีค่าเฉลี่ยตลอด  54 สัปดาห์ อยู่ที่  2,647.11 pips หรือคิดเปอร์เซ็นเป็น 2.07 %
 
อันดับที่ 2  USD/MXN  (ดอลลาร์สหรัฐ/เปโซเม็กซิโก)
มีค่าเฉลี่ยตลอด 54 สัปดาห์ อยู่ที่ 2,810.37 pips หรือคิดเปอร์เซ็นเป็น 1.57 %
 
อันดับที่ 3   คือ  USD/BRL   (ดอลลาร์สหรัฐ/เรียลบราซิล)
มีค่าเฉลี่ยตลอด 54 สัปดาห์ อยู่ที่ 453.38 pips หรือคิดเปอร์เซ็นเป็น 1.43 %
 
อันดับที่ 4   คือ  GBP/JPY   (ปอนด์อังกฤษ/เยนญี่ปุ่น)
มีค่าเฉลี่ยตลอด 54 สัปดาห์ อยู่ที่ 198.14 pips หรือคิดเปอร์เซ็นเป็น 1.4 %
 
อันดับที่ 5  คือ  GBP/NZD   (ปอนด์อังกฤษ/ดอลลาร์นิวซีแลนด์)
มีค่าเฉลี่ยตลอด 54 สัปดาห์ อยู่ที่ 198.14 pips หรือคิดเปอร์เซ็นเป็น 1.4 %
 
อันดับที่ 6  คือ  USD/TRY   (ดอลลาร์สหรัฐ/ลีราตุรกี)
มีค่าเฉลี่ยตลอด 54 สัปดาห์ อยู่ที่ 452.78 pips หรือคิดเปอร์เซ็นเป็น 1.29 %
 
อันดับที่ 7  คือ  GBP/AUD   (ปอนด์อังกฤษ/ออสเตรเลียดอลลาร์)
มีค่าเฉลี่ยตลอด 54 สัปดาห์ อยู่ที่ 210.53 pips หรือคิดเปอร์เซ็นเป็น 1.26 %
 
อันดับที่ 8  คือ  AUD/JPY  (ออสเตรเลียดอลลาร์/เยนญี่ปุ่น)
มีค่าเฉลี่ยตลอด 54 สัปดาห์ อยู่ที่ 103.86 pips หรือคิดเปอร์เซ็นเป็น 1.23 %
 
อันดับที่ 9  คือ  USD/RUB   (ดอลลาร์สหรัฐ/รูเบิลรัสเซีย)
มีค่าเฉลี่ยตลอด 54 สัปดาห์ อยู่ที่ 6,936.61 pips หรือคิดเปอร์เซ็นเป็น 1.2 %
 
อันดับที่ 10  คือ  CAD/JPY  (ดอลลาร์แคนาดา/เยนญี่ปุ่น)
มีค่าเฉลี่ยตลอด 54 สัปดาห์ อยู่ที่ 100.1 pips หรือคิดเปอร์เซ็นเป็น 1.19 %



                         

6
การลงทุนมีความเสี่ยง แต่สำหรับเทรดเดอร์ คงมีเป้าหมายการเทรด ไม่ให้ขาดทุนกันอยู่แล้ว แต่ในสภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ ทุกคนย่อมต้องหาเงินเป็นพิเศษ และเทรดเดอร์ก็อยากจะประสบผลสำเร็จ วันนี้มีปัจจัยที่ทำให้เทรด Forex สำเร็จมีอะไรบ้างไปดูกันเลย



จำนวนเงิน (Money)

จำนวนเงินเป็นองค์ประกอบสำคัญของความสำเร็จสำหรับการเทรด จำนวนเงินที่มาก ย่อมมีผลต่อความสำเร็จมากเท่านั้น เพราะจะทำให้พวกเราสามารถอยู่ในตลาดได้นาน นอกจากนี้จำนวนเงินที่มากนั้น มันจะ Cover การใช้ชีวิตของนักเทรดด้วย กองทุนระดับโลกมักจะทำผลตอบแทนได้ไม่ถึง 100 % ต่อปีโดยเฉลี่ย เพราะว่าปริมาณเงินที่เขาทำได้เพียงกำไรแค่ 10 – 15 % ก็สามารถอยู่ได้ทั้งชีวิต นั่นเป็นเพราะว่า พวกเขาบริหารเงินก้อนใหญ่มากๆพวกเรามาลองเปรียบเทียบกับปริมาณเงินของนักเทรด Forex ของไทยใช้กัน อย่างมากก็ 10,000 เหรียญ น้อยคนนักที่จะมีเงินถึง 10,000 เหรียญ ถ้าหากพวกเราทำผลตอบแทน 15 % ของ 10,000 เหรียญมันแค่เป็นเงิน 1,500 เหรียญต่อปีเท่านั้น ซึ่งเงินไม่ถึง 60,000 บาทต่อปี ไม่สามารถเลี้ยงชีพได้ ด้วยเหตุนี้ปริมาณเงินจึงมีความสำคัญในการเทรด มากเพราะว่ายิ่งเงินน้อย ยิ่งทำให้มันเลี้ยงชีพด้วยการเทรดไม่ได้ สิ่งที่สามารถทำได้คือการเพิ่มผลตอบแทน เมื่อคุณทำการเพิ่มผลตอบแทนยิ่งเข้าทางโบรคเกอร์ เช่น คุณอยากจะได้ผลตอบแทน 50 % ต่อปี หรืออะไรที่มากกว่านั้นทำให้คุณเสี่ยงมากกว่าเดิมและสูญเงินไป

ดังนี้จำนวนเงินจึงเป็นปัจจัยที่มีความสำคัญสูงสุด ทำให้กำหนดโอกาสที่จะทำให้พวกเราประสบความสำเร็จในชีวิตการเทรดมากเท่านั้น

วิธีการ (Method)

ปัจจัยที่ 2 ที่ใช้ในการเทรดให้มีความสำเร็จ คือ วิธีการ ถ้าหากพวกเรามีแต่เงินแต่ไม่มีวิธีการที่ดีสำหรับการเทรด นั่นถือได้ว่า เงินของพวกเราจะค่อยๆสูญไปอย่างช้าๆด้วยเหตุนั้นพวกเราลองนึกดูว่า ถ้าหากว่าพวกเราปลูกพริกปัจจัยที่ทำให้พริกเจริญเติบโตย่อมมิได้มีเพียงแค่ปัจจัยเดียว มีตั้งแต่ว่า ดิน น้ำ อากาศ แร่ธาตุ แสงแดด วิธีการเทรดก็เป็นหนึ่งในปัจจัยนั้นเช่นเดียวกัน วิธีการที่ดีจะนำผลกำไรมาให้ ขณะที่วิธีการเทรดที่ไม่ดีจะทำให้ขาดทุน ทยอยขาดทุนจนหมดพอร์ทการลงทุน ดังนั้นถ้าหากวิธีการเทรดที่ขาดทุนตลอดและไม่เคยได้กำไรเลย ย่อมรู้ได้ทันทีเลยว่า อาจจะมีปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งในปัจจัยหลักที่มีความผิดเพี้ยน สิ่งที่พวกเราควรจะทำเป็น การหยุดเทรดไว้ก่อนเพื่อกลับมาทบทวนว่าวีธีการเทรดมีปัญหาหรือไม่ ส่วนการเทรดที่ได้กำไรบ้างแต่ว่าขาดทุนเป็นส่วนมาก ก็ย่อมบอกได้ว่า วิธีการนั้นเป็นวิธีการที่ผิดเหมือนกัน พวกเราจะต้องหยุดการเทรดอีกเช่นกัน การเทรดนั้น เมื่อกระจายเป็นกลุ่มแล้วต้องกำไรมากกว่าขาดทุน วิธีการเทรดนั้นมักจะพูดถึง จุดเข้า จุดออก จุดทำกำไรจุดตัดขาดทุนในการเทรดอยู่สม่ำเสมอ

อย่างไรก็แล้วแต่จุดเข้า จุดออกนั้นก็ยังไม่เพียงพอถ้าพวกเราไม่จัดการความเสี่ยง การจัดการความเสี่ยงจึงเป็นสิ่งที่คำนึงถึงอีกอย่างหนึ่ง

การจัดการการเงิน (Management)

การจัดการความเสี่ยง หรือ การจัดการการเงิน ซึ่งเป็นสิ่งที่เรียกว่า การจัดการอย่างอย่างในที่นี้คือ ขนาดของการลงทุน เราต้องทราบดีว่าจังหวะไหนที่เสี่ยงมากๆจังหวะไหนที่เสี่ยงน้อย เราควรทำความเข้าใจกับตลาด เพื่อที่จะหาช่องโหว่ ที่เหมาะสม รู้จักน้ำหนักการลงทุน สิ่งที่สัมพันธ์กับการเทรด Forex ในหมวดการจัดการการเงิน คือ Risk: Reward Ratio แล้วก็ Win % ซึ่ง 2 สิ่งนี้ล้วนเกี่ยวเนื่องกัน เพราะว่า อัตราชนะหรือแพ้สำหรับในการเทรดนั้น ต้องศึกษาเล่าเรียนจากการทดสอบวิธีการเทรด รวมทั้งเมื่อพวกเราทราบดีว่า อัตราผลตอบแทนนั้นสูงกว่าอัตราเสี่ยง หรือก็คือ สัดส่วนกำไรต่อขาดทุนนั่นเอง การจะเข้าให้ได้สัดส่วนความเสี่ยงต่ออัตรากำไรที่ดีได้นั้น จำเป็นต้องได้วิธีการระบุจุดเข้าที่ดีนั่นเอง มันก็เลยเกี่ยวข้องกันอย่างถ่องแท้ นั่นเอง

ความเข้าใจ (Mindset)

ในตำราฝรั่ง บางครั้งอาจจะกล่าวถึง 3 M เท่านั้น แม้กระนั้นตามประสบการณ์ของผู้เขียนสิ่งที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งเป็นความเข้าใจ ความเข้าใจหรือ Mindset นั้นบางครั้งก็อาจจะแปลต่างกันความหมายกัน แต่เนื่องจากใจนั้น คิดไม่ได้สิ่งที่พวกเราทำได้คือ ทำการฝึกมันให้ชำนาญเกิดความคุ้นเคยกับระบบ ความเข้าใจของตลาด Forex นั้นต้องสัมพันธ์กับความอดทน แล้วก็ระบบเทรดเพราะว่า ถ้าเกิดพวกเราไปอดทนกับระบบเทรดที่ไม่ดีแล้วนั่นอาจจะก่อให้พวกเราหมดตัวจากการเทรดได้ ความเข้าใจในการเทรด ก็เลยเป็นตัวกำหนดทุกอย่างเป็นตัวกลางการหลอมรวมปัจจัยที่ความสำเร็จสำหรับในการเทรดที่ขาดไม่ได้ เหมือนกัน

7
ในการเทรด forex หรือการลงทุนใดๆ ก็ตาม ทุกคนย่อมหวังผลกำไรกันเป็นปกติ แต่จะมีกี่คนที่ได้กำไร เพราะการลงทุนคือความเสี่ยง แล้วเพื่อนรู้ๆ หรือยังว่า การเทรด Forex จะทำเงินได้เท่าไร ไปดูกันเลย

รายได้ของคุณในการเทรด Forex สัมพันธ์โดยตรงกับกลยุทธ์ ความสามารถ และการรับความเสี่ยงของคุณ

ปัจจัยด้านล่างนี้จะช่วยให้คุณคำนวณและคาดการณ์รายได้ที่คุณสามารถทำได้ในแต่ละปี



1. คุณภาพการเทรดและความถี่



นักเทรดโดยมากมั่นใจว่าจะต้องเทรดให้บ่อยๆจึงจะทำเงินได้มากขึ้น คุณสามารถสร้างรายได้มากขึ้นด้วยการเทรดบ่อยครั้งและก็ตั้งเป้าจากผลกำไรที่น้อยที่สุดก็ทำได้เช่นกัน วิธีนี้รู้จักในชื่อของแนวทางการเทรดทำกำไรในช่วงสั้นๆ(Scalping)

ยิ่งกว่านั้นคุณยังสามารถเทรดได้น้อยลงแล้วก็ตรวจสอบการเคลื่อนไหวของตลาดเพิ่มเติมและก็มุ่งเน้นไปที่คุณภาพการเทรดแทน คุณอาจทำเงินได้ถี่น้อยลงแต่จำนวนมากขึ้น



2. ปริมาณเงินทุนหรือขนาดบัญชี



ยิ่งลงทุนในบัญชีมาก ยิ่งทำกำไรได้มาก ไม่ว่าจะใช้กลยุทธ์ใด เงินทุนน้อยหมายถึงผลตอบแทนน้อย และก็เงินทุนมากคือผลตอบแทนมาก

สมมติว่าคุณได้รับกำไร 15% ต่อเดือนโดยเฉลี่ย ดังนั้นเงินทุน 1,000 USD คุณจะได้รับ 150 USD ต่อเดือน หากคุณลงทุนเงินทุนเพิ่ม สมมติว่าเป็น 100,000 USD ผลตอบแทนต่อเดือนของคุณจะสูงขึ้นเช่นกัน (ในกรณีนี้คือ 15,000 USD ต่อเดือน)


                   


3. จำนวนขนาดเทรด



สำหรับในการเทรด Forex จำนวนของขนาดการเทรดมีผลต่อเงินที่คุณจะได้รับด้วย แต่ขนาดการเทรดที่ใหญ่ว่าก็มีความเสี่ยงสูงกว่า ถ้าเกิดจัดการไม่ดีย่อมมีโอกาสสูงที่เทรดของคุณจะสูญเสีย เรียนรู้เกี่ยวกับการจัดการความเสี่ยง Forex



4. ทบต้นผลตอบแทนการเทรด



คุณสามารถทำเงินได้เพิ่มเติมโดยการเพิ่มผลตอบแทนของคุณไปที่เงินทุน แนวทางลักษณะนี้ทำให้เงินที่คุณใช้เป็นเงินทุนในบัญชีเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ได้รับผลตอบแทนมากขึ้น

สมมติว่าบัญชีของคุณมี $10,000 พร้อมผลตอบแทนเฉลี่ย 15% ต่อเดือน คุณเลือกเก็บกำไรทั้งหมดไว้ในบัญชี ทำให้คุณได้รับผลตอบแทนเฉลี่ยที่ $1,500 ในเดือนแรก $1,725 ในเดือนที่สอง $1,980 ในเดือนที่สาม และต่อๆไป

8
ในปัจจุบันการที่ช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ดี ทำให้เทรดเดอร์อาจจะกังวล แต่ถ้ามีเป้าหมายที่เเน่วแน่ เราจะต้องมีวินัยเเล้วทำตามเป้าหมายที่วางไว้ และวันนี้มีเคล็ดลับที่เทรดเดอร์ที่อยากทำกำไรต้องรู้ เพื่อจะได้ประสบผลสำเร็จตามเป้าหมายกัน

 ;D

อ่านให้ขาดก่อน
สำหรับในการจะกระทำใดๆก็ตาม หากคุณอยากประสบความสำเร็จ สิ่งหนึ่งที่คุณจะต้องทำการไตร่ตรองคือ คุณจะเอาชนะมันได้อย่างไร? ถ้าหากคุณไม่รู้ว่า ทำไมเราถึงกำไร แล้วพวกเราจะทำกำไรได้อย่าง พวกเราจะขาดทุนได้อย่างไร ถึงวันนั้นมันเรียกว่า การพนันขึ้นมา คือคุณไม่รู้หรอกว่าว่าจะแพ้หรือชนะ เพียงแค่ว่า ขอให้ตนเองได้เอาเงินไปลองสักหน่อยก็พอ ซึ่งเมื่อพวกเราเอาเงินไปลองแล้ว สิ่งที่ตามมาคือ เสน่ห์ของการพนันจะดึงดูดพวกเราไม่ให้ออกไปจากตลาด Forex

การอ่านให้ขาด มันไม่ได้แปลว่า พวกเราไม่ต้องลงทุนในตลาด Forex เลย แต่มันเป็นการค่อยๆศึกษา ค้นคว้า ทดลอง และทำความเข้าใจให้ได้เสียก่อน ศึกษากติกา ว่า อ๋อ ไอ้นี่คืออะไร จะทำกำไรได้เช่นไร มีโอกาสที่จะทำกำไรได้หรือเปล่า มีโอกาสชนะหรือเปล่า ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญ ไม่ได้แสดงว่า ไม่ให้พวกเราลงเงินเลย เนื่องจาก การตระหนี่ถี่เหนียว ระแวดระวังภัยมากเกินไปก็เป็นตัวขัดขวางไม่ให้พวกเราประสบความสำเร็จได้เช่นกัน ดังนั้นพวกเราจะต้องอ่านให้ขาดก่อน นั่นคือเป้าหมายของพวกเราว่า เราจะทำกำไรได้จากมันได้อย่างไร นักตกปลา ก็ต้องรู้เสียก่อนว่า ปลากินอะไรและก็ทำไมมันถึงกิน นักล่าสัตว์ก็จะรู้ว่าต้องไปหาสัตว์ป่าได้ที่ไหน เช่นเดียวกับนักเทรด เขาจะรู้ว่า จะต้องทำกำไรได้ยังไง

ความทุ่มเทและการให้เวลา
จากผลของข้อ 1 ทำให้เวลาเป็นสิ่งสำคัญมากที่จะกำหนดความสำเร็จของการเทรด เพราะว่า มันใช้เวลาค่อนข้างมาก ไม่ได้แปลว่า พวกเราจะนั่งๆนอนๆแล้วความคิดมันจะออกมาก็ไม่ได้ มันจะต้องออกไปหาความรู้ ต้องออกไปหาหนังสือ ต้องขวนขวาเข้าสัมนา แลกเปลี่ยนความรู้ ศึกษาตามเว็บบอร์ด ในช่วงแรกๆความรู้คุณจะขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่เมื่อเวลาผ่านไป ความรู้ของคุณเริ่มถึงกำแพงของขอบเขตจำกัด ที่บุคคลอื่นเขาก็ไม่รู้แบบเดียวกัน บางครั้งเทรดเดอร์จำนวนมากที่ไม่ได้ทำกำไร แต่ก็เขียนเรื่องต่างๆอย่างเป็นตุเป็นตะว่าเขาได้กำไร ทำให้คุณหลงและไขว้เขวไปกับวิธีการผิดๆนี่ก็เป็นสิ่งที่พึงระวังรวมทั้งต้องตรวจสอบความคิดอยู่เสมอ ความเก่ง ความสามารถนั้นก็เป็นสิ่งจำเป็นในการเทรด แต่ว่า ถ้าหากเก่งอย่างเดียวแต่ไม่มีความอดทน ก็ไม่สามารถที่จะจะนำพาความสำเร็จมาสู่การเทรด Forex ได้เช่นกัน

การบริหารความสุข
ถ้าหากจะเรียกมันว่าการบริหารความสุขเลยก็ไม่เชิงเสียทีเดียว แต่มันเป็นทัศนคติการมองโลก แล้วก็การทำความเข้าใจ การยอมรับผลขาดทุน การเตรียมพร้อมภาวะจิตใจ ผมรู้จักเทรดเดอร์หน้าใหม่หลายคนที่อยากจะรวยจากการเทรด แต่ไม่ได้เตรียมการมาพร้อมเพื่อการขาดทุน สิ่งที่เขารู้มีเพียงอย่างเดียว คือ การที่จะหาเงิน หรือทำกำไรจากเครื่องมืออัติโนมัติโดยไม่ต้องทำงาน ทุ่มเอาเงินทั้งหมดที่มีจากการเทรด แล้วเอาตัวเองไปกดดันเพราะว่าจะล้างพอร์ท มัวเสียเวลานั่งเฝ้าจอทั้งวันทั้งคืน และไม่ยอมไปหนจนเสียเพื่อน เสียครอบครัว เสียสุขภาพ ไม่ออกกำลัง ไม่ดูแลตนเอง มัวเมาอยู่กับการเทรดอย่างเดียว อย่างนี้เรียกว่า บริหารความสขุไม่เป็น

การเทรดไม่ใช่วันสุดท้ายของโลกที่จะทำให้พวกเราต้องนั่งเฝ้ามันรราวกับว่า พวกเรากลัวคอมพิวเตอร์ของพวกเราจะหายไปไหน ถ้าเกิดการเทรดมันแย่และก็ลำบากขนาดนั้น เราจะมีความรู้สึกว่า พวกเราก็ไม่ควรจะเทรดและออกไปทำมาหากินไม่ต้องสนใจมันมากก็ได้ เมื่อมันถึงเวลามันก็จะถึงเวลาที่พวกเราจะมีทักษะเอง ขอเพียงอดทนรอก็เพียงพอ

ความฉลาดในการบริหารเงินทุน
ประเด็นนี้เป็นเรื่องที่สอนกันไม่ได้ แต่ว่าเป็นเรื่องที่เรียนรู้ได้ เนื่องจาก มันคือ ค่าประสบการณ์ บ่อยครั้งที่เราปล่อยให้คนอื่น ทำไปดะๆโดยที่ไม่ต้องสนใจตำรามากนักด้วยเหตุว่า ประสบการณ์เป็นสิ่งที่เราเรียนรู้ได้จากการลงมือทำอย่างเดียวเท่านั้น ความฉลาดสำหรับในการบริหารเงินทุนนั้นไม่ได้มาจากการอ่านหนังสือ แต่ว่าได้มาจากความรู้สึกว่า ถ้าหากพวกเราทำแบบนี้พวกเราจะล้างพอร์ทและหมดตูดแน่ๆ เมื่อมีความรู้สึกกลัวขาดทุนก็จะระวังและก็ใส่ใจหาความรู้ว่าจะทำยังไงไม่ให้ตนเองขาดทุนตามมา

           

9
ในยุคดิจิทัล ทุกคนล้วนมีโทรศัพท์ มีอินเตอร์เน็ตทุกที่ สามารถทำธรุกรรมทางการเงินได้ตลอดเวลา ทุกคนสามารถใช้เงินได้สะดวก และกลับกันสามารถหาเงินได้ตลอด ถ้าคุณอยากเป็นเทรดเดอร์สิ่งที่ต้องรู้คือการเลือก โบรกเกอร์ จะเป็นยังไงไปดูกันเลยจ้า :-[


การเริ่มต้นเทรด FOREX สิ่งหนึ่งซึ่งเป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้กันเลยนั้น คือ การเลือก Broker Forex เพราะต่อให้พวกเราสามารถทำกำไรได้ดีขนาดไหน แต่ว่าถอนทุนหรือกำไรไม่ได้ ที่สร้างมาก็เสียเปล่า? Broker ที่ให้บริการในประเทศไทยมีมากมาย


                           


1.ความน่าเชื่อถือของ Broker โบรกเกอร์ที่มีชื่อเสียงไม่ได้แปลว่าเป็นโบรกที่ดีเสมอไป หลักๆให้พวกเราเช็คใบอนุญาติกำกับดูแลโบรกเกอร์ ถ้าหากเปรียบกับประเทศไทยก็คือ กกต. นั้นเอง เช่น FCA เป็นองค์กรที่กำกับดูแลอุตสาหกรรมบริการทางการเงินประเทศอังกฤษ ASIC คือ หน่วยงานที่ควบคุมองค์กร ตลาดแล้วก็บริการทางการเงินของออสเตรเลีย



2.ดู Leverage ที่โบรกเกอร์มีให้ Leverage คือ ตัวช่วยทำให้พวกเรามีอำนาจการลงทุนได้มากกว่าจำนวนเงินที่พวกเรามีอยู่จริงๆซึ่ง ปกติไม่ควรจะเกิน 1:400 การที่โบรกเกอร์ให้มากกว่านั้น คือความเสี่ยงที่โบรกเกอร์จำเป็นต้องแบกรับ เมื่อลูกค้าทำกำไรได้ ยิ่ง Leverage ยิ่งมีความเสี่ยงสูงต่อเทรดเดอร์ และก็ โบรกเกอร์เองด้วย



3.ดูค่าบริการหรือค่าทำเนียม แต่ละที่จะมีค่าทำเนียมแตกต่างกันไป ได้แก่ Rate ฝากถอนเป็นแบบ Fix Rate หรือ Real time ค่าสเปรดแต่ละคู่เงิน หรือค่าทำเนียมเพิ่มเติม จะต้องเช็คให้ดี แต่ให้พึงระวังโบรกเกอร์ที่มีโปรโมชั่นเชิญชวนให้ฝากเงินเพื่อรับโบนัสที่มีเงื่อนไขมากมายและไม่สมเหตุสมผล ใครที่มองหาโบรกเกอร์ที่ไม่มีค่าทำเนียม สเปรดต่ำแบบสเปรดลอยตัว แนะนำโบรกเกอร์ Mitrade เป็นทางเลือกที่ดีโบรกเกอร์นึงเลย



4.ความสะดวกในการทำธุรกรรมการเงิน การฝากและถอน โบรกเกอร์ที่มีการฝากถอนเงินสะดวกและง่ายก็ต้องเช็คเรื่องความปลอดภัยให้ดี การถอนฝากเงินที่สะดวกจะต้องมีความปลอดภัยที่ดีควบคู่ด้วย ที่จำเป็นมากเลยคือ เรื่องฝ่ายบริการ Support ให้คำปรึกษารวดเร็ว ในส่วนของโบรกเกอร์



10
การจะเป็นเทรดเดอร์ที่เซียน เพิิ่มหารายได้ หรือกำไรนั้น สิ่งที่ต้องมีคือความรอบรู้ และนั่นก็คือ ประเภทของคำสั่งใน  Forex โบรกเกอร์ส่วนใหญ่จะนำเสนอประเภทคำสั่งดังต่อไปนี้


           


Market Order

          Market Order เป็นคำสั่งซื้อขายทันทีในราคาที่ดีที่สุดขณะนั้น ซึ่งเป็นราคาที่ใช้ตำแหน่งปัจจุบันหรือราคาตลาด  Market Order จะกลายเป็นตำแหน่งเปิดในทันที แล้วก็อาจมีความผันผวนในตลาด  มีความหมายว่าหากราคาขยับไปในทิศทางตรงกันข้ามกับที่คุณคาดการณ์ มูลค่าสำหรับตำแหน่งของคุณจะลดลง นี่คือการขาดทุนที่ยังไม่รับรู้ (Unrealized Loss)  ถ้าคุณทำการปิดตำแหน่งที่จุดนี้ คุณจะรับรู้ถึงการขาดทุน รวมทั้งยอดคงเหลือในบัญชีจะได้รับการคำนวณเพื่อสรุปยอดทั้งหมด  เนื่องมาจากตลาดฟอเร็กซ์มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ราคาที่ดำเนินการอาจแตกต่างจากราคาปัจจุบันที่คุณเห็นบนแพลตฟอร์มการซื้อขาย สิ่งนี้เรียกว่า “สลิปเพจ (Slippage)” บางครั้ง Slippage จะเป็นประโยชน์กับคุณ แล้วก็บางครั้งอาจมีผลกระทบกับคุณ

Limit Order

Limit Order เป็นคำสั่งสำหรับซื้อหรือขายคู่สกุลเงิน แต่ว่าใช้ได้เมื่อมีเงื่อนไขบางอย่างรวมอยู่ในคำสั่งซื้อขายเดิมเพียงแค่นั้น
จนกว่าจะเป็นไปตามเงื่อนไข คำสั่งจะถูกพิจารณาว่าเป็นคำสั่งล่วงหน้า และไม่ส่งผลต่อบัญชีทั้งหมดหรือการคำนวณมาร์จิ้นของคุณ
โดยธรรมดาการใช้งานคำสั่งล่วงหน้าคือการสร้างคำสั่งที่จะดำเนินการอัตโนมัติ แม้อัตราแลกเปลี่ยนถึงระดับที่กำหนด  ตัวอย่างเช่น แม้คุณเชื่อว่าราคา EUR/GBP กำลังจะแกว่งขึ้น คุณสามารถจำกัดคำสั่งซื้อด้วยราคาที่มากกว่าราคาตลาดเล็กน้อย ถ้าหากอัตราแลกเปลี่ยนขยับขึ้นตามที่คุณคาดการณ์ และถึงระดับราคาที่จำกัดของคุณ คำสั่งซื้อจะถูกดำเนินการโดยที่คุณไม่ต้องทำอะไรเพิ่ม Limit Order เป็นคำสั่งล่วงหน้าที่ไม่มีผลต่อยอดรวมบัญชีของคุณ และสามารถยกเลิกเมื่อใดก็ได้โดยไม่มีผลตามมา อย่างไรก็แล้วแต่ ถ้าหากเป็นไปตามเงื่อนไขของ Limit Order คำสั่งล่วงหน้าจะถูกดำเนินการ แล้วก็กลายเป็น Market Order ที่มีผล

Take-Profit Order

          Take Profit Order จะปิดคำสั่งที่เปิดอยู่โดยอัตโนมัติ เมื่ออัตราแลกเปลี่ยนถึงระดับที่กำหนด  Take Profit Order จะใช้เพื่อล็อกกำไรเมื่อคุณไม่อาจจะเฝ้าดูตำแหน่งเปิดของคุณได้  อาทิเช่น ถ้าเกิดคุณซื้อ USD/JPY ที่ 109.58 แล้วก็คุณต้องการรับกำไรเมื่ออัตราแลกเปลี่ยนถึงนระดับ 110.00 คุณสามารถกำหนดอัตราแลกเปลี่ยนนี้เป็นระดับ Take Profit ถ้าราคา Bid ถึง 110.00 ตำแหน่งที่เปิดจะถูกปิดโดยระบบ และก็คุณจะได้รับกำไร  การซื้อขายของคุณจะปิดที่ราคาตลาดปัจจุบัน ในตลาดที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว อาจมีช่องว่างระหว่างอัตรานี้ และก็อัตราที่คุณกำหนดสำหรับการ Take Profit

Stop-Loss Order

          คำสั่ง Stop Loss คล้ายกับคำสั่ง Take Profit ซึ่งเป็นกลไกเชิงรับที่คุณสามารถใช้ปกป้องการสูญเสียเพิ่มเติม รวมทั้งการหลีกเลี่ยง Margin Call คำสั่ง Stop Loss จะปิดตำแหน่งที่เปิดอยู่โดยอัตโนมัติ เมื่ออัตราแลกเปลี่ยนไม่เป็นไปตามที่คุณต้องการ และก็ถึงระดับที่คุณกำหนด  อย่างเช่น ถ้าหากคุณซื้อ USD/JPY ที่ 109.58 คุณควรจะกำหนด Stop Loss ที่ 107.00 ถ้าหากราคา Bid ลดลงมาที่ระดับนี้ การซื้อขายจะถูกปิดอัตโนมัติ ฉะนั้นก็เลยเป็นการจำกัดความสูญเสียของคุณ  สิ่งสำคัญคือการเข้าใจว่าคำสั่ง Stop Loss สามารถจำกัดความสูญเสียได้เพียงแค่นั้น แต่ว่าไม่สามารถที่จะป้องกันไม่ให้เกิดการสูญเสียได้  การซื้อขายของคุณจะปิดที่ราคาตลาดปัจจุบัน ในตลาดที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว อาจมีช่องว่างระหว่างอัตรานี้ และก็อัตราที่คุณกำหนดสำหรับการ Stop Loss  หากราคาถึงระดับ Stop Loss ของคุณเมื่อการซื้อขายดำเนินต่อในวันจันทร์ การซื้อขายของคุณจะถูกดำเนินการที่ราคาลาดปัจจุบัน ซึ่งบางทีอาจต่ำกว่าอัตรา Stop Loss ที่คุณกำหนด ส่งผลให้เกิดการสูญเสียเพิ่มเติมอีก  เพื่อผลประโยชน์สูงสุด คุณจะต้องรวมคำสั่ง Stop Loss เข้าไปในตำแหน่งเปิดของคุณ ให้คิดว่ามันคือรูปแบบพื้นฐานของหลักประกันสำหรับบัญชี  ผู้เทรดจะใช้คำว่า "Stop Out" เพื่ออธิบายสถานการณ์ที่ Stop Loss ปิดตำแหน่ง

Trailing Stop Order

          คำสั่ง Trailing Stop คล้ายกับคำสั่ง Stop Loss ซึ่งสามารถใช้เพื่อจำกัดการสูญเสีย และหลีกเลี่ยง Margin Call คำสั่ง Trailing Stop คล้ายกับ Stop Loss ในทางของการปิดการซื้อขายอัตโนมัติ แม้ตลาดขยับไปในแนวทางที่ไม่ต้องการตามระยะที่กำหนด  คุณสมบัติหลักของคำสั่ง Trailing Stop คือตราบใดที่ราคาตลาดขยับไปในแนวทางที่เป็นประโยชน์ ราคาที่กำหนดไว้ (Trigger Price) จะติดตามราคาตลาดอัตโนมัติตามระยะที่ระบุ  วิธีการแบบนี้จะทำให้การซื้อขายของคุณมีมูลค่ามากขึ้น และก็ลดปริมาณการสูญเสียที่คุณต้องเสี่ยง  ได้แก่ แม้คุณถือตำแหน่ง Long ราคาที่กำหนดไว้ (Trigger Price) จะขยับขึ้นเรื่อยๆหากราคาตลาดขยับขึ้น แต่จะไม่เปลี่ยนแปลงหากราคาตลาดเคลื่อนที่ลง แม้คุณถือตำแหน่ง Short ราคาที่กำหนดไว้ (Trigger Price) จะขยับลงเรื่อยๆหากราคาตลาดขยับลง แต่ว่าจะไม่เปลี่ยนแปลงหากราคาตลาดเคลื่อนที่ขึ้น

11
การที่เราจะเป็นเทรดเดอร์ที่สามารถทำกำไรได้ สิ่งสำคัญคือต้องมีระเบียบวินัย ต่อให้เซียนขนาดไหน ถ้าไม่มีวินัย ก็ทำให้ขาดทุนได้ค่ะ วันนี้มีเทคนิคการเทรด forex ให้ได้กำไร จะเป็นยังไงไปดูกัันเลย


                           


เทรดเดอร์ส่วนใหญ่มักจะมีคำถามว่าจะเทรด Forex อย่างไรให้เป็นกำไร มีเทคนิคการเล่น Forex ให้ได้กำไรแนะนำไหม นี่จึงเป็นที่มาของเนื้อหานี้ แต่ว่าบอกได้ก่อนเลยว่านี้ไม่ใช่เทคนิคขั้นเทพอะไรหรอกนะคะ นี่เป็นเพียงแค่เรื่องธรรมดาที่เทรดเดอร์ 60% รู้แก่ใจแต่ก็ทำไม่ได้จริงๆ


1. หยุดขาดทุน

หรือการหยุดขาดทุน เป็นสิ่งที่จำเป็นเลยสำหรับเทรดเดอร์ที่ต้องการไปถึงเป้าหมายในตลาด Forex เนื่องจากว่าตลาด Forex เป็นตลาดที่มีการแกว่งตัวแรงมาก ถ้าหากว่าไม่มีการหยุดขาดทุนมีโอกาสเงินลงทุนนั้นจะกลายเป็น 0 ได้ไม่ยากเลยครับผม เพราะเหตุว่าแผนภูมิราคาในตลาด Forex พวกเราไม่มีวันรู้เลยว่าราคาจะลากไปได้ไกลถึงไหนแบบแม่นยำ 100% ดังนั้นเมื่อราคาไม่เป็นไปตามที่คิดควรหยุดขาดทุนเอาไว้ก่อนดีกว่า เพื่อพอร์ตลงทุนให้สามารถอยู่ต่อไปได้แบบระยะยาวดีกว่า

เราจำเป็นต้องปรับทัศนคติใหม่ว่าการหยุดขาดทุนหรือการ “Stop loss” ไม่หมายความว่าคุณแพ้ แต่มันแสดงว่าถ้าคุณไม่หยุดขาดทุนคุณแพ้แน่ การขาดทุนก็เหมือนกับโรคมะเร็ง หากไม่รีบตัดทิ้ง มะเร็งนั้นก็จะแผ่ขยาย ถึงเมื่อนั้นคุณก็อาจจะมาคิดย้อนหลังว่า น่าจะหยุดขาดทุนตั้งแต่ตอนนั้นตอนนี้คงไม่เศร้าแบบนี้

2. Take Profit เพื่อปกป้องกำไร

การปกป้องกำไรก็เป็นสิ่งที่สำคัญไม่แพ้ข้ออื่นเลย เนื่องจากว่าการปกป้องผลกำไรไม่ใช่เพียงแค่การปกป้องผลกำไรเพียงแค่นั้น แต่การปกป้องกำไรยังเป็นการปกป้องจิตใจของคุณอีกด้วย ลองนึกดูสิว่าจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าว่าออร์เดอร์ที่คุณถืออยู่เป็นกำไร แต่ว่าคุณไม่กล้าขายหรือยังไม่อยากขาย เนื่องจากคิดว่าราคายังคงขึ้นไปได้อีก แต่ว่าปรากฎว่าราคาไม่ยอมขึ้นแต่ว่าดันตกลงมา ทำห้คุณขาดทุน ถึงแม้ว่าที่ผ่านมาคุณกำลังจะได้กำไรอยู่แล้วแท้ๆสิ่งเหล่านี้อาจจะทำให้คุณอารมณ์เสียจนขาดระเบียบวินัยก็เป็นได้หรืออาจจะทำให้ครั้งต่อไปคุณรีบขายเพื่อหวังเอากำไรก่อนดีกว่า

3. มีระเบียบวินัยในการลงทุน จิตวิทยาการลงทุน

ระเบียบวินัยเป็นสิ่งที่เทรดเดอร์ที่อยากประสบความสำเร็จต้องมี เพราะว่าการมีระเบียบวินัยจะทำให้คุณปฏบัติตามระบบของคุณ แต่ว่าเทรดเดอร์มือใหม่หลายท่านยังไม่ให้ความสำคัญเรื่องระเบียบวินัยสักเท่าไหร่ อยากซื้อเมื่อไหร่ก็ซื้อ ต้องการขายเมื่อไรก็ขาย ซื้อขายโดยอาศัยดวง การกระทำอย่างงี้ไม่ใช่นักเก็งกำไรหรือนักลงทุน......... แต่พฤติกรรมแบบนี้คือ “นักเสี่ยงดวง”

การไม่มีระเบียบวินัยคือความหายนะที่แท้จริงสำหรับในการเก็งกำไรใน เนื่องจากต่อให้คุณมีระบบเทรด Forex ซึ่งสามารถทำกำไรได้จริง เป็นระบบเทรดที่ดีเยี่ยม แต่ว่าคุณก็จะไม่มีวันได้กำไรจากมัน เพราะคุณไม่ทำตามระบบของมัน สาเหตุที่คุณไม่ทำตามระบบก็เพราะว่า “คุณไม่มีระเบียบวินัย”

12
ในช่วงนี้ฝนตกทุกวัน หลายๆ คนอยู่ที่บ้านกันเพราะฝนตก รถติด วันนี้มีความรู้เกี่ยวกับสภาพคล่องในตลาดฟอเร็กซ์มาฝากกันค่ะ จะเป็นยังไงไปดูกันเลย :D

เป็นตลาดที่มีการ ซื้อ-ขาย ที่ใหญ่ที่สุดในโลก การแลกเปลี่ยนเงินตรายังคงเกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอ ทำให้นักลงทุนสามารถเข้าออกตลาดได้อยู่เรื่อยๆforex เป็นตลาดที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง การแลกเปลี่ยนระหว่างธนาคารก็เลยเกิดขึ้นตลอดเวลาทั่วทั้งโลก

ตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ทำงานผ่านสถาบันการเงิน และก็ดำเนินงานในหลายระดับ การซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ โดยส่วนมาก ผู้ค้าแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศส่วนใหญ่ เป็นธนาคาร ด้วยเหตุนี้บางครั้งตลาดนี้ก็เลยเรียกว่า ” ตลาดระหว่างธนาคาร ”


 
                                


ตลาด forex เริ่มขึ้นเมื่อไหร่

ตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ เริ่มจัดตั้งขึ้นในช่วงปี 1970 ของรัฐบาลในการทำธุรกรรม แลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ การจัดการทางการเงิน ซึ่งกำหนดออกกฎสำหรับความสัมพันธ์ทางการค้ารวมทั้ง การเงินระหว่างประเทศอุตสาหกรรมหลัก ที่สำคัญของโลกหลังสงครามโลกครั้งที่สอง จากข้อมูลของธนาคาร เพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศผลที่เกิดจากการสำรวจทั่วโลกเบื้องต้นจากการสำรวจธนาคารต่างประเทศในปี 2019 ของตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศและตลาดอนุพันธ์ OTC แสดงให้เห็นว่าการซื้อขายในตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศมีมูลค่าเฉลี่ย 6.6 ล้านล้านดอลลาร์ต่อวัน ในเมษายน 2019 เมษายน 2559 วัดจากมูลค่าการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศมีการซื้อขายมากกว่าตราสารอื่นๆในเมษายน 2019 ที่ $ 3.2 ล้านล้านต่อวัน

สภาพคล่องของตลาด forex
ตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ เป็นตลาดการเงินที่มีสภาพคล่องมากที่สุดในโลก รวมทั้งรัฐบาลและธนาคารกลางธนาคาร การค้าอื่นๆและก็บุคคลทั่วไป จากการสำรวจธนาคารกลางสามปี 2019 ซึ่งประสานงานโดยธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 6.6 ล้านล้านดอลลาร์ในเมษายน 2562 (เทียบกับ 1.9 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2547)


                                                  


ตลาด forex เป็นตลาดที่เปิดทำการตลอด 24 ชั่วโมงต่อเนื่องกัน ตั้งแต่วันจันทร์-วันศุกร์ ก็เลยทำให้นักลงทุนสามารถวางแผนในการซื้อขาย และรวมทั้งติดตามการเคลื่อนไหวของราคาที่เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ตามที่ต้องการ และก็ด้วยเทคโนโลยี 4G ที่ทันสมัยที่ทันสมัยมากขึ้น ก็เลยทำให้เชื่อมต่อกับตลาดได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่ว่านักเทรดมือใหม่ ที่ไม่ได้อยู่ที่บ้าน บางครั้งอาจจะอยู่นอกสถาานที่ ตัวอย่างเช่น ร้านกาแฟหรือไปต่างจังหวัด ก็สามารถเทรดได้ บนมือถือ แค่คุณมีอินเทอร์เน็ต ก็สามารถทำการ ซื้อ-ขายได้โดยทันที

13
การหารายได้ช่วง Covid เพี่ยงเพียงแค่ท่านมี มือถือหรือคอมพิวเตอร์ และก็อินเตอร์เน็ต และศึกษาวิธีการเก็งกำไรในตลาด Forex ท่านก็จะสามารถเข้าไปทำเงินในตลาด Forex ได้ การเข้าไปเทรดในตลาด forex นั้น สามารถเริ่มต้นได้ด้วยจำนวนเงินทุนหลักร้อย ท่านก็สามารถเรียนรู้แล้วก็เข้าไปเทรดได้แล้ว ส่วนจะเทรดได้กำไรมากน้อย ก็ขึ้นอยู่กับเทคนิคและประสบการณ์ความรู้ที่ได้ฝึกฝนมาโดยมีหัวใจสำคัญที่ต้องทำความเข้าใจตัวเองก่อน ดังนี้

                         


1. เข้าใจเป้าหมายของตัวเองคืออะไร

การตั้งโจทย์ที่มือใหม่ผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยมองข้าม จุดมุ่งหมายทุกคนที่เข้ามาเทรด คือ ต้องการเงิน หรือความมั่งคั่งร่ำรวยเพื่อทำเงินจากตลาด FOREX แต่ว่าสิ่งที่ตลาด FOREX ให้ได้คือ เงิน แต่สิ่งที่ผู้คนจำนวนมากมองข้าม คือ เวลา พยายามใช้เงินเล็ก โกยเงินก้อนใหญ่ พยายามกำหนดเป้าหมายเป็นตัวเงินเพื่อทำกำไรต่อวัน

เช่น กำหนดเป้าหมายวันละ $100 แต่ในความเป็นจริง ความผันผวนของตลาดไม่ได้เหมือนเดิมทุกวัน ดังนั้น การตั้งเป้าหมายที่ดี คือ ตั้งเป้าหมายเพื่อเก็บระยะ หรือ จำนวน

Pips ที่เก็บได้ต่อวัน ต่อสัปดาห์ หรือต่อเดือน  สำหรับมือใหม่แล้วการเทรดเพื่อทำกำไรในระยะสั้นเป็นอะไรที่ทำได้ แต่การอยู่รอดในระยะยาวนั้น ทำอย่างไร? คือคำถามที่ต้องตั้งเป้าหมายมากกว่า

2. เข้าใจ เวลาของตัวเอง

การเข้าใจเวลาของตนเอง คือ การมีเวลาให้กับเรียนรู้หรือเวลาให้กับการเทรด แต่ละกลยุทธิ์มีข้อจำกัดของเวลาแตกต่างกันไป แม้คุณเป็นคนที่ชอบเทรดระยะสั้นรูปแบบ Scalping ทำกำไรจากการแกว่งของราคาในช่วงระยะ 5-20 Pips แล้วก็การใช้ขนาด Position Size ใหญ่ แต่ว่ามีการจำกัดความเสี่ยงด้วย Stoploss ความยากของการเทรด Scalping ไม่ได้อยู่ที่การทำกำไร แต่ว่าอยู่ที่การฝึกฝนยับยั่งชั่งใจ การควมคุมตัวเองให้ได้ เข้าใจแก่นของกลยุทธิ์นี่คือ ทำกำไรได้ ออกไว เน้นจำนวนแต่แม่นยำ อัตราการชนะสูงถึงจะอยู่รอดได้

3. เข้าใจความเสี่ยงที่ตนเองรับได้

ถ้าคุณเป็น 1 คนที่กำหนดเป้าหมายด้านการเงิน สิ่งนึงที่ควรจะใส่ใจอยู่เสมอด้วย ซึ่งก็คือ จำนวนเงินที่ทุนเราพร้อมจะสูญเสียได้ จำไว้เสมอว่า ไม่มีอะไรแน่นอนในตลาด FOREX สิ่งที่คุณคิดไม่มีโอกาสถูกต้อง 100% เสมอไป ด้วยเหตุนั้นเมื่อคุณเข้าใจความเสี่ยงของเงินที่สูญเสียได้แล้ว

14
ในช่วงนี้ฝนตกทุกวัน หลายๆ คนเลือกทำงานที่บ้าน Work from home อละกำลังหาวิธีหารายได้เสริม การเลือกเทรด forex ก็เป็นตัวเลือกหนึ่งที่คนสนใจอย่างแพร่หลาย ถ้าอยากจะเริ่มเทรอ แน่นอนว่าต้องเลือกโบรกเกอร์ ซึ่งมีเทคนิคดังนี้เลยค่ะ

โบรกเกอร์หรือนายหน้าคู่สกุลเงิน เป็นผู้ที่ทำหน้าแทนพวกเราสำหรับในการซื้อขายค่าเงิน ถ้าเลือกตัวแทน(โบรกเกอร์)ที่ดี ก็มักเป็นองค์ประกอบหนึ่งช่วยเอื้อให้คุณประสบความสำเร็จมีผลกำไรในตลาด รวมทั้งเทรดได้อย่างมั่นใจ ด้วยเหตุนี้การเลือกโบรกเกอร์ฟอเร็กซ์ก็เลยจะต้องรอบคอบแล้วก็เลือกอย่างฉลาด มีปัจจัยสำคัญที่คุณจะต้องคำนึงอยู่ 4 ข้อ สำหรับในการเลือกโบรกเกอร์



1.หน่วยงานที่ออกใบอนุญาติและกำกับดูแลได้มาตรฐานสากล
คุณกำลังจะฝากเงินกับบริษัททางการเงิน ก็คล้ายกับคุณไปฝากเงินในธนาคาร ด้วยเหตุนี้ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าเงินของคุณจะปลอดภัย อย่างแรกที่จำเป็นต้องทำคือหาข้อมูลเกี่ยวกับความน่าเชื่อถือของโบรกเกอร์ที่คุณกำลังจะเลือก โดยพิจารณาจากหน่วยงานที่กำกับดูแลแล้วก็ตรวจสอบ ควรจะเป็นองค์กรของรัฐบาลในประเทศนั้นมาคอยดูแลแล้วก็ตรวจสอบกิจกรรมทางการเงินของบริษัทอยู่เสมอ

2. ค่าคอมมิชชั่นและสเปรดต่ำ
รายได้ของโบรกเกอร์จะมาจากค่าสเปรดรวมทั้งค่าคอมมิชชั่น เมื่อคุณซื้อขายคู่สกุลเงินจะมีราคา “Bid” (ซื้อ) และราคา “Ask” (ขาย) ช่องว่างหรือค่าความแตกต่างระหว่าง 2 ราคา นี้เรียกว่าสเปรด(Spead) เป็นค่าธรรมเนียที่คุณต้องจ่ายให้กับโบรกเกอร์เพื่อเปิดการซื้อหรือขาย(เทรด) ยิ่งสเปรดกว้างมากเท่าไร โอกาสสำหรับในการทำกำไรก็ยากขึ้นไปเท่านั้น การเลือกโบรกเกอร์ฟอเร็กซ์(Forex) ที่ดี คุณควรที่จะเลือกโบรกเกอร์ที่มีค่าสเปรดต่ำที่สุด เพื่อลดค่าธรรมเนียมในการเทรดให้น้อยลง ซึ่งจะทำให้ผลกำไรของคุณมีมากขึ้น

3. มีความสะดวกสบายในการฝากหรือถือเงิน
โดยทั่วไปแล้วโบรกเกอร์ จะมีวิธีการฝากเงินแล้วก็การถอนเงินออกจากบัญชีแตกต่างกันไป แต่โดยทั่วไปแล้วโบรกเกอร์จะให้เจ้าของบัญชีฝากเงินทางออนไลน์ด้วยบัตรเครดิตหรือโอนผ่านธนาคาร มีหลายโบรกเกอร์ที่รับเงินบาท ทำให้คุณสามารถโอนเงินเข้าบัญชีได้โดยตรง โดยโบรกเกอร์ได้ร่วมมือกับแบงค์ขนาดใหญ่ ดังเช่น ธนาคารกรุงเทพฯ กรุงศรี กสิกร ไทยพาณิชย์ แล้วก็อื่นๆเพื่อให้ลูกค้าโอนเงินได้ง่ายดายมากยิ่งขึ้น

4. มีคนคอยช่วยเหลือและให้บริการ
การช่วยเหลือและลูกค้าของแต่ละโบรกเกอรแตกต่างกัน โบรกเกอร์ที่ดีคือสามารถให้บริการได้ตลอดเวลา เพราะว่าตลาดซื้อขายฟอเร็กซ์(Forex) ทำงานตลอด 24 ชั่วโมงต่อวัน 5 วันต่อสัปดาห์ คุณอาจต้องการความช่วยเหลือเวลาไหนก็ได้ ด้วยเหตุผลดังกล่าว คุณควรจะเลือกโบรกเกอร์ที่ติดต่อได้ง่ายและก็เร็วที่สุด เป็นการสนทนาออนไลน์กับคนจริงไม่ใช่บอทหรือระบบตอบรับอัตโนมัติ พร้อมให้ความช่วยเหลือตรวจสอบได้อย่างคล่องแคล่ว สามารถตอบคำถามเกี่ยวกับข้อมูลของโบรกเกอร์ได้อย่างแม่นยำ ยกตัวอย่างเช่น ประเภทของบัญชี สเปรด รวมทั้งรายละเอียดของบริษัทและก็หน่วยงานที่กำกับดูแล

นั่นคือ สิ่งสำคัญอีกอย่างสำหรับการเลือกโบรกเกอร์ คือ ความมีประสิทธิภาพในการให้บริการลูกค้า ถือได้ว่าหัวใจหลักอีกอย่างหนึ่งสำหรับการเทรดฟอเร็กซ์(Forex) เนื่องจากสิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นความน่าเชื่อของโบรกเกอร์ที่คุณสามารถพึ่งพาได้ ปกติโบรกเกอรในไทยส่วนใหญ่จะให้บริการเป็นภาษาไทยไม่ว่าจะสนทนาทางออนไลน์ อีเมล หรือทางโทรศัพท์

15
สำหรับคนที่จะเริ่มเทรด Forex อันดับแรก ควรจะเทรดในบัญชีทดลองก่อน เพื่อเป็นการวัดว่าเราสามารถคาดเดาแนวโน้มได้หรือไม่ เพื่อไม่ก่อให้เกิดการเสี่ยง การขาดทุนนะคะ

 ;)

เมื่อใดก็ตามคุณเริ่มต้นเทรด forex คำแนะนำแรกที่พวกเรามั่นใจว่าจะต้องได้ยินอย่างแน่นอนนั่นคือ อย่าลืมที่จะใช้บัญชี forex demo เพื่อทำการฝึกเทรดเสียก่อน มิเช่นนั้นแล้ว เมื่อคุณดำเนินการเทรดจริงเมื่อไหร่ ผลลัพธ์ที่ได้บางทีอาจนำมาซึ่งหายนะ และก็พอร์ตระเบิด! แต่พอไปหาบทความที่เกี่ยวกับ forex demo ก็ดูเหมือนว่าจะมีน้อยมาก ดังนั้นผมจึงอยากแชร์ การใช้ forex demo ให้คนใหม่ๆได้รู้จักแล้วก็เอาไปปรับใช้กัน เชื่อว่าเมื่อทดลองใช้แล้วจะช่วยเสริมกลยุทธ์การเทรด forex ของคุณให้ดียิ่งขึ้นอย่างแน่นอน


                             


Forex นั้นทำกำไรทั้งขาขึ้นขาลง หมายความว่าทำกำไรได้ทั้งตอนที่ค่าเงินที่เราถืออยู่สูงขึ้น และค่าเงินที่เราถืออยู่ต่ำลง โดยตลาดขาขึ้นและตลาดขาลงมีกลไกการทำกำไรที่ต่างกัน การซื้อขายหรือเทรด Forex ต้องทำผ่านตลาดต่างประเทศ ขั้นตอนเหมือนการเปิดพอร์ตลงทุนประเภทอื่นๆ คือจะมีมาร์เก็ตติ้งหรือโบรกเกอร์ที่คอยดูแลการซื้อขายให้ตามคำสั่งของนักลงทุน

ด้วยอัตราความเสี่ยงของตลาด Forex เพียร์ พาวเวอร์ขอแนะนำนักลงทุนที่ยังลังเลว่าจะลงทุนกับสนามนี้ยังไงดี ให้ลองทดลองเล่นออนไลน์กับโปรแกรมต่างๆดูก่อน เพื่อเป็นการฝึกฝีมือ แล้วก็คำนวณมองว่าตัวนักลงทุนเองมีความรู้และมีความเข้าใจสำหรับในการคาดการณ์ทิศทางตลาดได้อย่างแม่นยำไหม ด้วยการเปิดบัญชีทดลองเล่น Forex ตัวอย่างเช่น

- ฟอเร็กซ์ฟอร์ยู
- ฟอเร็กซ์สตาร์ทอัพ

เมื่อสถานะเป็นตามที่กล่าวมา กลไกของตลาด Forex ก็เลยดูได้ไม่ยากว่าซื้อเมื่อถูกขายเมื่อแพง แม้กระนั้นปัญหาคือพวกเราจะคาดการณ์ถูกต้องได้อย่างไร ว่าสกุลเงินที่พวกเราถืออยู่จะถูกหรือแพงเมื่อไหร่ เพราะสกุลเงินมีความผันผวนด้วยปัจจัยที่หลากหลาย ทั้งปัจจัยภายในประเทศเช่นนโยบายเศรษฐกิจ นโยบายดอกเบี้ย เหตุการณ์การเมืองภายในประเทศนั้นๆและก็ปัจจัยภายนอกประเทศ ล้วนส่งผลกระทบกับค่าเงินทั้งสิ้น นักลงทุนที่ลงทุนกับ Forex ก็เลยจำต้องกระจายความเสี่ยงด้วยการเป็นทั้ง 2 สถานะในขณะเดียวกัน เพื่อไม่ขาดทุนทีเดียวทั้งหมด หรืออยากกระจายความเสี่ยงมาลงทุนในหุ้นกู้คราวด์ฟันดิงกับเพียร์ พาวเวอร์บ้าง ก็จะมีความเสี่ยงน้อยกว่า


หน้า: [1] 2
SMF 2.0.15 | SMF © 2011, Simple Machines