แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - king008

หน้า: [1] 2 3
1
ในการลงทุนแต่ละอย่าง ต้องใช้เงินทุนที่ค่อนข้างเยอะ แต่การเทรด Forex สามารถลงได้แม้จะจำนวนเงินน้อย สำหรับมือใหม่ที่ไม่อยากขาดทุนต้องห้ามพลาด เพราะวันนี้ได้รวบรวม 6 วิธีทำกำไรในตลาด Forex ได้มากกว่าขาดทุน จะเป็นยังไงไปดูกัน

:D :D :D

1.เลือกสายการเทรดที่ใช่
การเทรด Forex ก็เหมือนกับการหางานทำ ที่จำเป็นต้องเลือกงานที่ใช่สำหรับตัวเองก็เลยจะสามารถทำงานได้อย่างมีความสุข รวมทั้งก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็ว การลงทุนใน Forex ก็เหมือนกัน ควรจะเลือกสายที่ใช่ ซึ่งมี 2 สาย เป็นสายแนวทางรวมทั้งสายปัจจัยพื้นฐาน แต่ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดก็คือสายเทคนิคนั่นเอง นั่นก็เนื่องจากว่าสามารถทำกำไรได้อย่างรวดเร็ว เพียงแต่ใช้กราฟเข้ามาช่วยสำหรับในการทำนายราคาเท่านั้น

2.เล่นตามแนวโน้ม
นักลงทุนส่วนใหญ่มักจะเลือกลงทุนตามแนวโน้มของตลาด ด้วยเหตุว่ามีโอกาสที่จะทำกำไรได้มากกว่า โดยดังนี้จะดูจากแนวโน้มระยะยาวด้วยการศึกษากราฟ Forex ย้อนหลังแบบหลายปีกันเลยทีเดียว พร้อมกับทำการวิเคราะห์ กราฟแบบทุกเดือนรวมทั้งรายสัปดาห์พร้อมกันไปด้วย ซึ่งเมื่อได้แนวโน้มความน่าจะเป็นแล้ว ก็จะทำการซื้อขาย Forex ในทิศทางเดียวกันกับแนวโน้มที่ได้ อย่างไรก็ตามควรเน้นการดูแนวโน้มแบบระยะกลางและระยะยาวเท่านั้น เพราะแนวโน้มในระยะสั้นอาจผิดพลาดได้สูงนั่นเอง

3.เข้าอบรมสัมมนาเทรด
ไม่ว่าจะเป็นนักลงทุนมือใหม่ หรือนักลงทุนที่มีความเชี่ยวชาญแล้ว ก็มักจะไม่พลาดการเข้าอบรมสัมมนาเทรด โน่นก็เพื่อเรียนรู้เทคนิคใหม่ๆและศึกษาเกี่ยวกับตลาด Forex อยู่เสมอ ซึ่งสิ่งที่คุณจะได้รับจากการเข้าอบรมก็คือได้พบปะกับสหายในแวดวงเดียวกัน ทำให้มีการพูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดและเทคนิควิธีมากขึ้น ทั้งยังได้ข้อมูลดีๆอีกเพียบเลยอีกด้วย เพราะฉะนั้นใครที่อยากจะเล่น Forex ให้ได้กำไรก็ต้องไม่พลาดการเข้าอบรมสัมมนาเด็ดขาด

4.จดบันทึกผลการเทรด
การจดบันทึกจะทำให้พวกเรารู้ว่า ในแต่ละวันตลาด Forex มีแนวโน้มเป็นอย่างไรบ้าง และก็สามารถนำมาเทียบเป็นรายสัปดาห์ รายเดือนและก็รายปีได้อีกด้วย โดยแนะนำให้จดบันทึกผลการเทรดแบบรายวัน ซึ่งหากทำแบบนี้ไปเรื่อยๆคุณจะเริ่มพิจารณาได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของ Forex ไปในทางบวก รวมทั้งลดความผิดพลาดของการเทรดในอนาคตได้อย่างดีเยี่ยมเลยทีเดียว แถมยังช่วยให้ทำกำไรได้อย่างยั่งยืนแบบว่าลืมเรื่องการขาดทุนไปได้เลย

5.เทรดด้วย Time Frame ใหญ่
เป็นการเทรด Forex ที่เหนื่อยน้อยแต่ได้กำไรสูง โดยส่วนใหญ่จะเริ่มจาก Time Frame Day เพราะว่าให้น้ำหนักสำหรับในการวิเคราะห์ตลาดที่มากกว่า และก็สามารถบริหารจัดการได้ง่าย ก็เลยทำให้มีโอกาสที่กำลังจะได้กำไรมากกว่าขาดทุนนั่นเอง

6.วาดเส้นแนวโน้ม
เป็นอีกหนึ่งแนวทางสำหรับในการหาแนวโน้มของการเทรด ที่นักลงทุน Forex นิยมทำกัน ด้วยเหตุว่าได้ประสิทธิภาพสำหรับการวิเคราะห์ที่สูงมากมาย แล้วก็ยิ่งถ้าหากเป็นเส้นแนวโน้มในระยะยาว ก็จะยิ่งสำเร็จลัพธ์ที่มีความแม่นยำสูงที่สุดอีกด้วย ด้วยเหตุนี้มาลองวาดเส้นแนวโน้ม เพื่อการเทรด Forex อย่างมีประสิทธิภาพ



2
ในช่วงวิกฤติโควิดทำให้เศรษฐกิจผันผวน หลายๆ คนกำลังมองหาช่องทางหารายได้เพิ่ม ซึ่งถ้าหากสนใจทำกำไรในตลาด Forex ต้องไม่พลาดกับการทำความรู้จัก สเปรด (Spread) ในตลาด Foerx คืออะไร จะเป็นยังไงไปดูกันเลยจ้า


โบรกเกอร์ ของ Forex(ฟอเร็กซ์) ได้ตั้งราคาของคู่สกุลเงินอยู่ 2 แบบตัวอย่างเช่น ราคา Bid (ราคาขาย) แล้วก็ ราคา Ask (ราคาซื้อ)

ราคา Bidเป็นราคาที่คุณสามารถขายสกุลเงินหลักได้

ราคา Askเป็นราคาที่คุณสามารถซื้อสกุลเงินหลักได้

ส่วนต่างระหว่างราคาทั้ง 2 แบบนี้เป็นที่รู้จักกันในนาม สเปรด(Spread)


สรุปเป็น สเปรด(Spread)หมายถึงค่าความต่างที่สร้างอยู่ในราคา Bid (ราคาขาย) รวมทั้งราคา Ask (ราคาซื้อ) ของคู่สกุลเงินที่คุณต้องการเทรด




ค่าสเปรด คือส่วนต่างของราคาคู่สกุลเงินระหว่างสกุลเงินที่เรียกว่า ราคาขาย (Bid) กับราคาซื้อ (Ask)

ราคา Bid คือ ราคาการขายสกุลเงินหลัก
ราคา Ask คือ ราคาการซื้อสกุลเงินหลัก



เมื่อใดก็ตามที่พวกเราเริ่มเปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ที่พวกเราเลือก พวกเราจะได้รับข้อเสนอให้เลือกค่าสเปรด forex อยู่ 2 ประเภท ซึ่งก็คือ สเปรดคงที่ (Fixed spreads) กับสเปรดลอยตัว (Variable spreads) มันต่างกันยังไงไปดูกัน

สเปรดคงตัว (Fixed spreads) จะไม่มีการผันแปรราคาไปตามตลาด แม้ราคาตลาดจะมีการเปลี่ยนแปลงไปมากแต่ว่าจะไม่มีผลต่อราคาสเปรดที่คงที่ จนถึงตลาดกลับมาสู่สภาพปกติ ค่าสเปรดคงที่ก็เลยมีความเสี่ยงน้อย เพราะสามารถคาดเดาได้ซึ่งเหมาะสมกับผู้ที่ต้องการลงทุนระยะยาว

สเปรดลอยตัว (Variable spreads) จะมีราคา Bid/Ask เปลี่ยนแปลงอยู่อย่างต่อเนื่องตามตลาด โดยมีอาจจะมีค่ามากถึง 20 pip หรือบางครั้งก็อาจจะต่ำถึง 0.6 pip ไปเลยก็ได้ ซึ่งค่อนจะมีการเสี่ยงสูงมากสำหรับนักเทรด แต่หากมีความชำนาญแล้วก็มีความรู้ในลงทุนระยะสั้นอย่าง forex scalping หรือเป็นการซื้อแล้วก็ถือครองในระยะสั้นก็บางครั้งก็อาจจะเป็นการสร้างผลกำไรที่ดีได้

3
การลงย่อมมีความเสี่ยง ดังนั้นในการเปิดบัญชีเทรด เราควรจะเลือกโบรกเกอร์ที่เรามีความมั่นใจ ซึ่งวันนี้เราก็ไม่พลาดที่จะพาเพื่อนๆ มาดู 4 หลักการเลือก Broker Forex ที่คุณต้องรู้ !!! จะเป็นยังไงไปดูกันเลย


1.  ความน่าเชื่อถือของ Broker โบรกเกอร์ที่มีชื่อเสียงไม่ได้หมายความว่าเป็นโบรกที่ดีเสมอไป หลักๆให้พวกเราเช็คใบอนุญาติกำกับดูแลโบรกเกอร์ ถ้าเปรียบกับประเทศไทยก็คือ กกต. นั้นเอง อย่างเช่น FCA เป็นองค์กรที่กำกับดูแลอุตสาหกรรมบริการทางการเงินประเทศอังกฤษ

ASICหมายถึงหน่วยงานที่ควบคุมองค์กร ตลาดและก็บริการด้านการเงินของประเทศออสเตรเลีย



2.  ดู Leverage ที่โบรกเกอร์มีให้ Leverage คือ ตัวช่วยทำให้พวกเรามีอำนาจการลงทุนได้มากกว่าจำนวนเงินที่พวกเรามีอยู่จริงๆซึ่ง ปกติไม่ควรจะเกิน 1:400 การที่โบรกเกอร์ให้มากกว่านั้น เป็นความเสี่ยงที่โบรกเกอร์ต้องแบกรับ เมื่อลูกค้าทำกำไรได้ ยิ่ง Leverage ยิ่งมีความเสี่ยงสูงต่อเทรดเดอร์ แล้วก็ โบรกเกอร์เองด้วย



3.  ดูค่าบริการหรือค่าทำเนียม แต่ละที่จะมีค่าทำเนียมแตกต่างกันไป เช่น Rate ฝากถอนเป็นแบบ Fix Rate หรือ Real time ค่าสเปรดแต่ละคู่เงิน หรือค่าทำเนียมเพิ่มเติม ต้องเช็คให้ดี แต่ให้พึงระวังโบรกเกอร์ที่มีโปรโมชั่นเชิญชวนให้ฝากเงินเพื่อรับโบนัสที่มีเงื่อนไขมากมายและไม่สมเหตุสมผล ใครที่มองหาโบรกเกอร์ที่ไม่มีค่าทำเนียม สเปรดต่ำแบบสเปรดลอยตัว แนะนำโบรกเกอร์ Mitrade เป็นทางเลือกที่ดีโบรกเกอร์นึงเลย



4.  ความสะดวกในการทำธุรกรรมการเงิน การฝากแล้วก็ถอน โบรกเกอร์ที่มีการฝากถอนเงินสะดวกและง่ายก็ต้องเช็คเรื่องความปลอดภัยให้ดี การถอนฝากเงินที่สะดวกควรจะมีความปลอดภัยที่ดีควบคู่ด้วย

ที่ขาดไม่ได้เลยคือ เรื่องฝ่ายบริการ Support ให้คำแนะนำรวดเร็ว ในส่วนของโบรกเกอร์



4
ในปัจจุบันการเทรด Forex เป็นที่นิยมมากขึ้น ซึ่งสามรถเทรดได้หลายอุปกรณ์แล้วแต่จะสะดวกซึ่งวันนี้มาดูอุปกรณ์ในการเทรด Forex สำหรับคนที่กำลังมองหาหรือตัดสิน จะมีอุปกรณ์อะไรบ้างไปดูกันเลย


:) :) :)


การเทรด Forex ออนไลน์ นั้นเป็นที่นิยมสูงมากในตอนนี้ เพราะว่ามีอุปกรณ์ให้บริการกันอย่างสะดวกสบายมากมาย ทำให้คุณไม่มีความจำเป็นที่จะต้องนั่งเฝ้าจอคอมพิวเตอร์เพียงอย่างเดียว เพื่อติดตามการเปลี่ยนแปลงของตลาดเงิน แล้วก็หาจังหวะลงทุนอีกต่อไปแล้ว เนื่องจากการเทรด Forex สามารถทำได้ผ่านอุปกรณ์ดังนี้แล้ว




– คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค : จัดว่าเป็นอุปกรณ์ที่ได้รับความนิยมของการเทรดฟอเร็กซ์เป็นอันดับต้นๆเพราะเหตุว่าโน้ตบุ๊คนั้นสามารถที่จะใช้เทรดฟอเร็กซ์ได้อย่างสะดวกที่สุด ไม่ว่าจะใช้โปรแกรมอะไรก็สามารถเทรดได้สบายๆอย่างไรก็ตามข้อเสียของการใช้คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คทำการเทรดก็คือ มักกินแบตเตอรี่ ทำให้ใช้งานแบบไร้สายได้ไม่นานนักนั่นเอง



– สมาร์ทโฟน : แน่นอนว่าการเทรด Forex ผ่านสมาร์ทโฟนในยุคนี้ก็นับได้ว่าเป็นสิ่งที่หลายๆคนนิยมมากเช่นเดียวกัน เพราะเหตุว่ามันสะดวกที่สุดแล้ว คุณสามารถเทรดฟอเร็กซ์ได้จากที่ไหนก็ได้เท่าที่คุณต้องการ ผ่านสมาร์ทโฟนเครื่องเล็กๆในมือที่พกง่ายยิ่งกว่าคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คมาก โดยการเทรดนั้นจะผ่านแอพพลิเคชั่นเฉพาะ ที่ออกแบบมาเพื่อระบบปฏิบัติการณ์ของสมาร์ทโฟนโดยตรงค่ะ



– แท็ปเล็ต : แท็ปเล็ต เป็นคอมพิวเตอร์ประเภทหนึ่ง ที่ได้รับการออกแบบมาให้ใช้งานนอกสถานที่โดยตรง จะมีความคล้ายคลึงกับมือถือสมาร์ทโฟน ข้อดีของแท็ปเล็ตคือไม่กินพลังงานมากเท่ากับโน้ตบุ๊ค พกง่าย น้ำหนักเบากว่าโน้ตบุ๊คมาก สำหรับแท็ปเล็ตนั้น จะมีแอพพลิเคชั่นการเทรดฟอเร็กซ์ ในรูปแบบเดียวกับ สมาร์ทโฟน (หรือบางทีเป็นตัวเดียวกันเลย) ซึ่งสามารถทำให้ท่านเทรดฟอเร็กซ์ ที่ไหนเมื่อไหร่ก็ได้ตามต้องการ

5
ในการทำกำไรในตลาด Forex  นักเทรดควรรู้แนวรับเเนวต้าน เพื่อทำความรู้จักและศึกษา เพื่อจะได้เข้าทำกำไรได้ และววันี้เราก็ไม่พลาดที่จะมาแนะนำ วิธีเข้าทำกำไรในตลาด Forex ที่ไม่ควรพลาด จะเป็นยังไงไปดูกันเลย


กรอบราคาแนวโน้มขาขึ้น เป็นกรอบราคาที่กำลังอยู่ใน Uptrend (ของคู่เงิน หรือหุ้น ใดๆก็ตาม) ส่วนมากกราฟรูปแบบนี้ จะไม่ค่อยเปิด Sell เท่าไหร่นัก เนื่องจากนี่คือการสวนเทรนด์ ถ้าหากไม่แน่จริง มีสิทธิ์พลาดขาดทุนย่อยยับได้ ด้วยเหตุนั้นทางที่ดี ให้นักลงทุน เกาะเทรนด์เอาไว้แล้วเปิด Buy ตามเทรนด์ไปเรื่อยๆจะดีกว่า

สำหรับวิธีการเข้าทำกำไรในกรอบราคา แนวโน้มขาขึ้น ให้ทำการขีดเส้นแนวรับเอาไว้ แล้วเปิด Buy เมื่อกราฟราคาตกลงมาถึงเส้นแนวรับก็ให้เปิด Buy ในทันที ต่อจากนั้นเมื่อราคาเคลื่อนไปแตะเส้นแนวต้าน ก็รีบปิดออเดอร์โดยทันทีจ้า



กรอบราคาแนวโน้มขาลง เป็นกรอบราคาที่กำลังอยู่ใน Downtrend (ของคู่เงิน หรือหุ้น ใดๆก็ตาม) ส่วนใหญ่กราฟรูปแบบนี้ จะไม่ค่อยเปิด Buy เท่าไหร่นัก ด้วยเหตุว่านี่เป็นการสวนเทรนด์ ถ้าเกิดไม่แน่จริง มีสิทธิ์พลาดขาดทุนย่อยยับได้ เพราะฉะนั้นทางที่ดี ให้นักลงทุน เกาะเทรนด์เอาไว้แล้วเปิด Sell ตามเทรนด์ไปเรื่อยๆจะดีกว่า

แนวทางการเข้าทำกำไรให้ตีกรอบราคาแนวรับ แนวต้านเอาไว้ เปิด Sell เมื่อมีการเคลื่อนของกราฟราคาไปแตะที่แนวต้าน จากนั้นปิดออร์เดอร์ เมื่อกราฟราคาเคลื่อนมาแตะที่แนวรับ หรือจะเปิด Sell สะสมไว้ รอปิดออร์เดอร์ทีเดียวเมื่อกราฟราคา ทะลุแนวต้านขึ้นไปก็ได้



กรอบราคาเคลื่อนไปด้านข้างหรือตลาด Sideway ลักษณะกรอบราคานี้ โดยมากแล้วจะเหมือนกับสองแบบแรกค่ะ เป็นตีเส้นแนวรับแนวต้านเอาไว้ รวมทั้งจะทำการเปิดออร์เดอร์ เมื่อ กราฟราคา “แตะ” เส้นแนวรับ แนวต้านเพียงแค่นั้น (ดังเช่น ถ้าหากเปิด Buy กราฟก็ควรต้องแตะแนวรับ Sell เมื่อกราฟแตะแนวต้าน เท่านั้น”



6
สำหรับการมีรายได้นั้นต้องมีการเสียภาษีประจำปี หลายๆ คนคงจะสงสัยกันว่านักเทรด Forex ต้องเสียภาษีไหม  จะเป็นยังไงไปดูกันเลย
 
การลงทุนเทรด forex ส่วนใหญ่แล้วเป็นการใช้บริการกับโบรกเกอร์ที่มี IP address อยู่ในต่างประเทศ เนื่องจากการเทรดฟอเร็กซ์ที่ไทยนั้นยังนับได้ว่าเป็นเรื่องผิดกฎหมายก็เลยไม่อาจทำได้ภายในประเทศไทย แม้กระนั้น ภายหลังที่พวกเราได้กำไรจากการเทรดก็จำเป็นที่จะต้องถอนเงินจากต่างประเทศแล้วโอนเข้าบัญชีในประเทศไทยของเรา ซึ่งเมื่อการโอนเงินฝากบัญชีสำเร็จก็จัดว่าพวกเราเป็นผู้มีรายได้จากต่างประเทศ แล้วก็ตามหน้าที่ของคนประเทศไทยที่จะจำเป็นต้องทำในขั้นตอนต่อไปมันก็คือ จะต้องไปยื่นเสียภาษีเงินได้พึงประเมินประจำปี






เงินกำไรหรือเงินโบนัสที่ได้รับจากการเทรด forex กับโบรกเกอร์ในต่างประเทศนั้น จะถูกเก็บไว้ในบัญชีที่พวกเราได้เปิดกับโบรกเกอร์ประเทศนั้นๆรวมทั้งเมื่อโอนกลับมาไทยจะเข้าข่ายผู้มีเงินได้ที่เกิดภายนอกประเทศรวมทั้งจะต้องเสียภาษีในปีนั้นๆแม้กระนั้นสำหรับนักเทรดมืออาชีพส่วนใหญ่แล้วก็ไม่อยากที่จะต้องเสียเงินก้อนโตไปกลับการเสียภาษี ก็เลยมักจะถอนเงินกันปีละครั้งเท่านั้น

กล่าวคือ แม้คุณได้กำไรจากการเทรด forex เป็นเงิน 700,000 บาท ในปี 2019 แล้วไม่ได้ถอนหรือโอนกลับเข้าบัญชีในไทยเลยตลอดทั้งปี จากนั้นได้ไปถอนออกมาทีเดียวในวันที่ 1 มกราคม 2020 ด้วยวิธีนี้คุณก็ไม่จำเป็นต้องเสียภาษีเงินได้พึงประเมินประจำปี 2019 ซึ่งไม่ได้เป็นเรื่องที่ผิดกฎหมายแต่อย่างใด
แก้ไขข้อความ

7
ในทางเทคนิคการลงทุนล้วนแต่มีความเสี่ยง จะเสี่ยงมากเสี่ยงน้อยขึ้นอยู่กับการลงทุน ซึ่งถ้าหากเพื่อนๆ ได้ศึกษาดี จะช่วยทำให้ลดความเสี่ยงได้ดี ซึ่งวันนี้มาทำความรู้จัก  Risk on กับ Risk off ใน Forex จะเป็นยังไงไปดูกันเลย


:-*

สำหรับในการอ่านและติดตามความเสี่ยง risk on แล้วก็ risk off สามาถทำได้ด้วยการติดตามความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้น การเกิด risk on หรือความเสี่ยงต่ำ จะเกิดขึ้นเมื่อ พวกเราเห็นว่าตลาดหุ้นพุ่งตัวสูงขึ้นอย่างโดดเด่น ซึ่งถือว่าเป็นช่วงเวลาที่นักลงทุนมีความสุขกับการลงทุน ด้วยเหตุว่าเศรษฐกิจกำลังไปได้สวย นักเทรดมืออาชีพจะรีบทุ่มเงินทุนรวมทั้งเก็งกำใรสำหรับการลงทุนกับหุ้นที่ให้กำไรสูง ตลาดหุ้นจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นด้วยสกุลเงินอย่าง AUD และ NZD


เมื่อตลาดหุ้นพุ่งตัวลงจะเป็นสัญญาณให้นักเทรดรู้ว่าเกิด risk off หรือมีความเสี่ยงสูง นักลงทุนจะซื้อขายรวมทั้งลงทุนอย่างระมัดระวังและก็จำกัด เทรดเดอร์จะดึงเงินออกมาจากหุ้นและก็ขายสกุลเงินที่มีความเสี่ยงของตัวเองออกไป แล้วก็จะลงทุนซื้อ USD, YEN และก็ CHF ไว้เพื่อเก็งกำไรแทน สำหรับสถานการณ์ risk off จะเป็นสัญญาณ bearish หรือสัญญาณแง่ลบ ซึ่งการเคลื่อนไหวของราคามักจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว นักเทรดจำเป็นที่จะต้องรับมือให้ทัน ให้ทำการ stop loss และก็เปิดออร์เดอร์ให้ดี สำหรับสัญญาณ bullish นั้นมักจะถูกตีความว่าเป็นสัญญาณด้านบวกหรือสัญญาณที่ดีเสมอ


การมีความรู้เรื่องของ risk on กับ risk off ถือว่าเป็นข้อได้เปรียบของนักเทรด forex ทุกคน นอกจากนี้ยังเป็นประโยชน์ช่วยให้นักเทรดหลีกเลี่ยงการ overtrade ได้เป็นอย่างดี สัญญาณของหุ้นสามารถนำทิศทางสำหรับในการเทรดของเราได้ เพียงแต่เราต้องรู้จักอ่านและก็ตีความหมายของสิ่งเหล่านี้ให้เป็น รับรองว่าฝีมือสำหรับการเทรดของเราก็ไม่ได้เป็นสองรองใครอย่างน่นอน



8
สำหรับการเทรด Forex การลงทุนที่ใครๆ ก็คิดว่าได้เงินง่าย แต่ไม่รู้ว่าทุกๆ การลงทุนจะมีความเสี่ยง ซึ่งวันนี้มาดูสิ่งที่ต้องรู้ก่อนเทรด Forex สำหรับมือใหม่ก่อนจะหมดตัว เพื่อใช้ในการตัดสินใจ จะเป็นยังไงไปดูกันเลย





FOREX ไม่ใช่การพนันออนไลน์

FOREX เป็นตลาดที่พวกเราใช้เก็งกำไรจากการซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยนไม่ใช่การเล่นการพนันออนไลน์หรือการซื้อล๊อตเตอร์รี่ ด้วยเหตุนี้ไม่มีทางเป็นไปได้ที่คุณจะสามารถหาเงินได้เพียงช่วงข้ามคืน หรือเพียงแค่ไม่กี่วันนั่นเป็นความคิดที่ผิดมากๆนะคะ ถ้าหากคุณอยากได้เงินเร็ว รวยเร็ว ตลาด Forex อาจจะไม่เหมาะกับผู้ที่อยากรวยเร็ว



ความโลภนำพาสู่หายนะ

อีกหนึ่งปัจจัยที่จะนำพาไปสู่การล้มเหลวในการเทรด Forex คือความโลภที่พวกเราไม่สามารถควบคุมได้ ยิ่งเราอยากได้เงินมากขึ้นเท่าไหร่ พวกเรายิ่งมีโอกาสหมดตัวได้เร็วมากขึ้นเท่านั้น การเทรดเกินการวางแผนหรือเป้าหมายเนื่องจากการอยากได้มากจะทำให้พวกเราประมาทจนลืมคิดถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ ดังนั้นความโลภอาจทำให้คุณหมดเนื้อหมดตัวได้



อย่าเทรด Forex ถ้าอยากรวยเร็ว

การมีเป้าหมายรวยเร็วไม่เหมาะอย่างยิ่งในการเทรด Forex หากคุณมีหนี้ล้นพ้นตัว ร้อนเงิน และก็อยากหารายได้แบบได้รวดเร็วทันใจ ก็จำเป็นต้องแนะนำว่าตลาด Forex ไม่เหมาะกับคุณค่ะ ยิ่งหากเงินลงทุนเป็นเงินร้อนที่มาจากการกู้ยืมมาด้วยยิ่งไม่ควรทำ เพราะเหตุว่าตลาด Forex จะต้องอาศัยประสบการณ์และก็ความรู้ รวมทั้งถือว่าเป็นการสร้างรายได้ที่ต้องใช้เวลา เหมาะกับการทำเพื่อหารายได้เก็บหรือเป็นเงินสำรองในอนาคต



หวังรวยเร็ว สุดท้ายหมดตัว

มีนักเทรดเดอร์หลายคนที่เล่าประสบการณ์การเทรดว่า เมื่อเขาเริ่มได้กำไรในทุกวันวันละเล็กๆน้อยๆเค้าเริ่มเกิดความโลภและก็เห็นลู่ทางนำไปสู่การร่ำรวยแบบรวดเร็วเขาได้เพิ่มเงินลงทุนมากขึ้น มากขึ้น เรื่อยๆเมื่อถึงจุดเหวี่ยงของตลาด เขาเริ่มขาดทุน ขาดทุนบ่อยขึ้น และเมื่อดารขาดทุนเพิ่มขึ้นเรื่อยทำให้เค้าเกิดความกดดันและก็เครียด ทำให้เค้าเทรดแบบไม่มีแบบแผน สุดท้ายเค้าต้องพบจุดจบด้วยการล้างพอร์ต แล้วก็ตัวอย่างอื่นอีกมากมายที่ทำให้พวกเราทราบว่าการรอและค่อยๆสะสมทีละเล็กทีละน้อย ไม่ลงทุนเงินที่สูงเกินไป เนื่องจากว่าเมื่อขาดทุนพวกเราอาจหมดตัวได้

9
ในปัจจุบัน สถานการณ์โควิด 19 เริ่มคลี่คลาย เศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว ทำให้หลายๆ คนเริ่มหันมาลงทุน เพื่อทำกำไร และวันนี้มีวิธีการนับ Pip  ที่นักเทรด Forex มือใหม่   จะเป็นยังไงไปดูกันเลย



Pip ย่อมาจากคำว่า Price Interest Pointเป็นหน่วยการเลื่อนที่ของราคา



ยกตัวอย่าง การนับค่า Pip


คู่เงิน EURUSD มีอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 1.20000 เปลี่ยนเป็น 1.20100 = 100 Pip

ถ้าหากพวกเราเทรด BUY คู่เงิน EURUSD ที่ราคา 1.20000 เมื่อราคาเปลี่ยนไปที่ 1.20100 แล้วปิดออเดอร์ นั้นแสดงว่าพวกเราได้กำไร 100 Pip ถ้าหากอยากรู้ว่า 100 Pip คิดเป็นจำนวนเงินเท่าไหร่ คำนวณได้จากมูลค่าของ pip (pip value)



สูตรคำนวณหาค่า Pip Value


Pip Value= (Lot size x จำนวนทศนิยม) / อัตราแลกเปลี่ยน

ตัวอย่าง คู่เงิน EURUSD = 1.20000



แทนค่า


Lot size = 100,000 (เป็นค่ามาตรฐาน ในตอนเทรด)

จำนวนทศนิยม = 0.00001

อัตราแลกเปลี่ยน = 1.2000

Pip Value = (100,000 x 0.00001) / 1.20000

Pip Value = 0.83



สรุป ถ้าหากพวกเราเทรดได้กำไร 100 pips = 83 $ นั้นเอง




10
ในการลงทุนทุกคนก็ต้องหวังอยากได้กำไรกันทั้งนั้น ซึ่งการได้กำไรเป็นการประสบความสำเร็จของนักลงทุน เทรดเดอร์ และวันนี้ก็ไม่พลาดที่จะมาดูปัจจัยที่ทำให้ประสบความสำเร็จในการเทรด Forex จะมีอะไรบ้างไปดูกันเลย


1. คุณจะต้องมีความมุ่งมั่นมากพอ

เชื่อไหมว่านักเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่ มีความมุ่งมั่นและก็ตั้งอกตั้งใจมาก โดยเค้ามีความคาดหวังที่จะประสบความสำเร็จ รวมทั้งมีความตั้งใจแน่วแน่สำหรับในการเทรด โดยมีการวางแผนเป้าหมายอย่างเด่นชัด ในขณะที่เทรด Forex เค้าจะพยายามตั้งกำไรตามแผนที่เค้าวางไว้ เชื่อเถอะค่ะว่าความตั้งใจของคุณจะเป็นแรกผลักดันให้คุณรวยจากการเทรด Forex ได้


2. ควบคุมอารมณ์ของคุณ

อีกหนึ่งปัจจัยที่คุณควรจะคำนึง เป็นการยับยั้งชั่งใจ การควบคุมอารมณ์ตนเอง การมีสติจะช่วยทำให้คุณประสบผลสำเร็จได้ มีนักเทรดเดอร์หลายคนต้องผิดหวังหรือขาดทุนจากการเทรดForexด้วยเหตุว่าการขาดสติหรือไม่สามารถควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ ในขณะที่คุณใจร้อนในขณะเทรดForexคุณจะขาดทุนมากกว่ากำไร ดังนั้นการประสบความสำเร็จจากการเทรดForexได้นั้นคุณต้องฝึกลองคสบคุมอารมณ์ของคุณเองรวมทั้งพยายามฝึกฝนให้เป็นไปตามเป้าหมายที่คุณวางไว้


3. การฝึกฝนและทักษะ
การเพิ่มพูนความรู้เป็นสิ่งสำคัญสำหรับการเทรด Forex แต่มีนักเทรดเดอร์หลายๆคนแชร์ประสบการณ์ว่าการฝึกฝนอ่านกราฟ ฝึกฝนเทรดด้วยการการอินดิเคเตอร์ เป็นการเพิ่มทักษะให้ท่าน โดยทักษะนี้จะนำพาคุณไแสู้เป้าหมายที่คุณวางไว้ได้ การฝึกเทรดบ่อยๆจัช่วยเพิ่มพูนประสบการณ์รวมทั้งทำให้ท่านเก่งขึ้น เข้าใจตลาดมากขึ้น และสุดท้ายคุณจะกลายเป็นนักเทรดเดอร์ที่รวยและประสบความสำเร็จในอนาคต ถ้าหากวันนี้คุณฝึกฝนไม่หยุด ใกฝนจนกลายเป็นความชำนาญ ความร่ำรวยจะรออยู่ตรงหน้าคุณ


4. ความมุ่งมั่นพิสูจน์ด้วยเวลา

หลายคนมักมีความตั้งใจที่จะเทรด Forex แต่ก็ชอบท้อง่ายๆเพราะว่าในช่วงแรกอาจจะเป็นช่วงเวลาที่คุณต้องมีความอดทน เพราะว่าในระยะแรกๆคุณอาจจะได้กำไรเล็กน้อย แต่เชื่อไหมว่าถ้าหากคุณเริ่มมีความมุ่งมั่นแน่วแน่ อดทนไม่ท้อถอย พยายามฝึกฝนอยู่เสมอ เวลาจะพิสูจน์ให้คุณเห็นถึงความตั้งใจของคุณตลอดมา มีนักเทรดเดอร์หลายคนที่บอกเทคนิคการประสบความสำเร็จว่า การตั้งใจในทุกๆวันจะนำพาความรวยมาหาคุณ เพียงคุณไม่ท้อแท้และสู้ วันหนึ่งคุณจะประสบความสำเร็จได้



11
สำหรับการเริ่มเทรด Forex ต้องทำการบ้านและศึกษาข้อมูลมากมาย เพื่อจะทำกำไร ไม่ให้ขาดทุน ซึ่งววันนี้มาทำความรู้จัก ระบบการเทรด Forex เบื้องต้น  สำหรับมือใหม่  จะเป็นยังไงไปดูกันเลย


หากเทรดแบบสั้นๆพวกเราเรียกว่า Scalping ถ้ายาวขึ้นมาหน่วย แต่ว่ายังอยู่ภายในวันเรียกว่า Day Trading นอกยาวกว่าเป็น Swing หรือ Position Trading อย่างไรก็ตาม นั้นเป็นภาพกว้างๆของกลยุทธิ์

แต่ว่าการเทรดจริงๆจะมีจุดซื้อจุดซื้อขาย ตัวอย่างข้างล่างเป็นระบบแบบ Breakout ซึ่งจะมีการกำหนดเงื่อนไขว่า ราคาต้องทะลุไปจำนวนหนึ่งถือว่าจะซื้อขายได้ มีเงื่อนไขการกำหนด Stop Loss หรือ Take Profit ดังนั้น จะเห็นว่ากลยุทธิ์แบบ Scalping อาจเป็นส่วนหนึ่งของระบบเทรดแบบ Breakout ก็ได้ ไปดูรายละเอียดด้านล่างได้เลย

วิธีเล่น Forex ด้วยระบบ Breakout

กลยุทธ์ระยะยาวนี้ใช้เวลาว่างเป็นเครื่องมือทางการตลาด ตลาดบางครั้งสลับระหว่างการสนับสนุนและก็กลุ่มต่อต้าน สิ่งนี้เรียกว่าการรวม อุบัติเหตุเมื่อตลาดเคลื่อนไปสู่ระดับสูงหรือต่ำใหม่เกินขอบเขตของการรวมกลุ่ม เมื่อเทรนด์ใหม่พัฒนาขึ้นอุบัติเหตุจะต้องเกิดขึ้นก่อน ดังนั้นการเกษียณอายุจึงเป็นสัญญาณของการเริ่มต้นเทรนด์ใหม่ แต่ว่าปัญหาก็คือการที่กระแสไฟฟ้าขัดข้องไม่ทั้งหมดนำไปสู่แนวโน้มใหม่ การใช้ stop loss สามารถช่วยคุณหลีกเลี่ยงการสูญเสียเงิน



12
การลงทุนย่อมมีความเสี่ยง ยิ่งถ้าหากลงทุนโดยไม่ศึกษายิ่งเสี่ยงขาดทุนมาก ซึ่งการจะเป็นเทรดเดอร์ที่ทำกำไร สิ่งหนึ่งที่ต้องติดตามคือข่าวสารเศรษฐกิจ  และวันนี้มาดูข่าวที่มีผลกับตลาด Forex มีอะไรบ้าง ไปดูกันเลย


ข่าวอัตราการว่างงาน : อัตราการไม่มีงานทำหมายถึงความแข็งแรงของภาคเศรษฐกิจ การจ้างงานที่สูงหมายถึงเศรษฐกิจอยู่ในสภาวะที่มีดี แต่ถ้าหากว่ามีอัตราการตกงานสูง (หมายถึงคนตกงานเยอะ) ย่อมหมายถึงภาวะที่ไม่ค่อยดีนักของเศรษฐกิจในประเทศนั้นๆซึ่งแน่นอนว่าภาวะเศรษฐกิจย่อมส่งผลโดยตรงต่อคู่เงินด้วย คู่เงินที่ประเทศมีเศรษฐกิจไม่ดีนัก (หรือซบเซา) ย่อมทำให้กราฟราคาขยับขึ้นลงได้


ข่าวเกี่ยวกับเงินเฟ้อ : เงินเฟ้อนั้นส่งผลโดยตรงต่อค่าเงิน ทำให้ค่าเงินมีมูลค่าต่ำลง และก็กระทบไปยังอัตราแลกเปลี่ยนด้วย ข้อมลส่วนนี้เรียกว่าค่า CPI ซึ่งเมื่อมีการประกาศอัตราเงินเฟ้อออกมาในแต่ละปี ย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อประเทศเจ้าของสกุลเงินนั้นๆทำให้กราฟราคาคู่เงินนั้นขึ้นหรือลงไปด้วยเช่นกัน


ข้อมูลเกี่ยวกับ GDP : หรือดัชนีมวลรวมภายในประเทศ เป็นอีกหนึ่งข้อมูลที่มีผลกระทบกับกราฟราคา คู่เงินในตลาด Forex และไบนารี่ ออฟชั่น เอาง่ายๆคือเมื่อประกาศออกมาแล้ว GDP ดี กราฟราคาก็จะพุ่งขึ้น แต่ถ้าหาก GDP ไม่ดี กราฟก็จะพุ่งลงนั่นเอง


ข่าวการประชุม Federal Open Market Committee : เป็นข่าวการประชุมของคณะกรรมการตลาดกลางของอเมริกา โดยผลพวงจะขึ้นกับข่าวหรือเนื้อหาในการประชุมเป็นหลัก ถ้าหากข่าวดี กราฟก็พุ่งขึ้น ข่าวไม่ค่อยดีแผนภูมิก็พุ่งลง


ข้อมูลเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ : มักเป็นข้อมูลที่ส่งผลกระทบต่อคู่เงินที่ตับคู่กับดอลลาร์สหรัฐเสมอ เป็นข้อมูลที่นักลงทุนมักจับตามอง เพื่อหาจังหวะเข้าเทรด เนื่องจากเมื่อมีการประกาศออกมากราฟราคาจะเกิดความผันผวนอย่างมากนั่นเอง


                     

13
การจะเป็นเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จนั้น จะต้องมีเวลาศึกษาหาข้อมูล เพื่อเตรียมตัวกับการลงทุน เพื่อจะทำกำไรได้ตามเป้าที่ตั้งไว้ วันนี้มีเทคนิค การเทรด Forex ตามเทรนด์ (Trend Trading) จะเป็นยังไงไปดูกัน


การเทรด Forex ตามเทรนด์ (Trend Trading) เป็นยังไง

ก่อนคุณจะเริ่มเปิดออเดอร์ซื้อขาย หรือเทรด Forex คุณจะเห็นกราฟแสดงราคาขึ้นลงของคู่สกุลเงินที่คุณเลือกมีแนวโน้มเป็นไปตามความผันผวนที่เกิดขึ้น การเทรด Forex แบบตามเทรนด์ เป็นการเทรดในตลาดที่มีแนวโน้มชัดเจน ไม่ว่าจะเป็น ตลาดขาขึ้น (Up Trend) รวมทั้ง ตลาดขาลง (Down Trend) เมื่อวิเคราะห์กราฟแล้วว่าตลาดเป็นไปในทิศทางไหน ให้พวกเราทำการเปิดออเดอร์ซื้อขายไปในทิศทางเดียวของตลาด

*** ตลาดขาขึ้นให้เทรดตามราคาที่สูงขึ้น

*** ตลาดขาลงให้เทรดตามราคาที่ลดลง

โดยที่พวกเราคาดการณ์ไว้แล้วว่าถ้าหากราคามาในทิศทางนี้เรื่อยๆจนถึงจุดที่ตั้งเพื่อกำไร (Take Profit) เราก็จะได้กำไรนั่นเอง ซึ่งไม่ว่าแนวโน้มตลาดจะเป็นขาขึ้นหรือขาลง คุณก็สามารถทำกำไรได้เช่นกัน

เทคนิคการเทรด Forex แบบตามเทรนด์

อ่านกราฟให้แม่นยำ
การวิเคราะห์กราฟว่าไปตลาดเป็นไปในทิศทางไหน ไม่ใช่เรื่องยากเลย คุณสามารถสังเกตได้จากแพทเทิร์นของแต่ละเทรนด์ แม้กระนั้นที่แน่ๆเราต้องอ่านกราฟได้แม่นยำ ว่าเป็นไปในทิศทางที่คุณคาดการณ์หรือไม่ ทักษะการอ่านกราฟจึงเป็นสิ่งที่เคล็ดลับสำคัญในการเทรดแบบนี้

ใช้เส้นเทรนด์ไลน์ให้เป็นประโยชน์
เส้นเทรนด์ไลน์ (Draw trend line) เป็นเครื่องมือที่อยู่ในแถบเครื่องมือเป็นขีดเอียงๆมีประโยชน์มากสำหรับเพื่อการลากเส้น ไม่ว่าจะมีลักษณะเป็นเส้นเทรนด์ไลน์ขาขึ้น หรือว่าขาลง แนะนำว่าให้ลากเส้นเทรนด์ไลน์อย่างน้อยๆ2 จุด เพื่อให้เราสามารถทำกำไรได้ตามเทรนด์ที่อาจเพิ่มมากขึ้น

เคล็ดลับการเทรด Forex ตามเทรนด์ที่กล่าวมาข้างต้น หากคุณนำไปฝึกฝนอย่างชำนาญรับรองได้เลยว่า เมื่อคุณต้องการเทรด Forex แบบตามเทรนด์ให้ได้กำไรจะไม่ใช่เรื่องยากของคุณอีกต่อไป ครั้งหน้าพวกเราจะมาพูดถึงการเทรด Forex แบบสวนเทรนด์กันบ้าง เพื่อที่คุณจะได้ใช้กลยุทธ์ของเทรดเดอร์ Forex ระยะกลางได้อย่างสมบูรณ์แบบ


                               

14
การลงทุนมีหลายแบบ ในสถานการณ์บ้านเมืองและสถานการณ์โลกแบบนี้ ทุกคนย่อมรู้่าเงินหายากขึ้น การจะลงอะไรก็ย่ิมมีความเสี่ยงทั้งนั้น สำหรับคนที่จะลงทุนเทรด Forex ก็ต้องศึกษาวิธ๊กลยุทธ์ ไม่เช่นนั้นจากที่จะทำกำไรจะทำให้ขาดทุนได้ง่าย  วันนี้มารู้จักการเทรด Forex แบบสวนเทรนด์ จะเป็นยังไงไปดูกันเลย


                                 


การเทรดแบบสวนเทรนด์ (Counter-Trend Trading) เป็นการเทรด Forex ในทิศทางที่ตรงกันข้ามกับแนวโน้มของตลาด หรือกราฟราคา โดยมีเส้นเทรนด์ไลน์ (Trend Line) เป็นตัวบอกทิศทาง เช่น เส้นเทรนด์ไลน์บอกว่าตลาดทิศทางขาลง แล้วพวกเราเลือกเปิดออเดอร์ซื้อ (Buy) หรือ เส้นเทรนด์ไลน์บอกว่าตลาดขาขึ้น พวกเราเปิดออเดอร์ขาย (Sell) เป็นต้น ซึ่งการเทรด Forex แบบสวนเทรนด์ เป็นการเทรดที่มีความเสี่ยงสูงมาก แล้วก็สามารถทำกำไรได้มากเช่นกัน จึงเหมาะสำหรับเทรดเดอร์ที่ชื่นชอบการเทรดระยะสั้น

เทรด Forex แบบสวนเทรนด์ และก็แบบตามเทรนด์ แตกต่างกันยังไง

การเทรดแบบตามเทรนด์ (Trend Trading) เป็นการเทรด Forex ในทิศทางเดียวกันกับแนวโน้มของตลาด ไม่ว่าจะเป็นตลาดขาขึ้นหรือตลาดขาลง ส่วนการเทรดแบบสวนเทรนด์ จะเลือกเทรดในทิศทางที่ตรงกันข้ามกับตลาด โดยความยากของการเทรดแบบสวนเทรด มีมากกว่าการเทรดแบบตามเทรนด์ ด้วยเหตุผลดังกล่าวคนที่ต้องการเทรดแบบสวนเทรด ต้องอาศัย Indicator มาช่วยในการวิเคราะห์มากยิ่งขึ้น

เคล็ดลับการเทรด Forex แบบสวนเทรนด์

การเทรด Forex แบบสวนเทรนด์แบบให้ได้ผลลัพธ์อย่างดีที่สุดถึง 100% จำเป็นต้องเลือกใช้ Indicator ที่ชื่อว่า Bollinger Band มาประกอบสำหรับในการเทรด โดยมีเคล็ดลับ คือ ให้พวกเรารอสัญญาณกราฟแท่งเทียนทะลุ Upper Band หรือ Lower Band ประมาณ 90% ของตัวแท่งเสียก่อน จากนั้นพวกเราก็รอกราฟย่อตัวลงมาหนึ่งครั้ง แล้วจึงเปิดออเดอร์ Buy หรือ Sell ทันที นอกจากนี้ คุณอาจจะเลือกจับเอา RSI มาดูประกอบว่าแท่งเทียนนั้น ขึ้นเข้าใกล้จุดที่จะย่อตัวแล้วหรือยัง

15
การลงทุนมีความเสี่ยง นอกจากต้องพึ่งดวงแล้ว สิ่งสำคัญต้องมีความรู้ และต้องศึกษาแนวทางการเทรด ซึ่งวันนี้มีแนวทางการเทรด  Forex แบบมืออาชีพ มาฝาก จะเป็นยังไงไปดูกันเลย


                             



- พัฒนาและปรับปรุงแผนการเทรดของคุณเสมอ เพราะต้องบอกว่าไม่มีแผนกการเทรดไหน ที่จะใช้งานได้ผลตลอด มันอาจใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะแรก ต่อมามันอาจไม่มีประสิทธิภาพเลยก็เป็นได้ ดังนั้นตามตลาดให้ทัน อย่ายึดติดกับแผนใดแผนหนึ่งมากเกินไป


- พยายามตัดขาดทุนด้วยการตั้ง cut loss ไว้เสมอ ถ้าเป็นไบนารี่ ออฟชั่น ก็คือการขายเทรดทิ้งไป ถ้าหากมองว่าขาดทุนแน่นอน


- หลีกเลี่ยงความเสี่ยงเกินกว่า 2% ของเงินลงทุนทั้งหมดที่มี ได้แก่ ถ้าหากคุณมีเงินทุน 10,000 บาท ควรจะรับความเสี่ยงในการเทรดได้ครั้งละ 200 เป็นต้น (ดังนั้นคุณต้องหาวิธีการเทรดที่เข้ามาช่วยเพิ่มโอกาสในการทำกำไร)


- อย่าเอาอารมณ์ของคุณเข้ามาปะปนสำหรับในการเทรด Forex หรือไบนารี่ ออฟชั่น เพราะเมื่อไหร่ก็ตาม ที่อารมณ์เข้ามาเกี่ยวข้อง มักทำให้คุณออกนอกแผนการเทรดเสมอ (มองข้ามความเสี่ยง)


- หลีกเลี่ยงการเทรดเพื่อชดเชยความสูญเสีย เช่น การเทรดแบบทบเงินลงทุน เพื่อกู้คืนส่วนที่คุณเสียไป เพราะความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นในทันที เมื่อเกิดความสูญเสียสิ่งที่คุณควรจะทำคือปรับกระบวนการเทรดใหม่


- เลือกเวลาในการเทรดที่เหมาะสม สำหรับคุณมากที่สุด อย่ากดดันตนเองเรื่องเวลาการเทรดว่าจะต้องเวลานั้น เวลานี้ (แต่ก็ไม่ควรปล่อยเทรดตามใจไปเรื่อยเปื่อยเช่นกัน)


- อย่ากลัวความสูญเสียที่จะเกิดขึ้น มืออาชีพทุกคนเคยเจอสิ่งเหล่านี้มาก่อนแล้ว รวมทั้งคุณก็ต้องเจอด้วย หากต้องการเป็นมืออาชีพเรื่องการเทรด Forex และก็ไบนารี่ ออฟชั่น


- ขยายพอร์ตทุกครั้ง ที่มีโอกาส โดยใช้กำไรต่อยอดไปเรื่อยๆไม่ให้ต้องกระทบกับเงินทุนหลักของคุณ

หน้า: [1] 2 3
SMF 2.0.15 | SMF © 2011, Simple Machines