แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - rannie2020

หน้า: [1] 2 3 ... 5
1
ในช่วงโควิดระลอกใหม่ ทำให้หลายคนกังวลใจเนื่องจากการระบาด ทำให้เพื่อนๆ หันมาทำงาน work form home เพื่ออยู่บ้าน และเพื่อการหารายได้เสริม บางคนเลือกเทรด Forex กันละวันนี้มาดูว่าการเทรด Forex คืออะไร  ไปดูกันเลย


ฟอเร็กซ์ (Forex) เป็นตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศและถือเป็นตลาดการเงินที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีปริมาณการซื้อขาย $5.3 ล้านล้านต่อวัน การเทรดฟอเร็กซ์คือการซื้อและขายสกุลเงินบนตลาด Forex โดยมีเป้าหมายในการทำกำไรจากส่วนต่างของราคา ด้วยเหตุนั้นจึงทำให้มีบุคคลและธุรกิจที่ทำการแปลงค่าเงินจากสกุลเงินหนึ่งเป็นอีกสกุลเงินหนึ่ง


ในขณะที่สินค้าโภคภัณฑ์และก็หุ้นมีตลาดซื้อขายส่วนกลางที่ให้ผู้ซื้อและก็ผู้ขายได้พบกันเพื่อทำการซื้อขาย แม้กระนั้นการเทรดสกุลเงินจะเกิดขึ้นบนเครือข่ายของแบงค์ ดีลเลอร์ และก็โบรกเกอร์ทั่วทั้งโลก ด้วยเหตุนี้มันก็เลยผิดจำกัดอยู่ในขณะของตลาดแห่งไหนแห่งหนึ่ง เวลาก็เลยมีความยืดหยุ่นมากยิ่งกว่ารวมทั้งให้เทรดเดอร์ Forex สามารถทำเทรดได้ตลอด 1 วันต่อวัน 5 วันต่ออาทิตย์


เวลาไม่ใช่เพียงแต่อย่างเดียวที่ยั่วยวนใจให้เทรดเดอร์ก้าวเข้ามาสู่โลกของ Forex แต่ว่ายังเป็นด้วยเหตุว่าปริมาณการเทรดของสกุลเงินแล้วก็ปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาของสกุลเงินได้ทำให้ตลาดการคลังที่นี้มีความผันผวนและก็เทรดเดอร์สามารถทำกำไรได้ ราคาของสกุลเงินได้รับผลกระทบจากปัจจัยหลายอย่าง เช่น อัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารกลางของประเทศเป็นผู้กำหนด ข้อมูลทางเศรษฐกิจ นโยบายของรัฐบาล และอุปสงค์ของการส่งออก



2
เพื่อนๆ หลายคนอยากมีรายได้เป็นแบบ Passive Income เพราะจะได้ทำงานที่ชอบ แถมยังได้เงินใช้ ซึ่งรายได้จาก Passive Income นั้นก็ไม่ยาก ถ้าหากเราศึกษาให้ดี และมีความมั่นใจ และวันนี้มาดูเคล็ดลับการสร้างรายได้จาก Forex ให้เป็น Passive Income ฉบับอัพเดต 2021 จะเป็นยังไงไปดูกันเลย



– เลือกว่าต้องการเทรด Forex แบบไหน เพราะรูปแบบการลงทุนกับ Forex นั้นมีหลายอย่าง ยกตัวอย่างเช่นจะเข้าไปเทรดเองเป็นเทรดเดอร์ , การให้บริการด้านข้อมูลเพื่อกิน Affiliate จากโบรกเกอร์ ,การเป็นโบรกเกอร์เอง หรือแม้แต่การให้บริการด้านอินดิเคเตอร์ รวมทั้งสัญญาณการซื้อขายต่างๆคือ ตลาด Forex มันใหญ่มากเกินกว่าการมีเพียงแค่เทรดเดอร์


– เตรียมเงินให้พร้อม เนื่องจากขึ้นชื่อว่าการลงทุน ย่อมหนีไม่พ้นต้องใช้เงิน ซึ่งการลงทุใน Forex นั้นไม่มีกำหนดตายตัว ว่าต้องลงทุนเท่าไหร่ แต่แนะนำว่าไม่ควรเกิน 30% ของรายได้ทั้งหมด และก็หากเป็นเงินเก็บ ประเภทเงินเย็นแล้วด้วยก็ยิ่งดี เพราะจะได้ไม่ต้องเดือดร้อน ในการเอาเงินจากชีวิตประจำวันมาใช้ลงทุน


– เลือกว่าที่จริงแล้ว คุณต้องการรายได้แบบไหน Active Income หรือ Passive Income อย่างที่บอกไปในข้อแรกว่าการหารายได้จาก Forex ทำได้หลายทาง เช่น ถ้าชอบแนว Active ก็เป็นเทรดเดอร์ไปเลย แต่ถ้าเน้นว่าขอเป็นแนว Passive ก็อาจจะต้องผันตัวไปทำการให้บริการด้านข้อมูล , การเป็นโบรกเกอร์ หรือการทำ Affiliate แทน ซึ่งรายได้ก็ถือว่าดีไม่น้อยนะ แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าหากเป็นไปได้ ก็ควรเลือกทั้งสองทางเลยดีกว่า เพราะไม่มีกฏข้อไหนพูดว่า คุณห้ามหารายได้ Active Income ควบคู่ไปกับ Passive Income นี่นา


– สำหรับเทรดเดอร์ ให้ค้นหาสไตล์ของคุณให้เจอค่ะ ซึ่งบางครั้งอาจจะเลือกจากแนวทางการเทรดจากแผนการต่างๆก็ได้ เพราะเหตุว่าการค้นหาสไตล์การเทรดของตนเองให้เจอ (หรือสร้างขึ้นมาเอง) ก็ย่อมจะทำให้คุณเทรดได้ง่ายขึ้นมาก




3
ในปัจจุบัน เทรนด์กระแสสกุลเงินดิจิทัลเริ่มมาแรงมาก ซึ่งคนส่วนใหญ่เริ่มมองหาการลงทุนที่ได้ผลกำไรสูง และวันนี้เรามาดูว่าตลาด Forex และตลาด Cryptocurrency มีความเกี่ยวข้องกันหรือแตกต่างกันอย่างไร ไปดูกันเลยจ้า

แม้ว่าตลาด Forex และตลาด Cryptocurrency จะเป็นตลาดสำหรับเทรดสกุลเงินที่สามารถทำธุรกรรมต่าง ๆ ผ่านอินเตอร์เน็ตได้เหมือนกัน แต่ทั้งสองตลาดไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกันและต่างมีความโดดเด่นที่แตกต่างกัน ดังนี้


ซึ่งตลาดทั้งสองยังคงมีความผันผวนอยู่ตลอดเวลา โดยสกุลเงินต่างประเทศจำนวนมากของตลาด Forex มีความผันผวนประมาณ 0.5 - 1% ในขณะที่เหรียญอันโด่งดังของตลาด Cryptocurrency อย่าง Bitcoin มีความผันผวนราว ๆ 5 - 15% ความแตกต่างนี้ส่งผลให้แต่ละตลาดดึงดูดนักลงทุนหลากหลายประเภทเข้ามาได้


มีค่าอุปทาน หรือ ปริมาณความต้องการเสนอขายของตลาด Forex mujมีอยู่ไม่จำกัด เพราะตลาดนี้เป็นตลาดซื้อขายที่มีอยู่ทั่วโลก และปริมาณธนบัตรที่ใช้ในการเทรดก็มีอยู่ทุกที่และเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ต่างจากตลาด Cryptocurrency ที่จำนวนเหรียญดิจิทัลสำหรับการเทรดถูกสร้างมาอย่างจำกัด ทำให้ค่าของเหรียญและความต้องเป็นเจ้าของเหรียญเพิ่มขึ้น


สำหรับสกุลเงินในตลาด Forex ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลส่วนกลางที่เป็นเจ้าของสกุลเงินประเทศนั้นๆ(แต่การเล่นเหล่านี้เป็นเพียงแค่การเก็งกำไรค่าเงิน ไม่ได้ถือว่าเป็นการถือเงินต่างสกุลแต่อย่างใด)

และในขณะเดียวกันตลาด Cryptocurrency เป็นตลาดแบบกระจายอำนาจ หมายความว่า ไม่มีหน่วยงานใดหรือบุคคลใดที่กำหนดทิศทางของตลาดได้และนักลงทุนก็มีสิทธิในกระเป๋าเงิน โดยปราศจากผู้ตรวจสอบเพราะตลาด Cryptocurrency ใช้กระบวนการตรวจสอบแบบ Peer-to-peer (การแลกเปลี่ยนกันโดยตรง)



4
ในชีวิตจริง การตั้งเป้าหมายสำคัญอย่างมาก ซึ่งโดยเฉพาะการลงทุน การตั้งเป้าหมายจะทำให้เรารู้ว่าเราต้องการอะไร และวันนี้มาดูวิธีการกำหนดเป้าหมายในการเทรด Forex ให้ประสบความสำเร็จ  จะเป็นยังไงไปดูกันเลย
 

การกำหนดเป้าหมายจะทำให้รู้ว่าเราต้องการอะไร เมื่อรู้สิ่งที่ต้องการแล้ว คุณต้องอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริง อ้างอิงตามความเป็นจริง และวางเป้าหมายเชิงปริมาณ ยกตัวอย่างเช่น ผลตอบแทนต่อปี 20%, ทำกำไร 5,000 USD , ได้รับ 100 pip ต่อเดือนหรือบางอย่างที่คล้ายกัน ไม่ว่าคุณจะตัดสินใจอย่างไร เป้าหมายของคุณต้องวัดผลได้ง่าย อีกสิ่งที่สำคัญคือการกำหนดเป้าหมายที่สามารถบรรลุได้บนกรอบเวลาระยะยาว แนะนำให้กำหนดเป้าหมายประจำปีแทนเป้าหมายประจำเดือน
เมื่อคุณกำหนดเป้าหมายการเทรดหลักประจำปีแล้ว ตอนนี้ถึงเวลาที่จะเริ่มเรียนรู้วิธีการเพื่อทำให้สำเร็จ วิธีที่ดีที่สุดคือมองหาว่ามีทรัพยากรใดบ้างสำหรับคุณ สิ่งนี้รวมถึงปริมาณของเงินฝากและเวลาที่คุณต้องการใช้ในการเทรด เมื่อคุณมีมุมมองที่ชัดเจนมากขึ้น ให้ทำตามขั้นตอนต่อไป
เมื่อรู้แล้วว่าคุณต้องการอะไรและจะลงทุนอะไรบ้างก็ได้เวลาวางแผน การวางแผนนี้ควรรวมถึงคู่สกุลเงินที่จะทำการเทรดและปริมาณเทรดที่คุณต้องการ สิ่งนี้เป็นเรื่องยากหากไม่มีกลยุทธ์ที่เหมาะสม ดังนั้นคุณต้องวางแผนล่วงหน้า และทำตามขั้นตอนต่อไป
 



วิธีเป็นนักเทรดที่ประสบความสำเร็จใน Forex


1. กำหนด  stop-loss สำหรับทุกการเทรด ไม่เช่นนั้นคุณจะไม่สามารถหลีกเลี่ยงความล้มเหลว
2. พัฒนาแผนการเทรดและทำตามที่วางแผน
3. อย่าเสี่ยงมากกว่า 2% ของเงินที่เหลือในบัญชีต่อการเทรดครั้งเดียว
4. อย่าเทรดด้วยอารมณ์ แยกอารมณ์ของคุณจากการเทรด
5. อย่าเทรดเพื่อชดเชยสิ่งที่สูญเสีย
6. เทรดเมื่อคุณรู้สึกว่าใช่และมั่นใจ
7. อย่ากลัวที่จะสูญเสีย เพราะนักเทรดทุกคนย่อมต้องเจอ

5
ในการลงทุน ไม่ว่าจะลงทุนอะไรจะต้องศึกษาให้ดีก่อนการลงทุน พร้อมทั้งต้องประเมินความเสี่ยงว่าเราสามารถรับความเสี่ยงได้แค่ไหน และวันนี้มาดูความเสี่ยงของการเทรด Forex  จะเป็นยังไงไปดูกันเลย



ความเสี่ยงของราคาเคลื่อนไหวผิดจากที่คาด ดังนั้นความเสี่ยงในตลาด Forex เราจึงพูดอยู่ 2 อย่างได้แก่


ความเสี่ยงจากพอร์ทลงทุน คือ การคาดการว่า พอร์ทของเราผลตอบแทนน่าจะอยู่ประมาณ 20 % ต่อปี ขณะที่ Drawdown เท่ากับ 10 % ต่อปี เพราะถ้าหากเราเสี่ยง 20 และได้ 10 มันคือ Risk Reward ที่เกิดขึ้น เพราะถ้ามันมากกว่านี้แสดงว่าระบบที่ใช้อยู่ผิดปกติ และความเสี่ยงกับผลตอบแทนควรจะอยู่ใกล้ๆ กัน แต่การที่เราคาดว่า Drawdown 10 % ต่อปี พอเทรดจริง ๆ ออกมาเรามี Drawdown ที่ 15 % ต่อปี นั่นคือ เราเสี่ยง 5 % ต่อปี นั่นคือสิ่งที่ความผันผวนที่หลุดออกจากการคิดของเรา 


ความเสี่ยงของการล้างพอร์ท คือ ความเสี่ยงที่ไม่มีใครอยากเจอ แต่มีใครบ้างที่ก่อนจะเข้ามาเทรดแล้วบอกตัวเองว่า “มีโอกาสล้างพอร์ทเว้ย” แต่ก็ต้องลอง อย่างนี้มีหรือไม่ คงต้องตอบว่า ไม่มีเพราะเข้ามาเทรดจึงไม่มีใครอยากล้างพอร์ท ความเสี่ยงของการล้างพอร์ทจึงเป็นอะไรที่เสี่ยง 100 % เพราะว่า มันคือ Yes No Question คำถามว่า ใช่หรือไม่เท่านั้น ไม่ได้เกี่ยวกับมากหรือน้อย คำถามคือ แล้วอยากจะล้างพอร์ทจริงไหม ?


อีกรูปแบบหนึ่งของความเสี่ยงของตลาด Forex คือความเสี่ยงของราคาไม่ได้เคลื่อนไหวอย่างที่คิด ความเสี่ยงแบบนี้ทำให้เกิด Drawdown และ ทำให้เกิดการล้างพอร์ท ความเสี่ยงแบบนี้เป็นความเสี่ยงที่สามารถแก้ไขได้ง่ายที่สุดแต่คนไม่ค่อยนิยมแก้ นั่นคือการตั้ง Stop loss เพราะถ้าหากมันผิดจากที่คาดแสดงว่ามันควรจะผิด แต่คนส่วนใหญ่ไม่ยอมรับหรือรับไม่ได้ เพราะเงินจะหายค่อนข้างเยอะ




6
ในปัจจุบันมีสถานการณ์โควิดระบาดระลอกใหม่ ทำให้หลายคนต้องอยู่บ้านทำงาน Work From Home  ซึ่งหลายคนมองหาการลงทุนเพื่อทำกำไรในช่วงนี้  และการเทรด Forex เป็นการเทรดสกุลเงินที่เริ่มมีกระแสมากขึ้นเรื่อยๆ สำหรับมือใหม่สิ่งแรกที่ต้องรู้ เวลาเปิด-ปิดของ ตลาด Forex  ในแต่ละตลาด ตามเวลาประเทศไทย ดังนี้




ตลาด Forex มักจะมีการเคลื่อนไหวหรือมีการแกว่งตัวแรงกว่าปกติในช่วงเวลาที่ตลาดเปิดทำการ เช่น คู่เงิน EUR/USD น่าซื้อขายเมื่อตลาดทั้งคู่เปิดตรงกัน โดยตลาด EUR เปิดเมื่อเวลา 14.00 – 23.00 น. ตลาด USD เปิดเมื่อเวลา 19.00 – 03.00 น. ดังนั้นช่วงเวลาที่เหมาะกับการซื้อขายในคู่เงิน EUR/USD คือ 19.00-23.00 น. เพราะเป็นช่วงเวลาที่ตลาด EUR และ USD เปิดทำการตรงกัน



เวลาเปิด-ปิดของ ตลาด Forex  ในแต่ละตลาด ตามเวลาประเทศไทย



ตลาดอเมริกา (USD)

ตลาดจะเปิดทำการเมื่อเวลา 19.00 น. และจะปิดทำการเมื่อเวลา 03.00 น.



ตลาดลอนดอน (GBP)

ตลาดจะเปิดทำการเมื่อเวลา 15.00 น. และจะปิดทำการเมื่อเวลา 23.00 น.



ตลาดออสเตรเลีย (AUD)

ตลาดจะเปิดทำการเมื่อเวลา 05.00 น. และจะปิดทำการเมื่อเวลา 13.00 น.



ตลาดโตเกียว ญี่ปุน (JPY)

ตลาดจะเปิดทำการเมื่อเวลา 06.00 น. และจะปิดทำการเมื่อเวลา 14.00 น.



ตลาดยุโรป (EUR)

ตลาดจะเปิดทำการเมื่อเวลา 14.00 น.และจะปิดทำการเมื่อเวลา 23.00 น.



ตลาดแคนาดา (CAD)

ตลาดจะเปิดทำการเมื่อเวลา 19.00 น. และจะปิดทำการเมื่อเวลา 03.00 น.




7
สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มเทรด Forex ต้องทราบก่อนว่าถึงสิ่งที่ต้องหลีกเลี่ยง เมื่อเทรด Forex เพื่อป้องกันการขาดทุน และสามารถทำกำไรให้ได้มากที่สุด ดังต่อไปนี้


1. การมีความรู้ในตลาด Forex ที่ไม่เพียงพอ

สำหรับคนที่เพิ่งจะเข้ามาเทรด Forex การที่คุณไม่มีความรู้เพียงพอ ไม่เข้าใจตลาด และธรรมชาติของการเทรดค่าเงิน แล้วดันไปลงทุนกับ Forex ก็เท่ากับการเดินมือเปล่าเข้าสนามรบ  มีแต่จะถูกฆ่า ถูกกิน ดังนั้นก่อนที่จะตัดสินใจเทรด Forex จะต้องทำความเข้าใจให้ได้ก่อน ว่าคุณมีความรู้มากพอที่จะทำกำไรจากมัน ซึ่งในปัจจุบันก็มีหนังสือ สื่อต่างๆ ที่ให้ความรู้เกี่ยวกับการเทรด Forex อย่างมากมายให้ศึกษาก่อนจะลงทุน


2. การควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่เป็น
การเทรด Forex  หรือการเทรดอะไรก็ตาม สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงเสมอ คือการเทรดตามอารมร์ครับ เช่น ไม่ควรเทรดเพราะโกรธ เนื่องจากขาดทุนแล้วจะเอาคืนให้ได้ แบบนี้มีแต่เจ๊งกับเจ๊ง เพราะที่จริงการเทรด Forex นั้นจะต้องเทรดโดยผ่านการวางแผนมาก่อน ดังนั้นควรทำใจให้เย็นและเทรดอย่างมีสติดีที่สุด


3. การพึ่งพา Indicator มากเกินไป
การพึ่งพา Indicator หรือพึ่งพาเครื่องมือมากเกินไป จนกลายเป็นการวิเคราะห์ข้อมูลทางเทนิคเท่านั้น ซึ่งอาจจะทำให้เกิดข้อผิดพลาดในการเทรดได้ ดังนั้นเทรดเดอร์ควรใช้เครื่องมือเหล่านี้อย่างพอเหมาะ ประกอบกับการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายนอก และปัจจัยต่างๆ ร่วมด้วย


4. การเลือกใช้กลยุทธ์ผิด
ในการเทรดครั้งแรกๆ เพื่อการทดสอบกลยุทธ์ ควรเลือกใช้เงินปลอม หรือบัญชีเดโม่ก่อนลงเงินจริง เพื่อป้องกันการขาดทุน


5. อย่าสวนเทรนด์
เทรดเดอร์มือใหม่มักชอบทะเรื่องประเภทสวนเทรนด์ โดยคิดว่าถ้ากราฟกลับตัวเมื่อไหร่ น่าจะได้กำไรเยอะ ซึ่งถือว่าเสี่ยงมาก ทางที่ดีคือตามเทรนด์ไปก่อนจะดีปลอดภัยกว่า




8
สำหรับคนที่อยากเริ่มเทรด Forex ให้ได้กำไร จะต้องศึกษาข้อมูล และยอมรับความเสี่ยงได้ ผู้ลงทุนต้องศึกษาก่อนการลงทุน ดังนี้


1. การศึกษาเรียนรู้ให้มาก เพราะการเรียนรู้อย่างสม่ำเสมอ จะทำให้เราเข้าใจตลาดและอยู่ถูกฝั่งเสมอนั่นก็หมายถึงคุณจะเป็น 1% ที่อยู่รอดในตลาดและทำกำไรได้อย่างยั่งยืน


2.การตัดขาดทุน หรือ stop loss คือการกำหนดจุดขาดทุนเอาไว้เพื่อป้องกันทุนไว้เพื่อให้มีโอกาสได้แก้ไขในการเทรดครั้งต่อไปและเพื่อเป็นการไม่ให้ทุนหายไปเยอะ


3. การ take profit หรือการทำกำไร นั้นก็มีความสำคัญเช่นกัน ควรจะกำหนดจุดทำกำไรไว้เป็นช่วงๆ ถ้ากราฟไม่สามารถที่จะผ่านแนวที่เรากำหนดไว้ได้ควรจะปิดทำกำไรเพราะยังไงกำไรน้อยหรือหรือมากก็คือกำไรถือว่าเทรดได้ตามระบบของตัวเอง


4. money management มีความสำคัญมากก็คือการบริหารเงินทุนของเรานั่นเอง ควรจะขาดทุนได้ไม่เกิน 2 % ของทุน และเปิดล๊อตไซต์ไม่เกิน ทุน หาร ด้วย 10,000 ซึ่งจะเป็นล๊อตไซต์ที่พอเหมาะ เช่น ทุน 1,000 เหรียญดอลล่าร์ = 1,000 หาร 10,000 จะได้ 0.1 ล๊อตไซต์ และขาดทุนได้ไม่เกิน 2 % ของทุน 1,000 เหรียญก็คือ 20 เหรียญ นั่นเอง


5. ระบบเทรด มีความสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่จะต้องมีระบบของตัวเอง ตามที่ตัวเองถนัด ติดตั้งระบบให้ตัวเองและเทรดหรือเปิดออเดอร์ตามเงื่อนไขของระบบเท่านั้น


6. จิตวิทยาการเทรด มีความสำคัญอันดับแรกและสำคัญที่สุดก็ว่าได้ เนื่องจากถ้าไม่มีจิตวิทยาการเทรดที่ดีแล้ว เมื่อประสบปัญหาในการเทรดก็อาจจะทำให้จิตตกได้ ดังนั้น สิ่งสำคัญก็คือต้องมีวินัยในการทำตามระบบให้ได้ และศึกษาจิตวิทยาให้ดี เพื่อให้การเทรดได้กำไรอย่างยั่งยืน




9
การลงทุนมีความเสี่ยง ในช่วงวิกฤติหลายๆ คนเริ่มมาลงทุนเททรด Forex เพื่อหากำไร ดังนั้นจึงจำเป็นจะต้องศึกษาข้อมูลเพื่อช่วยในการตัดสินใจและวันนี้มาทำความรู้จัก CFD เกี่ยวข้องกับ Forex ยังไง!!! ไปดูกันเลย

8) 8) 8)


CFD หรือชื่อเต็มว่า Contract For Difference  คือ  สัญญาการซื้อขายส่วนต่าง โดยคำว่า “ส่วนต่าง” ในที่นี้หมายความว่า การซื้อขายที่ไม่ได้คาดหวังอย่างอื่นนอกเหนือจากราคาของหลักทรัพย์  นั่นก็คือไม่มีการหาผลตอบแทนจากเงินปันผล และไม่มีการหาผลตอบแทนจากอะไรอย่างอื่นมีแค่ส่วนต่างของราคา  นั่นก็คือ พวกเทรดเดอร์ที่จะได้ประโยชน์จากส่วนต่างของราคาเพียงอย่างเดียว


พออย่างนี้หมายความว่าอย่างไร ก็ต้องไม่ลืมว่า ผลิตภัณฑ์ที่เป็น CFD ก็ไม่ได้มีแค่ ตลาดหุ้นไทยอย่างเดียวครับ โดยปกติพวกนี้ก็จะมี CFD ของ น้ำมัน ราคาทองคำ ราคา Forex อัตราแลกเปลี่ยน ราคาโภคภัณฑ์ คือมีทุกอย่างจริง ๆ นั่นนแหละแต่ไม่ได้เป็นเจ้าของจริง ๆ มันคือผลิตภัณฑ์เลียนแบบ แบบที่ Forex ให้บริการใน Broker นั้นส่วนใหญ่เป็นเป็น CFD




ซึ่งเมื่อเราส่งคำสั่งไปให้กับ Broker แต่ว่าโบรคเกอร์จะไม่ส่งคำสั่งไปที่ธนาคารกลางให้เรา เพราะว่าเขาต้องรับไว้เอง เพราะมันเป็นส่วนต่างราคา จะว่าไปแล้วโบรคเกอร์ที่ว่านี้ก็คือลักษณะที่  Dealing Desk คือโบรคเกอร์ที่เดิมพันกับเราและ ซึ่งใน Broker Forex ก็จะให้บริการพวก สินค้าโภคภัณฑ์ ทองคำ เงิน แร่ธาตุต่าง ๆ อยู่ด้วย


ในความเป็นจริง สิ่งที่เราซื้อขาย เราก็ควรจะได้สินค้านั้นมาเช่นกัน ซึ่งการทำแบบนั้นส่วนต่างของราคามันอาจจะไม่สูง คือได้กำไรไม่เยอะ และก็ขาดทุนไม่เยอะ อีกทั้งบริษัทพวกนี้ก็จะไม่ได้ประโยชน์มาก ได้รับเพียงแค่ค่าคอมมิชชั่นจากเทรดเดอร์เท่านั้น เมื่อเป็นเช่นนั้น เขาก็เลยสร้างผลิตภัณฑ์ของตัวเองขึ้นมา เพื่อที่จะทำกำไรได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย

10
สำหรับคนที่มีงบน้อยหรือเทรดเดอร์มือใหม่ อยากจะเทรด Forex แต่กำลังสงสัยว่างบน้อยเทรดได้ไหม วันนี้มีคำตอบ!!!  :-[ :-[ :-[


ตลาด Forex เป็นการเทรดค่าเงิน ซึ่งเป็นตลาดขนาดใหญ่และไม่มีใครสามารถชี้นำราคา หรือ ปั่นราคาได้เหมือนกับตลาดหุ้นทั่วไป ที่เต็มไปด้วยนักลงทุนที่มีเล่ห์เหลี่ยม และความได้เปรียบของการใช้ข่าววงใน หรือ การมีอำนาจต่อรองกับการเจรจาต่อรองกับผู้บริหาร เพราะค่าเงินมันคือ ความน่าเชื่อถือของประเทศ ไม่มีผู้บริหารให้ต่อรอง และไม่สามารถใช้ข่าววงในได้


ในปัจจุบันตลาด  Forex เป็นการลงทุนที่เริ่มป็นที่รู้จักในประเทศไทย และยังขยายวงออกไปไม่กว้างเพียงพอแต่ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยี จะทำให้นักลงทุนชาวไทย หันไปสนใจ และนิยมลงทุนกับ Forex มากขึ้น เพราะเป็นตลาดที่น่าเชื่อถือ โดยดูจากที่คนทั่วโลกให้ความสนใจกันเป็นอย่างมาก และความนิยมที่เพิ่มขึ้นในปัจจุบัน นอกจากนี้ตลาด Forex ยังมีจุดเด่นในการลงทุนที่สามารถทำได้ตลอด 24 ชั่วโมงในวันที่เปิดทำการเหมาะสำหรับการลงทุนทำกำไรได้ในทุกวัน



งบน้อย สามารถลงทุน Forex ได้ไหม???

สำหรับคนที่มีงบน้อย การลงทุน Forex ในปัจจุบัน ให้บริการการเทรดทางอินเตอร์เน็ต และคนที่เป็นนักลงทุนมือใหม่ที่มีงบน้อยก็สามารถลงทุนกับ Forex ได้ เพราะในตลาดนี้ สามารถเริ่มต้นลงทุนด้วยเงินเพียง 1$ –500$ เท่านั้น ด้วยเหตุนี้จึงทำให้การลงทุนในตลาด Forex แพร่หลายไปทั่วโลกได้อย่างรวดเร็ว





11
สำหรับเทรดเดอร์มือใหม่ ในการซื้อขายต้องเฝ้าหน้าจอตลอดเวลา ทำให้ไม่มีเวลาว่าง วันนี้มาทำความรู้จักการ Pending คืออะไร จะเป็นยังไงไปดูกันเลย


Pending คือรูปแบบการเทรด Forex ประเภทหนึ่งที่มีลักษณะของการซื้อแบบถือไว้ กล่าวคือไม่ได้ทำการเปิดสัญญาในทันทีนั้น แต่จะเป็นการรอซื้อเมื่อกราฟราคาถึงจุดที่คุณกำหนดเอาไว้โดยอัตโนมัติ ซึ่งสถานะ Pending จะถือว่าเป็นการซื้อขาย ที่เหมาะกับคนไม่ได้นั่งเฝ้าหน้าจอตลอด แค่ตั้งค่าไว้ก็จะทำการซื้อขายอัตโนมัติได้

                Pending มี 2 รูปแบบ ดังนี้

Limit Order
เป็นรูปแบบของการตั้งสถานะ Pending เอาไว้ อย่างง่ายๆ แต่มีประสิทธิภาพสูง ซึ่งลักษณะการทำงานของ Limit Order นั้นจะเป็นการกำหนดกรอบราคาเอาไว้ เมื่อกราฟวิ่งทะลุแนวรับ หรือแนวต้าน ตามที่ตั้งเอาไว้ ระบบก็จะทำการเปิด ออร์เดอร์ ทันที สำหรับวิธีการนี้ ถือว่าเป็นวิธีการที่ทำได้ง่าย จึงได้รับความนิยมอย่างสูงจากเทรดเดอร์จำนวนมาก

Stop Order
เป็นรูปแบบการตั้ง Pending Order เอาไว้เหมือนกัน แต่จะมีการกำหนดค่า ตำแหน่งที่วางเอาไว้ได้ ยกตัวอย่างเช่น เมื่อกราฟแกว่งตัวไปทางที่คุณตั้ง Stop Order เอาไว้ตามจำนวนปิ๊บ หรือตำแหน่งที่วางไว้ ระบบจะทำการเปิดออร์เดอร์ให้ทันที เช่นคุณจะเปิด USD/EUR ที่ 0.893313 ในตอนนั้นราคาอยู่ที่ 0.893300 ก็เท่ากับว่าขึ้นมา 13 pips  ซึ่งเท่ากับที่วางตำแหน่งเอาไว้ ก็จะทำการเปิดออร์เดอร์ได้ทันที




ประโยชน์ของ Pending
การตั้ง Pending  มีประโยชน์คือการทำให้คุณนั้นสามารถที่จะมีเวลาว่างมากขึ้น ไม่ต้องนั่งเฝ้าหน้าจอตลอดเวลา นอกจากนั้นถ้าหากมีการประยุกต์ใช้งานเป็น ก็จะทำให้แผนการเทรดของคุณนั้นมีประสิทธิภาพมากขึ้นอีกด้วย

12
การเทรด Cryptocurrency หรือการเทรด Forex  มีการผันผวนสูง จะต้องมีการวางแผนทุนที่มีประสิทธิภาพการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสม คนที่สามารถยอมรับความเสี่ยงได้ วันนี้มาเปรียบเทียบระหว่าง "สกุลเงินดิจิตอล" กับ "Forex" จะเป็นยังไงไปดูกันเลย


Forex

•  มีอุปทานไม่จำกัด  เนื่องจากตลาด Forex ประกอบด้วยตลาดการเงินทั่วโลก จึงมีการซื้อขายสกุลเงินไม่จำกัดจำนวน

•  Leverage  การซื้อขาย Forex อนุญาตให้ใช้ประโยชน์จาก 50:1 ซึ่งหมายความว่าคุณสามารถรับสถานะการซื้อขาย Forex ที่มีมูลค่า $100 เพียง $2 อย่างไรก็ตามนี่ก็หมายถึงความสูญเสียอาจเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

•  มีสภาพคล่องสูงมาก  Forex มีผู้เข้าร่วมมากกว่าตลาดอื่นๆ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องง่ายและรวดเร็วในการแลกเปลี่ยนสกุลเงินจำนวนมาก นักลงทุนรายเดียวไม่สามารถมีอิทธิพลอย่างมหาศาลต่อ Forex เช่นเดียวกับตลาดหุ้น

•  ได้รับอิทธิพลจากข่าวทั่วโลกประกาศรายงานผลประกอบการ  โดยสิ่งนี้สามารถทำให้ง่ายต่อการค้นหาโอกาส นักลงทุนสามารถวางแผนสำหรับเหตุการณ์เหล่านี้ล่วงหน้าและสามารถใช้เทคนิคสำหรับการวิเคราะห์ขั้นพื้นฐาน และขั้นสูงได้



Cryptocurrency  (สกุลเงินดิจิตอล)


•  มีอุปทานมีจำกัด  โดยอุปทานมีจำกัด ตัวอย่างเช่น Bitcoin ที่ระบบจำกัดไว้แค่ 21 ล้านเหรียญ

•  เป็นสินทรัพย์ดิจิตอลของคุณ  ด้วยพื้นฐานความปลอดภัยของ cryptocurrency คุณสามารถเก็บรักษามันไว้ให้ปลอดภัยและมันเป็นเงินของคุณจริงๆ และหลายๆ ประเทศเริ่มให้การยอมรับ

•  กำไรที่มีศักยภาพมากสำหรับนักลงทุน  เมื่อคุณลงทุน 1,000$ ใน Bitcoin ในปี 2013 มันจะมีมูลค่ามากกว่า $400,000 ใน 5 ปีต่อมา โอกาสของรางวัลที่สูงขึ้นหมายถึงความเสี่ยงมากขึ้นตาม

•  สามารถใช้ได้กับทุกคน  มันการมอบโอกาสการลงทุนระหว่างทุกฝ่ายในโลก สิ่งนี้ช่วยให้บุคคลแม้ในประเทศที่ไม่ได้รับการพัฒนาโดยไม่มีสถาบันธนาคารใกล้เคียงสามารถใช้และแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิตอล



13
สำหรับมือใหม่ อยากลองเทรดสนามจริง จำเป็นต้องรู้ก่อนเกี่ยวกับแนวรับและแนวต้าน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการซื้อขาย และเพื่อทำกำไรให้ได้เยอะที่สุด

ถ้าหากคุณเพิ่งเริ่มต้นการลงทุนหรือการเทรด เพราะเป็นดูกราฟ แนวรับแนวต้าน เป็นการประเมินสถานการณ์การลงทุน ไม่ว่าจะเป็นหุ้นทั่วไปหรือ Forex และวันนี้เรามาทำความรู้จักแนวรับแนวต้าน เพื่อเป็นข้อมูลในการซื้อขาย จะเป็นยังไงไปดูกันเลย

แนวรับ (Support) คืออะไร

เส้นแนวรับ หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่าแนวรับ ภาษาอังกฤษคือ Support คือเส้นที่ลากไว้เพื่อแสดงว่าเป็นแนวต่ำสุดของราคาที่เป็นไปได้ หรือก็คือราคาจะไม่พุ่งตกลงต่ำกว่าเส้นนี้นั่นเอง เช่น หากมีแนวรับที่ 1.35700 แสดงว่าไม่ว่าด้วยกรณีใด ๆ กราฟราคาจะไม่ตกลงต่ำกว่า 1.35700 นี้แน่นอน ซึ่งนักลงทุนใช้เพื่อทำนายว่าในกรณีที่ราคาตกลงเข้าใกล้แนวรับหรือค่านี้ นั่นแสดงว่ามันใกล้ถึงเวลาที่ราคาจะตีกลับหรือพุ่งขึ้น ทำให้เขาเปิดออร์เดอร์ Buy ได้สบาย เป็นจุดที่นักลงทุนมั่นใจว่าสามารถทำกำไรได้อย่างแน่นอน

แนวต้าน (Resistance) คืออะไร

เส้นแนวต้าน หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่าแนวต้าน ภาษาอังกฤษคือ Resistance คือเส้นหรือแนวที่อยู่ตรงข้ามกับแนวรับ หรือก็คือ เป็นเส้นที่บ่งบอกถึงจุดสูงสุดของราคาที่สามารถขึ้นไปได้ หมายความว่ากราฟราคาจะไม่พุ่งสูงกว่าแนวนี้ (จากข้อมูลย้อน) โดยการกำหนดเส้นแนวต้นนั้นคือการใช้พีคหรือจุดสูงสุดของ Trend Line 3 พีค มาเป็นตัวกำหนด ตัวอย่างเช่น หากแนวต้นหรือราคาไม่เคยสูงเกิน 1.45800 เลย และหากเราพบว่าราคานั้นกำลังเข้าใกล้แนวหรือจุดสูงสุดนี้ นั่นแสดงว่ามันกำลังมีแนวโน้มที่จะตีกลับ เราก็สามารถเปิดออร์เดอร์ Sell ได้สบาย ๆ ถ้าซื้อที่จุดแนวต้าน จะเสี่ยงกับการติดดอยสูงกว่า



14
การเทรด Forex ให้ชนะตลาด เราควรจะต้องศึกษาข้อมูล รวมทั้งติดตามข่าว เพราะค่าเงินจะขึ้นลงอยู่สม่ำเสมอ ซึ่งมีหลายปัจจัยที่ทำให้ตลาดขึ้นและลง จะเป็นยังไงไปดูกันเลย


Forex คือ ตลาดซื้อ-ขายแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ เป็นการลงทุน Forex เป็นการเก็งกำไรในค่าเงิน ผ่านการซื้อ-ขาย คู่สกุลเงินต่างๆ ซึ่งเราจะได้กำไรหรือขาดทุน ก็จะมาจากส่วนต่างของสกุลนั้น ๆ ที่เราทำการซื้อ-ขาย

 
โดยการเทรดสกุลเงินนั้น เริ่มแพร่หลายสู่นักลงทุนรายย่อยมากขึ้น นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2533 เพราะการเข้ามาของระบบอินเทอร์เน็ต จึงทำให้การเทรดสกุลเงินเป็นเรื่องง่ายยิ่งขึ้น ต่างจากในอดีตที่การเก็งกำไรค่าเงินไม่ได้เปิดให้รายย่อยเข้ามาเล่นเหมือนทุกวันนี้ มีเพียงสถาบันการเงิน กองทุน หรือธุรกิจขนาดใหญ่เท่านั้น ที่ทำการซื้อ-ขายสกุลเงิน ผ่านธนาคารโดยตรงเท่านั้น
 
 
การเทรด Forex จะขึ้นหรือลงมีหลายสาเหตุ  โดยส่วนใหญ่จะเกิดจากเหตุการณ์ที่จะส่งให้ตลาดขึ้นและลงได้ ซึ่งปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับตลาด ซึ่งมีดังนี้         
     
          - เศรษฐกิจของประเทศนั้น ๆ

          - นโยบายทางการเงินของธนาคารกลาง

          - งบการค้าระหว่างประเทศ

          - ความมั่นคงทางการเมือง

          - นโยบายด้านเศรษฐกิจของรัฐบาล

          - ความเชื่อมั่นของนักลงทุน รวมถึงความคาดหวังและข่าวลือต่าง ๆ

          - การเข้ามาเก็งกำไรของนักลงทุนรายใหญ่




15
การลงทุนมีคความเสี่ยง คนที่อยากลงทุนควรจะใช้เงินเย็น เพราะถ้าหากเกิดขาดทุนจะได้ไม่ลำบากภายหลัง ซึ่งในปัจจุบันการเทรด Forex ออนไลน์ นั้นได้รับความนิยมสูงมาก  เพราะมีเครื่องไม้เครื่องมือให้บริการกันอย่างสะดวกสบายมาก ทำให้เราไม่จำเป็นต้องนั่งเฝ้าหน้าจอคอมพิวเตอร์เพียงอย่างเดียว เพื่อติดตามการเปลี่ยนแปลงของตลาดเงิน และหาจังหวะลงทุนอีกต่อไปแล้ว ซึ่งการเทรด Forex สามารถทำได้ผ่านอุปกรณ์ดังนี้


– คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค

คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คจัดว่าเป็นอุปกรณ์ยอดนิยมของการเทรด Forex เป็นอันดับแรกๆ เพราะสามารถที่จะใช้เทรดฟอเร็กซ์ได้อย่างสะดวกมากที่สุด ไม่ว่าจะใช้โปรแกรมอะไรก็สามารถเทรดได้สบายๆ อย่างไรก็ตามข้อเสียของการใช้คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คทำการเทรดก็คือ มักกินแบตเตอรี่ พกพาลำบาก และยังไม่สามารถใช้งานแบบไร้สายได้ไม่นานนักนั่นเอง


– สมาร์ทโฟน

ในปัจจุบันแน่นอนว่าการเทรด Forex ผ่านสมาร์ทโฟนในยุคนี้ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่หลายๆ คนนิยมมากเช่นกัน เพราะมันสะดวกสบายที่สุดแล้ว คุณสามารถเทรดได้จากที่ไหนก็ได้เท่าที่คุณต้องการ ผ่านสมาร์ทโฟนที่พกง่ายกว่าคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คมาก


– แท็ปเล็ต

แท็ปเล็ต เป็นเทคโนโลยี ที่ได้รับการออกแบบมาให้ใช้งานนอกสถานที่โดยตรง จะมีความคล้ายคลึงกับมือถือสมาร์ทโฟน ข้อดีของแท็ปเล็ตคือไม่กินพลังงานมากเท่ากับโน้ตบุ๊ค พกง่าย น้ำหนักเบากว่าโน้ตบุ๊คมาก สำหรับแท็ปเล็ตนั้น จะมีแอพพลิเคชั่นการเทรดฟอเร็กซ์ ในรูปแบบเดียวกับ สมาร์ทโฟน (หรือบางทีเป็นตัวเดียวกันเลย) ซึ่งสามารถทำให้คุณเทรดฟอเร็กซ์ ที่ไหนเมื่อไหร่ก็ได้ตามต้องการเลย



หน้า: [1] 2 3 ... 5
SMF 2.0.15 | SMF © 2011, Simple Machines