แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - rannie2020

หน้า: [1] 2 3 4
1
สำหรับคนที่อยากเริ่มเทรด Forex ให้ได้กำไร จะต้องศึกษาข้อมูล และยอมรับความเสี่ยงได้ ผู้ลงทุนต้องศึกษาก่อนการลงทุน ดังนี้


1. การศึกษาเรียนรู้ให้มาก เพราะการเรียนรู้อย่างสม่ำเสมอ จะทำให้เราเข้าใจตลาดและอยู่ถูกฝั่งเสมอนั่นก็หมายถึงคุณจะเป็น 1% ที่อยู่รอดในตลาดและทำกำไรได้อย่างยั่งยืน


2.การตัดขาดทุน หรือ stop loss คือการกำหนดจุดขาดทุนเอาไว้เพื่อป้องกันทุนไว้เพื่อให้มีโอกาสได้แก้ไขในการเทรดครั้งต่อไปและเพื่อเป็นการไม่ให้ทุนหายไปเยอะ


3. การ take profit หรือการทำกำไร นั้นก็มีความสำคัญเช่นกัน ควรจะกำหนดจุดทำกำไรไว้เป็นช่วงๆ ถ้ากราฟไม่สามารถที่จะผ่านแนวที่เรากำหนดไว้ได้ควรจะปิดทำกำไรเพราะยังไงกำไรน้อยหรือหรือมากก็คือกำไรถือว่าเทรดได้ตามระบบของตัวเอง


4. money management มีความสำคัญมากก็คือการบริหารเงินทุนของเรานั่นเอง ควรจะขาดทุนได้ไม่เกิน 2 % ของทุน และเปิดล๊อตไซต์ไม่เกิน ทุน หาร ด้วย 10,000 ซึ่งจะเป็นล๊อตไซต์ที่พอเหมาะ เช่น ทุน 1,000 เหรียญดอลล่าร์ = 1,000 หาร 10,000 จะได้ 0.1 ล๊อตไซต์ และขาดทุนได้ไม่เกิน 2 % ของทุน 1,000 เหรียญก็คือ 20 เหรียญ นั่นเอง


5. ระบบเทรด มีความสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่จะต้องมีระบบของตัวเอง ตามที่ตัวเองถนัด ติดตั้งระบบให้ตัวเองและเทรดหรือเปิดออเดอร์ตามเงื่อนไขของระบบเท่านั้น


6. จิตวิทยาการเทรด มีความสำคัญอันดับแรกและสำคัญที่สุดก็ว่าได้ เนื่องจากถ้าไม่มีจิตวิทยาการเทรดที่ดีแล้ว เมื่อประสบปัญหาในการเทรดก็อาจจะทำให้จิตตกได้ ดังนั้น สิ่งสำคัญก็คือต้องมีวินัยในการทำตามระบบให้ได้ และศึกษาจิตวิทยาให้ดี เพื่อให้การเทรดได้กำไรอย่างยั่งยืน




2
การลงทุนมีความเสี่ยง ในช่วงวิกฤติหลายๆ คนเริ่มมาลงทุนเททรด Forex เพื่อหากำไร ดังนั้นจึงจำเป็นจะต้องศึกษาข้อมูลเพื่อช่วยในการตัดสินใจและวันนี้มาทำความรู้จัก CFD เกี่ยวข้องกับ Forex ยังไง!!! ไปดูกันเลย

8) 8) 8)


CFD หรือชื่อเต็มว่า Contract For Difference  คือ  สัญญาการซื้อขายส่วนต่าง โดยคำว่า “ส่วนต่าง” ในที่นี้หมายความว่า การซื้อขายที่ไม่ได้คาดหวังอย่างอื่นนอกเหนือจากราคาของหลักทรัพย์  นั่นก็คือไม่มีการหาผลตอบแทนจากเงินปันผล และไม่มีการหาผลตอบแทนจากอะไรอย่างอื่นมีแค่ส่วนต่างของราคา  นั่นก็คือ พวกเทรดเดอร์ที่จะได้ประโยชน์จากส่วนต่างของราคาเพียงอย่างเดียว


พออย่างนี้หมายความว่าอย่างไร ก็ต้องไม่ลืมว่า ผลิตภัณฑ์ที่เป็น CFD ก็ไม่ได้มีแค่ ตลาดหุ้นไทยอย่างเดียวครับ โดยปกติพวกนี้ก็จะมี CFD ของ น้ำมัน ราคาทองคำ ราคา Forex อัตราแลกเปลี่ยน ราคาโภคภัณฑ์ คือมีทุกอย่างจริง ๆ นั่นนแหละแต่ไม่ได้เป็นเจ้าของจริง ๆ มันคือผลิตภัณฑ์เลียนแบบ แบบที่ Forex ให้บริการใน Broker นั้นส่วนใหญ่เป็นเป็น CFD




ซึ่งเมื่อเราส่งคำสั่งไปให้กับ Broker แต่ว่าโบรคเกอร์จะไม่ส่งคำสั่งไปที่ธนาคารกลางให้เรา เพราะว่าเขาต้องรับไว้เอง เพราะมันเป็นส่วนต่างราคา จะว่าไปแล้วโบรคเกอร์ที่ว่านี้ก็คือลักษณะที่  Dealing Desk คือโบรคเกอร์ที่เดิมพันกับเราและ ซึ่งใน Broker Forex ก็จะให้บริการพวก สินค้าโภคภัณฑ์ ทองคำ เงิน แร่ธาตุต่าง ๆ อยู่ด้วย


ในความเป็นจริง สิ่งที่เราซื้อขาย เราก็ควรจะได้สินค้านั้นมาเช่นกัน ซึ่งการทำแบบนั้นส่วนต่างของราคามันอาจจะไม่สูง คือได้กำไรไม่เยอะ และก็ขาดทุนไม่เยอะ อีกทั้งบริษัทพวกนี้ก็จะไม่ได้ประโยชน์มาก ได้รับเพียงแค่ค่าคอมมิชชั่นจากเทรดเดอร์เท่านั้น เมื่อเป็นเช่นนั้น เขาก็เลยสร้างผลิตภัณฑ์ของตัวเองขึ้นมา เพื่อที่จะทำกำไรได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย

3
สำหรับคนที่มีงบน้อยหรือเทรดเดอร์มือใหม่ อยากจะเทรด Forex แต่กำลังสงสัยว่างบน้อยเทรดได้ไหม วันนี้มีคำตอบ!!!  :-[ :-[ :-[


ตลาด Forex เป็นการเทรดค่าเงิน ซึ่งเป็นตลาดขนาดใหญ่และไม่มีใครสามารถชี้นำราคา หรือ ปั่นราคาได้เหมือนกับตลาดหุ้นทั่วไป ที่เต็มไปด้วยนักลงทุนที่มีเล่ห์เหลี่ยม และความได้เปรียบของการใช้ข่าววงใน หรือ การมีอำนาจต่อรองกับการเจรจาต่อรองกับผู้บริหาร เพราะค่าเงินมันคือ ความน่าเชื่อถือของประเทศ ไม่มีผู้บริหารให้ต่อรอง และไม่สามารถใช้ข่าววงในได้


ในปัจจุบันตลาด  Forex เป็นการลงทุนที่เริ่มป็นที่รู้จักในประเทศไทย และยังขยายวงออกไปไม่กว้างเพียงพอแต่ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยี จะทำให้นักลงทุนชาวไทย หันไปสนใจ และนิยมลงทุนกับ Forex มากขึ้น เพราะเป็นตลาดที่น่าเชื่อถือ โดยดูจากที่คนทั่วโลกให้ความสนใจกันเป็นอย่างมาก และความนิยมที่เพิ่มขึ้นในปัจจุบัน นอกจากนี้ตลาด Forex ยังมีจุดเด่นในการลงทุนที่สามารถทำได้ตลอด 24 ชั่วโมงในวันที่เปิดทำการเหมาะสำหรับการลงทุนทำกำไรได้ในทุกวัน



งบน้อย สามารถลงทุน Forex ได้ไหม???

สำหรับคนที่มีงบน้อย การลงทุน Forex ในปัจจุบัน ให้บริการการเทรดทางอินเตอร์เน็ต และคนที่เป็นนักลงทุนมือใหม่ที่มีงบน้อยก็สามารถลงทุนกับ Forex ได้ เพราะในตลาดนี้ สามารถเริ่มต้นลงทุนด้วยเงินเพียง 1$ –500$ เท่านั้น ด้วยเหตุนี้จึงทำให้การลงทุนในตลาด Forex แพร่หลายไปทั่วโลกได้อย่างรวดเร็ว





4
สำหรับเทรดเดอร์มือใหม่ ในการซื้อขายต้องเฝ้าหน้าจอตลอดเวลา ทำให้ไม่มีเวลาว่าง วันนี้มาทำความรู้จักการ Pending คืออะไร จะเป็นยังไงไปดูกันเลย


Pending คือรูปแบบการเทรด Forex ประเภทหนึ่งที่มีลักษณะของการซื้อแบบถือไว้ กล่าวคือไม่ได้ทำการเปิดสัญญาในทันทีนั้น แต่จะเป็นการรอซื้อเมื่อกราฟราคาถึงจุดที่คุณกำหนดเอาไว้โดยอัตโนมัติ ซึ่งสถานะ Pending จะถือว่าเป็นการซื้อขาย ที่เหมาะกับคนไม่ได้นั่งเฝ้าหน้าจอตลอด แค่ตั้งค่าไว้ก็จะทำการซื้อขายอัตโนมัติได้

                Pending มี 2 รูปแบบ ดังนี้

Limit Order
เป็นรูปแบบของการตั้งสถานะ Pending เอาไว้ อย่างง่ายๆ แต่มีประสิทธิภาพสูง ซึ่งลักษณะการทำงานของ Limit Order นั้นจะเป็นการกำหนดกรอบราคาเอาไว้ เมื่อกราฟวิ่งทะลุแนวรับ หรือแนวต้าน ตามที่ตั้งเอาไว้ ระบบก็จะทำการเปิด ออร์เดอร์ ทันที สำหรับวิธีการนี้ ถือว่าเป็นวิธีการที่ทำได้ง่าย จึงได้รับความนิยมอย่างสูงจากเทรดเดอร์จำนวนมาก

Stop Order
เป็นรูปแบบการตั้ง Pending Order เอาไว้เหมือนกัน แต่จะมีการกำหนดค่า ตำแหน่งที่วางเอาไว้ได้ ยกตัวอย่างเช่น เมื่อกราฟแกว่งตัวไปทางที่คุณตั้ง Stop Order เอาไว้ตามจำนวนปิ๊บ หรือตำแหน่งที่วางไว้ ระบบจะทำการเปิดออร์เดอร์ให้ทันที เช่นคุณจะเปิด USD/EUR ที่ 0.893313 ในตอนนั้นราคาอยู่ที่ 0.893300 ก็เท่ากับว่าขึ้นมา 13 pips  ซึ่งเท่ากับที่วางตำแหน่งเอาไว้ ก็จะทำการเปิดออร์เดอร์ได้ทันที




ประโยชน์ของ Pending
การตั้ง Pending  มีประโยชน์คือการทำให้คุณนั้นสามารถที่จะมีเวลาว่างมากขึ้น ไม่ต้องนั่งเฝ้าหน้าจอตลอดเวลา นอกจากนั้นถ้าหากมีการประยุกต์ใช้งานเป็น ก็จะทำให้แผนการเทรดของคุณนั้นมีประสิทธิภาพมากขึ้นอีกด้วย

5
การเทรด Cryptocurrency หรือการเทรด Forex  มีการผันผวนสูง จะต้องมีการวางแผนทุนที่มีประสิทธิภาพการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสม คนที่สามารถยอมรับความเสี่ยงได้ วันนี้มาเปรียบเทียบระหว่าง "สกุลเงินดิจิตอล" กับ "Forex" จะเป็นยังไงไปดูกันเลย


Forex

•  มีอุปทานไม่จำกัด  เนื่องจากตลาด Forex ประกอบด้วยตลาดการเงินทั่วโลก จึงมีการซื้อขายสกุลเงินไม่จำกัดจำนวน

•  Leverage  การซื้อขาย Forex อนุญาตให้ใช้ประโยชน์จาก 50:1 ซึ่งหมายความว่าคุณสามารถรับสถานะการซื้อขาย Forex ที่มีมูลค่า $100 เพียง $2 อย่างไรก็ตามนี่ก็หมายถึงความสูญเสียอาจเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

•  มีสภาพคล่องสูงมาก  Forex มีผู้เข้าร่วมมากกว่าตลาดอื่นๆ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องง่ายและรวดเร็วในการแลกเปลี่ยนสกุลเงินจำนวนมาก นักลงทุนรายเดียวไม่สามารถมีอิทธิพลอย่างมหาศาลต่อ Forex เช่นเดียวกับตลาดหุ้น

•  ได้รับอิทธิพลจากข่าวทั่วโลกประกาศรายงานผลประกอบการ  โดยสิ่งนี้สามารถทำให้ง่ายต่อการค้นหาโอกาส นักลงทุนสามารถวางแผนสำหรับเหตุการณ์เหล่านี้ล่วงหน้าและสามารถใช้เทคนิคสำหรับการวิเคราะห์ขั้นพื้นฐาน และขั้นสูงได้



Cryptocurrency  (สกุลเงินดิจิตอล)


•  มีอุปทานมีจำกัด  โดยอุปทานมีจำกัด ตัวอย่างเช่น Bitcoin ที่ระบบจำกัดไว้แค่ 21 ล้านเหรียญ

•  เป็นสินทรัพย์ดิจิตอลของคุณ  ด้วยพื้นฐานความปลอดภัยของ cryptocurrency คุณสามารถเก็บรักษามันไว้ให้ปลอดภัยและมันเป็นเงินของคุณจริงๆ และหลายๆ ประเทศเริ่มให้การยอมรับ

•  กำไรที่มีศักยภาพมากสำหรับนักลงทุน  เมื่อคุณลงทุน 1,000$ ใน Bitcoin ในปี 2013 มันจะมีมูลค่ามากกว่า $400,000 ใน 5 ปีต่อมา โอกาสของรางวัลที่สูงขึ้นหมายถึงความเสี่ยงมากขึ้นตาม

•  สามารถใช้ได้กับทุกคน  มันการมอบโอกาสการลงทุนระหว่างทุกฝ่ายในโลก สิ่งนี้ช่วยให้บุคคลแม้ในประเทศที่ไม่ได้รับการพัฒนาโดยไม่มีสถาบันธนาคารใกล้เคียงสามารถใช้และแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิตอล



6
สำหรับมือใหม่ อยากลองเทรดสนามจริง จำเป็นต้องรู้ก่อนเกี่ยวกับแนวรับและแนวต้าน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการซื้อขาย และเพื่อทำกำไรให้ได้เยอะที่สุด

ถ้าหากคุณเพิ่งเริ่มต้นการลงทุนหรือการเทรด เพราะเป็นดูกราฟ แนวรับแนวต้าน เป็นการประเมินสถานการณ์การลงทุน ไม่ว่าจะเป็นหุ้นทั่วไปหรือ Forex และวันนี้เรามาทำความรู้จักแนวรับแนวต้าน เพื่อเป็นข้อมูลในการซื้อขาย จะเป็นยังไงไปดูกันเลย

แนวรับ (Support) คืออะไร

เส้นแนวรับ หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่าแนวรับ ภาษาอังกฤษคือ Support คือเส้นที่ลากไว้เพื่อแสดงว่าเป็นแนวต่ำสุดของราคาที่เป็นไปได้ หรือก็คือราคาจะไม่พุ่งตกลงต่ำกว่าเส้นนี้นั่นเอง เช่น หากมีแนวรับที่ 1.35700 แสดงว่าไม่ว่าด้วยกรณีใด ๆ กราฟราคาจะไม่ตกลงต่ำกว่า 1.35700 นี้แน่นอน ซึ่งนักลงทุนใช้เพื่อทำนายว่าในกรณีที่ราคาตกลงเข้าใกล้แนวรับหรือค่านี้ นั่นแสดงว่ามันใกล้ถึงเวลาที่ราคาจะตีกลับหรือพุ่งขึ้น ทำให้เขาเปิดออร์เดอร์ Buy ได้สบาย เป็นจุดที่นักลงทุนมั่นใจว่าสามารถทำกำไรได้อย่างแน่นอน

แนวต้าน (Resistance) คืออะไร

เส้นแนวต้าน หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่าแนวต้าน ภาษาอังกฤษคือ Resistance คือเส้นหรือแนวที่อยู่ตรงข้ามกับแนวรับ หรือก็คือ เป็นเส้นที่บ่งบอกถึงจุดสูงสุดของราคาที่สามารถขึ้นไปได้ หมายความว่ากราฟราคาจะไม่พุ่งสูงกว่าแนวนี้ (จากข้อมูลย้อน) โดยการกำหนดเส้นแนวต้นนั้นคือการใช้พีคหรือจุดสูงสุดของ Trend Line 3 พีค มาเป็นตัวกำหนด ตัวอย่างเช่น หากแนวต้นหรือราคาไม่เคยสูงเกิน 1.45800 เลย และหากเราพบว่าราคานั้นกำลังเข้าใกล้แนวหรือจุดสูงสุดนี้ นั่นแสดงว่ามันกำลังมีแนวโน้มที่จะตีกลับ เราก็สามารถเปิดออร์เดอร์ Sell ได้สบาย ๆ ถ้าซื้อที่จุดแนวต้าน จะเสี่ยงกับการติดดอยสูงกว่า



7
การเทรด Forex ให้ชนะตลาด เราควรจะต้องศึกษาข้อมูล รวมทั้งติดตามข่าว เพราะค่าเงินจะขึ้นลงอยู่สม่ำเสมอ ซึ่งมีหลายปัจจัยที่ทำให้ตลาดขึ้นและลง จะเป็นยังไงไปดูกันเลย


Forex คือ ตลาดซื้อ-ขายแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ เป็นการลงทุน Forex เป็นการเก็งกำไรในค่าเงิน ผ่านการซื้อ-ขาย คู่สกุลเงินต่างๆ ซึ่งเราจะได้กำไรหรือขาดทุน ก็จะมาจากส่วนต่างของสกุลนั้น ๆ ที่เราทำการซื้อ-ขาย

 
โดยการเทรดสกุลเงินนั้น เริ่มแพร่หลายสู่นักลงทุนรายย่อยมากขึ้น นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2533 เพราะการเข้ามาของระบบอินเทอร์เน็ต จึงทำให้การเทรดสกุลเงินเป็นเรื่องง่ายยิ่งขึ้น ต่างจากในอดีตที่การเก็งกำไรค่าเงินไม่ได้เปิดให้รายย่อยเข้ามาเล่นเหมือนทุกวันนี้ มีเพียงสถาบันการเงิน กองทุน หรือธุรกิจขนาดใหญ่เท่านั้น ที่ทำการซื้อ-ขายสกุลเงิน ผ่านธนาคารโดยตรงเท่านั้น
 
 
การเทรด Forex จะขึ้นหรือลงมีหลายสาเหตุ  โดยส่วนใหญ่จะเกิดจากเหตุการณ์ที่จะส่งให้ตลาดขึ้นและลงได้ ซึ่งปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับตลาด ซึ่งมีดังนี้         
     
          - เศรษฐกิจของประเทศนั้น ๆ

          - นโยบายทางการเงินของธนาคารกลาง

          - งบการค้าระหว่างประเทศ

          - ความมั่นคงทางการเมือง

          - นโยบายด้านเศรษฐกิจของรัฐบาล

          - ความเชื่อมั่นของนักลงทุน รวมถึงความคาดหวังและข่าวลือต่าง ๆ

          - การเข้ามาเก็งกำไรของนักลงทุนรายใหญ่




8
การลงทุนมีคความเสี่ยง คนที่อยากลงทุนควรจะใช้เงินเย็น เพราะถ้าหากเกิดขาดทุนจะได้ไม่ลำบากภายหลัง ซึ่งในปัจจุบันการเทรด Forex ออนไลน์ นั้นได้รับความนิยมสูงมาก  เพราะมีเครื่องไม้เครื่องมือให้บริการกันอย่างสะดวกสบายมาก ทำให้เราไม่จำเป็นต้องนั่งเฝ้าหน้าจอคอมพิวเตอร์เพียงอย่างเดียว เพื่อติดตามการเปลี่ยนแปลงของตลาดเงิน และหาจังหวะลงทุนอีกต่อไปแล้ว ซึ่งการเทรด Forex สามารถทำได้ผ่านอุปกรณ์ดังนี้


– คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค

คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คจัดว่าเป็นอุปกรณ์ยอดนิยมของการเทรด Forex เป็นอันดับแรกๆ เพราะสามารถที่จะใช้เทรดฟอเร็กซ์ได้อย่างสะดวกมากที่สุด ไม่ว่าจะใช้โปรแกรมอะไรก็สามารถเทรดได้สบายๆ อย่างไรก็ตามข้อเสียของการใช้คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คทำการเทรดก็คือ มักกินแบตเตอรี่ พกพาลำบาก และยังไม่สามารถใช้งานแบบไร้สายได้ไม่นานนักนั่นเอง


– สมาร์ทโฟน

ในปัจจุบันแน่นอนว่าการเทรด Forex ผ่านสมาร์ทโฟนในยุคนี้ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่หลายๆ คนนิยมมากเช่นกัน เพราะมันสะดวกสบายที่สุดแล้ว คุณสามารถเทรดได้จากที่ไหนก็ได้เท่าที่คุณต้องการ ผ่านสมาร์ทโฟนที่พกง่ายกว่าคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คมาก


– แท็ปเล็ต

แท็ปเล็ต เป็นเทคโนโลยี ที่ได้รับการออกแบบมาให้ใช้งานนอกสถานที่โดยตรง จะมีความคล้ายคลึงกับมือถือสมาร์ทโฟน ข้อดีของแท็ปเล็ตคือไม่กินพลังงานมากเท่ากับโน้ตบุ๊ค พกง่าย น้ำหนักเบากว่าโน้ตบุ๊คมาก สำหรับแท็ปเล็ตนั้น จะมีแอพพลิเคชั่นการเทรดฟอเร็กซ์ ในรูปแบบเดียวกับ สมาร์ทโฟน (หรือบางทีเป็นตัวเดียวกันเลย) ซึ่งสามารถทำให้คุณเทรดฟอเร็กซ์ ที่ไหนเมื่อไหร่ก็ได้ตามต้องการเลย



9
สำหรับนักเทรด ที่กำลังติดดอยหรือติดลบอยู่ถ้าหากไม่มีแผนต่ออาจจะทำให้สูญเสียเงินหนักกว่าเดิมได้ และวันนี้มาทำความรู้จัก Stop Loss ก่อนจะเริ่มเทรดกัน จะเป็นยังไงไปดูกันเลย 
 :o

Stop Loss คือคำสั่งขายสินทรัพย์ทางการเงินเมื่อถึงราคาหรือเงื่อนไขที่กำหนด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันการขาดทุนอย่างหนักจากการเทรด


การตั้งค่าคำสั่ง Stop Loss จะเปรียบเสมือนคุณออกคำสั่งล่วงหน้าไว้กับโบรกเกอร์ที่คุณใช้บบริการ หลังจากนั้นโบรกเกอร์จะทำตามคำสั่ง Stop Loss ที่คุณวางไว้ แม้ว่าคุณจะไม่ได้เปิดคอมพิวเตอร์หรือเชื่อมต่อบัญชีเทรดของคุณอยู่ก็ตาม ซึ่งถ้าหากคุณไม่มีเวลาติดตามสถานะการซื้อขายของคุณตลอด การตั้งค่า Stop Loss เอาไว้จะปกป้องเงินทุนของคุณจากการกระชากอย่างรุนแรงของราคา โดยเฉพาะในตลาด Forex ได้


ทำไมต้อง Stop Loss

1.  Stop Loss เพื่อหยุดการขาดทุนอย่างหนัก  เนื่องจากไม่มีใครรู้อนาคตของตลาดว่าราคาจะลงอีกหรือไม่
2.  การเทรด CFD ไม่สามารถคิดแบบ "ไม่ขาย ไม่ขาดทุน" ได้ เพราะหากคุณใช้ Leverage ที่เกินขนาด การที่คุณไม่ขายจะทำให้มีโอกาสที่จะสูญเสียเงินทั้งหมดของพอร์ตได้
3.  การตั้งค่า Stop Loss ทำให้นักเทรดจะต้องวางแผนการเทรดมาก่อน ซึ่งเป็นผลดีในการเทรดระยะยาว และเทรดเดอร์จะต้องรู้ตั้งแต่ก่อนเข้าเทรดว่า ถ้าโดน Stop Loss จะเสียเงินเท่าไหร่ และต้องยอมรับการเสียเงินให้ได้ตั้งแต่ยังไม่เข้าเทรด
4.  การ Stop Loss จะทำให้คุณสามารถควบคุมอารมณ์ได้ดีขึ้น การโดน Stop Loss คือสัญญาณให้คุณพักหรือหยุดเทรด
5.  การ Stop Loss ทำให้คุณโฟกัสแต่ละการเทรด ซึ่งทำให้คุณพัฒนาความแม่นยำในการเข้าเทรดได้ เช่น หากคุณเทรดด้วยกลยุทธิ์การเทรด Forex แบบ Breakout แล้วคุณโดน Stop Loss บ่อยมาก นั่นอาจหมายความว่า คุณตั้ง Stop Loss แคบเกินไป หรือคุณอาจจะเข้าเทรดในจุดที่ไม่เหมาะสม (ราคาไปไกลแล้ว) ในจุดนี้ Stop Loss จะเป็นตัวช่วยเตือนสติและระลึกถึงจุดที่คุณเข้าเทรด






10
ในปัจจุบันเศรษฐกิจผันผวนมาก ถ้าหากจะเริ่มลงทุนควรจะศึกษาก่อนลงทุนเสมอ เพื่อป้องกันการขาดทุน และวันนี้มาไขข้อสงสัย ตลาด Forex เริ่มต้นเมื่อไหร่ จะเป็นยังไงไปดูกันเลย

 ::) ::)

สำหรับตลาด Forex  หรือตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ เริ่มก่อตั้งขึ้นในช่วงปี 1970 ของรัฐบาลในการทำธุรกรรม เป็นแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ การจัดการทางการเงิน ซึ่งกำหนดออกกฎสำหรับความสัมพันธ์ทางการค้าและการเงินระหว่างประเทศอุตสาหกรรมหลัก เป็นที่สำคัญของโลกหลังสงครามโลกครั้งที่สอง

โดยอ้างอิงจากจากข้อมูลของธนาคาร เพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศผลการสำรวจทั่วโลกเบื้องต้นจากการสำรวจธนาคารต่างประเทศในปี 2019 ของตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศและตลาดอนุพันธ์ OTC แสดงให้เห็นว่าการซื้อขายในตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศมีมูลค่าเฉลี่ย 6.6 ล้านล้านดอลลาร์ต่อวัน ในเดือนเมษายน 2019 เมษายน 2559 วัดจากมูลค่าการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศมีการซื้อขายมากกว่าตราสารอื่น ๆ ในเดือนเมษายน 2019 ที่ $ 3.2 ล้านล้านต่อวัน


นอกจากนี้ตลาด forex ยังเป็นตลาดที่เปิดทำการตลอด 24 ชั่วโมงทุกๆ วันจันทร์-วันศุกร์  จึงทำให้มีนักลงทุนสามารถวางแผนในการซื้อขาย  และติดตามการเคลื่อนไหวของราคาที่เกิดขึ้นได้ตลอดเวลาตามที่ต้องการ  ด้วยเทคโนโลยี 4G ที่ทันสมัยที่ทันสมัยมากขึ้น จึงทำให้เชื่อมต่อกับตลาดได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่ว่านักเทรดมือใหม่ด้วยมือถือสมาร์ทโฟนในปัจุบัน


11
การลงทุนมีความเสี่ยง ยิ่งมีค่าตอบแทนสูงก็ยิ่งเสี่ยงมาก และวันนี้ก็มีข้อมูลดีๆ มาฝากเพื่อนๆ สำหรับนักเทรดมือใหม่ อย่าเพิ่งเทรดก่อนที่จะรู้ข้อเสียของการเทรด Forex ที่ควรรู้ จะเป็นยังไงไปดูกันเลย


1.  มีค่าความผันผวนสูง

เนื่องจากค่าเงินในตลาดโลกขึ้นอยู่กับข่าวเศรษฐกิจระดับโลก โดยมีการเปลี่ยนแปลงจากสภาพทางภูมิศาสตร์ ที่ส่งผลต่ออัตราหุ้น จึงทำให้มีค่าความผันผวนสูง



2.  ภาษา

เพราะว่าสำหรับคนไทยส่วนใหญ่ไม่เก่งในเรื่องภาษา และโบรกเกอร์ส่วนใหญ่เป็นต่างชาติและใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก แม้ว่าจะมีโบรกเกอร์ที่รองรับหลายภาษาทั่วโลกก็ตาม อาจจะทำให้เกิดความไม่เข้าใจขึ้นได้ง่าย



3.  ข้อเสียจากนักเทรด

นักเทรดโดยส่วนใหญ่มีความรู้ไม่เพียงพอ มีแต่ความต้องการ การควบคุมอารมณ์ในการเทรดไม่มี ส่งผลทำให้เกิดการรีบขาย จึงทำให้ได้กำไรน้อย และมีความผิดพลาดจากการตัดสินใจที่ด่วนเกินไป



4.  มี  Leverage ที่สูง

สำหรับบางโบรกเกอร์มี  Leverage ที่สูงทำให้ได้กำไรน้อย ต้องศึกษาและควรที่จะเลือกโบรกเกอร์อย่างละเอียดถี่ถ้วน



5.  มีความเสี่ยงสูง

แน่นอนว่าความเสี่ยงที่เกิดจากการลงทุนมีสูงมาก การทำกำไรเกิดได้ทั้งจากขาขึ้นและขาลง ยิ่งใช้เงินลงทุนน้อยก็ยิ่งต้องรอบคอบในการเลือกสกุลเงินเทรด นักลงทุนที่ไม่มีประสบการณ์ อาจขาดทุนได้ง่ายมาก



6.  ไม่มีกฎหมายรับในประเทศไทย

เนื่องจากการเทรด Forex ยังไม่มีกฏหมาย สำหรับคุ้มครองผู้เทรดโดยตรง ดังนั้นเราจะต้องเลือกโบรกเกอร์ที่มีความน่าเชื่อถือและสามารถตรวจสอบได้ โดยเฉพาะเรื่องการถอนเงิน เพราะอาจจะมีมิจฉาชีพโดยใช้วิธีการระดมทุนเพื่อเทรดและแบ่งผลกำไรให้ ซึ่งมีความเสี่ยงสูงมาก จนถึงขั้นหลอกให้สูญเงินจนหมดตัว



7.  ใช้เวลาเรียนรู้และฝึกฝนนาน

การลงทุนเหล่านี้ต้องใช้ความรู้และความเข้าใจสูงมาก ดังนั้นเราจะต้องทุ่มเททั้งกายใจ ความใจร้อนนำมาซึ่งการเสียทรัพย์สินได้ ต้องใจเย็นและฝึกเทรดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อทำกำไรได้ในระยะยาว



12
สำหรับการเทรด Forex ยังคงเป็นที่นิยมมากขึ้นในปัจจุบัน วันนี้มาดูของดีของ MT5 พร้อมทั้งไขข้อสงสัยทำไมทำไม MT5 จึงเป็นที่นิยมมาก ฉบับอัพเดต 2021 จะเป็นยังไงไปดูกันเลย


1.  ใช้งานได้ง่าย

เนื่องจากเป็นโปรแกรมเทรดที่ใช้งานได้ง่าย แม้จะมีฟังก์ชั่นการทำงานที่ซับซ้อนพอสมควร แต่รวมๆ แล้วหน้าตาดูเป็นมิตรกับผู้ใช้งานอย่างมาก ตัวโปรแกรมมีส่วนหลักๆ สองส่วน คือส่วนของกราฟทางด้านขวามือของหน้าจอหลัก และส่วนของข้อมูลคู่เงินที่จะเทรดทางซ้ายมือ พร้อมมีการปรับหน้าตาให้ดูสวยงามกว่า MT4



2.  โปรแกรมสามารถใช้งานได้ทั้งคอมพิวเตอร์ และมือถือ

ตัวโปรแกรมมีการสนับสนุนของหลายๆ แพลตฟอร์มครับ ทั้งบน PC บนมือถือระบบต่างๆ ทำให้คุณสามารถเลือกใช้งานได้อย่างอิสระ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน สามารถเทรดเมื่อไหร่ก็ทำได้ แค่เชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตเท่านั้น ซึ่งสะดวกมากสำหรับยุคนี้



3.  ตัวโปรแกรมไม่หนักไม่กินระบบ

สำหรับตัวโปรแกรมที่รันบท PC นั้นมีโปรแกรมที่ไม่หนักมาก มักจะไม่ค่อยกินระบบมากนัก มีตัวโปรแกรมลื่นและเบามาก โดยสามารถรันพร้อมๆ กันการเปิดโปรแกรมอื่น หรือเปิดกราฟหลายหน้าจอได้ในคราวเดียวกัน ซึ่งโดยรวมแล้วเป็นโปแกรมเทรด ที่ไม่กินระบบเลย คอมพิวเตอร์สเปคต่ำ ก็สามารถรันได้อย่างไม่มีปัญหา



4.  มีอินดิเคเตอร์ให้เลือกใช้มหาศาล 

ข้อดีหนึ่งที่ทำให้หลายๆ คนเลือกที่จะใช้งานโปรแกรม MT4 นั้นก็คือการที่ตัวโปรแกรม โดยมีอินดี้ให้เลือกใช้กว่า 46 ตัวนอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้มีการปรับแต่ง หรือสร้างอินดี้เองได้อีกด้วย เรียกว่ามีให้ใช้งานกันอย่างจุใจเลยทีเดียวค่ะ



5.  เลือกกราฟแสดงผลได้ 3 แบบ 

5.1 กราฟเส้น ,
5.2 กราฟแท่งเทียน
5.3 กราฟ Bar


6.  เลือกกรอบเวลาได้ถึง 21 แบบ

โดยคุณสามารถเลือกเทรดได้ตั้งแต่กรอบเวลา 5 นาที  15 นาที หรือ 30 นาที หรือไปจนถึงรายวัน รายสัปดาห์ รายเดือนเลยทีเดียว พร้อมกันนั้นก็ไม่มีการจำกัดจำนวนหน้าจอเปิดเทรดเลยค่ะ



13
เส้นแนวโน้ม   forex เป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับนักลงทุน เพื่อจะได้วิเคราะห์และพิจารณาการลงทุน การซื้อขาย เพื่อให้ได้ผลกำไร วันนี้มาทำความรู้จักเส้นแนวโน้ม Forex จะเป็นยังไงไปดูกันเลย

              แนวโน้ม คือ การอธิบายทิศทางการเคลื่อนไหว ซึ่งในปัจจุบันของตราสารทางการเงินหรือมุมมองของนักลงทุน หรือเทรดเดอร์นั้น มักจะเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของตราสารทางการเงิน โดยในกราฟจะสามารถแสดงเส้นแนวโน้มได้ด้วยการลากเส้นระหว่างจุดกลับตัวของราคาสองจุดหรือมากกว่าไปบนกราฟ ซึ่งเส้นแนวโน้มนี้ในปัจจุบันได้รับความนิยมในการใช้ประกอบการวิเคราะห์และพิจารณาจุดเข้าหรือออกในการเทรด





แนวโน้มการเทรด Forex จะมีอยู่ทั้งหมด 5 ประเภท ดังนี้

1. แนวโน้มขาขึ้น (Bullish)
สำหรับ แนวโน้มขาขึ้น Bullish เป็นคำที่ใช้เมื่อตลาด ซึ่งมีมุมมองเชิงบวก โดยมักจะเชื่อว่าตราสารนั้น ๆ กำลังจะมีราคาสูงขึ้น (เป็นโอกาสเหมาะในการเข้าซื้อลงทุน)

2. แนวโน้มขาลง (Bearish)
สำหรับแนวโน้มขาลง Bearish เป็นคำที่ใช้เมื่อตลาดมีมุมมองเชิงลบ โดยเชื่อว่าตราสารนั้น ๆ กำลังจะมีราคาต่ำลง (เป็นโอกาสในการขายสำหรับนักลงทุน)

3. แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น (Hawkish)
สำหรับแนวโน้ม Hawkish เป็นคำที่ใช้ในสภาวะที่จะมีการปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ย (เหมาะโอกาสในการเข้าซื้อ)

4. แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยขาลง (Dovish)
สำหรับแนวโน้ม Dovish เป็นคำที่ใช้ในสภาวะที่จะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ย (เหมาะโอกาสในการขาย)

5. แนวโน้มคงที่ (Ranging/Flat)
สำหรับแนวโน้มคงที่ เมื่อตลาดมีสภาวะที่คงที่หรือมีการเคลื่อนไหวน้อย ทำให้ ราคาของตราสารนั้นจะไม่มีการเพิ่มขึ้นหรือลดลง ซึ่งเทรนด์ประเภทนี้จะเป็นตัวที่แสดงถึงการเปลี่ยนแปลงของทิศทางโดยรวมของแนวโน้มนั่นเอง

14
ความเชื่อผิดๆ ที่หลายคนเข้าใจกันเกี่ยวกับ Forex ซึ่งอันที่จริงแล้วไม่เป็นแบบนั้นเลย ทำให้หลายๆคนไม่กล้ามาลงทุนในตลาด Forex  นั่นก็คือ

1. Forex ช่วยทำให้รวยได้เร็ว!

อย่างที่เข้าใจดีว่าฟอเร็กซ์ก็คือการลงทุนประเภทหนึ่ง แต่ว่าการที่จะกล่าวว่าลงทุนแล้วจำเป็นต้องเห็นผลผลกำไรกลับมาในทันทีทันใดใดนั้น คงไม่ใช่เรื่องที่ถูกนัก โดยเฉพาะคำกล่าวที่กล่าวว่าลงทุนใน Forex นั้นทำให้ร่ำรวยเร็วกว่าอันอื่น ซึ่งอันที่จริงแล้วผู้ที่ร่ำรวยได้เร็วจากฟอเร็กซ์ก็มี แม้กระนั้นก็แบกรับการเสี่ยงเอาไว้มากมายทีเดียว บางบุคคลบางทีก็อาจจะสูงถึง 99% เลย แต่ว่าการที่จะเทรดฟอเร็กซ์ให้มั่งมีนั้นก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นได้ เพราะเหตุว่าถ้าหากศึกษาทำความเข้าใจ รวมทั้งเทรดอย่างมีวินัยแล้วล่ะก็ ช่องทางที่จะสัมผัสกับคำว่า ‘ร่ำรวย’ ย่อมมาถึงได้อย่างแน่นอน

2. Forex ไม่ต้องเทรดเองก็เสร็จได้

สำหรับความเชื่อในประเด็นนี้ออกจะฟังมองตลกอยู่เช่นกัน เนื่องจากว่าแม้ทำเป็นแบบนั้นกันทุกคน ก็คงมีคนไปถึงเป้าหมายจาก Forex ได้แน่ๆ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วถึงแม้การเทรดโดยใช้ EA หรือ Plug in เสริมสำหรับการเทรดผ่าน MT4 ก็ตาม แม้กระนั้นก็ใช่ว่าจะประสบผลสำเร็จเสมอ หนำซ้ำยังบางทีก็อาจจะกลายเป็นผลสรุปตรงกันข้ามก็เป็นไปได้

3. Forex มีผลกำไรหรือเงินปันผลให้ทุกเดือน

มีความเชื่อในหัวข้อนี้อยู่เช่นเดียวกันว่า การลงทุนใน Forex นั้นจะมีผลให้เห็นผลตอบรับเสมอๆทุกเดือนอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งที่จริงแล้ว แม้อยากได้ที่กำลังจะได้เงินปันผล หรือผลตอบแทนในทุกเดือนก็น่าจะจำเป็นต้องอยู่ในลักษณะของเงินออมประจำกับทางธนาคาร หรือการลงทุนในรูปแบบของพันธบัตร แล้วก็หุ้นกู้เสียมากกว่า โดยในตลาดฟอเร็กซ์นั้นไม่มีการชำระเงินเงินปันผล หรือกำไรทดแทนให้อย่างไม่ต้องสงสัย ดังนั้นอย่าเชื่อหัวข้อนี้โดยเด็ดขาด

4. Forex เหมือนกับการเล่น ‘หุ้น’

ข้อนี้จะต้องบอกเลยว่า ‘ไม่ใช่’ และไม่มีทางแบบเดียวกันด้วย ด้วยเหตุว่าการลงทุนในตลาดหุ้นนั้น จะมีการถือข้อตกลงเกี่ยวกับการซื้อขายอย่างเห็นได้ชัด และเรื่องของโบนัสตามข้อกำหนดของการถือหุ้นด้วย แม้กระนั้นใน Forex นั้นมิได้มีเรื่องมีราวของสัญญาซื้อขายรวมทั้งเงินโบนัสอะไร ในทางตรงกันข้ามนักลงทุนเองต่างหากซึ่งสามารถจะสร้างกำไรได้จากการซื้อแล้วก็ขายโดยไม่ต้องมีคำสัญญาใดๆก็ตามมารองรับ

 :) :) :)

15
การลงทุนมีความเสี่ยง การลงทุนในตลาด Forex โอกาสสำหรับในการทำกำไรทั้งหมดในตลาดโลกมีความเสี่ยงในระดับหนึ่งรวมทั้งตลาด Forex ก็ไม่ได้แตกต่างกันในหัวข้อนี้

ในขณะที่มีหลายแนวทางสำหรับการรักษาความเสี่ยงภายใต้การควบคุมรวมทั้งจำกัดความเสี่ยง แม้กระนั้นหนึ่งในแนวทางที่มีคุณภาพแล้วก็ใช้กันสูงที่สุดเป็นคำสั่งหยุดการขาดทุน Stop-loss มีส่วนสำคัญสำหรับการบริหารความเสี่ยงที่ดีแล้วก็ควรจะรู้เรื่องก่อนที่จะคุณจะกระทำการซื้อขายครั้งแรกในอาชีพการค้าของคุณ

การประเมินความเสี่ยงรวมทั้งการสูญเสียที่เกิดขึ้นไม่เพียงพอนั้นเป็นความผิดพลาดลำดับต้นๆที่ผู้ค้ารายใหม่ทำในตลาด ตรงนี้พวกเราจะชี้แจงแนวทางเฝ้ามองความเสี่ยงของคุณและก็ จำกัด การสูญเสียเมื่อทุกสิ่งทุกอย่างแปลงคุณโดยใช้เครื่องมือง่ายๆนั่นเป็นคำสั่งหยุดการขาดทุน

Stop Loss เป็นอย่างไรและก็เพราะอะไรคุณควรจะดูแล

มีคำพูดในชุมชนการค้าว่า 90% ของผู้ค้าสูญเสีย 90% ของทุนการค้าข้างใน 90 วัน ในเวลาที่การซื้อขายที่ไปถึงเป้าหมายขึ้นกับต้นสายปลายเหตุหลายประการสถิตินี้คงจะดียิ่งกว่ามากมายถ้าเกิดผู้ค้ารายใหม่ใช้คำสั่งหยุดการขาดทุนอย่างมีคุณภาพซึ่งเป็นส่วนใดส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ซื้อขายที่ออกแบบมาอย่างยอดเยี่ยม

ด้วยเหตุนั้น Stop Loss เป็นยังไง Stop Loss เป็นคำสั่งที่รอดำเนินการซึ่งจะออกมาจากการซื้อขายโดยอัตโนมัติเมื่อตลาดกลับมาเทียบกับตำแหน่งนั่นซึ่งมันขายตำแหน่งยาวหรือซื้อตำแหน่งสั้น โดยพื้นฐานแล้วคำสั่งหยุดการขาดทุนเปลี่ยนเป็นคำสั่งซื้อของตลาดเมื่อตลาดถึงระดับราคาที่กำหนดไว้ล่วงหน้าหรือที่เรียกว่าระดับ Stop Loss

สิ่งนี้ช่วยทำให้ผู้ค้าหลีกเลี่ยงการสูญเสียที่ไม่คาดคิดในเรื่องที่มีความเปลี่ยนแปลงมากขึ้นหรือในเวลาที่ผู้ค้าไม่ได้อยู่หน้าแพลตฟอร์มการซื้อขาย ยิ่งไปกว่านี้คำสั่งหยุดการขาดทุนรวมกับคำสั่งซื้อได้กำไรสามารถกำจัดงานอะไรก็ตามเพิ่มอีกเกี่ยวกับการค้าโดยเพียงให้ตำแหน่งสำหรับการปฏิบัติการ

คำสั่งหยุดการขาดทุนดำเนินการยังไง

โดยเบื้องต้นแล้วคำสั่งหยุดการขาดทุนเป็นคำสั่งหยุดซื้อรวมทั้งขายคำสั่งหยุดที่จะดำเนินการเมื่อตลาดถึงระดับที่กำหนดไว้ล่วงหน้า ถ้าหากคุณใช้เวลานานหยุดการขาดทุนจะขายตำแหน่งของคุณแล้วก็ในทางตรงกันข้าม

เป็นเรื่องจำเป็นที่จะจะต้องทราบดีว่าคำสั่งหยุดการขาดทุนจะตามอัตราการถามเมื่อเอาไปใช้กับตำแหน่งสั้นแล้วก็อัตราการเสนอราคาเมื่อใช้กับตำแหน่งที่ยาว ดังเช่นถ้าเกิดคุณยาว EUR / USD ที่ 1.1050 / 52 แล้วก็วางคำบัญชาหยุดการขาดทุนที่ 1.1020 Stop-loss จะถูกเรียกใช้เฉพาะเมื่ออัตราการเสนอราคามาถึงระดับนั้น

ตอนที่ความผันผวนของตลาดสูงอาทิเช่นเมื่อรายงานตลาดสำคัญได้รับการเปิดเผยแพร่ความไม่สมดุลในตลาดบางทีอาจนำมาซึ่งการลื่นไหลและก็การแพร่กระจายที่กว้างขึ้นซึ่งบางทีอาจเพิ่มคำสั่งหยุดการขาดทุนในราคาที่แตกต่าง อันที่จริงแทบ 44% ของคำสั่งหยุดและก็หยุดทั้งปวงได้รับการเลื่อนหลุดแง่ลบตามสถิติการเลื่อนหลุดของโบรกเกอร์รายใหญ่

หน้า: [1] 2 3 4
SMF 2.0.15 | SMF © 2011, Simple Machines